ในด้านคุณภาพเสียง ฟังผ่านหูฟังให้คุณภาพเสียงพอใช้ได้ ไม่มีเสียงรบกวนเหมือนน้ำเดือดแบบที่ผมเคยพบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ all in one บางเครื่อง และเมื่อลองใช้กับ usb Dac อย่าง NAD Dac1 ที่เป็นเครื่องแปลงสัญญาณเสียง Digital ให้เป็นเสียง Analog เพื่อต่อกับเครื่องขยายเสียงด้วยระบบไร้สาย ตัวส่ง usb เสียบกับ ASUS ตัวนี้แล้วก็ทำงานได้เลย ตัววินโดส์ใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการติดตั้งไดรเวอร์ให้กับ usb แบบอัตโนมัติ คุณภาพเสียงผ่านตัวแปลงเสียงอย่าง NAD เป็นเสียงแนวทางออดิโอไฟล์ คือเสียงนุ่มละมุนและน่าฟังมาก ผมเคยรีวิว NAD Dac1 ไปแล้วลองคลิกไปอ่านได้
กล้องดิจิทัลค่าย canon จะใช้ไฟล์ชนิด .cr2 ในการเก็บบันทึกภาพแบบ raw หรือภาพที่จะมีข้อมูลมากที่สุด เป็นภาพแรกที่เกิดขึ้นบนเซ็นเซอร์รับภาพ ก่อนที่คอมพิวเตอร์ภายในกล้องจะแปลงไฟล์ภาพนี้อัตโนมัติเป็นภาพ .jpg ที่เราเห็น ไฟล์ raw ชนิดนี้จะเป็นตัวแบกข้อมูล bit สีที่มากที่สุดที่กล้องตัวนั้นถูกออกแบบไว้ เพราะหากเราถ่ายภาพเป็น jpg เราก็จะได้ค่าสีที่มีความลึกของ bit เพียง 8 bit เท่านั้น แต่ไฟล์ raw ของกล้องชนิดใหม่ๆนั้น จะมีระดับความลึกของ bit สี อยู่ที่ 9-14 bit ซึ่งเป็นระดับความลึกของสีที่มากกว่า 8 bit มหาศาล
เมื่อเราถ่ายภาพ raw แล้ว เราจะยังไม่ได้ภาพที่ดีที่สุด เราจะต้องนำภาพ raw ไปแปลงด้วยโปรแกรมเฉพาะ ซึ่งแต่ละค่ายก็มีโปรแกรมของตัวเองที่จะแปลงภาพ raw ให้เป็น jpg ซึ่งค่าย canon ใช้โปรแกรมชื่อ dpp ย่อมาจากคำว่า Digital Photo Professional ส่วนค่ายอื่นๆหากไม่ทำโปรแกรมแปลงไฟล์ของตัวเองก็จะเลือกโปรแกรมจากผู้ผลิตอื่นๆมาแถมให้ เท่าที่จำได้ก็เช่น panasonic จะใช้โปรแกรม silkypix เป็นตัวแปลงไฟล์ raw นอกจากนี้ ค่าย adobe ที่ทำมาหากินกับงานตกแต่งภาพอย่าง photoshop มายาวนาน ก็มีโปรแกรมแปลงไฟล์ raw คุณภาพสูงให้ใช้ด้วย นั่นคือโปรแกรมชื่อ Lightroom ซึ่งผมเคยทดลองใช้บ้างเป็นบางช่วงเวลา
การแปลงไฟล์ raw ให้เป็น jpg จะใช้เวลาพอสมควร หากเราถ่ายภาพมาหลายร้อยภาพ การแปลงไฟล์ raw จะใช้เวลานานมาก อย่างกรณีของ canon ที่ผมใช้ จะแปลงไฟล์ raw จากกล้อง canon eos 6d ความละเอียด 20ล้านพิกเซล จำนวน 100ไฟล์ ใช้เวลาประมาณ 29 นาที บนเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ASUS ZenBook Flip 14 UM462DA ที่ใช้ซีพียู ryzen7 3700u ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผลิตในปี คศ 2019
เรารู้จักหลอดไฟ LED กันมาหลายปีแล้ว และได้รับรู้ข้อมูลว่า LED ประหยัดพลังงาน อายุการใช้งานยาวนานหลายหมื่นชั่วโมง บ้านไหนที่หลอดไฟเสียก็ให้เปลี่ยนเป็นหลอด LED ไปเลย ค่าไฟจะลดลง แม้ว่าหลอดไฟจะแพงกว่า แต่ในระยะยาวจะประหยัดกว่าแน่นอน และผมก็ค่อนข้างเชื่อ และได้ทยอยเปลี่ยนหลอดไฟในบ้านเป็น LED ไปทีละดวงเมื่อหลอดเก่ามันเสื่อม หรือ เสีย
เมื่อหลายปีก่อนหลอดไฟ LED ก็จะต้องซื้อตามร้านขายหลอดไฟใหญ่ๆ จนในปัจจุบันปี พศ 2562 ก็มีหลอดไฟชนิด LED วางขายในร้านสะดวกซื้อแล้ว จากเมื่อก่อนในห้างราคาหลอดไฟที่มีความสว่างประมาณ 7-10 วัตต์ จะมีราคา 200-400 บาท ปัจจุบันเราซื้อได้ในราคาตั้งแต่ 89-129 บาทเท่านั้น และมีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้