เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าฟรีด หลักกิโล 265994
Category Archives: car
เปลี่ยนยางฮอนด้าฟรีด กิโลเมตรที่ 237677
ผมขับรถมาถึง 237677 กิโลเมตรแล้ว และก็ได้พบว่า ยางรถยนต์ที่ใช้อยู่มีอาการขอบลอก หรือ รอยต่อมีการปริแยก รู้สึกว่าอันตรายก็เลยไปเปลี่ยนยางที่ร้านเดิม ร้านแถวบ้าน
อาการแก้มยางปริแบบนี้ ร้านยางบอกว่า เกิดจากลมยางอ่อนเกินไป และอายุยางก็สามปีกว่าแล้วก็เลยตัดสินใจเปลี่ยน โดยทางร้านแนะนำยางราคาถูกให้รุ่นหนึ่ง คือ hankook ดังภาพ
HANKOOK Kinergy EX H308
Size 195/65 R15
ผมชอบร้านนี้เพราะว่า เมื่อการเปลี่ยนยางครั้งที่แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ใช้งานยางสามปี เวลาที่ยางอ่อนลงหลังจากที่ลืมตรวจลืมเช็คลมยาง เมื่อไปเติม ก็พบว่าลมยางอ่อนลงไปเท่าๆกันทุกล้อ บางครั้งที่เติมลมยาง อ่านค่าลมยางที่เครื่องได้ 28 ก็จะเป็น 28 ทุกล้อ เทียบกับเมื่อก่อน ช่วงที่ยังไม่ได้มาใช้บริการร้านนี้ ผมก็เติมลมยางแค่ทีละล้อมาตลอด เพราะว่า ลมยางแต่ละล้อไม่เคยเท่ากันเลยเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ผมสงสัยเรื่องจุกเติมลมยางที่บางร้านอาจจะใช้ของคุณภาพต่ำ หรือ ไม่ได้เปลี่ยนให้ผมเมื่อเปลี่ยนยาง ทำให้ลมรั่วออกจากล้อไม่เท่ากัน(เดา)
ยางใหม่ บุคลิกนุ่ม ขับสบาย ใช้งานร่วมกับโช้คอัพที่อายุยังไม่มาก ก็ถือว่าได้ความนุ่มนวลน่าพอใจ ผมเลือกใช้ของราคาถูกเพราะว่า ผมมีนิสัยการขับรถไม่เร็ว เลยไม่ได้สนใจเรื่องสมรรถนะในความเร็วสูง จ่ายเท่าไหร่ก็ตามใจเรา เอาที่สบายใจ เพราะถ้าคิดเรื่องต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ปลอดภัยเพียงพอ เอาเงินไปซื้อข้าวดีกว่า และอีกอย่าง ถ้าจ่ายแพงแล้วจะไม่มีอุบัติเหตุ มันไม่จริง เพราะเราเห็นซุปเปอร์คาร์พังเป็นข่าวอยู่ทุกปี
เปลี่ยนแบตเตอรี่ ฮอนด้าฟรีด 2562 หลักกิโล 227507
หลักกิโล 227507 รถยนต์ฮอนด้าฟรีดปีที่ 10 ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่อีกครั้ง จากการบันทึกการเปลี่ยนแบตครั้งที่แล้ว ผมเปลี่ยนเมื่อเดือน พฤษภาคม 2560 ตอนนี้ผ่านมาถึงเดือน กรกฏาคม 2562 ก็พบว่าเป็นเวลา 25 เดือนพอดี ถือว่าใช้แบตได้เกินกว่ามาตรฐานขั้นต่ำไปแล้ว
ค่าแบตในรอบนี้ 1700 บาท เป็นแบตของ fb โดยรอบนี้ผมไม่ได้ไปเปลี่ยนที่ร้านประจำ เนื่องจากแบตหมดกลางอากาศเลย คือขับรถมาจอดแล้วจะสตาร์ทอีกทีก็ไม่ติดแล้ว ไฟในแบตหายไปจนถึงขนาดที่ประตูไฟฟ้าใช้ไม่ได้ และตอนบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปกติหากแบตมีอาการไฟอ่อน มันจะสตาร์ทแบบแผ่วๆ เหมือนแรงไม่พอ แต่รอบนี้ไม่มีอาการอะไรเลย เหมือนแบตไม่มีไฟ ไม่ใช่แค่ไฟอ่อน
ทุกทีผมจะใช้ powerbank ที่มี jumpstart ช่วยสตาร์ทรถได้หากเป็นกรณีไฟอ่อน แต่รอบนี้ใช้ไม่ได้ผล เพราะ powerbank เสื่อม เลยใช้วิธีโทรหาร้านแบตเตอรี่ให้มาเปลี่ยนให้แทน โดยผมหาข้อมูลในเน็ต หาคำว่า แบตเตอรี่ รถยนต์ ก็พบกับสิ่งที่ google หามาให้ ร้านแรกที่ขึ้นมาผมก็โทรไปหา และได้คำตอบว่า ไม่ส่งที่ถนนจอมทอง เพราะร้านอยู่ไกล
ลองกลับไปอ่านรายละเอียดจากเว็บของร้าน ร้านแบตที่ขึ้นมาบรรทัดแรกเขาอยู่ลาดพร้าว นั่นทำให้เขาบริการลูกค้าฝั่งธนไม่ได้ ผมก็เข้าใจ และตัดสินใจโทรหาร้านเปลี่ยนแบตที่ผมเคยใช้มาเปลี่ยนให้รถภรรยา ผมเคยบันทึกเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ในบล๊อกนี้ด้วย ก็เลยได้ใช้บริการกันอีกรอบ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้ google จะหาของให้เรา แม้เราจะเชื่อ google บรรทัดแรก แต่เราก็อาจไม่มีบุญได้ใช้บริการ ยังไงลูกค้าเก่าก็ยังมีโอกาสใช้ร้านเดิมอยู่ถ้าเคยใช้งานกันแล้ว
นี่คือแบตก้อนเดิมที่ใช้งานมา 25 เดือน ไฟหมดแบบทันทีทันใด ไม่มีอาการไฟอ่อนเลย แต่ว่าก่อนหน้านี้สักสองวัน ผมก็สตาร์ทรถด้วยความรู้สึกว่าเหมือนไฟไม่เต็ม แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอาการไฟหายไปเฉยๆ คิดเพียงว่า ถ้าไฟอ่อน เดี๋ยวจะสตาร์ทด้วย powerbank แล้วขับเข้าร้านแบตไปเปลี่ยนก็ได้ แต่ดันไฟหมดกระทันหันเลยผิดแผน
ร้านแบตยกตัวนี้มาให้ สามารถเปลี่ยนใส่ honda freed ได้พอดีเป๊ะ สเป็คแบตและรุ่นแบตเป็นยังไงก็ไม่ได้ถาม เพราะไม่ได้อยากรู้สเป็คแล้วครับ ยังไงเราก็ใช้แบตได้ประมาณ 2 ปี ใส่แล้วสตาร์ทติดก็พอแล้ว แบตรุ่นนี้ร้านบอกว่าไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ผมก็โอเค ไม่ต้องเติมก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาซื้อน้ำกลั่น
ให้ดูชื่อร้านและเบอร์โทร เผื่อว่าจะโทรเรียก ถ้าผมจำไม่ผิดร้านนี้อยู่แถวศิริราช ดังนั้นย่านฝั่งธนผมคิดว่าร้านเขาจะสามารถวิ่งไปบริการได้
ช่างที่เปลี่ยนแบตเตอรี่ขับมอเตอร์ไซด์มา มาพร้อมอุปกรณ์ครบมือ มีผ้ารองกันเปื้อน มีชุดไขควงที่ตรงรุ่น ขนาดน็อตเป๊ะมาก ช่างหยิบทีเดียวเอามาไขได้เลย คงเปลี่ยนแบตวันละหลายรุ่นแน่ๆ และ มีมิเตอร์วัดกระแสไฟมาด้วย วัดทั้งแรงดัน วัดทั้งกระแสไฟที่วิ่งออกจากแบต ตั้งแต่ผมโทรหาร้านนี้ รวมเวลานั่งรอ30 นาที รวมเวลาเปลี่ยน จนถึงเวลาที่ช่างเปลี่ยนแบตเสร็จพร้อมสตาร์ทรถเพื่อออกไปทำงาน ผมใช้เวลาทั้งสิ้น 60 นาทีโดยประมาณ
และนี่คือเอกสารที่ร้านให้ไว้กับผม ทางร้านให้กรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร เพื่อใช้เป็นเอกสารรับประกันด้วย คุณภาพการทำงานก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี จ่ายเงินไป 1700 บาท ขับรถไปทำงานต่อได้ เดี๋ยวจะเอา powerbank รุ่น jumpstart ออกจากรถแล้ว ติดไว้แก้ปัญหาในรถมาเกือบ 5 ปี มันยังจ่ายไฟ usb ได้ จ่ายไฟส่องสว่างเป็นไฟฉายได้ แต่ start รถไม่ได้แล้ว ราคา powerbank รุ่น jumpstart ในปี พศ 2562 น่าจะอยู่ที่ 1พันบาท ใครอยากซื้อใช้ก็มีเหตุผลที่ดีคือ เราใช้แก้ปัญหาได้ทันทีในเวลาไม่น่าเกิน 5 นาที สำหรับคนที่เร่งรีบก็เหมาะสมเลย ทำให้รถสตาร์ทได้ และไปทำงานต่อได้ พอว่างไม่มีนัดทำงานแล้วค่อยขับรถไปเปลี่ยนแบต ส่วนคนที่ไม่เร่งรีบ โทรสั่งแบตเตอรี่จากร้านที่มีบริการนอกสถานที่ไปเลยดีกว่า
อุปกรณ์ถอดสายแบตใช้ประแจเบอร์10 https://s.shopee.co.th/5VBH5NG3C6
เปลี่ยนโช้ค honda freed 217000 กิโลเมตร
ฮอนด้า ฟรีด ใช้งานมายาวนาน ระยะทางที่หน้าจอระบุ 217000 กิโลเมตร เพิ่งจะเปลี่ยนโช้ค จริงๆมันก็คงเสื่อมมานานแล้ว แต่ก็ทนใช้มาได้เรื่อยๆ อาจจะเพราะชิน อาจจะเพราะมัวแต่ขับไปโน่นนี่นั่นไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพรถสักเท่าไหร่ จนวันหนึ่งภรรยาบ่นว่าทำไมรถมันเด้งขนาดนี้ ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า อ้อ มันน่าจะโช้คพังแล้ว
รถคันเก่าผมใช้ประมาณ 5 ปีก็เปลี่ยนโช้คทีนึง ส่วนคันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 9 มันควรจะพังมาสักหลายปีแล้วแต่ไม่ได้รู้ตัว เท่าที่สืบจากอินเทอเน็ต คนใช้ฟรีดนิยมจะอัพเกรดโช้คเป็นยี่ห้อ kayaba new sr ซึ่งราคาตลาดอยู่ที่ประมาณเกือบ 2หมื่นบาท แต่ผมเสียดายเงินไม่อยากจ่ายเยอะ และเป็นคนขับรถไม่เร็วด้วยเลยไม่คิดจะจ่ายระดับนั้น ไปถามราคาที่ศูนย์ ศูนย์ก็แจ้งราคามารวมค่าแรงกันแล้วเกือบสองหมื่นเหมือนกัน หน้ามืดแน่ๆเลย ก็เลยถอยก่อน เดี๋ยวหาของย่อมเยาใช้ดีกว่า
แล้วมีเพื่อนแนะนำร้านยางร้านช่วงล่างใกล้ๆที่ทำงานผม ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า รอบที่แล้วที่เปลี่ยนยางก็เปลี่ยนร้านนี้แหละ ราคาถูกดี และคุณภาพของก็ไม่ได้แย่ ก็เลยโทรคุยและแจ้งว่าอยากเปลี่ยนโช้ค รถฮอนด้าฟรีด อยากได้ของถูก เจ้าของร้านใจดีก็เลยแนะนำตัวนี้ให้ Valeo ค่าของรวมค่าแรงประมาณ 7พัน ก็เลยสั่งไปทางโทรศัพท์ว่า ตกลง เดี๋ยวเข้าไปเปลี่ยน
อีกครึ่งชั่วโมงผมก็อยู่ที่ร้าน ส่งรถเสร็จก็ซื้อกาแฟสดแก้วนึงแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ค่าใช้บริการ grabcar เรียกรถจากร้านกลับมาโรงพิมพ์ ค่ารถ 80 ได้ส่วนลดโปรโมชั่น 50 บาท จ่ายเอง 30 บาท และอีก 2 ชั่วโมงก็เสร็จ ใช้ grabcar อีกรอบ จ่ายเอง 30 บาท ถูกกว่าแท็กซี่ทั่วไปอีกนะสำหรับการนั่งใกล้ๆ และได้รถใหม่ ได้คนขับสุภาพ
รถเก่า 9 ปี กับโช้คใหม่ทั้ง 4 ต้น ความรู้สึกคือ นิ่มดี นุ่มนวล รถวิ่งผ่านลูกระนาดก็ไม่สะเทือนมาก เนินหลังเต่าในซอยก็ไม่สะท้านเหมือนเดิมแล้ว ขึ้น ลง ยุบแล้วหยุด ใช้ได้เลย มีความรู้สึกว่ารถลอยอยู่เหนือพื้น ไม่ได้กลิ้งลากไปกับพื้นถนนแบบเดิม ความนุ่มราบเรียบคล้ายกับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องที่มีระบบกันสั่น มันสมู๊ทไม่กระโตกกระตากแบบกล้องเก่าๆ ผมยังไม่รู้ว่า Valeo รุ่นที่ร้านเลือกให้เป็นโช้คตรงรุ่นสำหรับฟรีดไหม เพราะพยายามหาข้อมูลก็ไม่พบเลยว่ามันเคยขายให้ฟรีดคันไหน แต่ก็คิดว่ามันคงพอใช้ได้แหละ เลยลองเสี่ยงเปลี่ยนดู เพราะนิสัยการขับรถของผมถือว่าเป็นคนขับรถช้า ขับรถไปหัวหินจากย่านฝั่งธนผมใช้เวลา 2.5-3 ชั่วโมง รถติดบ้าง รถวิ่งช้าบ้าง ไม่แซงบ้าเลือด เหมือนสมัยอายุ 25 ที่ตอนนั้นใช้เวลาในเส้นทางเดิมแค่ 90 นาทีก็ถึง
ไปรับรถที่ทำเสร็จ จ่ายเงินด้วยมือถือส่อง qr code ของร้าน สังคมไร้เงินสดพร้อมแล้วสำหรับคนไทย ธนาคารเดินเท้าเข้าไปวาง qr code ให้ร้านค้า ร้านขายยาสามแห่งที่ผมเคยซื้อมี qr code สำหรับจ่ายเงินทั้งหมด
ซ่อมลูกปืนล้อ และเบรกหลังฟรีด freed
อาการลูกปืนล้อหลังดัง เป็นอาการที่ช่างจากศูนย์ฮอนด้าแจ้งว่ามีเสียงดังผิดปกติ ต้องเปลี่ยน เนื่องจากถ้าใช้งานต่อไปจะมีเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนน่ารำคาญ และอาจเกิดความเสียหายตอนขับ เสียงดังที่เกิดขึ้นจะดังจนฟังเพลง ฟังรายการวิทยุไม่ค่อยรู้เรื่องหากขับรถเร็ว เพราะเสียงจากล้อจะดังแข่งกับลำโพงในรถ
ก็เลยให้ร้านช่วงล่างแถวบ้านเป็นคนตรวจสอบซ้ำและเปลี่ยนอะไหล่ให้ ทางร้านแจ้งว่า ลูกปืนดัง แต่ยังไม่แตก ยังขับได้อีกสักพัก แต่ก็ควรทำเพราะเสียงดังน่ารำคาญแล้ว ค่าอะไหล่ลูกปืนรวมดุมล้อหลัง และ ค่าน้ำมันเบรกดรัมล้อหลัง รวมกับค่าแรง เท่ากับ 4900 บาท
เช็คระยะ honda freed 200000 กิโลเมตร
ผมขับรถฮอนด้าฟรีดมา เกือบ 200000 กิโลเมตรแล้ว การเช็คระยะครั้งนี้ก็เลยเช็คแบบ 2แสน การเข้าศูนย์ครั้งที่แล้วทำที่ระยะ 160000 กิโลเมตร ส่วนระยะ 170000 และ 180000 ผมทำแค่เพียงเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองที่นอกศูนย์ เพราะไปซื้อน้ำมันเครื่องแถมลำโพงมา
ระยะ 200000 กิโลเมตร ฮอนด้าฟรีดยังคงใช้งานได้ดี แต่ก็มีอาการของเสียอยู่ตามอายุ หลังจากเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ ล้างเกียร์ครั้งใหญ่ ช่างก็เช็คอาการรถที่ควรเปลี่ยนหลายอย่าง คือ ดุมล้อหลังเริ่มแตก จะมีเสียงดังตอนวิ่ง ผ้าเบรกหน้าแตก ส่วนโช้คอัพที่ผมสงสัยว่าจะเสื่อแล้วช่างตรวจสอบแล้วแจ้งว่า โช้คกระด้าง บอกแค่นี้ก็เท่ากับว่า ยังไม่เสีย แค่กระด้าง…. แล้วกระด้างแปลว่าอะไรกัน
ค่าใช้จ่ายเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนหลอดไฟ หัวเทียน …. อุปกรณ์ข้างเคียง โดนไป 6000 บาท ล้างเกียร์อีก 3500 บาท จบแค่ส่วนเช็คระยะ ส่วนงานซ่อมอื่นๆที่ช่างตรวจให้ก็มีใบแจ้งราคามาให้ตามภาพ ถ้าทำทั้งหมดคงต้องใช้เงินอีก 3หมื่นกว่าบาท
ต่อทะเบียนรถขึ้นปีที่8
การต่อทะเบียนรถยนต์เมื่ออายุเข้าสู่ปีที่ 8 เป็นการต่ออายุที่ต้องมีการตรวจสภาพรถเสียก่อน การตรวจสภาพรถจะต้องไปทำที่ศูนย์ตรวจสภาพซึ่งอยู่ตามอู่รถต่างๆ ส่วนมากจะมีป้ายขึ้นไว้ว่า “ตรอ” หรือ ตรวจสภาพรถเอกชน ซึ่งการตรวจก็จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าใช้จ่าย 200 บาท เมื่อตรวจเสร็จจะได้กระดาษมา 1 ใบ สิ่งที่จะต้องเตรียมไปใช้ในการตรวจสภาพก็คือ สำเนาทะเบียนรถที่ถ่ายจากเล่มคู่มือจดทะเบียน หากไม่ได้พกสำเนา หรือ ลืมถ่ายเอกสารไว้ ก็ใช้วิธีถ่ายรูปก็ได้ เนื่องจากพนักงานตรวจสภาพจะต้องกรอกข้อมูลรถให้ตรงกับเล่มทะเบียนนั่นเอง ตรงนี้เดาไม่ได้ ต้องลอกตามคู่มือ
เมื่อได้ใบตรวจสภาพมาแล้ว ก็ให้ใช้งานร่วมกับใบคู่มือจดทะเบียน และใบ พรบ ที่ไปซื้อจากร้านค้า หรือ ซื้อจากบริษัทประกันภัยก็ได้ การไปต่อทะเบียนที่สะดวกสำหรับผมคือ ไปที่ บิ๊กซี สาขาที่มีบริการต่อทะเบียนรถ ซึ่งจะทำได้ในวันเสาร์และอาทิตย์ ผมจำเวลาแน่นอนไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไปช่วงบ่ายของวัน ซึ่งวันนี้ผมไปทะเบียนที่บิ๊กซีสาขาบางบอน
สรุปว่า ต้องมีเอกสาร 3 อย่างนี้เพื่อไปต่อทะเบียนคือ
1 คู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง
2 ใบตรวจสภาพรถเมื่อรถอายุเกิน7 ปี รถผมต้องตรวจสภาพครั้งแรกในการต่ออายุเข้าสู่ปีที่8
3 ใบ พรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
ใช้เวลาในการต่อทะเบียนไม่เกิน 3 นาที และคิวก็ไม่ยาวด้วย ผมไปยืนรอแค่คิวเดียวก็ได้ยื่นเอกสารเลย นับเป็นความสะดวกที่ขนส่งได้จัดบริการไว้ให้ น่าชื่นชมมาก ค่าใช้จ่ายในการต่อทะเบียนปีนี้ของฮอนด้าฟรีดคือ 1150 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจากปีก่อนเสียด้วย
อ่านประกาศจากกรมการขนส่งทางบกเรื่องต่อทะเบียนในห้าง
https://www.dlt.go.th/th/public-news/view.php?_did=2312
เปลี่ยนแบตเตอรี่ฮอนด้าฟรีด 2560 หลักกิโล 182704
รถฮอนด้าฟรีดของผมกำลังเข้าสู่ปีที่ 8 ซึ่งการต่อทะเบียนในเดือนหน้ารถผมต้องตรวจสภาพรถแล้ว จากรถใหม่กลายเป็นรถเก่าที่กรมการขนส่งก็ไม่เชื่อใจ ต้องมีใบตรวจสภาพรถก่อนจะอนุญาตให้ต่อทะเบียนได้ และการใช้งานตัวรถก็ผ่านมาถึง 182704 กิโลเมตร ซึ่งในวันนี้ วันที่เขียนโพสท์นี้ แบตเตอรี่ของรถก็ตาย หมดไฟไปดื้อๆแบบกระทันหันมาก ตอนเช้ายังสตาร์ทติด ตอนสายก็สตาร์ทติด ตอนกลางวันไปทำธุระใกล้ๆก็สตาร์ทติด ซึ่งทั้งหมดผมก็รับรู้ได้ว่า กำลังไฟมันน้อยลง และสตาร์ทติดยากกว่าตอนแบตเตอรี่ยังสมบูรณ์อยู่
พอบ่ายๆก็สตาร์ทไม่ติดเสียแล้ว และไม่มีวี่แววว่าจะติดได้ เพราะไฟหมดจริงๆ หลายวันก่อนหน้านี้ผมก็รู้สึกถึงความหน่วงหรือ ความกำลังอ่อนของแบตเตอรี่ และก็ได้รีบซื้อน้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่มาเติมโดยเร็ว เปิดขึ้นมาดูก็พบกว่าน้ำในแบตเตอรี่แห้งไปจริงๆ รีบเติมเข้าไปหวังว่าจะช่วยได้ มาวันนี้ก็สตาร์ทไม่ติดจนได้ ต้องเอาเพาเวอร์แบงค์ที่มีสายไฟพ่วงแบตมาช่วยสตาร์ท รอรถปั่นไฟเข้าแบตสักสิบนาที แล้วลองสตาร์ทใหม่ พอลองสตาร์ทตรงอีกรอบ ไม่ติด แสดงว่าแบตหมดสภาพจริงๆ
ก็เลยได้ไปอุดหนุนร้านแบตเตอรี่ที่เคยใช้บริการ รอบนี้ผมไม่รู้ว่าเขาจะจำผมได้ไหม เพราะผมก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ที่นี่มาหลายลูกแล้ว เจ้าของร้านสองคนผัวเมียยังคงช่วยกันทำงานดูน่ารักดี ผู้ชายเปลี่ยนแบต ผู้หญิงส่องไฟ
ส่วนแบตเตอรี่อันเก่ายี่ห้อ 3k ก็ถอดออกมาทิ้ง ไม่รู้ทางร้านจะเอาไปทำอย่างไร แต่ก็ไม่ได้ขนกลับ
คราวที่แล้วผมเลือกแบตเตอรี่แบบถูกที่สุด คือแบบที่ต้องเติมน้ำกลั่นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุผลว่า ถ้าคุณภาพเท่ากันแล้วจะจ่ายแพงกว่าทำไม แต่รอบนี้ ลองเปลี่ยนเป็นแบบไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แบตเตอรี่ที่ทางร้านจัดหาให้เป็นแบบไม่มีช่องสำหรับเปิดเติมน้ำแล้ว ทางร้านบอกว่า ใช้จนพังไปเลย ไม่ต้องเติมน้ำ ราคาครั้งนี้ 1800 บาท
สตาร์ทรถติดแบบดีๆ ฟังแล้วเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยแบตเตอรี่แบบเต็มๆมันแตกต่างจากแบตใกล้ตายจริงๆ ขับรถกลับมาทำงานต่อ รถวิ่งเรียบขึ้นกว่าเดิม เหมือนมีพลังเยอะขึ้น ไม่รู้มันเกี่ยวอะไรกัน ความรู้สึกคล้ายๆกับได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ๆเลย
ลืมไปอย่างนึง ตอนที่แบตกำลังอ่อนมากๆ แต่ยังสตาร์ทรถได้นั้น มีอาการรวนกับประตูไฟฟ้าของฟรีดด้วย คือ บางครั้งประตูกดปุ่มเปิดก็ไหลออกมาปกติ แต่ตอนจะกดปิด บางทีรถก็ไม่ตอบสนอง ไม่สามารถกดปิดตามต้องการได้ ไม่รู้สาเหตุ แต่ก็เดาว่าคงเป็นเพราะแบตเตอรี่ไฟอ่อนเกินไปจนระบบทำงานผิดพลาด ต้องเอามือโยกปิดเอง
ย้อนกลับไปอ่านตอนเก่าเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ที่นี่
เปลี่ยนลูกหมาก honda freed หลักกิโล171650
เปลี่ยนลูกหมาก honda freed หลักกิโล171650 เปลี่ยนลูกหมากฮอนด้าฟรีดที่ศูนย์ราคาไม่แพงอย่างที่คิด
Honda freed ครบปีที่ 5 ซ่อมดุมล้อหลัง
ฮอนด้าฟรีดผ่านการใช้งานมาครบ 5 ปีแล้ว ยังไม่มีอาการเสียที่หนักหนา มีเพียงดุมล้อหลังที่ลูกปืนแตก อาการนี้ช่างที่ร้านทำเบรกเคยแจ้งไว้แล้วเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ตอนนั้นยังไม่หนักมาก เป็นแค่มีรอยร้าว เริ่มแตก แต่มาในเดือนนี้ เสียงลูกปืนล้อดังมาก เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 60-70 กมต่อชั่วโมงจะมีเสียงเหมือนเราเร่งเครื่องดังมาก คล้ายๆกับมีมอเตอร์ไซด์บิดตามรถเรา
เอาเข้าไปเช็คระยะ 130000 กม. ที่ศูนย์ฮอนด้า เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรองแอร์ กรองเบนซิน ก็ให้ช่างที่ศูนย์ตรวจดุมล้อให้อีกที ช่างศูนย์ก็รายงานว่ามีอาการลูกปืนแตกแล้ว ข้างขวาแตก ข้างซ้ายยังไม่แตก แนะนำให้เปลี่ยน ศูนย์แจ้งราคามาเกือบหกพันบาทรวมค่าแรงแล้ว เราเองก็รู้สึกว่าอยากลองสืบราคาที่อื่นดูก่อน และอีกอย่าง ช่างให้ความรู้มาว่า ลูกปืนแตกยังขับได้ แค่จะมีเสียงดังกวนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
ไปเช็คที่อู่ซ่อมฮอนด้าภายนอก ไปที่ร้านแห่งหนึ่งแถวพระรามสาม เป็นร้านที่เพื่อนเคยแนะนำ และผมก็เคยเอา freed ไปซ่อมแล้วหนึ่งครั้งซึ่งครั้งที่แล้วเป็นอาการหัวฉีดสกปรก ก็ทำการล้างทำความสะอาดให้ ค่าใช้จ่ายหลักร้อย แต่คราวนี้ดุมลูกปืน ช่างนอกเสนอราคามารวมค่าแรงแล้ว 3900 บาท ราคาถูกกว่าศูนย์สองพันบาท แต่ใช้อะไหล่เทียบให้แทน เพราะถ้าเอาอะไหล่แท้เบิกศูนย์ก็จะราคาเท่าศูนย์ ไม่ได้ถูกลง แต่จะได้ซ่อมเลยภายในวันเดียว ไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จ ก็เลยตกลงซ่อม ค่าใช้จ่ายออกมาดังนี้
ค่าของ 3400 บาท ค่าแรง 500 บาท รวม 3900 บาท
บันทึกไว้เพื่อให้คนที่ใช้รถรุ่นได้มีข้อมูลทางเลือกสำหรับการซ่อมนอกศูนย์ครับ
เปลี่ยนล้อ honda freed สองปี หกหมื่นกิโลเมตร
ขับรถฮอนด้า freed มา 2 ปีแล้ว ระยะทางประมาณหกหมื่นกว่ากิโลเมตร ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางสักที ผมเองไม่ใช่คนเล่นรถรักรถสักเท่าไหร่ พอใจที่จะขับรถคันเดิม แบบเดิมไม่ต้องแต่งเพิ่ม ยางที่จะต้องเปลี่ยนเลยไม่ได้หาข้อมูลว่าควรจะเลือกอย่างไรดี ยี่ห้อไหนเด่นเรื่องความเงียบ ยี่ห้อไหนเด่นเรื่องเกาะถนน ยี่ห้อไหนเด่นเรื่องประหยัดน้ำมัน ดังนั้นผมไม่คิดจะขวนขวายหายางลักษณะพิเศษเหล่านั้นเลย
สิ่งที่นึกขึ้นมาได้ในหัวก็คือ ถ้าได้ยางเดิม ล้อเดิมก็น่าสนใจ เพราะตั้งแต่รถ freed มีการปรับราคาก็ทำให้ยอดขายเพ่ิมขึ้นอย่างมาก สังเกตุได้จากรถ freed ป้ายแดงวิ่งให้เห็นกันทุกวันในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เยอะขนาดที่ว่าบางวันเห็นป้ายแดงหลายคันเสียด้วย บางวันผมก็ขับรถตีคู่ไปกับรถใหม่เหล่านั้น ขับไปก็มองไป รถ freed มันมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาจริงๆ ซึ่งรถป้ายแดงเหล่านั้นมีหลายคันที่เปลี่ยนล้อทันทีที่ออกจากโชว์รูม ผมเลยประกาศรับซื้อไว้ในคลับ thaifreed.com
ทีแรกว่าจะขอซื้อแค่ยางอย่างเดียว แต่ก็ไม่ค่อยมีใครขาย สุดท้ายเลยตัดสินใจซื้อทั้งล้อเลยดีกว่า รถที่ใจดีขายให้ผมเขาก็เข้ามาแจ้งในประกาศว่า รถเขาเพิ่งออกได้สองสัปดาห์ ล้อเก่าวิ่งไปประมาณ 300 กิโลเมตร ผมตกลงซื้อไม่ลังเลเลย ถึงวันที่ไปขนล้อเหล่านั้นกลับมาติดรถตัวเอง ดูจากตัวเลขที่ยางแล้วระบุวันที่ผลิตไว้ตอนเดือนมีนาคม ปี2012 ซึ่งเป็นข้อมูลที่สอดคล้องว่ารถคันนี้ขายถึงลูกค้าปลายเดือนพฤษภาคม 2012 ผมเลยมั่นใจว่าได้ของคุณภาพดีตามสภาพ คือสภาพเกือบ 100เปอร์เซ็นต์ ในราคาเก้าพันบาท ยางพร้อมล้อแม็กซ์ ราคานี้ผมถือว่าถูก เพราะว่า ถ้าให้ไปซื้อยางใหม่ไปเลย ผมอาจต้องจ่ายเส้นละสามพันบาทขึ้นไป การที่ได้ล้อพร้อมยางมาในราคาที่ต่ำกว่า แม้ต่ำกว่าแค่เพียงนิดเดียวผมก็ถือว่าคุ้มสำหรับผม เพราะเมื่อเปลี่ยนของใหม่ใส่เข้าไป ผมยังสามารถเอาของเก่าไปขายได้อีกที
ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนสั่งสอนกันทั่วบ้านทั่วเมืองว่ายางรถยนต์มีอายุการใช้งานประมาณสองปีถ้านับตามเวลา หรือ 40000 กิโลเมตรถ้านับตามระยะทาง ผมก็จำตัวเลขเหล่านั้นมาตลอด และรถคันเก่าก็พยายามเปลี่ยนตามระยะทางที่่ว่า แต่กับ freed คันนี้ผมขับเพลินจริงๆ และช่วงจังหวะที่มันเลยสี่หมื่นกิโลเมตรผมก็ลืมที่จะเปลี่ยนยางให้มัน มันอาจจะเป็นเพราะปลายปีทีแล้วผมยุ่งมากกับภาระต่างๆทั้งงานและปัญหาน้ำท่วม และปัญหาสุขภาพของพ่อผมเอง ก็เลยไม่ได้เปลี่ยนตอนถึงเวลาที่ควรเปลี่ยน
พอได้ยางจากรถป้ายแดงมา ก็หาร้านริมทางแวะเปลี่ยนทันที ค่าแรงเปลี่ยนทั้งล้อทางร้านบอกราคาล้อละ 50 บาท สี่ล้อ 200 บาท ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง แต่ผมก็ขี้เกียจเปลี่ยนเอง รอช่างเปลี่ยนครบทั้งสี่ล้อแล้วเช็คน็อตอีกทีว่าใส่ครบทุกตัว เพราะเคยอ่านผ่านๆในเว็บพันทิพย์ว่าเคยมีรถเข้าศูนย์แล้วทางศูนย์ใส่น็อตไม่ครบ หรือไขไม่แน่น อ่านแล้วจำแบบหลอนๆ กลัวมากเรื่องช่างมักง่าย
เปลี่ยนของใหม่เข้าไป ถอดของเก่าเก็บ ทำการล้างล้อเก่าให้สะอาด สภาพล้อเก่ายังดูดีอยู่เลย ยางไม่ได้สึกจนโล้น การวิ่งไปสองปี ในระยะหกหมื่นกิโลเมตรผมเข้าใจว่าดอกยางจะสึกมากกว่านี้ แต่เท่าที่เห็นมันยังมีระยะความลึกอยู่มาก น่าจะใช้งานได้อีกนาน แต่เพื่อนก็เตือนไว้ว่าถ้าเปลี่ยนได้ก็ควรเปลี่ยน แม็กส์บางวงสภาพแทบจะร้อยเปอร์เซ็น มี 1วงที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อย อีก 1 วงมีขีดยาวลึก ซึ่งผมจำไม่ได้เลยว่าเอาไปเบียดกับอะไรมา จากนี้คงจะทะยอยประกาศขายออกไป
การได้ล้อและยางสภาพป้ายแดงมาใช้มันก็คือล้อใหม่ ยางใหม่นั่นแหละ ความนุ่มของยางทำให้รถสะเทือนน้อยลง ความรู้สึกจากการได้เปลี่ยนยางมันทำให้เรารู้สึกเหมือนรถเราสภาพดีขึ้นคล้ายๆรถใหม่ อีกทั้งยังได้เปลี่ยนล้อเก่าที่มีตำหนิชวนรำคาญสายตาออกไปด้วย ผ่านเรื่องยางไปผมเริ่มนึกถึงโช้คอัพแล้ว กะว่าอีกสักปีหรือสองปีจะลองประกาศซื้อโช้คป้ายแดงอีกสักที เพราะสมาชิกที่เล่นใน thaifreed.com มีคนเปลี่ยนโช้คอยู่เนืองๆ ขอบคุณ thaifreed.com อย่างมากที่่เป็นสังคมออนไลน์ที่นอกจากได้ความรู้แล้วยังเปิดโอกาสสมาชิกได้แลกเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับรถอีกด้วย ที่นี่อบอุ่นครับ
เปลี่ยนแบตเตอรี่ honda freed
รถยนต์ Honda Freed ใช้งานมาประมาณ 50000 กิโลเมตร ผมเอาเข้าศูนย์ฮอนด้าแถวบ้านเพื่อเช็คระยะ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ช่างที่ศูนย์มีการตรวจสอบเช็คของเหลวต่างๆในรถให้ตามปกติ ตรวจสอบสภาพไฟแบตเตอรี่แล้วก็แจ้งว่าควรจะเปลี่ยนแล้ว พร้อมกันแนบผลการตรวจให้ดูด้วย
ผมถามราคา พนักงานที่ศูนย์แจ้งราคามาว่าประมาณ 2900 บาท ผมรู้สึกว่าแพงไปหน่อย ก็เลยไม่เปลี่ยนในศูนย์ ตั้งใจจะเปลี่ยนข้างนอก เพราะคุ้นๆว่าแบตรถ city civic และ accord จะถูกกว่านี้
ขับรถออกไปใช้งานปกติ การเปลี่ยนแบตเตอรี่รอบนี้ผมตั้งใจจะเปลี่ยนก่อนที่จะไฟหมดตามสภาพ ขับรถมาสิบปี เปลี่ยนแบตมาห้าครั้ง ทุกครั้งไฟหมดสตาร์ทไม่ติดเสมอ รอบนี้ก็เลยตั้งใจว่าจะต้องรีบเปลี่ยนก่อนจะต้องพ่วงสตาร์ท
หลายวันต่อมาผมขับรถไปร้านบีควิกสาขาแถวบ้าน ไปดูราคาแบตเตอรี่ ในใบปลิวของร้านมีราคาเริ่มต้นที่ 2190 บาท เป็นราคาของแบตเตอรี่ขนาด 35 แอมป์ ผมแจ้งรุ่นรถ Honda freed กับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่เข้าไปในห้องสักครู่ก็ออกมาพร้อมใบราคา รถผมต้องใช้ 45 แอมป์ ราคาอยู่ที่ 2490 บาท ผมรู้สึกลังเลนิดหน่อย ก็เลยไม่เปลี่ยนที่นี่
ขับรถไปร้านริมถนนดีกว่า เพราะผมจำได้ว่ารถคันเก่าของผมเป็นรถเก๋งเครื่องยนต์ 1600CC เปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่เคยเกิน 2000 บาท ออกจากราชพฤกษ์เลี้ยวรถมาจอดที่ถนนวุฒากาศ ร้านแรกที่เจอเป็นร้านท่อเฮดเดอร์และแบตเตอรี่ เช้าวันอาทิตย์ใครเปิดร้านผมคิดว่าร้านนี้ตั้งใจทำงาน จอดรถให้เขาดู เถ้าแก่ในร้านดูแบตแล้วก็บอกว่าน่าจะประมาณ 35 แอมป์ ราคา 1500 บาท ผมทำท่าคิดนิดหน่อยแล้วก็บอก “เปลี่ยนเลยครับ”
จากนั้นเถ้าแก่ก็แกะแบตยี่ห้อ 3k จากกล่องใหม่ แล้วก็เอาไปเติมน้ำกลั่น แล้วก็มาเสียบไฟชาร์จเบื้องต้นก่อน เถ้าแก่บอกว่าให้นั่งรอชาร์จไฟประมาณ 20 นาที
ส่วนแบตลูกเก่าที่ยกออกมาก็ไม่ได้มีสเป็คอะไรบอกไว้ แต่ขนาดต่างๆมันเท่ากับแบตลูกที่ผมกำลังจะเปลี่ยนก็เลยคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
ก่อนจะยกแบตลูกเก่าออก ทางร้านมีแบตสำหรับการพ่วงไฟชั่วคราวสำหรับการเสียบไฟค้างไว้ด้วย การเปลี่ยนแบตทั่วไปถ้ายกแบตออกทันที การตั้งค่าของระบบแอร์และระบบไฟต่างๆของรถยนต์จะทำการ reset ค่าทั้งหมด การร reset ค่าต่างๆไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะแอร์มันก็เปิดขึ้นมากดปรับให้เย็นลงได้ไม่ยาก แต่ที่มักจะมีปัญหาปวดหัวก็คือเครื่องเสียงที่ตั้งค่าซับซ้อน เท่ากับว่าเราต้องปรับแต่ง จูนเสียงใหม่เลย มันเป็นเรื่องน่าเบื่ออย่างหนึ่ง ร้านนี้มีแบตเตอรี่แบ็คอัพให้ระหว่างเปลี่ยน ผมคิดว่ามันเป็นความปราณีตอย่างหนึ่งของร้านนี้
ติดตั้งเสร็จลองสตาร์คเครื่อง ทุกอย่างปกติ แอร์และเครื่องเสียงอยู่ในค่าเซ็ทอัพค่าเดิม จ่ายเงินแล้วก็ขับออกมา





































