เล่นรักบี้ได้อะไร

IMG_0202

ผมอนุญาตให้ลูกชายวัย 7 ขวบได้เล่นรักบี้เป็นนักกีฬาของโรงเรียน โดยจะมีการแข่งขันกับภายนอกอยู่บ้าง ต้นเดือนสิงหาคมมีแข่ง 1 ครั้ง ได้เล่น 3 แมทช์ ในเดือนกันยายน ก็จะมีอีก 1 ครั้ง ได้เล่นกี่แมทช์ก็ยังไม่รู้ มีการเตรียมตัวฝึกซ้อมล่วงหน้าด้วยประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนลงแข่ง

ก่อนจะอนุญาตก็ปรึกษากันกับแม่ และตัดสินใจให้ลูกทดลองเล่นดู กลัวลูกจะเจ็บตัวหรือบาดเจ็บจนกลัวกีฬา แต่ก็คิดว่าน่าจะได้ประสบการณ์หลายอย่างที่หาไม่ได้จากสถานการณ์อื่นๆ และหาไม่ได้เลยจากโรงเรียนอื่นๆที่ไม่ได้สอนรักบี้ ในช่วงวัยเท่านี้โอกาสจะได้เล่นกีฬารักบี้ก็เป็นเรื่องยากมากถ้าโรงเรียนไม่ส่งเสริม มีโรงเรียนเป็นพันแห่งในกรุงเทพแต่มีไม่กี่โรงเรียนหรอกที่มีรักบี้ให้เล่น และมีการส่งเสริมไปถึงระดับการแข่งขันอีกด้วย

IMG_0167

เล่นแล้วได้อะไร คำถามนี้มีอยู่ในหัวผมตลอด และจากที่ค้นหาและถามจากเพื่อนๆที่เคยเล่น ก็ได้คำตอบแนวทางเดียวกันคือ มันเป็นกีฬาสุภาพบุรุษ คือ เล่นด้วยวิธีแบบใดก็จะได้กลับมาแบบนั้น ถ้าเราเล่นสกปรก เราก็จะโดนทำสกปรกกลับคืน การฉุดกระชากลากดึง หรือการเข้าประทะ ทุกอย่างถ้าเรามีทำอะไรเกินกติกาไปเป็นของแถม ทั้งจะทำเอามัน หรือ ซาดิสด้วยสัญชาตญาณ เราก็จะได้คืนในสิ่งเหล่านั้น มันฝึกจิตใจได้หรือเปล่าผมก็ยังไม่รู้

สิ่งที่คาดหวังของผมเองก็คือ ลูกได้ฝึกการเล่นเป็นทีม กีฬาที่เล่นเป็นทีมจะทำให้เราต้องมีเพื่อน ต้องมีน้ำใจ ต้องดูแลเพื่อน และเพื่อนก็จะดูแลเรา การมีทีมเป็นเรื่องควรฝึกฝน ทั้งทีมจากการทำงานและทีมจากการเล่นกีฬา

คาดหวังว่าลูกได้วิ่งในสนามจริง ได้เห็นสนามบอลของจริง ได้เห็นอัฒจรรย์ของจริง ในอดีตสมัยประถม ผมไม่รู้เลยว่าสนามกีฬาขนาดใหญ่เป็นยังไง เพราะโรงเรียนที่ผมผ่านมาไม่ได้เน้นเรื่องกีฬา กว่าจะได้สัมผัสสนามบอลมาตรฐาน ได้ไปเดินดู เดินเล่นในสนามกีฬาแห่งชาติผมต้องรอมัธยม และต้องเป็นโรงเรียนมัธยมที่ส่งเสริมกีฬา และทำผลงานกีฬาได้ดีด้วย ถึงจะไปถึงสนามกีฬาระดับชาติได้ แต่ผมไม่ได้เป็นนักกีฬานะ ผมเป็นแค่กองเชียร์

คาดหวังว่าลูกได้วิ่งจริง เหนื่อยจริง แพ้จริง ชนะจริง เสียใจ และ ดีใจจริงๆ นี่คือประสบการณ์ที่ต้องสัมผัสเอง ฟังเรื่องเล่าไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ได้ มโนไม่ได้ ฝันก็ยังไม่ได้ ต้องเป็นประสบการณ์ที่ลองด้วยตัวเองเท่านั้น และคิดว่า ก่อนจะไปเป็นนักฟุตบอลเต็มตัว เล่นรักบี้ของโรงเรียนนี่แหละที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้ได้

IMG_0362

คาดหวังสุดท้ายคือ ลูกได้ฝึกฝนเรื่องการประทะ การชน การแท็คเกิ้ล ศัพท์อะไรก็ตามที่หมายถึงความแข็งแกร่ง เบียดไม่ล้ม ชนไม่ล้ม คุณสมบัติแบบนี้เป็นสิ่งที่ต้องการในฟุตบอลยุคใหม่ ยุคที่ฟุตบอลเคลื่อนที่เร็ว และ ผู้เล่นประทะกันตลอดเวลาในเกมรุก วันที่เขาขึ้นไปเล่นฟุตบอลเต็มรูปแบบ ทักษะการประทะที่ได้จากรักบี้นี่แหละที่จะช่วยให้รับมือได้ เพราะแม้แต่กองหน้าระดับอาชีพ ที่ตัวผอมบาง ยังต้องเล่นเวท เพาะกล้ามเนื้อ เพื่อให้มีความแข็งแกร่งเบียดกับคู่แข่งได้ไม่ล้ม

ฟุตบอลคือความฝันของลูก พ่อแม่อย่างผมก็ต้องพยายามกรุยทางให้ อะไรที่มีโอกาสและฝึกฝนไว้แต่เด็กทำได้ก็จะทำ วิเคราะห์แล้วรักบี้ให้หลายอย่างได้ ในช่วงวัยประถมนี้คงได้คุยเรื่องรักบี้กันอีกหลายครั้ง

รักบี้ 3สิงหาคม2562

วันที่ 3 สิงหาคม 2562 โรงเรียนเพลินพัฒนาพาเด็กนักเรียนชั้นประถมไปแข่งกีฬารักบี้ โดยมีรุ่น 7 ปีที่ขอบฟ้าอยู่ในทีม รุ่น 7 ปีถือว่าเป็นรุ่นเล็กสุดของกีฬารักบี้ โดยก่อนหน้าวันแข่งประมาณ 3 สัปดาห์ทางโรงเรียนก็มีการรวมตัวกันซ้อม และทางครูก็ทาบทามเด็กจำนวนหนึ่งให้มาร่วมทีม

IMG_0258

ขอบฟ้าเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ครูชวนไปเล่น มีจดหมายอย่างเป็นทางการจากโรงเรียนว่าจะขอให้นักเรียนร่วมฝึกซ้อมและไปแข่งขัน และเมื่อผู้ปกครองอนุญาตก็จะเริ่มฝึกซ้อมสัปดาห์ละ 4 วันในตอนเย็นหลังเลิกเรียน ตลอดเวลาช่วงฝึกซ้อมขอบฟ้าก็กลับบ้านเย็นตลอด บางวันขอบฟ้าติดเรียนพิเศษตอนเย็นก็จะไม่ได้ซ้อม

IMG_0177

วันแข่งขันโรงเรียนจัดรถไปส่งนักกีฬาหลายรุ่น ซึ่งรุ่น 7 ปีจะมีการแข่งในวันนี้ 3 นัด และทีมของขอบฟ้าก็ชนะ 1 นัด เสมอ 2 นัด ตอนจบวันก็แจกเหรียญรางวัลให้กับทีมที่เข้าแข่งทุกทีมโดยไม่มีการประกาศผลชนะเลิศ เพราะเป็นการแข่งเพื่อกระชับมิตร ไม่ได้แข่งหาแชมป์

IMG_0578
IMG_0364

พ่อแม่ก็มีหน้าที่สนับสนุน ตามไปเชียร์ ช่วยกันถ่ายภาพลูกหลานตลอดวัน มีภาพถ่ายจำนวนมากกว่า 1000 ภาพถูกส่งเข้าห้องไลน์เฉพาะกิจของกิจกรรมครั้งนี้ แค่ดูไปเรื่อยๆก็เมื่อยมือและปวดตามากแล้ว มีภาพสวยๆหลายภาพ มีคลิปวิดีโอหลายคลิป

IMG_0840
IMG_0206

ผมตั้งใจให้ลูกเก็บประสบการณ์ ทีแรกจะได้ประสบการณ์อะไรบ้างก็ตอบไม่ได้ แต่หลังจากที่ผ่านวันแข่งมาก็ได้คำตอบของตัวเอง เพราะเด็กทุกคนผ่านการซ้อมหลายสัปดาห์ นั่งรถบัสไปแข่ง ไปอยู่ในที่ที่ร้อนไม่สบายเหมือนในห้าง ต้องรอแข่ง 3 นัดในวันเดียว กินข้าวกินน้ำกับทีม ฝึกความอดทนที่จะเชื่อฟังโค้ช ซึ่งทุกอย่างที่ว่ามาเด็กทุกคนก็ผ่านมาได้ด้วยดี และสิ่งสำคัญก็คือ เด็กได้เรียนรู้การตั้งเป้าหมาย ได้เรียนรู้วิธีการ ได้ทุ่มเทความอดทน ความพยายามและเวลาที่เพียงพอ ประสบการณ์ที่ใช้เงินซื้อไม่ได้แบบนี้ “คุ้ม” จริงๆ เพราะในวัยเด็กของผมเอง กว่าจะเรียนรู้การทำงานกับเพื่อนแบบหามรุ่งหามค่ำ กว่าจะผ่านช่วงเวลาเหนื่อยร่วมกับเพื่อนๆผมต้องรอจนถึงมัธยมเลย

IMG_0513
IMG_0432

compare to the legend

PHOTO_COLLAGE1521369538828

ปี 2561 ผมได้ข่าวว่าเดวิดเบ็คแฮมจะมาพบแฟนบอลชาวไทยโดยเป็นกิจกรรมของ aia  เนื่องจากเบ็คแฮมเป็นพรีเซนเตอร์ของบริษัท aia  เพื่อนที่รู้ว่าลูกของผมชอบฟุตบอลเป็นคนที่ได้สิทธิ์เข้างาน และได้ยกสิทธิ์นั้นให้กับผม  จริงๆต้องบอกว่าให้ขอบฟ้ามากกว่า  ผมมีหน้าที่แค่พาเขาไปร่วมงาน

เดวิดเบ็คแฮมเก่งแค่ไหนผมก็ไม่ได้รู้ละเอียด  รู้แค่ว่าเป็นนักเตะอังกฤษที่มีชื่อเสียงที่สุด รวยที่สุด เตะฟรีคิกแม่นที่สุด และเป็นนักเตะที่หน้าตาดี เมียสวย แถมยังประสบความสำเร็จกับหลายสโมสร โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด  วันที่เขาเก่งและครองแชมป์มากมายกับแมนยูฯ ผมเป็นแค่คนไม่ดูทีวี  เลยไม่ได้รับรู้ความเก่งของนักเตะคนนี้ในช่วงที่เขาพีคมากๆ

พอมีลูก และลูกเริ่มสนุกกับฟุตบอล ผมก็ทำหน้าที่พ่อที่หาข้อมูลน่าสนใจให้ลูก  เพื่อให้ลูกมีแรงบันดาลใจ อย่างน้อย  ถ้าลูกอยากเป็นนักฟุตบอลผมก็ควรจะกรุยทางหรือวางแผนการเติบโตให้เขาว่าเขาควรจะเล่นบอลอย่างไร และไปเล่นให้กับทีมไหนในช่วงอายุต่างๆ  และการหาแรงบันดาลใจที่ผมพอทำได้คือ เอาประวัตินักฟุตบอลเก่งๆมาเล่าให้ลูกฟัง

เดวิดเบ็คแฮมมีประวัติน่าสนใจ  ในวัยเด็ก เขาจะเล่นฟุตบอลกับพ่อสม่ำเสมอ  และการฝึกซ้อมกับทีม เบ็คแฮมจะฝึกมากกว่าเพื่อนร่วมทีมวันละ 2 ชั่วโมง  แม้ว่าเพื่อนจะพักแล้ว เบ็คแฮมยังฝึกอยู่  นั่นเป็นเหตุผลที่เบ็คแฮมมีฝีเท้าที่โดดเด่นกว่าคนอื่น  และการฝึกเพียงคนเดียวก็ทำให้เขาได้ฝึกเตะฟรีคิกซ้ำๆ  เกิดเป็นความแม่นยำเกินคนอื่น   และลูกยิงแจ้งเกิดของเบ็คแฮมคือลูกยิงครึ่งสนามที่แม่นยำยิ่งกว่าลูกยิ่งอื่นๆของวงการฟุตบอลในอดีตก่อนหน้านั้น  มันเป็นลูกยิงที่มาจากความฉลาดที่มองเห็นโอกาสและคิดออกว่าจะทำประตูอย่างไร   และเขาสามารถทำได้เพราะฝึกเตะอย่างหนักในช่วงที่ซ้อม

นี่เป็นประวัติคร่าวๆที่พอจะหาได้  และผมคิดว่า เด็กคนหนึ่งที่ชอบฟุตบอล อาจจะต้องมีเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตให้เขาได้สัมผัสเองเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจระยะยาว การพาไปพบนักฟุตบอลเก่งๆก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าควรทำสักครั้ง

ในอดีต เมซซี่ในวัยเด็ก ก็เป็นเด็กที่เดินจูงมือมาราโดน่าเข้าสนาม  มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของนักเตะระดับโลก

วันจริงกับ David Beckham

IMG_20181103_093203

ผมให้ลูกแต่งตัวนักฟุตบอลมาร่วมงาน ในกำหนดการบอกว่าเป็นกิจกรรม football clinic จะมีผู้ฝึกสอนจากสโมสรท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์ในอังกฤษมาให้คำแนะนำนักเตะ  แต่ aia กำหนดเงื่อนไขนักเตะว่าจะต้องเป็นลูกหลานพนักงาน และในสนามก็มีนักเตะที่อยู่ในเงื่อนไขเหล่านั้นประมาณ 200-400 คน  ซึ่งทั้งหมดจะต้องเตะให้ผู้ฝึกสอนดูแล้วผู้ฝึกสอนจะให้คำแนะนำ …..  ไม่ต้องขนาดให้คำแนะนำหรอกแค่โค้ชยิ้มให้นักฟุตบอลเยาวชนคนละ 1 ครั้งก็หมดเวลาแล้ว

IMG_20181103_093036

กิจกรรมจัดที่สนามฟุตบอลในร่มของเมืองทองยูไนเต็ด  ผมก็ให้ขอบฟ้าแวะถ่ายรูปกับป้าย และย่องไปเดินเล่นในสนามใหญ่ พาลูกไปดูสนามบอลจริงๆเป็นอย่างไร  แม้ว่าสนามแห่งนี้จะไม่ได้ใหญ่โตแบบสนามกีฬาแห่งชาติ แต่ก็ใหญ่พอจะเปิดหูเปิดตาเด็ก 6 ขวบอย่างลูกผม  ซึ่งลูกผมไม่ผ่านเกณฑ์อายุนักเตะที่จะร่วมกิจกรรม  และไม่ใช่นักเตะวรรณะลูกหลาน aia เลยได้แต่ยืนเกาะขอบสนาม เพราะทีมงานกำหนดไว้แค่นี้  คนที่ได้เข้าสนามคือลูกหลานเยาวชน คน aia เท่านั้น

IMG_4391
IMG_20181103_112757

ตอนยืนก็แทบไม่เห็นกลางสนาม  แฟนคลับที่เล่นเกมส์ ชิงโชค มีชื่อว่าได้รางวัลอยู่ในเฟสบุ๊คเป็นกลุ่มที่จะได้สิทธิ์ยืนเกาะขอบสนามดู  ตำแหน่งการยืนก็ตากแดดตั้งแต่ 10 โมงจนถึงเที่ยงกว่า  เดวิดเบ็คแฮมมาถึงสนาม 11.50 น.  ผมอุ้มขอบฟ้าดูให้เห็นตัวเป็น  สัก 15 นาทีก็ขอลาก่อน    คนที่ได้อยู่ใกล้เบคแฮมในระยะ 1 เมตรคือ เยาวชน aia  เรียกว่าเป็นวรรณสัมผัส  น่าจะมีเด็กไม่เกิน 5 คน วรรณะนี้ได้ขึ้นเวทีถ่ายรูปร่วมกับเบ็คแฮม  วรรณะถัดมาคือวรรณะดมกลิ่น ได้นั่งดูกิจกรรมห่างหน้าเวทีประมาณ 3-5เมตร วรรณะนี้ประมาณ 200-400 คน  ที่เพิ่งเตะเทรนนิ่งพร้อมกันทั้งหมดในสนามฟุตบอลในร่มไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา

IMG_4441

เบคแฮม มาในชุดสีดำ เสื้อดำ กางเกงดำ รองเท้าดำ แต่ใจไม่ดำ พยายามยิ้มและมองคนทั่วสนาม  แต่ทีมงานเจ้าภาพก็บริหารให้ได้แค่ได้ถ่ายรูปกับวรรณะสัมผัสแค่ไม่กี่คน  ที่เหลือก็มองอยู่ไกลๆ  วรรณะที่ผมกับลูกสิงสถิตย์ขอเรียกว่าวรรณะขอบสนาม  เกาะรั้ว เกาะขอบสนามดู  พร้อมแดดหน้าหนาวที่อากาศไม่หนาวเลย

อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณ aia ที่พาเบ็คแฮมมาเยี่ยมเยาวชนนักเตะไทย  ถ้าไม่มีคุณลูกผมก็จะไม่รู้ว่าเบคแฮมตัวจริงหน้าตาเป็นยังไง  ส่วนกิจกรรม football clinic  1 ชั่วโมง เด็ก 200-400 คน ผมคิดว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย  aia น่าจะสงเสริมฟุตบอลเยาวชนด้วยวิธีอื่น  ลูกผม 6 ขวบ ดูคนอื่นเตะบอลแล้วบอกผมว่า  เตะบอลแล้ววิ่งตามแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเลี้ยงลูกหรอก  ผมก็ตอบ อื้ม … พ่อก็คิดอย่างนั้น

ไปเรียนฟุตบอลวันอาทิตย์

IMG_9570

ขอบฟ้าลงเรียนฟุตบอลเอาไว้เย็นวันศุกร์มาได้หลายเดือนแล้ว  และก็ได้ขอให้แม่พาไปเรียนเพิ่มอีกวัน กลายเป็น 2 วันต่อสัปดาห์   เลยให้มาเรียนในวันอาทิตย์ตอนเช้าเพิ่มอีก 1 วัน  โดยสถานที่เรียนของวันอาทิตย์ก็คือสนามบอลแถวๆปิ่นเกล้า  เป็นสาขาของสนามแรกที่เคยเรียน

IMG_9887

ที่นี่กลุ่มเรียนเป็นเด็กอายุประมาณ 6-12 ปี (เดา)  ดูจากรูปร่างของเด็กในกลุ่มแล้ว ขอบฟ้าจะเป็นเด็กเล็กที่สุดและตัวเล็กที่สุด  เพราะนับถึงวันที่เริ่มเรียนที่ใหม่นี้ขอบฟ้าก็อายุ 5 ขวบ 11 เดือน 2สัปดาห์  เกือบ 6 ขวบนั่นเอง

IMG_9878

 

การเรียนฟุตบอลจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดย 20 นาทีสุดท้ายจะเป็นการแบ่งทีมเตะกันสนุกๆ  ส่วนเวลาก่อนหน้านี้ก็จะเป็นการฝึกพื้นฐานต่างๆ   ถามเพื่อนที่เป็นโค้ชฟุตบอล เป็นอดีนนักบอลโรงเรียนก็ให้ความเห็นว่า การฝึกพื้นฐานที่ดี จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ  พื้นฐานที่ดีจะเป็นตัวแบ่ง  นักเตะต่างชาติเน้นพื้นฐานแน่นเป็นหลัก  แนวทางนี้ฝรั่งเน้นมาตลอด  ส่วนนักเตะไทย โค้ชไทย ผู้ปกครองไทย จะชอบให้แข่งทีม แข่งบ่อย  แข่งให้มีผลแพ้ชนะ ซึ่งเป็นเรื่องสนุก แต่พื้นฐานจะละเลย  นั่นทำให้บอลไทยไปไม่ไกลเหมือนประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องฟุตบอล

 

บันทึกสมุดขอบฟ้า ให้เพลินพัฒนา

IMG_7446

ขอบฟ้าหัดเล่นฟุตบอลมาหลายเดือนแล้ว และได้ไปเรียนฟุตบอลที่สนามสัปดาห์ละ 1ครั้ง ความชอบฟุตบอลมีมาสักพักก่อนหน้านี้ ขอบฟ้าได้ดูคลิปวิดีโอจาก youtube เกี่ยวกับนักฟุตบอลระดับโลกหลายคน ขอบฟ้าจำชื่อนักฟุตบอลที่เป็นตำนานดังได้หลายคน และคนที่ขอบฟ้าชอบที่สุดคือ เมสซี่

แม่ซื้อหนังสือแรงบันดาลใจมาใช้อ่านก่อนนอน ในเล่มนั้นมีเรื่องราวของคนเก่งหลายคน หลายอาชีพ และมีนักฟุตบอลที่ชื่อเมสซี่ด้วย ขอบฟ้าชอบความเก่งและความพยายามของเมสซี่

ขอบฟ้าเป็นแฟนบอลของเมสซี่ ใส่เสื้อทีมบาเซโลน่าไปเรียนฟุตบอล ใส่เสื้อทีมชาติอาเจนติน่าด้วยในบางโอกาส และตามเชียร์เมสซี่ คอยดูผลการแข่งขันทางทีวี

มีการแข่งขันครั้งหนึ่ง ทีมเมสซี่แพ้ ทำให้ต้องตกรอบ ขอบฟ้าดูภาพข่าวจบแล้วหน้าเสีย แล้วหันกลับมาถามพ่อว่า แข่งจบหรือยัง หมดเวลาหรือยัง มีต่อเวลาไหม ถามเหมือนไม่อยากให้เกมส์จบแบบเมสซี่แพ้ พ่อก็ตอบว่า จบแล้ว ขอบฟ้าถามว่า แล้วใครเข้ารอบ ใครตกรอบ พ่อตอบว่าเมสซี่ตกรอบ ขอบฟ้าก้มหน้าร้องไห้ ซุกหน้าไปกับหมอน แล้วร้องไห้อยู่หลายนาที แม่ต้องมาปลอบใจให้ขอบฟ้าหายเสียใจ
ถือโอกาสสอนว่า คนเก่งที่สุดในโลกก็มีวันแพ้ ทุกคนต้องแพ้สักครั้ง และต้องอดทนต่อความรู้สึกแพ้ให้ได้

พ่อนั่งดูอาการขอบฟ้าแล้วอิจฉาขอบฟ้ามากๆ  อิจฉาในความรักและการมีความรู้สึกร่วมต่อทีม  การเชียร์กีฬาให้สนุกต้องมีทีมที่รักและตามเชียร์ไปเรื่อยๆ   ความรู้สึกดีใจและเสียใจไปกับทีมเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน  น่าอิจฉาวัยเด็กและช่วงเวลาเหล่านี้

 

 

แถมวิดีโอที่ขอบฟ้าเล่นฟุตบอล