Category Archives: football
ฟิล นีล Philip George Neal
ได้เจอตำนานลิเวอร์พูลที่แอนฟิล ในนัดที่ไปดูลิเวอร์พูลแข่งกับเชลซีที่แอนฟิลด์ 9may2026


ขอบฟ้าลงเตะฟุตบอลทีมโรงเรียน
ขอบฟ้าได้รับคัดเลือกติดทีมฟุตบอลของโรงเรียนแล้ว เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ ยินดีด้วยที่ความพยายามส่งผล

ทริปอังกฤษ วันที่ 3 ไปโอลแทรฟฟอร์ด
กำหนดการดูบอลที่มีอยู่ในตอนแรกตรงกับวันที่2พค เราก็เลือกที่จะอยู่ดูบอลและเดินทางออกจากแมนเชสเตอร์วันที่3พค แต่ว่ากำหนดการถูกเลื่อนด้วยเหตุผลว่ามีการเตะถี่มาก ลีคก็เลยเลื่อนคู่ลิเวอร์พูลเตะกับแมนยูไปเป็นวันที่3 เราเลยต้องยกเลิกโรงแรมที่จองไว้ที่ลอนดอน 1 คืน แล้วจองเพิ่มที่แมนเชสเตอร์ 1 คืน เพราะเราจะดูบอลวันที่3 แล้วค่อยเดินทางออกวันที่4
ฟุตบอลเตะบ่ายสามโมงตามเวลาท้องถิ่น เราตื่นเช้าตามเวลาท้องถิ่นก็ไปเดินเล่นในแมนเชสเตอร์ก่อน ตัวเมืองแมนเชสเตอร์ก็คือระแวกที่เราเดินเล่นในวันแรก เราเลือกที่จะพักใกล้สถานีรถไฟและแทรม เช้าวันที่เตะบอลทุกคนในโรงแรมแต่งตัวเหมือนจะไปดูบอล ผู้คนในเมืองก็แต่งตัวเหมือนจะไปดูบอล วันนี้ตอนกินมื้อเช้าที่โรงแรมก็เจอนักท่องเที่ยวพร้อมชุดกองเชียร์แทบทุกโต๊ะ มีกรุ๊ปคนไทยอยู่เยอะมากเกินครึ่ง เราได้ยินเสียพูดคุยภาษาไทยตลอดเวลาที่กินอาหารเช้า ผมไปทักกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่มหนึ่งเพื่อสอบถามวิธีเดินทางไปสนามบอล ได้ข้อมูลมาว่าให้ขึ้น แทรม ตรงข้างโรงแรมแล้วไปลงที่สถานีโอลแทรฟฟอร์ดได้เลย แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที ก็ดูไม่ยาก พวกเราขึ้นรถลงรถกันชำนาญแล้ว
ที่สนามบอลวันนี้คนเยอะมาก สนามเปิดให้เข้าก่อนเตะ 3 ชม. เรารอเวลาอยู่ด้านหน้า และได้แวะไปที่ร้านขายของที่ระลึกของสนาม แวะซื้อของฝากกันก่อนเข้าสนาม อากาศวันนี้เย็นมาก ถ้าลมพัดคือหนาวเลย ไม่มีแดด ลมแรงเป็นบางครั้ง หนาวจนรู้สึกอยากอยากถือถ้วยกาแฟร้อนๆไว้ตลอดเวลา
ถ่ายภาพกับตำนาน 3 คนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
บริเวณโดยรอบของสนามก็จะมีคนมาต่อคิวรอเข้าประตูของสนาม เราก็เดินหาประตูที่เราจะต้องเข้า ระบบการเดินเข้าตัวสนามที่เป็นอัฒจรรย์จะต้องมีการใช้แอพพลิเคชั่นในมือถือสแกนด้วยระบบ nfc โดยตั๋วที่เราซื้อจากเว็บจะเข้าไปอยู่ในแอพ แล้วเราก็เปิดตั๋วตอนเดินผ่านประตู ผมก็ได้แต่สงสัยว่าถ้าคนไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน หรือไม่มีระบบ nfc จะผ่านยังไง สงสัยแต่ไม่ได้ถาม เพราะคุยกับฝรั่งไม่รู้เรื่อง คนใช้ iphone ก็จะมี nfc ในตัวอยู่แล้ว ส่วนคนใช้แอนดรอยด์รุ่นราคาต่ำคงไม่มี โชคดีที่มือถือของผมกับลูกมีระบบ nfc
เรื่องน่าหงุดหงิดของสนามบอลก็คือ บริเวณรอบนอกก่อนเดินเข้า ไม่มีห้องน้ำ ผมถามเจ้าหน้าที่ที่ใส่ยูนิฟอร์มของสนาม เขาก็บอกไม่รู้ เขามาแค่ยืนเฝ้าประตู มายืนที่บู๊ทขายของ แซนวิช เครื่องดื่ม เบียร์ มีขายอยู่รอบสนาม ซื้อกินได้แต่ห้ามนำเข้าสนาม เมื่อผ่านประตูเข้าไปก็จะไปเจอร้านขายที่เป็นของสนามโดยตรง ตรงนั้นจะเป็นอาหารเครื่องดื่มที่อนุญาติให้ถือเข้าไปบนอัฒจรรย์ได้
ตั๋วที่พวกเราซื้อได้อยู่ตำแหน่งสูงสุดในสนามเลย ใกล้จากสนามมาก เห็นนักบอลตัวเล็กๆ การแย่งซื้อตั๋วเป็นงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์ เราไม่เคยมาก็ไม่รู้ว่าแต่ละโซนมันที่นั่งเป็นยังไง เราได้ที่นั่งฝั่งเจ้าบ้าน รอบๆตัวเป็นฝรั่งเชียร์แมนยูหมดเลย ส่วนกลุ่มคนไทยไปอยู่ส่วนไหนของสนามก็ไม่รู้ เราไม่ได้ยินเสียงคุยภาษาไทยแล้ว
ฟุตบอลเตะจบ แมนยูชนะลิเวอร์พูล 3-2 เราเดินออกสนามแบบเศร้าๆนิดหน่อย ประสบการณ์ดูบอลครั้งแรกก็แพ้เสียแล้ว น่าเสียดายจริงๆ ตอนเดินออกจากสนามก็ย้อนกลับทางเก่า มีตำรวจม้ามาดูแลความเรียบร้อย มีกองเชียร์ตะโกนด่ากัน มีจังหวะจับกลุ่มเหมือนจะชกต่อยด้วย แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรไม่ดี ม้าตัวใหญ่มาก เราก็ถ่ายรูปกับม้านิดหน่อยเป็นที่ระทึก
เราเดินทางกลับมาแถวที่พัก หาร้านอาหารที่เพื่อนเคยแนะนำไว้ เบอร์เกอร์ร้าน five guy ทดลองกินแล้วก็อร่อยดีสมกับที่บอกต่อ พนักงานเป็นคนอินเดีย พูดเร็วเราฟังกันแทบไม่ออกเลย แต่ขอบฟ้าจะหูดีกว่าพ่อแม่ ฟังสำเนียงคนอังกฤษรู้เรื่อง ทริปนี้ส่วนมากขอบฟ้าจะดูแลพ่อแม่เรื่องการสื่อสารกับร้านค้าต่างๆ
สิ่งที่ชอบในโรงแรมที่แมนเชสเตอร์ก็คือ มีตะแกรงตากผ้าที่ทำความร้อนได้ในตัวด้วย เราสามารถซักผ้าชิ้นเล็ก ชุดชั้นใน กางเกงในแล้วตากแห้งได้เลยในห้อง สะดวกมากจริงๆ เหมาะกับเมืองที่อากาศเย็นมาก
ทริปอังกฤษ วันที่ 2 EDALE เดินเล่นบนภูเขา
วันที่สองของทริป เดิมทีเป็นกำหนดการดูบอลที่จองไว้ แต่ทางลีคมีการเลื่อนกำหนดการเตะออกไปเพื่อสลับวันให้ทีมฟุตบอลมีเวลาพักเพิ่มขึ้น วันนี้เลยเป็นวันว่างที่เราต้องหาที่เที่ยวทั้งวัน เลยตัดสินใจไปยัง EDALE ซึ่งเป็นที่เที่ยวแนวธรรมชาติแห่งหนึ่ง Edale เป็นหมู่บ้านและหุบเขาในเขต Peak District National Park ประเทศอังกฤษ เดินทางโดยรถไฟได้ง่ายจากเมือแมนเชสเตอร์ เราขึ้นรถไฟที่สถานี picadilly ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง ลงที่สถานี EDALE แล้วก็สุ่มเดิน ดูจากนักท่องเที่ยวคนอื่นแล้วก็เดินตามกันมา ก็จะมาเจอชุมชน เจอร้านอาหาร เจอบ้านคนนิดหน่อย บ้านบางหลังก็ดูเหมือนจะเป็นโรงแรม ทางเดินเป็นถนนเล็กๆเหมือนเป็นทางเข้าสู่ภูเขาทุ่งหญ้าสีเขียวสุดลูกหูลูกตา
ทริปอังกฤษ วันที่ 1 ไปแมนเชสเตอร์
ทริปพ่อแม่ลูกในปีนี้เราวางแผนว่าจะพาลูกไปดูฟุตบอลในอังกฤษและพ่วงกับการไปดูมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาด้วย เป้าหมายของเมืองที่เราจะไปก็คือแมนเชสเตอร์ ลอนดอน ลิเวอร์พูล ตามลำดับ เมื่อกำหนดการเดินทางแล้วก็เริ่มทำวีซ่าประเทศอังกฤษกัน โดยการทำวีซ่ามีเรื่องการเตรียมเอกสารที่น่าปวดหัวมาก แต่ก็ทำผ่านไปได้ด้วยดี ค่าทำวีซ่าร์คนละประมาณห้าพันกว่าบาท โดยก่อนจะยื่นขอวีซ่าเราก็ต้องมีข้อมูลการเดินทางคร่าวๆเสียก่อน กำหนดวัน ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทุกอย่างต้องมีครบก่อนยื่นขอวีซ่าร์ และการยื่นขอวีซ่าร์ประเทศอังกฤษก็สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ และจะมีการนัดเข้าไปเก็บลายนิ้วมือที่บริษัทรับทำวีซ่าร์ด้วยอีก 1 ครั้ง เมื่อทำครบทุกขั้นตอนก็จะได้วีซ่าร์
เป้าหมายหลวมๆก็คือ เราต้องไปอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ให้ได้ก่อนวันที่ 2 พค เพราะกำหนดการเตะฟุตบอลระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูลที่บ้านแมนยูฯถูกกำหนดไว้เป็นวันนี้ แต่ภายหลังก็มีการเลื่อนไปเป็นวันที่ 3พค ซึ่งก็มีผลกับพวกเรามาก เพราะต้องเปลี่ยนกำหนดการเข้าและออกโรงแรมที่จองไว้ โดยช่วงวันที่มีฟุตบอลเตะราคาโรงแรมจะแพงมากและหายากเพราะจะมีคนจากทั่วโลกมาที่เมืองนี้เพื่อมาดูบอลเป็นคณะทัวร์ ส่วนพวกเราที่ตะลอนหาทางไปดูด้วยตัวเองก็ต้องไปแย่งที่พักและตั๋วฟุตบอลกันจนต้องลุ้นแล้วลุ้นอีก
เราออกเดินทางคืนวันที่ 30เม.ย. ที่สุวรรณภูมิ ไปสายการบินไทย โดยเส้นทางจะไปแวะต่อเครื่องที่ตุรกีก่อนจะไปถึงแมนเชสเตอร์ เราเดินทางกันประมาณ 20 ชั่วโมง และเหยียบแผ่นดินอังกฤษวันที 1 พค.เวลาท้องถิ่น เมื่อได้ลงเครื่อง เราก็เริ่มต้นการเดินทางไปยังโรงแรมที่พักแล้วค่อยเริ่มโปรแกรมทัวร์ในวันแรกที่มาถึง
ลงเครื่องบินแล้วเดินต่อไปที่สถานีรถไฟ ซึ่งมีรางหลายแบบ มีทั้ง Tube ที่เป็นรถไฟปกติ มี Tram ที่เป็นรถราง ยืนมองดูที่สถานีมันใช้รางเหมือนกันเลย ดูไม่รู้ว่าต้องขึ้นอันไหน คุยกับฝรั่งแถวนั้นเขาก็บอกว่าสายนี้ไปได้ ก็วัดดวงลองขึ้นไปดู ปรากฏว่าเลือกถูก เราได้ขึ้น Tram เข้าสู่ย่านชุมชนในแมนเชสเตอร์ เราไปลงสถานีชื่อ picadilly ซึ่งใกล้ๆกันก็มี picadilly garden ห่างไปประมาณ100 เมตร มันชื่อคล้ายกัน แต่คนละสถานี ซึ่งเราตั้งใจจะไปโรงแรมที่จองไว้ เมื่อเข้าพักที่โรงแรมได้แล้ว เราก็เริ่มโปรแกรมสำรวจแมนเชสเตอร์ใกล้ๆที่พักกันก่อน เพราะวันนี้ยังไม่มีฟุตบอล กำหนดการเตะเป็นวันที่ 3พค เรามีเวลาเที่ยวเล่นกัน 2 วัน
การเดินทางในเมืองแมนเชสเตอร์จะใช้รถรางที่เรียกว่า Tram เป็นหลัก ตั๋วรถรางเราต้องไปซื้อที่ตู้ มีทั้งตั๋วแบบเที่ยวเดียว กับตัวบุฟเฟ่ต์ขึ้นได้ทั้งวัน เราเลือกไปเที่ยวใกล้ๆกับที่พัก นั่งรถไปประมาณ 3 ป้ายก็ลง แล้วเดินเล่น
ไปเดินเล่นดู National Football Museum ค่าเข้าค่อนข้างแพง ผู้ใหญ่ 16 ปอนด์ เด็ก 10 ปอนด์ (มั้ง) ถ้าไม่ชอบฟุตบอลรับรองไม่มีใครแวะเลย ภายในก็แสดงประวัติต่างๆเกี่ยวกับการเตะฟุตบอลในอังกฤษ เป็นตึกที่ออกแบบมาให้มีหลายชั้น แต่ละชั้นก็จะแสดงข้อมูลและมีกิจกรรมให้เล่นแตกต่างกัน ถ้าจะดูให้ทั่วและเล่นให้ครบต้องใช้เวลาสัก 4 ชม. เป็นอย่างน้อย แต่เราก็ไม่ได้อยากเสียเวลาที่นี่มาก เลือกเดินดูเร็วๆและเล่นกิจกรรมแค่บางอย่าง เราอยู่กันประมาณ 2 ชม ก็ออกแล้ว
ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีคจำลองอยู่ที่นี่ มาถึงเราก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย
ในพิพิธภัณฑ์มีข้อมูล เรื่องเล่า รายละเอียดต่างๆของวงการฟุตบอลทั้งระดับโลกและระดับประเทศอังกฤษ ส่วนมากจะเป็นข้อมูลที่ผ่านมานานแล้ว ล่าสุดเท่าที่เห็นข้อมูลใหม่ล่าสุดก็ช่วงของเดวิดเบ็คแฮม และ แฮรี่เคนที่มีอยู่นิดหน่อย
ได้เห็นกับตาว่าตั๋วปีของแต่ละสโมสรเขาขายกันเป็นเล่ม ซึ่งยุคนี้ตั๋วเข้าสนามฟุตบอลของทีมใหญ่เชื่อว่าใช้ระบบ wallet ในโทรศัพท์มือถือกันแล้ว ก็ได้แต่สงสัยว่าถ้าคุณปู่คุณย่าไม่มีสมาร์ทโฟนจะเข้าสนามยังไง
ในพิพิธภัณฑ์ฟุตบอลนอกจากข้อมูลที่จัดแสดงแล้วก็มีมุมกิจกรรมให้เล่นหลายจุดหลายเกมส์ ถ้าเล่นให้ครบก็คงเหนื่อยพอสมควร แต่ด้วยค่าเข้าที่แพงมากก็ทำให้กิจกรรมในนี้ไม่ต้องรอนาน บางเกมส์ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วย
เล่นเกมส์เสร็จแล้วก็ฝากชื่อไว้บนกำแพงสักหน่อย
สภาพบ้านเมืองในแมนเชสเตอร์ส่วนมากเป็นตึกเก่า โทนสีน้ำตาล สีส้ม ดูมีความคลาสิค แต่ก็มีตึกสูงสมัยใหม่กระจายอยู่ด้วย ถนนในแมนเชสเตอร์มีรถส่วนตัวค่อยข้างน้อย สามารถข้ามถนนได้ง่าย แต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือจักรยานที่ขับกันเร็ว และมีทั้งขับส่วนตัวกับคนส่งอาหารที่ขับจักรยานไฟฟ้าส่งกันทั้งเมือง เราเจอไรเดอร์ส่งของส่งอาหารเยอะกว่าคนที่ขี่ส่วนตัว
เดินเล่นมาเรื่อยๆจนถึงห้องสมุดโบราณแห่งหนึ่งที่ยังเปิดทำการอยู่ ที่นี่ชื่อ John Rylands Library เป็นห้องสมุดหน้าตาเก่าแก่ อายุเกินกว่าร้อยปีแล้ว ภายในดูคล้ายบรรยากาศในหนังแฮรี่พอตเตอร์ ด้านในมีพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดให้บริการ ส่วนมากนักท่องเที่ยวก็จะแวะมาเดินดู ไม่ค่อยได้นั่งอ่านหนังสือกันนัก เราก็แวะไปดูเช่นกัน
สิ่งที่แปลกใจและน่าทึ่งก็คือเราได้เจอเครื่องพิมพ์ letterpress จัดแสดงอยู่ด้วยในห้องสมุดแห่งนี้ เครื่องพิมพ์โบราณที่อายุหลายร้อยปี พร้อมกับตัวหนังสือโลหะที่ต้องเรียงพิมพ์ก่อนจะนำไปพิมพ์ลงบนกระดาษ งานพิมพ์ letterpress เป็นเครื่องมือหลักในยุคสองร้อยปีก่อนที่จะตีพิมพ์หนังสือต่างๆ โลกเราพัฒนาไปได้ไกลเพราะเรามีเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทำให้ความรู้ถูกทำสำเนาและแจกจ่ายไปสู่ทั่วโลกได้ น่าภูมิใจมากกับประเทศที่ส่งออกความรู้อย่างอังกฤษ ที่ไหนมีแท่นพิมพ์ ที่นั่นคือแหล่งความรู้ และห้องสมุดก็คือตู้โชว์ผลงานของนักวิจัยและเครื่องพิมพ์
เราจบทริปวันแรกในแมนเชสเตอร์ด้วยร้านขนมปัง PRET ที่มีสาขากระจายเต็มไปหมด ไปเมืองไหนก็เจอ ราคาของกินแต่ละมื้อตามร้านสะดวกซื้อพวกนี้แซนวิชประมาณ 5-8 ปอนด์ อาหารเซ็ตก็ประมาณ 10-20 ปอนด์ แถมท้ายให้ร้านขายเครื่องดนตรีที่เราเดินผ่าน มีเปียโนวางอยู่หน้าร้านให้เล่นได้ ก็เลยให้ขอบฟ้าเล่นสักเพลง
จบวันนี้เราก็ทั้้งหิวทั้งเหนื่อย เดินทางเกือบ 24 ชั่วโมงแล้วมาเดินเล่นต่อเลย กลับถึงห้องพักก็หมดแรงจริงๆ ที่อังกฤษตอน 20.30 พระอาทิตย์ยังไม่ตก
เทคโนโลยีช่วยให้ภาพถ่ายสวยขึ้น
ภาพนักกีฬาฟุตบอลกำลังเดาะบอล เป็นท่าทางปกติในวงการกีฬา การถ่ายภาพกิจกรรมกีฬาเป็นเรื่องที่ปกติของการถ่ายภาพที่จะต้องพบหรือผ่านการถ่ายภาพภาพแนวนี้อยู่แล้ว กีฬามักเป็นกีฬากลางแจ้ง การตั้งค่ากล้องเพื่อถ่ายภาพกีฬาก็มักจะใช้สปีดชัตเตอร์ให้สูงระดับ 1/500 หรือ 1/1000 วินาที ขึ้นไป และในยุคฟิล์มเราก็จะใช้ฟิล์มความไวแสงสูง ร่วมกับเลนส์ที่มีความสว่างหรือรูรับแสงกว้าง และการโฟกัสก็ไม่ได้แม่นยำมาก ส่วนมากช่างภาพกีฬาจะพยายามถ่ายภาพเหตุการณ์ด้วยรูรับแสง f2.8 ให้ได้ ถ้าทำได้จริงก็จะได้ภาพที่สวยมาก แต่โดยมากแล้วภาพจะไม่ได้ดังใจ โฟกัสหลุด หน้าไม่ชัดเป็นเรื่องปกติ จึงมีการเผื่อตั้งค่าถ่ายที่ f5.6 หรือ f8 ไว้ด้วย หรือถ่ายไว้หลายๆการตั้งค่าเพื่อความชัวร์ว่าภาพจะมีความคมชัดกลับไปใช้งาน
การใช้เลนส์ที่รูรับแสงกว้างภาพจะคมชัดแค่พื้นที่เล็กๆ บางทีตาชัดแต่หัวไม่ชัด หน้าชัดแต่ไหล่และแขนไม่ชัด ภาพนักกีฬาส่วนมากจะต้องถ่ายเผื่อหลายใบเพื่อนำมาคัดว่าภาพไหนโฟกัสเข้าถึงจะนำไปใช้งาน และแทบจะไม่เคยมีการถ่ายภาพกีฬาด้วยรูรับแสงกว้างระดับ f1.4 เลย เพราะในอดีตเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยเฉพาะกับกล้องฟิล์ม
แต่ปัจจุบันกล้องดิจิทัลมีเทคโนโลยีการช่วยโฟกัส สามารถจับโฟกัสที่หน้า และที่ตาคนได้ ดังนั้นกล้องจะปรับโฟกัสให้ตาชัดอัตโนมัติ ถ้าเราตั้งค่ากล้องเป็น Auto iso หรือ เลือกค่า iso ให้สูงไปเลย สปีดชัตเตอร์จะสูงมาก เราก็สามารถถ่ายภาพกีฬาที่รูรับแสงกว้าง f1.4 ได้โดยที่โฟกัสไม่พลาด มีความคมชัดที่หน้าอย่างแท้จริง มันทำให้เราได้ภาพที่ต้องการ ทั้งหมดเป็นความดีความชอบของเทคโนโลยีในกล้องของยุคปัจจุบัน
บันทึกของปี 2025
เดือนมกราคมบ้านเราเริ่มต้นปีด้วยการไปดูฟุตบอลทีมชาติไทยลงเตะที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน เป็นการพาขอบฟ้าไปสัมผัสสนามกีฬาขนาดใหญ่ ไปดูการแข่งขันจริง ทีมชาติไทยลงเตะ มีแฟนบอลเยอะมากที่เข้ามาดู
ปีนี้เป็นปีที่จะมีการสอบเข้า ม1 ที่สวนกุหลาบ แต่ก็มีการจัดสอบ pretest ของสวนฯด้วยเพื่อดูว่านักเรียนมีความพร้อมแค่ไหน การไปสอบพรีเทสก็จะเหมือนเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนจะถึงรอบสอบจริง จะได้รู้ว่าที่เตรียมตัวเรียนสะสมมานั้นเอามาใช้ทำข้อสอบได้แค่ไหน คะแนนพรีเทสจะบอกว่าเราต้องปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาอะไรบ้าง จะได้แก้ไขให้คะแนนสอบจริงสูงขึ้นได้
ภาพประจำวันของปลายปี 2024 จนถึงต้นปี 2025 จะเป็นการเรียนพิเศษ อ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูงมาก
เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงเวลารับสมัครสอบเข้า ม1 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ขอบฟ้าเป็นเด็กที่เรียนโรงเรียนทางเลือกอย่างเพลินพัฒนาที่จะเน้นการพัฒนาการและทักษะชีวิต การทำโปรเจ็คและงานวิจัยหลากหลายแนวทาง การจะมาสอบแข่งขันเพื่อเข้าโรงเรียนสายสามัญก็จะเป็นเรื่องที่ลำบากกว่าปกติ เพราะเรียนมาไม่เหมือนกัน การเตรียมตัวสอบเข้าจึงเริ่มทำตั้งแต่ตอนเรียนจบชั้น ป5 ใช้เวลาปิดเทอมใหญ่และเวลาใน ป6อีกทั้งปีเพื่อเรียนพิเศษเสริมทุกวิชาที่ต้องสอบ เวลาเกือบปีที่อยู่กับการเรียนพิเศษอย่างเข้มข้น การวางแผนจัดเวลาให้ได้เรียนพิเศษอย่างเพียงพอ และยังมีเวลาที่จัดไว้สำหรับซ้อมฟุตบอลด้วย ช่วงชีวิตก่อนสอบเข้าต้องใช้ความอดทนสูง และขอบฟ้าก็ทำได้ดีเยี่ยม ภาพที่ไปนั่งต่อแถวคือการรอยื่นเอกสารสมัครสอบที่สวนกุหลาบ
สาเหตุที่ต้องการเข้าเรียนสวนกุหลาบก็เป็นเหตุผลเรื่องฟุตบอล ขอบฟ้าอยากเป็นนักฟุตบอลระดับอาชีพ ซึ่งหมายถึงระดับสโมสรชั้นนำและทีมชาติ การไปถึงระดับสูงขนาดนั้นต้องเป็นคนที่เล่นฟุตบอลได้เก่งมาก พ่อกับแม่ก็อยากส่งเสริมตามศักยภาพที่มีแต่ก็กลัวจะผิดหวัง เพราะการแข่งขันสูงมาก ขอบฟ้าเคยไปคัดตัวตามอะคาเดมี่ที่มีชื่อเสียงในการปั้นไปสู่ทีมชาติ แต่ก็คัดตัวไม่ผ่าน พ่อกับแม่เลยเสนอไอเดียว่า ถ้าอยากไปถึงระดับทีมชาติ เราก็ต้องเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนให้ได้ก่อน ให้เลือกโรงเรียนขนาดใหญ่ เป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงทางด้านฟุตบอล เมื่อพิจารณาร่วมกันแล้วก็เลือกไปที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แต่การมาเป็นนักฟุตบอลที่โรงเรียนนี้จะมีการคัดตัวนักกีฬาในตอน ม2 ซึ่งเป็นการรับเข้าแบบคัดตัว หาคนเก่งมาเข้าทีม ซึ่งการคัดตัวก็ยากไม่ต่างไปจากการคัดตัวเข้าอะคาเดมี่ที่เคยไปทดสอบมา ในเวทีที่คัดตัวจากหลายพันคนเอาแค่ไม่ถึงสิบคนก็เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะขอบฟ้าก็ไม่ได้เล่นฟุตบอลเก่งที่สุดในรุ่น ไม่ได้เก่งที่สุดในโรงเรียน ไม่ได้เก่งที่สุดในจังหวัด มีแค่ความมุ่งมั่นเท่านั้นที่เต็มเปี่ยม นั่นก็หมายถึงไปคัดตัวเข้าทีมสวนกุหลาบด้วยการเล่นทดสอบแค่วันเดียวก็คงไม่ติด เลยจะใช้วิธีสอบเข้ามาเป็นนักเรียนให้ได้ก่อนแล้วค่อยไปสมัครเข้าทีมฟุตบอลในแบบนักเรียนทั่วไป แล้วค่อยไปลุ้นว่าจะพัฒนาตัวเองไปสู่ตัวจริงของทีมได้ไหม นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้า
เดือนมีนาคมตอนกลางเดือนคือวันสอบรอบห้องเรียนพิเศษหรือ gate program เป็นห้องที่คัดเฉพาะนักเรียนที่เน้นวิชาการจริงจัง ห้องนี้จะไม่มีเด็กฝาก ไม่มีโควต้านักกีฬา มีแต่คนที่สอบผ่านเท่านั้น และขอบฟ้าก็เตรียมตัวมายาวนานและเข้มข้น พ่อและแม่ก็พยายามสนับสนุนทุกอย่างทั้งการช่วยติว ช่วยเฉลยแบบทดสอบ ช่วยจัดตารางเวลาเรียนพิเศษ และให้กำลังใจกันมาตลอดปี ผลก็คือมีความพร้อมที่จะเข้าสอบ และทำได้พอสมควร ออกจากห้องสอบก็รู้สึกมีความหวังว่าจะติด และในอีก 1สัปดาห์ก็ประกาศผล ขอบฟ้าสอบติด ทุกอย่างโล่ง สบายใจ ได้เป็นนักเรียนสวนกุหลาบสมความตั้งใจ ไปซื้อชุดนักเรียนได้
นอกจากห้องเรียนพิเศษอย่าง gate program แล้ว สวนกุหลาบก็ยังรับนักเรียนในสำหรับห้องทั่วไปด้วย ซึ่งรับสมัครและสอบคนละวันกับห้อง gate นั่นก็หมายความว่าเด็กคนนึงจะมีโอกาสสอบเข้าสวนกุหลาบได้สองครั้ง ซึ่งขอบฟ้าก็สอบสองครั้ง และติดทั้งสอบรอบ แต่ก็เลือกที่จะเรียนห้อง gate เพราะอนาคตตอนเข้าสู่ ม.ปลาย จะมีโอกาสเลือกแผนการเรียนได้มากกว่าห้องทั่วไป แม้ลูกจะอยากเป็นนักบอล แต่นักบอลก็ต้องเรียน เพราะมีคนชอบฟุตบอลจำนวนมากที่ไม่สามารถไปต่อได้ในระดับอาชีพ นั่นทำให้การเรียนจะเป็นสิ่งที่พาชีวิตให้เดินต่อไปได้ นักบอลที่ฉลาดต้องไม่ทิ้งการเรียน
เดือนเมษายนนักเรียนสวนกุหลาบจะเริ่มเรียนช่วงสั้นๆเพื่อปรับพื้นฐาน เด็กและผู้ปกครองได้ทดลองตื่นเช้า เดินทางมาเรียน เป็นการปรับตัวทั้งครอบครัวกับการเรียนที่ใหม่
พฤษภาคมหลังจากเข้าเป็นนักเรียนสวนกุหลาบได้เรียบร้อยแล้ว เหลือเวลาปิดเทอมใหญ่อีกไม่นาน ก็พาไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปพักผ่อน เที่ยวเล่นให้สบายใจ ไปใช้ชีวิตใช้เวลาแบบเด็กทั่วไปให้เต็มที่ ชดเชยกับเวลากว่า 1 ปีที่เตรียมตัวสอบ
มิถุนายนหลังจากเปิดเทอมไม่นาน เริ่มจัดเวลาการเรียนและการซ้อมฟุตบอลอย่างจริงจังอีกครั้ง การเรียนในห้อง gate จะเรียนเข้มข้นมีเนื้อหาเยอะมาก ส่วนการซ้อมฟุตบอลขอบฟ้าก็ขอให้ช่วยปรับปรุงสนามใหญ่ที่บ้านให้เหมาะกับการฝึกฟุตบอลได้ เพราะสนามหญ้าที่บ้านไม่ได้ดูแลหลายปี ดูแล้วเหมือนที่ดินร้าง พ่อแม่ลูกเลยช่วยกันปลูกหญ้ากันใหม่อีกครั้ง เตรียมพื้นที่ ปรับปรุงหน้าดิน และซื้อหญ้ามาปลูก และสนามหญ้าที่ปลูกเองน่าจะมีอายุยืนเพราะเราทำเองกับมือ ทำให้เราหวงแหนและพยายามดูแลต้นหญ้ามากกว่าในอดีตที่จ้างคนอื่นทำ
เดือนกรกฎาคม สนามหญ้าสวยทำประโยชน์ให้กับทุกคนในบ้าน ขอบฟ้าได้พื้นที่ซ้อมฟุตบอล คนในบ้านได้พื้นที่ใช้นั่งเล่น จัดปาร์ตี้ปิ้งย่าง งานเลี้ยงวันเกิดปีนี้จัดกันที่สนามหญ้า
เดือนสิงหาคมบ้านเราพากันไปดูหนังในโรงหนังแบบ 4D มีระบบภาพและเสียงรวมถึง ระบบสั่น ปล่อยควัน เต็มรูปแบบ โดยดูหนังเรื่องดาบพิฆาตอสูรซึ่งเป็นการ์ตูนยอดฮิตของเด็กวัยนี้ เด็กคงสนุกมาก ส่วนพ่อแม่ก็ไปนั่งให้ที่นั่งเขย่าจนเมื่อยไปทั้งตัว หนังดันยาวสามชั่วโมงอีก เข็ดไปเลย
เดือนกันยายนเป็นช่วงสอบไฟนอลของ ม1 กว่าจะเข้ามาเรียนได้ก็ลำบากมากตลอดปี มาเรียนแล้วก็มาพบกับเนื้อหาที่เข้มข้นมากจนพ่อแม่ตกใจ เด็กที่เรียนสบายๆมาตลอดมาเจอกับการเรียนที่ลงลึกและเข้มข้น พ่อแม่เห็นแล้วก็สงสาร เรียนหนักมาก แต่ก็ให้กำลังใจกันว่าเรามาเรียนเพราะเรามีวัตถุประสงค์อยากเตะฟุตบอลจริงจัง ดังนั้นสิ่งที่ต้องอดทนก็คือรับผิดชอบการเรียนให้เต็มที่ เพื่อให้เรายังมีโอกาสได้เตะฟุตบอลในโรงเรียน
เดือนตุลาคมสอบเสร็จ ปิดเทอม เราบินไปเที่ยวญี่ปุ่น เป็นการพาเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในรอบเกือบสองปี เป็นทริปที่ตั้งใจพามาปลดปล่อยประกอบกับเป็นการให้รางวัลที่สามารถสอบเข้าเรียน ม1 ได้ตามที่ตั้งใจ
เดือนพฤศจิกายนมีการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตร พ่อกับลูกพากันไปดูฟุตบอล ลูกไปในฐานะศิษย์ปัจจุบัน พ่อไปในฐานะศิษย์เก่า รายการฟุตบอลจตุรมิตรมีความหมายต่อนักกีฬาฟุตบอลมาก มันเหมือนเป็นบอลโลกของนักเรียนม้ธยม การลงเตะในรายการนี้คือการได้เป็นสุดยอดนักกีฬาของโรงเรียนที่คลั่งไคล้ฟุตบอล และมีดาวรุ่งจำนวนมากจากรายการนี้ก้าวไปสู่ระดับอาชีพ จตุรมิตรคือเป้าหมายของขอบฟ้าด้วยเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่พยายามเข้ามาเป็นนักเรียนสวนกุหลาบ
เด็กนักเรียนเริ่มมีงานกลุ่มที่ต้องนัดหมายมาทำนอกเวลา ห้างดิโอลสยามใกล้โรงเรียนเป็นทำเลที่ดีสำหรับการนั่งทำงานกลุ่ม เพราะผู้ปกครองก็จอดรถง่าย อีกหน่อยก็คงเดินทางกันเองได้ไม่ต้องใช้พ่อแม่แล้ว
ธันวาคม ขอบฟ้าลงซ้อมกับทีมฟุตบอลโรงเรียน ถือเป็นเด็ก ม1 คนเดียวที่มาซ้อมกับทีม ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เข้ามาเรียนใหม่ๆ ขอบฟ้าไปถามหาจากครูว่าใครคือโค้ชของทีมฟุตบอลรุ่น u14 เพื่อเข้าไปแนะนำตัวและขออนุญาตเข้ามาซ้อมกับทีม ซึ่งโค้ชก็อนุญาตให้มาลองซ้อมดู มีการทดสอบเดาะบอลเพื่อดูว่ามีทักษะการเล่นฟุตบอลมากแค่ไหน และขอบฟ้าก็เดาะบอลได้ดี เบื้องหลังคือขอบฟ้าซ้อมเดาะบอลมาหลายเดือน และตลอดหลายปีก็เล่นฟุตบอลกับศูนย์ฝึกข้างนอกมาตลอด เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่เตะบอลเป็น ไม่ได้เป็นคนเพิ่งหัดเล่น
ตลอดปีที่ผ่านมาบ้านเราจะมีแต่เรื่องของการพาขอบฟ้าเข้าเรียนสวนกุหลาบเพื่อทำตามความฝันของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ สิ่งที่พ่อแม่ภูมิใจก็คือ ขอบฟ้ากล้าตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน ได้คิดหาวิธีการไปสู่เป้าหมาย และได้ลงมือทำด้วยความอดทน ความพยายามในช่วงอายุนี้พ่อแม่ถือว่าเป็นเรื่องยอดเยี่ยมที่สุดที่เด็กคนหนึ่งจะลงมือทำได้ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่ได้รับไปแล้วก็คือการได้เรียนรู้ในการเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง ได้พยายามเพื่อตัวเองจริงๆ
ซ้อมบอลสวนกุหลาบ
เดาะบอล
นับได้ 284 ทีในคลิป
ฝึกบอล
ฝึกบอลวันอาทิตย์
ลูกชายผมตั้งใจจะฝึกซ้อมจริงจังมากขึ้น เมื่อปีที่แล้วตอนเรียนอยู่ชั้น ป6 เขาได้รางวัลจากการอัดฉีดโดยผมเอง จากการพยายามสอบพรีเทสของโรงเรียนสวนกุหลาบให้ติดในลำดับ 150 คนแรก เพื่อความชัวร์ว่าเราจะสามารถสอบเข้า ม1 โรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเป้าหมายของการพยายามสอบเข้าสวนกุหลาบคือการไปสมัครเป็นนักฟุตบอลโรงเรียน เลยต้องสอบเข้าให้ได้ก่อน
ทำไมต้องเป็นนักฟุตบอลที่โรงเรียนสวนกุหลาบ เพราะลูกตั้งใจจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ พ่อกับแม่ก็อยากให้ทดลองพยายามเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนระดับมัธยมให้ได้ก่อน และโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอลก็คือโรงเรียนในเครือจตุรมิตร ซึ่งมีสวนกุหลาบ เทพศิรินทร์ อัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียน ทุกแห่งเป็นเจ้าพ่อลูกหนังระดับมัธยม ขณะที่ยังมีความสามารถในด้านวิชาการด้วย แต่พ่อชอบสวนกุหลาบมากกว่า หากเข้าทีมโรงเรียนได้ก็แสดงว่าพอจะมีความสามารถในการพัฒนาไปสู่ระดับอาชีพ นั่นทำให้ลูกต้องเข้าสู่โหมดการเรียนรู้ เรียนพิเศษเพื่อสอบเข้า ม1 ให้ได้ และการสอบพรีเทสก็เป็นเรื่องที่ทำเพื่อวัดผลว่าเรามีความพร้อมระดับไหน
ผลการสอบพรีเทสได้ตามเป้าหมาย ลูกชายได้รางวัลเป็นเครื่องเล่นเกมส์ ps5 ตามตกลง เพราะลูกชอบเล่นเกมส์มาก เมื่อได้แล้วก็รอจังหวะยังไม่ซื้อเพราะเกมส์ที่ลูกชอบเล่นนั้นอยู่ในคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ เครื่องเล่นเกมส์ ps5 ก็เลยชะลอไปก่อน แต่เงินรางวัลได้แล้วก็จะเก็บไว้ใช้อย่างอื่น
ปีนี้ ลูกสอบเข้าสวนกุหลาบได้แล้วได้เรียนในห้องเรียนพิเศษหรือ gate ซึ่งเป็นห้องเรียนที่เข้มข้นมาก การเรียนการสอนหนักมาก การบ้านเยอะมาก แต่ลูกก็ยังพยายามจัดเวลาเพื่อให้ได้ซ้อมฟุตบอลสัปดาห์ละ 4 วันกับอะคาเดมี่ที่เรียนมาตั้งแต่เด็ก จนเมื่อเดือนก่อน ลูกมาบอกว่าขอเงินไปลงทะเบียนเรียนฟุตบอลกับต่างชาติ เป็นเว็บสอนฟุตบอลออนไลน์จากแคนาดา มีคอร์สฝึกต่างๆดูแล้วน่าเชื่อถือ ผมค่อนข้างแปลกใจและไม่ไว้ใจว่าการเรียนฟุตบอลจะทำเป็นออนไลน์ได้ แต่ลูกก็หาข้อมูลมาหลายเดือนแล้ว และตั้งใจจะทดลองเรียนดู ค่าสมัครคอร์สนี้ 700 ดอลล่าร์ แต่ลูกรอจังหวะโปรโมชั่น เมื่อเหลือ 249 ดอลล่าร์ก็เลยขอให้สมัครให้ ขอใช้งบจากเครื่องเล่น ps5 มาซื้อ
ผมไม่มั่นใจกับเรื่องการเรียนฟุตบอลออนไลน์ คุยกับลูกอยู่นาน แต่มาคิดดู เราก็ควรจะให้เพราะครั้งนี้ลูกขอใช้เงินไปกับการเรียน ไม่ใช่ขอซื้อของเล่นที่ไม่รู้คุณค่า ในชีวิตคนเราต่างก็เคยซื้อหนังสือที่อาจจะไม่ได้อ่าน บางครั้งก็พลาดซื้อหนังสือที่ไม่ได้คุณภาพ ครั้งนี้ก็เลยอนุญาต เลยโอนจ่ายค่าเรียนออนไลน์ให้ มันเป็นการใช้จ่ายไปเพื่อการพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี แต่วัตถุประสงค์ของการใช้เงินครั้งนี้มันมีค่าพอให้ทำ ลูกจะได้รู้ว่าพ่อแม่สนับสนุนทุกการเรียนรู้ ไม่ทำตัวเป็นอุปสรรคเสียเอง
เมื่อจ่ายเงินและลงทะเบียน ติดตั้งแอพในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์แล้วลูกก็เริ่มเรียน เริ่มอ่านข้อมูลในกลุ่ม มีการอธิบายวิธีใช้โปรแกรม วิธีปฏิบัติตัวกับการฝึกฝน ปรับ mindset หรือทัศนคติเพื่อเริ่มเรียน และบทเรียนก็เริ่มทำงาน เป็นที่มาของคลิปวิดิโอข้างล่างนี้ กับวันแรกๆของการเริ่มต้นเรียนฟุตบอลออนไลน์
ลูกจะติดทีมโรงเรียนหรือไม่ก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า สิ่งที่ดีคือลูกได้ลงมือวางแผนพัฒนาตัวเอง วางแผนเพื่อไปสู่เป้าหมาย เป้าหมายกำหนดวิธีการ และที่สำคัญที่สุดคือได้ลงมือทำตามแผน พ่อกับแม่ก็ทำหน้าที่เป็นกองเชียร์ เป็นคู่ซ้อมที่บ้าน เป็นท่อน้ำเลี้ยง เป็นคนขับรถ เป็นติวเตอร์ในบางวิชาที่เรียนไม่ทัน
























































































