ข้อดีของการใช้ dropbox

dropbox เป็นบริการตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อการทำงานอย่างมาก ผมรู้จักบริการตัวนี้ในยุคที่เริ่มใช้ netbook จริงจัง ซึ่งการใช้ netbook จะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ตัวเล็ก เบา สเป็คไม่สูงมาก พื้นที่ฮาร์ดดิสก์จำกัด มีความคล่องตัว พกพาง่าย และต่ออินเทอเน็ตจากที่ไหนก็ได้ที่มี wifi หรือ โน้ตบุ๊คบางตัวก็ใส่ซิมแล้วสามารถออนไลน์ได้ตลอดเวลา และการใช้งานยุคนั้นก็จะมีการใช้ซอร์ฟแวร์ที่ช่วยเก็บไฟล์งานบนคราวด์ นั่นทำให้รู้จัก dropbox เป็นครั้งแรก

บริการ dropbox เป็นบริการบนอินเทอเน็ต เราสามารถเก็บไฟล์ต่างๆไว้ใน ระบบ cloud ของ dropbox และไฟล์นั้นก็จะอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราด้วย ไฟล์ทั้งสองแห่งจะเหมือนกันตลอดเวลา เวลาเราแก้ไขไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา หรือในโฟลเดอร์ dropbox ในเครื่องของเรา ไฟล์นั้นก็จะถูกอัพโหลดไปอยู่ใน cloud ด้วย นั่นทำให้เรามีไฟล์อัพเดทเสมอใน cloud และ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา

ถ้าเราใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอยู่ที่อ๊อฟฟิศ และพกโน้ตบุ๊คติดตัวเพื่อทำงานนอกสถานที่ โดยที่ทั้งสองเครื่องเชื่อมกับ dropbox เอาไว้ เราจะแก้ไขไฟล์ต่างๆในเครื่องตั้งโต๊ะ ไฟล์นั้นจะถูกส่งขึ้นไปบนcloudเสมอ และเมื่อเราเปิดโน้ตบุ๊คที่ร้านกาแฟ เมื่อเราต่ออินเทอเน็ตและ dropbox ในโน้ตบุ๊คเริ่มทำงาน ไฟล์จาก cloud ที่อัพเดท จะไหลเข้าสู่โน้ตบุ๊คเราอัตโนมัติ นั่นทำให้เรามีไฟล์ที่อัพเดทอยู่เสมอในโน้ตบุ๊ค และที่เจ๋งสุดๆก็คือเราเข้าถึง dropbox ผ่านมือมือหรือแท็บเบล็ตได้ด้วย นอกจากจะสะดวกต่อการทำงานแล้ว เราก็ยังได้ผลพลอยได้เป็นการแบ็คอัพ เพราะมีไฟล์ล่าสุดทุกไฟล์ในโฟลเดอร์ที่อยู่ใน cloud นั่นเอง

ผมมีไฟล์คิดราคางานสิ่งพิมพ์จำนวนมากเป็นหมื่นไฟล์ เพราะทำงานคิดราคางานพิมพ์มายาวนานกว่ายี่สิบปี ก่อนจะมี dropbox ก็เก็บไฟล์ไว้ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านอย่างเดียว โน้ตบุ๊คยังไม่ค่อยพกไปนั่งทำงานข้างนอก เวลาจะคิดราคาก็จะกลับมาคิดราคาในที่ทำงาน ไฟล์ก็จะอยู่ที่เดียวเสมอ การไปคิดราคาข้างนอก นั่งทำงานนอกสถานที่ เราจะต้องก็อปปี้ไฟล์คิดราคามาเก็บไว้ในที่ทำงานด้วย สมัยก่อนก็จะใช้วิธีก็อปปี้ใส่แฟลชไดร์ฟ แล้วมาก็อปปี้ลงเครื่องอีกที แต่พอยุคสมัยที่มี dropbox ให้ใช้ ทุกไฟล์ที่ใช้คิดราคาอยู่ใน cloud และอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน และอยู่ในโน้ตบุ๊คเสมอ นี่คือความสะดวกขั้นสุดของบริการ dropbox

ข้อดีของการเก็บไฟล์ใน cloud คือ ไฟล์มีความปลอดภัย แต่ cloud ของระบบอื่นๆอย่าง google drive หรือ onedrive จะเก็บไฟล์ไว้ใน cloud แต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีไฟล์ตัวจริงอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ถ้าเน็ตล่มไม่สามารถออนไลน์ได้ เราจะเข้าถึงไฟล์ไม่ได้เลย แตกต่างจาก dropbox ที่ไฟล์อยู่ในเครื่องเราด้วย นั่นทำให้การเข้าถึงไฟล์แม้จะไม่มีอินเทอเน็ต ก็ยังทำงานกับไฟล์งานของเราได้ ต่อให้เน็ตล่ม เราก็ยังทำงานกับไฟล์เก่าได้ และเมื่อทำงานเสร็จ เราก็แค่รอให้อินเทอเน็ตกลับมาใช้งานได้ เมื่อออนไลน์อีกครั้ง dropbox จะทำการอัพเดทไฟล์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้ทุกที่มีไฟล์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเหมือนกัน

ลองสมัครใช้บริการ dropbox ดู เพื่อใช้ประโยชน์จาก cloud ให้เต็มที่ สมัครได้ที่นี่

5minutes presentation 22oct2024

สัปดาห์นี้เราได้พบกับสมาชิก bni กลุ่ม heritage และคิวการพรีเซ้นพิเศษ 5 นาทีเป็นของคุณกบที่ปรึกษากลยุทธธุรกิจและแฟรนไชส์ กับ คุณจุ๋มที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ทั้งคู่ช่วยพัฒนาธุรกิจของลูกค้าให้ไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร ลองดูคลิปพรีเซ้นของทั้งสองท่านนี้

22oct2024 คุณกบ ที่ปรึกษากลยุทธธุรกิจและแฟรนไชส์

LINE_ALBUM_HRT Member Name Card_241029_28

22oct2024 คุณจุ๋ม ที่ปรึกษากลยุทธการตลาดออนไลน์

LINE_ALBUM_HRT Member Name Card_241029_53

พิมพ์หนังสือสวดมนต์

ผมได้รับงานให้ออกแบบและจัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์ ก็เลยลองทำดู รวบรวมบทสวดที่มีอยู่จำนวนมากมาจัดทำเป็นรูปเล่ม ขนาดกระทัดรัด และได้เลือกภาพที่เคยถ่ายสะสมไว้มาทำเป็นหน้าปก ซึ่งก็โชคดีที่ผมเคยถ่ายภาพเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาอยู่บ้าง สมัยเป็นช่างภาพหัดถ่ายภาพก็มักจะต้องไปเที่ยววัด เที่ยวอยุธยา เมื่อมีโอกาสก็ถ่ายภาพพระพุทธรูปเก็บเอาไว้ จนวันหนึ่งได้ใช้งานจริงๆ เป็นความภาคภูมิใจเรื่องหนึ่งของการถ่ายภาพ

ก่อนจะเลือกภาพนี้ขึ้นปก ก็มีการคัดเลือกไว้หลายภาพ ผมเลือกใช้ภาพถ่ายจริงเป็นภาพขึ้นปก เพราะไม่ได้มีความสามารถในการวาดภาพประกอบแนวฟุ้งๆฝันๆ เลือกภาพถ่ายที่เคยถ่ายจะเข้าทางมากกว่า ภาพเหล่านี้ถูกคัดเลือกมาให้ลูกค้าดู และลูกค้าก็เลือกภาพเศียรพระสีทองภาพนี้เป็นเล่มหลัก

_MG_6858

ภาพอื่นๆก็มาจากหลายโอกาส ทุกภาพที่คัดมาก็ดูแล้วสามารถใช้ทำเป็นปกหนังสือสวดมนต์ได้ ในรอบนี้จะใช้สามปก รอบอื่นๆก็แล้วแต่ลูกค้าว่าจะเลือกใช้ภาพไหน เพราะทางโรงพิมพ์ก็มีภาพสต๊อคที่ถ่ายเองเก็บไว้จำนวนมาก เดี๋ยวจะทะยอยนำออกมาให้เลือกใช้ทำปก หนังสือสวดมนต์ที่มีภาพถ่ายสวยๆก็น่าจะทำให้คนซื้อไปบริจาคไม่รู้สึกจำเจ ใครสนใจก็ทักเข้ามาได้ เรารับผลิตหนังสือสวดมนต์ตามสั่ง ทั้งผลิตเพื่อขาย หรือ เพื่อให้เจ้าภาพซื้อไปบริจาค

IMG_20241004_135301

_MG_1634Full-ayutthaya-11nov2007

_MG_1576Full-ayutthaya-11nov2007

021-1228x1228

S__29351943
S__29351944

สั่งซื้อหรือสั่งผลิตได้ที่

5minutes presentation 15oct2024

กิจกรรมการประชุมทางธุรกิจที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ นอกจากสมาชิกจะแนะนำตัวจนครบทุกคนแล้ว ก็ยังมีช่วงเวลาพิเศษที่จะเปิดโอกาสให้พรีเซ้นพิเศษเป็นเวลาคนละ 5 นาทีจำนวนสัปดาห์ละ 2 คน เพื่อทำให้เพื่อนในกลุ่มเข้าใจธุรกิจของเรามากขึ้น คิวการพรีเซ้นจะถูกจัดเอาไว้ล่วงหน้า สมาชิกทุกคนต้องเตรียมตัว เตรียมข้อมูลให้ดีพอที่จะสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในกลุ่ม เพราะเพื่อนที่เข้าใจธุรกิจของเราจะได้ช่วยมองหาลูกค้าที่เราต้องการได้

รอบนี้เป็นคิวของธุรกิจเครื่องกรองน้ำและเฟอร์นิเจอร์สาน

15oct2024 คุณภีม เครื่องกรองน้ำ coway

Name Card_Coway_Pimchamapa Cho 9 x 5.5 cm

15oct2024 คุณนพ งานเฟอร์นิเจอร์ สาน หวาย เชือก

LINE_ALBUM_HRT Member Name Card_241029_11

ชิมข้าวมันไก่เฉินกง

DSC04091

เฉินกงเป็นชื่อร้านข้าวมันไก่ ในเฟสบุ๊คของร้านแจ้งว่ามีหลายสาขา ผมไปลองกินที่สาขาถนนบางขุนนนท์ ร้านอยู่ริมถนน จอดรถยากมาก เพราะตำแหน่งร้านอยู่ติดทางม้าลาย อยู่ติดกับพื้นที่สีขาวแดง และขาวดำ ก็คือห้ามจอด ประกอบกับถนนบางขุนนนท์มีคนจอดรถแทบจะตลอดถนนในย่านที่มีของกินเปิดขาย ใครขับรถยนต์ไปกินสาขานี้ก็ต้องวัดดวงว่าจะโดนล็อคล้อหรือเปล่า เพราะทีมตำรวจในถนนเส้นนี้หูตาไวมาก น่าชื่นชมที่ขยันทำงานที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของกรมฯ ผมแวะมากินร้านนี้ในครั้งที่สองด้วยการขับจักรยานมาเพราะต้องการจะกินแบบใจเย็น ไม่ต้องกังวลเรื่องจอดรถ ดูภาพประกอบมีจักรยานอยู่หน้าร้าน นั่นแหละของผมเอง

DSC04083

สภาพร้านคนค่อนข้างน้อย ผมไปนั่งในร้านมีโต๊ะนั่งสบายๆ แต่มีมอเตอร์ไซด์มารอรับของเยอะ น่าจะแทบตลอดเวลา สั่งอาหารไปสักพักต้องรออยู่พอสมควรเลยเพราะว่าคิวของไรเดอร์มีหลายคิว อาหารมีราคาตั้งแต่จานละ 50 บาท ขึ้นไป สิ่งที่ดูในรูปแล้วอยากลองกินก็คือเมนู ไก่สับ ผัก ข้าว น้ำจิ้ม ใส่ถาดมา ดูอลังการและราคาไม่แพง

DSC04078

ไก่สับมีความวาวดูฉ่ำน่ากิน เนื้อนิ่ม ไม่แห้ง ใครชอบของนิ่มน่าจะถูกใจสุดๆ เนื้อนิ่มแบบนี้เด็กและคนแก่น่าจะชอบ ส่วนผักลวกพร้อมซีอิ๊วกระเทียมเจียวก็น่ากิน รสชาติดี ตัวเม็ดข้าวคุณภาพธรรมดาไปหน่อย ข้าวมันไก่เทพๆทั้งหลายมักจะเด่นตั้งแต่ตัวข้าว กินเปล่าๆก็อร่อย แต่ร้านนี้ยังไม่ถึงแบบนั้น น้ำซุปใส่ถ้วยเกรดธรรมดาไม่โดดเด่นให้จดจำ น้ำจิ้มมี 2 อย่าง ทั้งคู่เป็นแบบที่ผมไม่ชอบ แต่ก็กินได้ ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในร้านนี้คือเนื้อไก่ มันนิ่ม อร่อย จนต้องอ่านใบปลิวโฆษณาบนโต๊ะ เป็นเรื่องราววิธีเลี้ยงของฟาร์มไก่

DSC04085

นอกจากไก่ต้มก็มีไก่ทอด มีข้าวขาหมูด้วยแต่วันนี้ไม่ได้ลองกิน เพราะตั้งใจจะกินข้าวมันไก่ให้หายข้องใจ เมนูไก่สับเสิร์ฟพร้อมข้าวที่คุ้นเคยคือข้าวมันไก่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังจากชิมที่เฉินกงแล้วผมก็สรุปว่าเฉินกงอร่อยกว่า ถูกกว่า แม้ว่าอุปสรรคการจอดรถจะทำให้ไม่น่าแวะ แต่การกินแบบเสิร์ฟเป็นถาดมันดูสวยงามน่ากินมากกว่า คนที่สั่งซื้อใส่ห่อกลับบ้านไม่รู้จะจัดจานได้น่ากินเท่าที่ร้านไหม ถ้าคิดแค่เอาใส่ปากเคี้ยวๆแล้วกลืน ไม่ต้องดูความสวยงามก็คงสั่งไรเดอร์หิ้วไปได้ แต่เชื่อเถอะว่ากินที่ร้านมันน่ากินกว่า

จุดควรปรับปรุงคือน้ำซุปที่เสิร์ฟตั้งแต่ลูกค้านั่งโต๊ะ สั่งอะไรยังไม่รู้แต่น้ำซุปเสิร์ฟให้แล้ว และกว่าที่อาหารจะมาเพราะต้องรอคิวไรเดอร์หลายคิว วันที่ผมไปกินผมรอเกือบสิบนาที ทำให้น้ำซุปไม่ร้อน ดูชืดและไม่น่ากิน ส่วนที่ซื้อกลับบ้านทำได้ดีกว่า ห่อด้วยกระดาษ ให้น้ำจิ้มพริกและซีอิ๊วดำสำหรับเด็กที่ไม่กินเผ็ดด้วย ตรงนี้ดี

DSC04089

จุดเด่นคือ ไก่นิ่ม อร่อย ผักก็อร่อย
จุดด้อยของสาขาถนนบางขุนนนท์คือ จอดรถยาก ผมต้องไปจอดไกลมากและก็เสี่ยงจะโดนล๊อคล้อ ถนนนี้เขาล๊อคจริง การขับรถไปกินอะไรในถนนบางขุนนนท์ตอนกลางวันให้เตรียมเงินค่าปรับล็อคล้อด้วย สถานีตำรวจอยู่ห่างจากร้านประมาณ 400 เมตร


เครื่องมือที่ใช้ทำการตลาดแบบบอกต่อ

15 hits

การตลาดแบบบอกต่อเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจที่อาศัยการบอกปากต่อปาก แต่จะทำอย่างเป็นระบบคือตั้งใจทำให้เกิดการบอกต่อ โดยการบอกต่อทางธุรกิจจะเกิดขึ้นจากตัวของเรามีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอ ซึ่งส่วนมากก็จะเกิดจากการที่เราทำงานมีคุณภาพและเรามีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี โดยสองปัจจัยนี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

ในกลุ่มเน็ตเวิร์คที่เราพบปะกันจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยน จับกลุ่มช่วยกันทำธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งของการบอกต่ออย่างมีคุณภาพ คาดหวังผลลัพธ์ได้ เราจะต้องมีเครื่องมือต่างๆต่อไปนื้เพื่อใช้ในการพูดคุย ทั้งการพูดคุยกันเองในกลุ่มเพื่อสร้างตลาดใหม่ และ การพูดคุยกับว่าที่ลูกค้าเพื่อสร้างความมั่นใจและทำให้เราปิดการขายได้

nec-4jun2024-Slide1

เครื่องมือมีดังต่อไปนี้

1 Testimonial
2 ภาพถ่ายสินค้าหรือภาพที่ทำงาน
3 โลโก้ลูกค้าที่เราเคยมี
4 รายชื่อพาร์ทเนอร์หรือคนในทีม
5 คำถามคำตอบเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเรา
6 รางวัลที่เคยได้รับ
7 บทความที่เกี่ยวกับธุรกิจของเราสินค้าที่กำลังจะออกใหม่
8 โบรชัวร์บริษัท
9 งานที่ทำให้ลูกค้าคิดถึงเรา
10 สินค้าที่เราอยากใช้แนะนำตัว
11 ใบเสนอราคางานเก่าหรือโปรเจ๊คเก่า
12 บทความวิเคราะห์ที่คุณทำเอง


มาลงรายละเอียดกัน

20240120103522_IMG_1136

1 Testimonial คือ จดหมายที่ลูกค้าเขียนให้กับเรา อาจเป็นจดหมายขอบคุณ อาจเป็นข้อความติชม การเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณภาพการทำงานของเราที่น่าเชื่อถือที่สุดคือการเล่าโดยลูกค้า ถ้าลูกค้าชอบงานของเราลองขอให้ลูกค้าช่วยเขียนเป็นข้อความหรือจดหมายทางการแล้วนำมาแสดงไว้ในเว็บไซต์หรือบอร์ดในบริษัท นำมาแสดงให้ทีมขายหรือว่าที่ลูกค้าได้อ่านมันช่วยสร้างความไว้วางใจได้สูงมาก

000046

2 ภาพถ่ายสินค้าหรือภาพที่ทำงาน บริษัทของเราทำอะไร ขายอะไร สร้างอะไร บริการอะไร การมีภาพประกอบด้วยเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการเล่าเรื่อง และเป็นการยืนยันตัวตนด้วยว่าเราคือคนทำงานจริง เรามีการผลิตจริง ภาพเหล่านี้ควรอยู่ในสื่อของบริษัท ทั้งเว็บไซต์ และโบรชัวร์

Slide05

3 โลโก้ลูกค้าที่เราเคยมี เป็นการบอกว่าเราได้รับการยอมรับจากใครบ้าง หากเป็นบริษัทที่ใหญ่โตเป็นที่รู้จักเราก็จะยิ่งน่าเชื่อถือ หาโลโก้ของลูกค้ามาใส่ไว้ในสไลด์แนะนำตัว หรือใส่ไว้ในเว็บไซต์ หรือ เอกสาร จดหมายข่าวต่างๆที่ลูกค้าคนอื่นมองเห็นได้ง่าย

DSC02413

4 รายชื่อพาร์ทเนอร์หรือคนในทีม ในกลุ่มเน็ทเวิร์คที่เรามี เราสามารถจับกลุ่มร่วมกันหลายอาชีพเพื่อช่วยกันทำตลาด มีการสร้างทีมงานช่วยกันขาย คนในทีมของเรามีใครบ้าง อาชีพอะไรบ้าง เราต้องจำได้อย่างแม่นยำ สามารถเล่าข้อมูลคนในทีมได้อย่างไม่ติดขัด เวลาที่ลูกค้าของเราต้องการสินค้าบางอย่าง หรือ บริการบางชนิด ที่มีอยู่ในทีม เราสามารถให้ความมั่นใจ เล่าเรื่องเขาเบื้องต้นให้กับลูกค้าได้ทันที

IMG_4105

5 คำถามคำตอบเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเรา สินค้าและบริการทุกชนิดจะมีข้อมูลถามตอบเสมอ ลูกค้ามักจะถามคำถามอะไรเราจะมีหน้าที่ตอบ ให้เรารวมรวบคำถามและคำตอบมาไว้ด้วยกัน และใช้เป็นข้อมูลบอกเล่าสำหรับว่าที่ลูกค้ารวมถึงใช้สอนคนในทีมขายของเรา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สร้างความเชื่อมั่นว่าเราแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้

DSC02895
IMG_1047

6 รางวัลที่เคยได้รับ หรือบทสัมภาษณ์ลงหนังสือ เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่ามีคนมองเห็นคุณภาพงานของเราและยอมรับตัวเราอย่างแท้จริง

IMG_3653

7 บทความที่เกี่ยวกับธุรกิจของเราสินค้าที่กำลังจะออกใหม่ การมีแผนออกสินค้าใหม่เป็นการแสดงออกว่าเรายังอยู่ในธุรกิจ ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยังมีแผนการขยายธุรกิจ ส่วนบทความก็จะเป็นการแสดงตัวตนในอีกวิธีหนึ่ง เป็นงานสร้างคอนเท้นท์ที่ให้ผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคอนเท้นหรือบทความจะทำงานเป็นประชาสัมพันธ์และเซลส์ให้เราได้แบบไม่หลับไม่นอน

Slide09

8 โบรชัวร์บริษัท เราขายอะไร เราบริการอะไร โบรชัวร์จะเป็นสิ่งที่ช่วยสื่อสารเล่าเรื่องของเราให้กับลูกค้าฟังโดยตรง ภาพของเราในหัวลูกค้าจะชัดเจนขึ้น และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้ามีข้อมูลติดต่อเมื่อถึงเวลาที่ต้องการใช้งาน

IMG_0793

9 งานที่ทำให้ลูกค้าคิดถึงเรา อาจเป็นสินค้าระดับเรือธง บริการสุดพรีเมี่ยมที่เราภาคภูมิใจมากจนอยากเล่าให้คนอื่นฟัง งานที่ทำให้เราพัฒนาไปอีกระดับ หรืออาจจะเป็นงานที่เป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับในวงกว้าง

Slide13

10 สินค้าที่เราอยากใช้แนะนำตัว สินค้าที่เราโฟกัสว่าจะใช้เป็นพระเอกในการทำตลาด บริษัทเราอาจมีสินค้าหรือบริการหลายอย่าง ให้เลือก 1 อย่างมาเป็นตัวแทนในการใช้แนะนำตัว คิดเตรียมไว้ก่อน ตอนที่จะพูดแนะนำตัวจะได้พูดได้คล่อง ไม่ติดขัด

11 ใบเสนอราคางานเก่าหรือโปรเจ๊คเก่า หรือใบสั่งซื้อ เป็นการบอกถึงงานที่เราทำ และลูกค้ายอมรับจนเกิดการซื้อขาย เป็นหลักฐานว่าสินค้าของเราได้รับการยอมรับจริงๆ

Slide2

12 บทความวิเคราะห์ที่คุณทำเอง การเขียนบทความหรือคอนเท้นท์ลงในเว็บไซต์ ทั้งการบอกเล่า วิเคราะห์ หรือ การอัพเดทผลิตภัณฑ์ สิ่งต่างๆ ที่ถูกนำเสนอเป็นบทความในเว็บไซต์เป็นการแสดงออกถึงการมีตัวตน มีความสม่ำเสมอ และเป็นการเปิดเผยว่าคุณเป็นคนอย่างไร มีทัศนคติอย่างไร ที่ทำสำคัญ บทความยังเป็นสิ่งที่บอกว่าคุณยังอยู่ในธุรกิจ เป็นความน่าเชื่อถือที่สร้างได้ด้วยตัวเอง ทุกบทความจะทำงานให้เราเหมือนเป็นพนักงานหลายตำแหน่ง เช่น เป็นประชาสัมพันธ์ช่วยเล่าเรื่อง เป็นเซลส์ให้ข้อมูลลูกค้า และฝ่ายดูแลลูกค้าหลังการขายทำงานแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับผู้ซื้อ บทความจะทำงานแทนตัวเราแบบไม่หลับไม่นอน อยากมีทีมขายและทีมประชาสัมพันธ์ใหญ่แค่ไหน ให้เขียนบทความให้เยอะเท่านั้น

การตลาดแบบบอกต่อเป็นเครื่องมีทรงพลังสำหรับการขยายธุรกิจ มันสามารถสร้างยอดขายได้ไม่จำกัด ลงทุนต่ำในแง่ตัวเงิน แต่ต้องใช้เวลา ความอดทน และความจริงใจทดแทนเข้าไปเพื่อสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น และเมื่อความไว้วางใจสูงเพียงพอก็จะเกิดการตัดสินใจซื้อได้นั่นเอง


ทำหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางต่างประเทศ

ขอหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทาง

IMG_20240405_142854

ถ้าลูกจะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศโดยที่พ่อแม่ไม่ได้ไปด้วย หรือ ไม่ได้ไปพร้อมกันทั้งพ่อและแม่ ก็จะต้องมีเอกสารยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางที่ทำโดยพ่อหรือแม่ หรือผู้ปกครองซึ่งออกโดยสำนักงานเขตติดตัวไปด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขาออก(ฝั่งเรา) ตรวจสอบและอนุญาตให้เดินทาง ซึ่งเป็นข้อกำหนดของสากลเพื่อป้องกันการลักพาตัวและการค้ามนุษย์ ส่วนปลายทางที่เป็นขาเข้าของประเทศอื่นก็ยังไม่ทราบว่าจะตรวจอีกครั้งไหม บางประเทศอาจไม่ตรวจเลย ดังนั้นเตรียมไว้ก่อนชัวร์กว่า

เช่นถ้าแม่ไปเที่ยวต่างประเทศพร้อมกับลูก แต่พ่อไม่ได้ไปด้วย ก็จะต้องให้พ่อทำเอกสารยินยอมให้ลูกเดินทางไปต่างประเทศได้ โดยพ่อจะต้องไปที่สำนักงานเขตเพื่อทำเอกสารยินยอม และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการทำเรื่องมีดังนี้
1 สำเนาบัตรประชาชนคนทำ(พ่อ)
2 สำเนาบัตรประชาชนเด็ก
3 สำเนาสูติบัตรเด็ก
4 สำเนาทะเบียนบ้านคนทำ (พ่อ)
5 สำเนาทะเบียนบ้านเด็ก
6 บัตรประชาชนจริงของคนทำ (พ่อ)อีก 1 ใบ


เอกสารที่เป็นสำเนาให้คนทำ(พ่อ)เซ็นรับรองสำเนาทุกใบ สำเนาบัตรประชาชนของเด็กก็ให้พ่อรับรองสำเนาแทน ส่วนสำเนาบัตรประชาชนคนทำ(พ่อ) เจ้าหน้าที่จะให้เขียนเบอร์โทรของพ่อไว้บนสำเนาด้วย

แบบฟอร์มไม่ต้องหาไปเอง ที่สำนักงานเขตมีแบบฟอร์มในคอมพิวเตอร์บริการเลย เจ้าหน้าที่จะกรอกในคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์ออกมาให้พร้อมประทับตราด้วย และทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เวลาทำประมาณ 5 นาที

หากคุณหาข้อมูลในอินเทอเน็ต กูเกิ้ลจะส่งลิงค์ที่คนเข้าเยอะมาให้คุณอ่าน บางลิงค์ ถามเรื่องหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทาง แต่คนตอบกลับตอบวิธีทำหนังสือเดินทาง ก็ทำให้คนอ่านสับสน ผมก็เป็นคนที่มึนงงกับคำตอบนั้น สุดท้ายใช้วิธีเตรียมเอกสารเท่าที่มีแล้วเดินทางไปสำนักงานเขตเพื่อติดต่อทำเลยจึงได้ข้อมูลที่ถูกต้องมาเขียนในโพสท์นี้

สิ่งที่ต้องระวังคือบัตรประชาชนต้องไม่หมดอายุ ใครไม่ได้หยิบบัตรประชาชนมานานแล้วลองดูวันหมดอายุก่อนจะไปทำเรื่อง เพราะบัตรผมหมดอายุไปสองเดือน ต้องไปทำบัตรประชาชนใหม่ก่อน แล้วก็ถ่ายสำเนาบัตรใหม่แทนสำเนาบัตรเก่าที่เตรียมไปด้วย เสียเวลาทำบัตรประชาชนอีก 80 นาที และได้ภาพถ่ายในบัตรใหม่เป็นภาพเสื้อผ้าหน้าผมที่ไม่ได้เตรียมพร้อมจะถ่ายรูป ต่ออายุบัตรประชาชนครั้งนี้ผมก็ยังไม่สามารถมีภาพที่ถูกใจในบัตรประชาชนได้ ครั้งหน้าว่ากันใหม่

Testimonial จากลูกค้า

ตัวอย่าง testimonial จากลูกค้าที่ใช้บริการงานโรงพิมพ์ เวลาที่เรารับทำงานเราใส่ความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เหมือนเป็นงานของตัวเอง ทำงานกับลูกค้าราวกับว่าเราเป็นคนในบริษัทของลูกค้า เพราะลูกค้าเชื่อใจเราก็ต้องพยายามที่จะจบงานอย่างเรียบร้อยและทันเวลา

20240120103522_IMG_1136

งานที่ต้องการความเร่งด่วน เราจะแนะนำวิธีการทำให้รวดเร็ว การเตรียมข้อมูลดิบอย่างไรให้ส่งไปทำต่อในโรงพิมพ์ได้ทันทีโดยใช้เวลาน้อย การเลือกเทคนิคการพิมพ์แบบใด จบงานพิมพ์ในรูปแบบใด จะประหยัดเวลาที่สุด และเมื่อเริ่มงานแล้วเราก็เฝ้าติดตามทุกขั้นตอนงานพิมพ์เพื่อป้องกันความผิดพลาด งานจะได้เสร็จทันกำหนด

narrow calendar testimonial-page-001

บางงานเราก็นำเสนอไอเดียน่ารัก ทำงานพิมพ์คัสต้อม ลูกค้าอยากได้ความแตกต่าง เราก็ทดลองทำทุกไอเดียที่น่าจะผลิตได้ ทดลองทำจนจบขั้นตอน ทดลองให้เจ้าของงานได้หยิบ ได้จับ ได้ทดลองใช้ เมื่อแน่ใจในชิ้นงานแล้วก็เริ่มผลิต งานที่ส่งมอบ จะตรงวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน

จม. ขอบคุณโรงพิมพ์จอมทอง testimonial

งานพิมพ์เกือบทุกชนิดสามารถพิมพ์ได้ตามจินตนาการของลูกค้า อะไรก็เป็นไปได้ แต่ถ้าเรามีข้อจำกัดในด้านงบประมาณ เราก็ต้องให้โจทย์กับโรงพิมพ์เพื่อให้เลือกวิธีผลิตที่จำกัดงบ หรือถ้างานมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา การขอให้โรงพิมพ์แนะนำวิธีการที่เร็วที่สุดสำหรับการมีงานพิมพ์ไปใช้ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ โรงพิมพ์ที่ชำนาญและมีประสบการ์ณที่ยาวนานจะสามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ 

PSU หุ่นยนต์เพิ่มกำลังการผลิต ไม่เพิ่มคน

อารีย์ สวัสดิ์มูล เป็นคนจังหวัดนนทบุรี   ที่บ้านเป็นชาวสวนทุเรียน ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ  ชีวิตวัยเด็กจะช่วยเก็บดอกไม้ไปส่งขายแม่ค้าพวงมาลัย     ตอนเช้าไปส่งดอกไม้เก็บเงินแล้วค่อยไปเรียน ตอนเย็นกลับไปขายดอกไม้ต่อที่ตลาด  สองทุ่มก็เก็บแผง กลับบ้าน  เป็นคนขายของทำธุรกิจตั้งแต่เด็ก

สมัยเรียนก็เป็นทั้งนักวิ่ง นักวอลเล่บอล  เป็นคนเล่นกีฬาและเรียนดี จนมีทุนการศึกษาจากหลายสถาบัน  ในที่สุดก็ได้เลือกไปเรียนที่ช่างกลนนทบุรี  โดยเลือกไม่เรียนสายวิชาการช่วงมัธยมปลาย เนื่องจากอยากเรียนรู้เกี่ยวกับสาขาอิเล็กทรอนิกส์ เรียนจบวุฒิ ปวช.  เรียนต่อ ปวส. ทางด้านคอมพิวเตอร์ที่ราชมงคลพระนครเหนือ  เรียนสองปีก็จบและได้ไปสอบเข้าเพื่อเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมไฟฟ้า เทคโนบางมด ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี   จนจบเป็นวิศวกร ไฟฟ้า

ที่บางมดช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ อาจารย์มีรับจ๊อบเดินสายไฟตามตึก   ก็เลยติดไปรับจ๊อบด้วย ทำให้ไม่ได้กลับบ้านในช่วงวันหยุดเลย  งานรับจ๊อบได้ค่าแรงวันละ 700 บาท  พอมีรายได้เป็นของตัวเองก็แทบไม่ได้ขอเงินทางบ้านใช้ เป็นการฝึกทำงานตั้งแต่สมัยเรียน   เรียนจบคณะวิศวะไฟฟ้า  เอกด้านสื่อสาร  ในยุคนั้นจะเน้นเรียนเรื่องระบบสายอากาศ ระบบการสื่อสารไร้สาย  โทรศัพท์มือถือเริ่มเข้าสู่ประเทศไทย

ตอนเรียนจบ ก็มีบริษัท 3bb  กับ ais มาช็อปปิ้งนักศึกษาไปแทบหมดคณะ  นศ.ผู้ชายได้เข้าทำงานบริษัทใหญ่  ส่วนผู้หญิงบริษัทอยากให้ไปเป็นเซลส์ทุกคนได้งานง่ายมากพี่อารีย์ไม่อยากเป็นเซลส์  เลยรองานอยู่ช่วงหนึ่ง  ต่อมาการสื่อสารแห่งประเทศไทย มีการทดสอบเพื่อเข้าทำงาน  พี่อารีย์สอบผ่าน ได้ทำงาน แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะรู้สึกว่างานไม่ตรงสายเลยไปสมัครไปทำงานกับบริษัทเทเลคอมเอเซีย ซึ่งเป็นบริษัทแนวเทคโนโลยีการสื่อสาร  ดูแลโครงข่ายโทรศัพท์บ้าน  ได้เป็นคนมอนิเตอร์สายสัญญาณ  จนมีโอกาสใหม่เข้ามาอีกครั้ง  มีคนชวนไปทำงานกับบริษัทดีแทคซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ

IMG_3785.JPG

ที่ดีแทค เริ่มดูแลเกี่ยวกับซอร์ฟแวร์  เริ่มมีมือถือที่ต้องเขียนโปรแกรม  เริ่มมีเทคโนโลยีเสียงรอสาย มีระบบ sms  mms และ application หัวหน้าเลยชวนออกมาตั้งบริษัท แล้วเขียนซอร์ฟแวร์ส่งดีแทค  เลยได้เปิดบริษัทซอร์ฟแวร์เต็มรูปแบบ โดยที่งานหลักบริษัทก็จะทำ applcation ที่ทำงานบนโทรศัพท์มือถือ  แถมบริษัทยังได้งานดูแลระบบ back office ของค่ายมือถืออีกด้วย หน้าที่โดยตรงของพี่อารีย์คือ system analist ดูฝ่ายขาย รับบรีฟลูกค้า เขียนสเป็ค ทำราคา  ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่รายได้บริษัทดีมาก และช่วงนี้เองก็ได้ไปเรียนปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มเติมความรู้ด้านซอร์ฟแวร์

ทำงานให้ดีแทคอยู่ 10ปี ทั้งบริษัทมีลูกค้าหลักแค่ดีแทค เติบโตไปกับดีแทค   ตอนที่ดีแทคเปลี่ยนเจ้าของก็เกิดการเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่  งานที่เคยได้เริ่มน้อยลง   ดีแทคเริ่มหาบริษัทซอร์ฟแวร์รายอื่นมารับงาน  ทำให้รายได้ลดลงไปกว่า 50% สุดท้ายต้องลดขนาดบริษัท   ลดคนเหลือ 30%  กลายเป็นบริษัทเล็กๆ  พอจังหวะงานน้อยลงทำให้เริ่มมีเวลาว่าง  เลยได้มาลองทำงานกับบริษัทของแฟนเต็มเวลา ซึ่งเป็นบริษัทรับผลิตและติดตั้งเครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรม ชื่อบริษัท Professional Service United. หรือ PSU

ตอนทำงานบริษัท PSU ที่เน้นงานติดตั้งเครื่องจักร  จากตอนแรกที่รู้สึกเชย ดูเลอะเทอะ  พอลงรายละเอียดกับธุรกิจเครื่องจักรแล้วรู้สึกว่า งานเครื่องจักรน่าจะง่ายกว่าซอร์ฟแวร์  เครื่องจักรไม่ซับซ้อน   บางเครื่องไม่มีหน้าจอก็ยังใช้งานกันได้ แทบไม่เคยเปลี่ยนเครื่อง ไม่ต้องปรับปรุงอะไรเลย  เลยรู้สึกน่าสนใจ  เพราะงานเครื่องจักรจะอยู่ได้นานมาก  ไม่เหมือนซอร์ฟแวร์โทรศัพท์ที่ต้องเปลี่ยนเร็วมาก  เขียนอะไรออกมาปีเดียวต้องปรับรุ่น หรืออาจต้องเขียนใหม่เลย   ดังนั้นงานเครื่องจักรง่ายกว่ามากในแง่ของการทำธุรกิจ

จุดเด่นของงานเครื่องจักรอีกแง่มุมหนึ่งคือ  ลูกค้าต้องรับส่งมอบงาน  การทำงานมีเดทไลน์ชัดเจน  เพราะโรงงานของต้องใช้  เครื่องจักรต้องเริ่มผลิต  ต่อให้มีความต้องการเพิ่มขึ้นแม้จะทำไม่ทันก็ยังต้องรับส่งมอบ  รับงานแล้วค่อยไปปรับปรุงได้   ไม่เหมือนซอร์ฟแวร์ถ้าต้องการฟีเจอร์เพิ่มแล้วทำไม่เสร็จ ก็เลื่อนส่งมอบ  ผลคือทำให้เก็บเงินไม่ตรงเวลา  และจะมีปัญหาการบริหารเงินในบริษัท

เมื่อคลุกคลีกับการสร้างและติดตั้งเครื่องจักรได้สักพักก็ตัดสินใจว่าน่าจะพัฒนาเครื่องจักรของตัวเองขึ้นมา  ไม่ควรทำงาน custom ตลอดไป เลยลองไปดูว่าสายการผลิตใช้เครื่องจักรอะไรบ้าง  ไปดูแต่ละโรงงานจะพบว่าใช้เครื่องจักรคล้ายๆกัน  ของต้องผ่านสายพานมาติดฉลาก  เรียงลงกล่อง  ยกกล่องไปวาง  ทุกที่ใช้คล้ายกันหมด  ถ้าออกแบบเครื่องที่ใช้ในหลายโรงงานได้ ก็จะมีโอกาสขายให้กับทุกโรงงาน

ดูไลน์แพ็คของแล้วพบว่าทำง่ายกว่าระบบอื่น  เพราะเครื่องจักรไม่ซับซ้อน  ไม่เหมือนไลน์ผลิตที่จะมีเรื่องความสะอาด โรงงานของกินของใช้กับร่างกาย ต้องได้รับมาตรฐานหลายอย่างในการผลิต  เครื่องจักรในไลน์ผลิตต้องมีความเฉพาะทาง ซึ่งยากกว่า  แต่ไลน์แพ็คมันไม่ต้องสะอาดมาก ไม่อันตราย  ไม่มีมาตรฐานอะไรควบคุม  เลยเริ่มโฟกัสที่ระบบนี้ 

พอลูกค้าเริ่มใช้หุ่นยนต์ ทำให้สามารถลดกำลังคนได้ เพราะคนเป็นปัญหาใหญ่ของโรงงาน  งานที่เคยใช้5 คนเพื่อผลิตสินค้าหนึ่งหมื่นชิ้น  พอใช้หุ่นยนต์ ไม่ต้องใช้ถึง 5 คนแต่กำลังการผลิตได้ห้าหมื่นชิ้น  เพิ่ม productivity ได้หลายเท่า  จุดนี้เป็นจุดที่หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรเข้ามาแก้ไขให้ได้  โรงงานที่มีกำลังซื้อจะซื้อหุ่นยนต์แน่นอน

PSU เริ่มพัฒนางานเครื่องจักรและหุ่นยนต์โดยการเอาความรู้ซอร์ฟแวร์มาเพิ่มลูกเล่นให้เครื่องจักร  จากปุ่มควบคุมทื่อๆ ก็เปลี่ยนเป็นหน้าจอทัชสกรีน  เปลี่ยนระบบมอนิเตอร์ที่เวลามีปัญหาจะแสดงสถานะหลอดไฟที่ดูเข้าใจยากให้เป็นระบบรายงานปัญหาเป็นข้อความ  แสดงผลเป็นภาพส่วนที่ติดขัดขึ้นมาเลย  สิ่งเหล่านี้คนทำงานหน้างานจะชอบมากเพราะเข้าใจง่าย แก้ปัญหาได้เร็ว แถมหัวหน้างานก็ชอบด้วยเพราะลูกน้องแก้ไขเองได้ ไม่ต้องตามหัวหน้า

ต่อมาก็เริ่มสร้างเครื่องติดสติ๊กเกอร์มาทำตลาด  เดิมทีเครื่องติดสติ๊กเกอร์ที่โรงงานมีใช้จะเป็นเครื่องจากญี่ปุ่นและไต้หวัน  แต่ PSU สร้างเครื่องติดสติ๊กเกอร์ พร้อมหน้าจอควบคุมและแสดงผลต่างๆ รวมถึงมอนิเตอร์ทุกอย่างบนหน้าจอ  แสดงเป็นภาษาไทยหรือภาษาที่ลูกค้าต้องการ หากเครื่องมีปัญหาคนใช้เครื่องจะรู้ว่าเครื่องติดขัดและต้องแก้ไขเบื้องต้นอย่างไร  เครื่องติดสติ๊กเกอร์ขายได้เพราะใช้งานง่าย ที่สำคัญราคาไม่แพงเท่าของต่างประเทศ  ลูกค้าชอบในคุณภาพที่ดี บริการเร็ว  มีบริการซัพพอร์ตภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของโรงงานชอบ  เพราะที่ผ่านมาโรงงานจะเจอแต่เครื่องจักรต่างประเทศที่ขายผ่านดีลเลอร์  ดีลเลอร์มักดูแลไม่เป็น  เสียเวลาติดต่อซ่อมนาน  แต่เครื่องไทย  สร้างและดูแลโดยคนไทย ติดต่อได้เร็วคุยรู้เรื่อง ราคาเริ่มต้นของ PSU สองแสนแต่สามารถตีตลาดเครื่องจากต่างประเทศราคาห้าแสนได้สบายมาก

ต่อมา PSU เริ่มทำเครื่องแพ็คของขนาดใหญ่  เครื่องต่างประเทศราคาสิบล้าน  เครื่องไทยของ PSU ทำได้ในงบ 3 ล้าน  ลูกค้ากล้าซื้อเพราะไว้ใจว่าทำงานได้  จากผลงานที่ผ่านมา PSU พิสูจน์มาแล้วว่าเครื่องติดสติ๊กเกอร์ทำงานได้ดี บริการดี   เครื่องจักรระบบที่ใหญ่ขึ้นก็เลยมีโอกาสได้นำเสนอ

PSU สร้างชื่อเสียงมาหลายปี ทำให้ค่อยๆได้รับความน่าเชื่อถือ และเกิดการบอกต่อในแวดวงโรงงานอุตสาหกรรม  PSU เริ่มขายเครื่องให้โรงงานฝรั่ง และ ญี่ปุ่น  โดยการสร้างความไว้วางใจจากการใช้เครื่องเล็กๆ  และค่อยๆนำเสนอเครื่องขนาดใหญ่ขึ้น  ทำให้โรงงานต่างชาติกล้าตัดสินใจลงทุนสูงขึ้นกับเครื่องจักรที่สร้างโดยคนไทย

โอกาสใหญ่เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ  PSU ได้รับงานจาก CP  ทำหุ่นยนต์แพ็คของมูลค่า 19 ล้าน  เป็นงานหุ่นยนต์ตัวแรก   จากที่เคยขายเครื่องติดสติ๊กเกอร์ให้มาก่อน  เครื่องจาก PSU ทำราคาต่ำกว่าราคาฝรั่ง 5 ล้าน  ลูกค้าประหยัดเยอะมาก  หลังจากส่งมอบแล้ว ทำให้ PSU มีโรงงานอ้างอิงและสามารถขยายลูกค้าหุ่นยนต์มาได้เรื่อยๆ

หุ่นยนต์ของ PSU มีจุดเด่น 3 อย่าง

1   PSU เป็นผู้ผลิต  ไม่ใช่ผู้นำเข้าซื้อมาขายไป  การผลิตเองทำให้ออกแบบเครื่องให้เหมาะกับลักษณะงานลูกค้าได้  และใช้งานง่าย

2  ทีมเอนจิเนียร์ที่เป็นของ PSU ทำเองทุกชิ้นส่วน ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าดูแลเครื่องได้ ซ่อมบำรุงได้ทุกชิ้น มีความรวดเร็วในการบริการ

3  PSU สร้างชิ้นงานของตัวเองทุกชิ้น  ทำให้อะไหล่ทุกชิ้นถูกผลิตขึ้นมาอย่างแม่นยำ  การประกอบอย่างปราณีตทำให้ เครื่องจักรเสถียร ทนทานมาก

ถ้าเป็นเครื่องจักรที่ต้องนำเข้าจะต้องรออะไหล่หลายวันเมื่อมีปัญหา  ผลคือเครื่องต้องหยุดทำงานยาวนาน  แต่เครื่องของ PSU  ผลิตอะไหล่ได้ทันที  ภายใน24 ชม. สามารถเริ่มซ่อมได้เลย  ทำให้ไม่ต้องหยุดเครื่องจักรนานเกินไป  ส่วนอะไหล่ไฟฟ้าที่ต้องใช้ ก็จะเลือกใช้ยี่ห้อที่ดีมีชื่อเสียง เน้นความทนทาน โชว์ยี่ห้ออะไหล่ ยี่ห้อเซ็นเซอร์  ลูกค้าสามารถซื้ออะไหล่เองเพื่อเปลี่ยนแบบเร่งด่วนได้เลย 

ส่วนที่ยากที่สุดในธุรกิจผลิตเครื่องจักรและหุ่นยนต์ คือ การใส่ใจรายละเอียดทุกอย่างของเครื่อง  หน้าตาภายนอกเครื่องจักรอาจจะดูเหมือนกัน แต่เวลาทำงาน เครื่องที่ออกแบบปราณีต ชิ้นส่วนทุกชิ้นจะถูกสร้างขึ้นอย่างแม่นยำ สามารถทำงานได้ดีกว่า ทนกว่า  เครื่องจากจีนแม้จะถูก แต่เครื่องของ PSU ก็ยังขายได้  เพราะเครื่องราคาถูก มักมีอาการสั่น  ทำให้การติดสติ๊กเกอร์ไม่แม่น  หรือติดไม่ตรง  ขณะที่เครื่องของ PSU ไม่สั่น  เพราะการประกอบที่แม่นยำมากจะทำให้เครื่องจักรอยู่ในสภาพดี  เมื่อประกอบแล้วก็ทดลองรัน 24 ชม. เพื่อดูประสิทธิภาพ ดูความนิ่ง ดูว่าไม่สั่น ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบก่อนส่งมอบ 

ทุกวันนี้ PSU ยังคงหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลาเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องจักร  มีชิ้นส่วนหลายอย่างที่ต้องมีมาตรฐาน ต้องหาวิธีเชื่อมต่อสารพัดมาตรฐานให้ทำงานร่วมกันได้   เช่นเครื่องเคสแพ็คเกอร์ ต้องไปทำงานต่อจากเครื่องบรรจุ  การทำงานให้ต่อเนื่องต้องใช้การเชื่อมต่อที่ออกแบบอย่างเหมาะสม  สินค้าที่ผ่านจากหน่วยแรก ไปหน่วยที่สองจะต้องไม่ล้ม ไม่เสียหาย ไม่ทำลายชิ้นงาน  เป็นการอินทิเกรตเครื่องของ PSU ไปเชื่อมกับเครื่องเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้สายพานการผลิตไหลต่อเนื่อง

PSU ยังใช้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์มากกว่าคู่แข่ง พัฒนาระบบออนไลน์มอนิเตอร์ให้ลูกค้าด้วย  เช่นลูกค้าเปิดโรงงานใหม่ที่ต่างประเทศ   ทีม PSU สามารถออนไลน์ไปแก้ไขปัญหาได้ตลอดเวลา  มีระบบ alarm ที่จะแจ้งเตือน มีคำอธิบายเบื้องต้นให้แก้ไขเองได้  การมอนิเตอร์ละเอียดทำให้ระบบไม่เสียนานเกินไป สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้เอง มีระบบการนับชั่วโมงการทำงานครบ 6000 ชั่วโมงก็ต้องแจ้งตรวจสอบเพื่อเมนเทนแนนซ์  จะได้แก้ไขเปลี่ยนอะไหล่ก่อนพัง

ผู้ประกอบการหรือโรงงานมักจะลงทุนกับหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติเมื่อต้องเริ่มสายการผลิตใหม่  ส่วนถ้าโรงงานไหนมีระบบเก่าอยู่  ก็จะคิดเรื่องความคุ้มทุน  ระบบเดิมจะใช้คนกี่คนสำหรับไลน์การผลิตนี้ ต้องทำงานกี่กะ ถึงจะได้เป้า   เช่น ออเดอร์ 30000 ชิ้น ใช้คนทำจะต้องใช้กี่คน แรงงานกี่กะ  เช่น 3กะ กะละ 4 คน   แล้วก็เอาค่าแรงคนมาเทียบกับเครื่องจักร  ถ้าทำงานไป 3 ปีทางเลือกไหนจะประหยัดกว่ากัน  ส่วนมากถ้าคำนวณออกมาแล้ว คำตอบคือจะต้องใช้เครื่องจักรเสมอ

แนวโน้มการใช้หุ่นยนต์จะพัฒนาไปสู่จุดที่เป็นเป็นระบบ automation เกือบเต็มรูปแบบ เครื่องจักรจะมาแทนแรงงานคน   เมื่อ 5 ปีก่อน สัดส่วนการใช้เครื่องจักร 32%  แรงงานคน 68%     ปัจจุบัน ใช้เครื่องจักรมากขึ้น เป็น 48% แรงงานคนเหลือ 52% ในห้าปีข้างหน้าเครื่องจักรจะแซงแรงงานคน  ต่อไปอาจจะเป็น เครื่องจักร 70% แรงงานคน 30% ซึ่งเป็นจริงแล้วในแถบยุโรป  ยกตัวอย่างโรงงานผลิตน้ำเกลือ ในประเทศไทยใช้คน 1000 คน แต่เมืองนอกใช้เครื่องจักรทดแทนทำให้เหลือแรงงานคนแค่ 20 คน  เท่านั้น แต่ได้ผลผลิตเท่ากัน

อารีย์ สวัสดิ์มูน

บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เซอร์วิส ยูไนเต็ด จำกัด

ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ และระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ

https://www.psu.co.th/

aree@psu.co.th

สิ่งที่ต้องทำเมื่อจะพิมพ์โบรชัวร์

โบรชัวร์ หรือ สื่อแผ่นพับ เป็นตัวกลางในการให้ข้อมูลแก่ลูกค้าหรือผู้ใช้งาน อาจจะเป็นตัวบอกข้อมูลสเป็คต่างๆของสินค้า ใช้บอกคุณสมบัติหรือความสามารถ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนโบรชัวร์ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีไว้คู่กับสินค้า อดีตมันคือสื่อส่งเสริมการขายที่จะส่งให้ว่าที่ลูกค้า ปัจจุบันแม้เราจะอยู่ในยุคอินเทอเน็ตที่เอกสารต่างๆสามารถทำเป็นไฟล์ดิจิทัลและให้เปิดดูได้ในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ แต่ลองนึกภาพดูว่า ถ้าคุณขายบ้าน คอนโด หรือรถยนต์ หรือสินค้าราคาสูง คุณจะไม่มีโบรชัวร์เป็นกระดาษส่งให้ลูกค้าถือหรือเปิดดูเลยหรือ 

หากต้องการพิมพ์โบรชัวร์เป็นกระดาษเพื่อใช้งานสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการสั่งผลิตกับโรงพิมพ์ และในการทำงานร่วมกับโรงพิมพ์ก็มีรายละเอียดต่างๆที่ควรทำ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของสินค้า หรือ เป็นเอเจนซี่โฆษณาที่รับจ้างเจ้าของสินค้าทำสื่อ ขั้นตอนการสื่อสารกับโรงพิมพ์มีดังนี้

IMG_0088

1 คุยกับโรงพิมพ์

คุณจะทำใบปลิวหรือโบรชัวร์กระดาษ คุณต้องคุยกับโรงพิมพ์ที่จะผลิตสิ่งนั้น โรงพิมพ์ที่ทำงานกระดาษก็จะมีระบบการพิมพ์ที่ทันสมัยอย่างดิจิทัลปริ๊นท์ที่สามารถใช้ทำปรู๊ฟหรือใช้ผลิตสื่อจำนวนน้อยได้ หรือหากจะพิมพ์โบรชัวร์ยอดเยอะ เพื่อแจกคนจำนวนมาก ก็ต้องใช้ระบบการพิมพ์อ๊อพเซ็ทเพื่อให้ต้นทุนต่อใบต่ำลง หรือแม้แต่คุณอยากจะทำป้ายไวนิลไปแขวนโชว์ คุณก็ต้องใช้โรงพิมพ์ที่มีเครื่องพิมพ์อิงค์เจ๊ต ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่สำหรับทำงานไวนิลโดยเฉพาะ ดังนั้น สื่อของคุณจะออกมาในรูปแบบใด ให้คุยเบื้องต้นกับโรงพิมพ์ที่ทำสื่อตัวนั้นได้เสียก่อน เพื่อสอบถามถึงวิธีการเตรียมข้อมูลที่จะส่งให้โรงพิมพ์ จะได้ทำไฟล์อาร์ตเวิร์คได้ถูกต้องและทำงานร่วมกันได้

2 ตรวจสอบอาร์ตเวิร์คให้ละเอียด

ไฟล์งานที่จะใช้สั่งพิมพ์จะต้องถูกจัดวางในโปรแกรมจัดหน้า ซึ่งในยุคปัจจุบันเราก็มีโปรแกรมจัดหน้าหลายตัวให้เลือกใช้ได้ตามความถนัด เราอาจจะใช้ adobe illustrator ออกแบบโปสเตอร์ก็ได้ จะใช้โปรแกรม canva ช่วยออกแบบและจัดวางก็ได้ สิ่งสำคัญคือเมื่อจัดหน้าแล้วต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่าภาพครบถ้วน ตัวหนังสือไม่ตกหล่น สะกดคำไม่ผิด ภาพและข้อความต้องถูกต้องตามการออกแบบ ต้องผ่านการตรวจละเอียดก่อนจะจัดส่งโรงพิมพ์

3 ตรวจสอบขนาดภาพที่ใช้ในอาร์ตเวิร์ค

เมื่อมีการใช้ภาพวางในอาร์ตเวิร์ค เราจะต้องใช้ภาพที่มีคุณภาพสูงและมีความละเอียดเพียงพอ เมื่อก่อนภาพถ่ายจะอยู่บนฟิล์ม การสแกนภาพจากฟิล์มจะต้องเลือกความละเอียดให้สูงเพียงพอต่อการทำงานสิ่งพิมพ์ ยุคสมัยของฟิล์มจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบขนาดภาพ ต่อมาเมื่อกล้องดิจิทัลได้รับความนิยม และกล้องดิจิทัลสามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงได้เกิน 10ล้านพิกเซลกันแล้วก็ทำให้ประเด็นขนาดภาพในสิ่งพิมพ์ดูไม่สำคัญมาก เพราะขนาดภาพจากกล้องดิจิทัลทะลุความต้องการขั้นต่ำไปไกลแล้ว แต่ก็ต้องระวังเรื่องการคร็อปภาพมาใช้ เพราะถ้าเราถ่ายภาพมาใหญ่เพียงพอ แต่เราเลือกคร็อปบางส่วนมาใช้ มันคือการลดขนาดภาพ ลดจำนวนพิกเซลลง มันทำให้ขนาดอาจจะเล็กเกินไปเมื่อนำมาพิมพ์ในงานพิมพ์บนกระดาษ หรือบางภาพที่ส่งต่อกันในโปรแกรมไลน์ หรือ โหลดจากโซเชียลเน็ตเวิร์คก็อาจจะได้ภาพขนาดเล็ก เราต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ 

ตัวเลขคร่าวๆคือ ถ้าเราต้องการพิมพ์ภาพขนาดเต็มกระดาษ A4 ที่ดูคมชัดสวยงามระดับภาพถ่าย เราก็ควรจะใช้ภาพที่มีความละเอียด 300dpi หรือ 300จุดต่อนิ้ว   จำนวนพิกเซลที่ต้องการตามขนาดกระดาษ A4 (21×29.7cm.) คือขนาด 2480×3508 พิกเซล หรือเทียบกับกล้องดิจิทัล 8.7ล้านพิกเซลนั่นเอง 

4 ตรวจสอบเรื่องระบบสีของภาพ

ภาพในจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ และภาพจากกล้องดิจิทัลจะเป็นภาพในโหมดสี RGB ซึ่งใช้งานได้ดีในจอภาพ แต่การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษจะใช้หมึกพิมพ์ระบบสี CMYK ดังนั้นไฟล์ภาพ RGB จะต้องถูกแปลงให้เป็นไฟล์ชนิด CMYK เสียก่อน การจัดหน้าอาร์ตเวิร์ค การตั้งค่าซอร์ฟแวร์จัดหน้า เมื่อเราตั้งใจจะส่งพิมพ์ในโรงพิมพ์ เราต้องตั้งค่าซอร์ฟแวร์จัดหน้าให้เป็นค่า CMYK  งานถึงจะมีคุณภาพ ซอร์ฟแวร์สมัยใหม่จะมีโหมดการแปลงค่าสีให้เป็น CMYK ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะบันทึกเป็นไฟล์สำหรับโรงพิมพ์ แต่เราก็ควรตรวจสอบไฟล์ภาพและงานอาร์ตเวิร์คให้ดีว่าเราจบงานเป็นระบบสี CMYK จริงๆ

Screen Shot 2565-10-10 at 11.16.07

5 ต้องมีตัดตก

คำว่าตัดตกคือการตัดขอบทิ้ง ถ้าเราต้องการงานนามบัตรขนาด 55×90 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้กับนามบัตร ไฟล์อาร์ตเวิร์คที่เราทำส่งโรงพิมพ์ก็ควรจะทำมาให้ใหญ่กว่าขนาดที่ต้องการด้านละ 3 มิลลิเมตร นั่นก็คือขนาดไฟล์นามบัตรที่ส่งโรงพิมพ์ควรจะใหญ่ 61×96 มิลลิเมตร คือการบวกเข้าไปด้านละ 3 มิลลิเมตรทุกด้าน ไฟล์ที่มีตัดตกจะผ่านการพิมพ์และตัดขอบออกด้านละ 3 มิลลิเมตร ทำให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ

6 บันทึกเป็นไฟล์ pdf 

ถ้าเราออกแบบและตรวจสอบทุกอย่างถูกต้อง ผ่านมาแล้ว 5 ข้อด้านบน เราก็จะพร้อมที่จะส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์แล้ว การบันทึกไฟล์ชนิด pdf จะเป็นไฟล์ที่โรงพิมพ์นำไปใช้พิมพ์งานได้ หากจะพิมพ์ด้วยระบบอ๊อฟเซ็ทดั้งเดิมโรงพิมพ์จะใช้ไฟล์ pdf ไปทำเพลทหรือแม่พิมพ์ หากจะพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัลปริ๊นท์ไฟล์สำหรับสั่งพิมพ์จะต้องใช้ pdf ตัวนี้เช่นกัน แต่ถ้าเราไม่ได้ตรวจบางอย่างที่ต้องตรวจ หรือละเลยบางข้อไป ไฟล์ pdf ก็จะเป็นไฟล์ที่บรรจุข้อผิดพลาดไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น ตรวจสอบให้แน่ใจทุกข้อแล้วค่อย export หรือ save as ไฟล์ชนิด pdf เพื่อส่งโรงพิมพ์

นี่คือขั้นตอนคร่าวๆที่เราจำเป็นจะต้องตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องก่อนที่จะส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์ ผลลัพธ์งานพิมพ์จะออกมาอย่างที่เราต้องการ ตัวหนังสือไม่ตกหล่น ภาพถ่ายคมชัด สิ่งพิมพ์มีคุณภาพสูงสุด แต่หากรู้สึกว่าลำบาก งานเหล่านี้ก็ยกให้เอเจนซี่ หรือ นักออกแบบที่มีประสบการณ์ทำงานส่งโรงพิมพ์แทนก็ได้



กระดาษโน้ตสำหรับสัมมนา

กระดาษสำหรับใช้จดในงานสัมมนา ส่วนมากเป็นกระดาษขาวความหนาประมาณ 80g ที่นิยมผลิตกันก็จะมีแบบ 1 สี แต่หากบางโรงแรมบางสถานที่อยากจะพิมพ์โลโก้ด้วยสีจริงของบริษัท ก็อาจจะเป็นสเป็ค 2 สี หรือ 4 สีเลยก็มี ตัวอย่างในภาพนี้คือไบเทค ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าสถานที่จัดงานรายใหญ่ เขาเลือกพิมพ์ด้วยสีเทาซึ่งเป็นสีที่ตรงกับ CI (Corporate Identity) ของบริษัทด้วย

P_20150731_164031

นอกจากการผลิตเป็นใบแล้ว เรายังสามารถผลิตให้ออกมาเป็นเล่มบางๆได้ ตัวอย่างงานของไบเทคก็จะผลิตเป็นแบบ 5 ใบต่อเล่ม เวลาแจกก็หยิบแจกที่ละเล่มบางๆได้เลย สะดวกกับคนทำงานมาก

IMG_0112


การเลือกผลิตกระดาษโน้ตควรสั่งเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นสิ่งที่สถานที่จัดงานจะต้องใช้งานตลอดปีและแต่ละงานก็มีคนเข้าร่วมใช้หลายสิบหลายร้อยคน ดังนั้นกระดาษโน้ตจะต้องใช้จำนวนมากแน่นอน ควรจะติดต่อโรงพิมพ์และขอราคาผลิตที่ละเป็นแสนใบไปเลยเพื่อที่จะได้ราคาต่อหน่วยที่ถูกมากๆนั่นเอง

P_20150731_095227


ทำไมภาพถ่ายจึงจำเป็นสำหรับธุรกิจ

หนึ่งภาพแทนความหมายเป็นพันเป็นหมื่นคำคือสิ่งที่เป็นจริง  ทั้งภาพถ่ายเพื่อเก็บความทรงจำ  ภาพบันทึกเหตุการณ์  และภาพถ่ายสินค้าต่างๆเพื่อใช้ช่วยทำการตลาดให้กับธุรกิจ   หากเราจะขายสินค้าสักอย่าง หรือแม้แต่จะทำธุรกิจบริการ  เราก็ควรจะเลือกใช้ภาพเพื่อทำสื่อออกมา   พลังของภาพถ่ายช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้จริง ดังเหตุผลต่อไปนี้

20231214065752_IMG_0488

1 ภาพสินค้าใช้เพื่อขายสินค้า  ถ้าเรามีสินค้าที่อยากขาย การใช้ภาพถ่ายสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด  เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าเราขายอะไร  ลูกค้าซื้อแล้วจะได้อะไร  การจัดแสงและจัดองค์ประกอบของภาพที่ดีจะทำให้สินค้าออกมาดูสวยงามน่าซื้อ

20220607121643_IMG_0875

2 ใช้ภาพถ่ายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ  การมีภาพคนหรือทีมงานของเราปรากฏอยู่ในสื่อการขาย จะอยู่ในแค็ตตาล๊อค ใบปลิว หรือในเว็บไซต์   ทุกภาพจะช่วยทำให้ลูกค้าเกิดเชื่อมั่นในตัวสินค้าหรือบริการมากขึ้น  สร้างภาพจำได้  เหมือนกับที่เราจำนางแบบโฆษณาสินค้าบางตัวได้

3 ภาพถ่ายช่วยนำเสนอความสมบูรณ์แบบ หรือแสดงโลกในฝันที่อยากให้ลูกค้าได้เห็น  เมื่อจัดวางสินค้าอย่างลงตัว ท่ามกลางองค์ประกอบอื่นๆที่ช่วยทำให้ลูกค้าเห็นไลฟสไตล์  จะทำให้ลูกค้ารู้ว่าสามารถมีแบบนี้ได้  แม้การจัดถ่ายแนวนี้จะใช้งบประมาณสูง แต่ก็ทำให้ลูกค้าเชื่อได้ว่าเขาเลือกสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร  และมันจะยิ่งเป็นผลดีในการชักชวนให้ลูกค้าซื้อสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้นด้วย

IMG_8577

4 ภาพถ่ายช่วยเล่าเรื่อง  สินค้าหรือบริการบางอย่างจะมีลักษณะเฉพาะ  การมีภาพการใช้งานสินค้าหรือภาพที่กำลังทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น  ภาพจะช่วยสร้างการรับรู้ร่วมกันว่าเราทำอะไร ขายอะไร  นอกจากภาพนิ่งแล้ว  วิดีโอก็สามารถนำมาใช้ร่วมด้วย  ยิ่งในเว็บไซต์ยิ่งควรใช้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

IMG_4250

5 ภาพถ่ายนำเสนอเทคนิคเฉพาะ   บางสินค้า บางกิจกรรมมีรายละเอียดวิธีใช้ที่เฉพาะเจาะจง  เราสามารถลงรายละเอียดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจ   อย่างเช่นภาพถ่ายการปรับแต่งอุปกรณ์   ภาพที่อธิบายวิธีใช้ วิธีติดตั้งที่จำเป็นต้องเห็นตัวอย่าง  ภาพแนวนี้มักจะต้องการความคมชัด สีสันปกติ  ถ่ายทอดความตรงไปตรงมา  โดยจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ฟิลเตอร์หรือการใส่สีที่เกินจริง 

เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่การนำเสนอทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพรีเซ้นเทชั่น หรือ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในใบปลิว หนังสือหรือคู่มือ จะต้องมีภาพถ่ายเพื่อช่วยให้การสื่อสารต่างๆครบถ้วน และทำหน้าที่ได้ตามที่เจ้าของสินค้าต้องการ   ในยุคสมัยของอินเทอเน็ตที่เบ่งบานสุดขีด เรามีตัวช่วยในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายมากมายหลายวิธี  นอกจากจะถ่ายเองแล้ว  เราก็มีแหล่งสต๊อคภาพที่ให้โหลดมาใช้ได้แบบฟรี  บางแหล่งอาจจะเป็นแบบเสียเงินเพียงเล็กน้อย  หรือแม้แต่การใช้ระบบ AI ช่วยสร้างภาพที่ต้องการขึ้นมาก็ทำได้ไม่ยากโดยค่าใช้จ่ายต่อภาพจะต่ำมากเมื่อเทียบกับการต้องลงทุนจ้างทีมงานถ่ายทำเต็มรูปแบบ

หากเราขายของโดยไม่เคยถ่ายภาพอะไรในธุรกิจของเราเลย ก็ลองถ่ายภาพแล้วโพสท์ในโซเชียลเน็ตเวิร์คดู    มีภาพแล้วลองตั้งชื่อ หรือใส่ข้อความกำกับเล็กน้อย  ก็ดูดีมีพลังแล้ว