บทความ-ทดสอบเครื่องเสียง TEAC R-1

บทความ-ทดสอบเครื่องเสียง TEAC R-1

teac r1 review

IMG_9000

“ทดลองใช้ วิทยุเสียงดี TEAC R1”

นานมาแล้วผมเคยพยายามมองหาลำโพงชุดหนึ่งเพื่อนำมาใช้งานร่วมกับเครื่องเล่น iPod ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ต้องการเสียบหูฟังตลอดเวลา เนื่องจาก iPod เป็นเครื่องเล่นเพลงชนิด Mp3 ที่มีคุณภาพดีมาก หลายคนที่เคยปฏิเสธการฟังเพลงจากไฟล์ Mp3 กลับหันมาเลือกใช้ iPod เป็นเครื่องเล่นเพลงประจำตัว อย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งที่กลืนน้ำลายตัวเอง เคยสบประมาทและดูถูก Mp3 ไปต่างๆนานา แต่สุดท้ายก็หันมาลงทุนกับอุปกรณ์กลุ่มไฮเทคโนโลยีอย่างลุ่มหลงไม่รู้ตัว

เมื่อได้ ipod มาใช้ก็เลยอยากให้มันส่งเสียงได้ พยายามมองหาลำโพงมาหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นลำโพงเล็กๆย่อมๆซึ่งผมซื้อมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ตัว แต่ละตัวถูกคาดหวังว่าจะเป็นลำโพงสุดรัก พกพาไปฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา บางตัวรูปร่างเป็นทรงกลม บางตัวเป็นทรงกระบอก บางตัวเป็นลูกบาศก์ บางตัวใส่กระเป๋าโน้ตบุ๊คได้ บางตัวไม่อยากจะหิ้วขึ้นรถเลยก็มี นอกจากลำโพงขนาดย่อมเหล่านี้ ผมยังหาลำโพงคู่ใหญ่ๆมาใช้กับอินทิเกรตแอมป์ที่ใช้ในบ้านอีกด้วย ลงทุนซื้อ Docking สำหรับวาง iPod ติดแท่นเอาไว้ แล้วต่อสายสัญญาณเสียงมาเข้าแอมป์ เวลาฟังเพลงผ่านอินทิเกรตแอมป์ที่ใช้งานประจำจะได้คุณภาพเสียงที่ดี ซึ่งความดีมันต้องยกให้ทั้งสองส่วน คือเครื่องเล่นเพลงให้คุณภาพที่ดี และระบบขยายเสียงก็ให้คุณภาพที่ดี แต่มันก็ขนาดใหญ่เกินกว่าจะพกพา หรือใช้งานไม่สะดวกสักเท่าไร การจะมองหาลำโพงเล็กๆพกพาได้หิ้วไปมาใช้งานแทนอินทิเกรตและชุดลำโพงในบ้านจึงเป็นเครื่องเพ้อฝันจริงๆ เพราะลำโพงเล็กแต่เสียงดีหายากมาก

วันหนึ่งผมไปเดินเล่นแถวบ้านหม้อ แวะไปร้านขายอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์รายใหญ่ ในร้านนั้นมีเครื่องเสียงหลายประเภทวางขายอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องเสียง PA มีตั้งแต่ลำโพงยักษ์แอมป์ใหญ่ๆ ไล่ไปจนถึงไมโครโฟนขนาดต่างๆ มีอยู่มุมหนึ่งขายเครื่องเสียงบ้าน ผมเหลือบไปเห็นกล่องสี่เหลี่ยมหน้าตาดีอยู่ตัวหนึ่ง มันคือเครื่องรับวิทยุยี่ห้อ TEAC รุ่น R1 ซึ่งลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมไม่เล็กไม่ใหญ่ ขนาดสามารถจับด้วยมือเดียวและยกขึ้นมาได้ มันเป็นเครื่องรับวิทยุที่สามารถต่อสัญญาณเสียงเข้าทางช่อง Aux ได้ ผมเลยคิดว่ามันน่าจะเอามาลองใช้งานคู่กับ iPod เสียหน่อย แม้ว่าจะมีวิทยุมาด้วยในตัวแต่ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้ส่วนที่เป็นเครื่องรับวิทยุ

ยืนฟังรายการวิทยุจาก TEAC R1อยู่ในร้านสักพักหนึ่งผมก็รู้สึกว่าเครื่องนี้เสียงดี มันให้เสียงเบสได้ค่อนข้างลึก และดััง เสียงกลางชัดมาก เสียงแหลมก็มีประกาย คือฟังโดยรวมแล้วผมคิดว่ามันเสียงดี น่าใช้ แต่ ณ วันนั้นผมยังไม่ได้ซื้อ เพราะว่ายังไม่มั่นใจในหลายๆประเด็น อย่างเช่น เปิดดังได้ไหม เสียงแตกไหม ถ้าเอามาต่อช่อง Aux มันจะเสียงดีรึเปล่า ดูท่าทางมันมีลำโพงแค่ตัวเดียวแล้วมันรับคลื่นวิทยุเป็นสเตอริโอรึเปล่า วงจรขยายเสียงข้างในเป็นแบบสเตอริโอหรือโมโน ถ้าเอามาเสียบใช้เป็นแอมป์หูฟังมันจะเป็นโมโนหรือสเตอริโอ ความสงสัยเหล่านี้ไม่รู้จะหาคำตอบได้จากที่ไหน

ผมลองเข้า internet ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ไม่พบ ไม่มีใครพูดถึงการใช้งานโดยละเอียดเลย มีแต่บอกว่ามันรับวิทยุได้ ต่อ Aux ได้ ส่งเสียงได้ มีแบตเตอรี่ในตัว ราคาขายเท่าไร ซึ่่งเป็นข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์ต่อผมเลย ในช่วงนั้นเลยยังไม่ได้ซื้อ เพราะว่าหลายครั้งก่อนหน้านี้ผมซื้อลำโพงเล็กๆมาหลายตัว แต่ละตัวจะมีข้อดีที่ผมรับรู้ แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่างทำให้ไม่ค่อยประทับใจ TEAC R1 ก็ดูจะคล้ายกับตัวอื่นๆที่เคยลอง เลยยังไม่ซื้อ
เวลาผ่านไปนานจนผมลืมไปแล้ว วันหนึ่งผมสังเกตุที่บ้านพบว่าแม่ผมชอบฟังรายการวิทยุ และวิทยุที่แม่ใช้ก็เป็นวิทยุแบบแถม หรือแจกฟรีตามงานปีใหม่ มันส่งเสียงได้ รับคลื่นได้ แต่จะปรับเปลี่ยนคลื่นแต่ละทียากเย็นเหลือเกิน บิดไปนิดเดียวกระโดดข้ามไปหลายคลื่น ไม่สามารถรับคลื่นได้ชัดๆเลยแม้แต่สถานีเดียว แม่ผมก็เลยฟังคลื่นวิทยุอยู่คลื่นเดียวเพราะไม่กล้าบิดเปลี่ยนไปช่องอื่นเนื่องจากกลัวว่าจะบิดกลับมาไม่เจอคลื่นเดิม ผมเลยให้ของขวัญแม่ด้วยการไปซื้อ TEAC R1 ตัวนี้มาให้ใช้แทน เลยถือโอกาสทดสอบการใช้งานในรูปแบบต่างๆเพื่อให้หายสงสัย และเพื่อให้เป็นข้อมูลการทดสอบสำหรับนักเล่นท่านอื่นๆที่กำลังสนใจเครื่องเล่นลักษณะนี้

IMG_9009

TEAC R1 เป็นเครื่องรับวิทยุที่มีลำโพงในตัว สามารถรับคลื่น FM และ AM ได้ ใช้พลังงานจากหม้อแปลง 12 โวลท์ และมีแบตเตอรี่ในตัวสามารถชาร์จไฟขณะใช้งานได้ ถ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่จะใช้งานได้ประมาณ 7 ชั่วโมง สามารถต่อสัญญาณขาเข้าจากแหล่งโปรแกรมอื่นๆได้ทางช่อง Aux มีวงจรขยายในตัว สามารถเปิดใช้งานได้ค่อนข้างดังในห้องทำงานทั่วไป หรือในห้องนอนก็กำลังเหมาะสม

IMG_9004

ด้านบนตัวเครื่องมีปุ่มอยู่ 4 ปุ่มดังนี้ ซ้ายสุดเป็นปุ่มเปิดปิดและทำหน้าที่เลือกรับคลื่น FM AM และ เลือกฟังช่องสัญญาณขาเข้า Aux ปุ่มที่สองจากซ้ายเป็นปุ่มปรับเสียง Bass ถ้าบิดไว้ที่ตำแหน่งตรงกลางจะมีคลิกหยุดเป็นตำแหน่ง Flat ส่วนปุ่มที่สามเป็นปุ่มปรับเสียงสูงหรือ Treble มีตำแหน่งกลางเป็น Flat เช่นกัน ปุ่มสุดท้ายหรือทางขวาเป็นปุ่มกลมขนาดใหญ่ที่สุดทำหน้าที่ปรับความดังของเสียง ใต้ปุ่มซ้ายจะมีหลอดไฟแสดงสถานะการทำงาน ตอนเปิดจะติดสว่างเป็นหลอดไฟสีน้ำเงิน ตอนปิดถ้าเสียบหม้อแปลงไฟไว้แล้วเครื่องกำลังทำการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่อยู่หลอดไฟดวงนี้จะกระพริบตลอดเวลา และจะดับไปเองเมื่อแบตเตอรี่เต็ม

IMG_9006

ด้านหลังมีช่องสำหรับเสียบสายต่างๆ และมีช่องระบายอากาศสำหรับลำโพงภายในด้วย นั่นก็หมายความว่าเครื่องเล่นเครื่องนี้เป็นลำโพงชนิดตู้เปิด เดาว่าภายในใช้ดอกลำโพงดอกเดียวทำงานเป็นแบบ Full range คือส่งเสียงทุกย่านความถี่ด้วยดอกลำโพงเพียงดอกเดียว อาศัยช่องระบายอากาศเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในย่านเสียงเบส ตรงกลางเครื่องด้านหลังเป็นช่องเสียบสายอากาศ ซึ่งมีแถมมาให้ในกล่องด้วย

IMG_9027

ถัดลงมาเป็นช่องต่อสัญญาณขาเข้า Aux in ซึ่งแถมสาย mini 3.5mm สองหัวมาให้ด้วยเช่นกัน ช่องถัดลงมาเป็นช่องเสียบหูฟัง สามารถใช้งานกับหูฟังทั่วไปได้ หมายความว่าเราสามารถใช้เครื่องเล่นเครื่องนี้เป็นแอมป์ขยายสัญญาณเสียงให้กับหูฟังที่เราต้องการได้ ช่องด้านล่างสุดเป็นช่องเสียบหม้อแปลงไฟ หม้อแปลงที่แถมมาให้เป็นแบบแปลงไฟ 220v แปลงเป็น 12V คิดว่าถ้านำ TEAC R1 ไปเสียบกับไฟในรถยนต์ก็คงสะดวกดีเพราะแรงดันไฟตรงกัน ด้านขวาเหนือช่องระบายอากาศเป็นเสาอากาศแบบชัก การชักเสาอากาศยืดขึ้นมาจะช่วยให้รับคลื่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีผลมากในการใช้งานที่อยู่ในตึกอาคารต่างๆ ซึ่งคลื่นวิทยุจะรับค่อนข้างยาก เสาชักในตัวทำงานได้ดีเยี่ยม แทบไม่พลาดการรับคลื่นเลย จะมีเพียงบางสถานีเท่านั้นที่เสียงค่อนข้างเบา หรือมีการทับซ้อนกันบ้างเนื่องจากคลื่นวิทยุชุมชนในกรุงเทพค่อนข้างจะถี่ พาลเบียดคลื่นหลักไปบ้างก็มี

IMG_9012

ด้านหลังซ้ายเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ ต้องใช้ไขควงเพื่อเปิดฝาครอบออก ภายในเป็นแบตเตอรี่แรงดัน 7.2 โวลท์ ขนาดความจุ 1200 มิลลิแอมป์

มาทดลองฟังกันเลยดีกว่า ผมเสียบหม้อแปลงแล้วเปิดเครื่องให้รับคลื่น FM หมุนหาคลื่นไปเรื่อยๆ ลูกบิดหน้าเครื่องทำหน้าที่หมุนหาคลื่น ลูกบิดนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เป็นระบบกลไกที่มีการทดรอบเพื่อให้หมุนได้กว้างขึ้น กล่าวคือวงแหวนหน้าเครื่องวงเล็กที่ทำหน้าที่ให้มือจับจะต้องหมุนด้วยรอบที่มากกว่าเพื่อให้วงแหวนอีกวงซึ่งมีตัวเลข 88-108MHz ขยับไปทีละนิด ซึ่งจากการวัดคร่าวๆ ผมต้องหมุนลูกบิดไปประมาณ 2 รอบเต็มๆ ถึงจะทำให้ตัวเลขคลื่น FM ขยับจาก 88 ไปเป็น 108 Mhz หรือวงใหญ่หมุนไปครึ่งรอบเท่านั้น การออกแบบเช่นนี้ทำให้การหมุนหาคลื่นทำได้ง่ายขึ้น แต่ละสถานีที่อยู่ติดกันจะมีระยะหมุนค่อนข้างมาก ทำให้ปรับคลื่นได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

IMG_9001

เสียงรายการวิทยุที่ได้รับค่อนข้างชัดเจนมาก ยิ่งเป็นคลื่นวิทยุชุมชนที่สถานีส่งอยู่ใกล้บ้านผมยิ่งชัดเจน ชัดขนาดที่ว่าผมต้องหยุดฟังเลย แม้จะเป็นแค่เสียงพูดก็ตาม ฟังเพลงสตริงตามคลื่นยอดฮิตต่างๆก็ให้เสียงที่ชัด มีเสียงเบสที่แน่นและคม เสียงกลางชัด เสียงแหลมก็มีไม่ตกหล่นแถมยังเป็นประกาย เสียงเบสค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ ดูเหมือนลักษณะลำโพงตู้เปิดจะถูกจูนเสียงให้มีเสียงเบสเยอะเป็นพิเศษ การเปิดฟังเพียงเบาๆจะให้เสียงที่มีน้ำหนักพอดี แต่ถ้าเปิดให้ดังขึ้นมากสักหน่อยจะรู้สึกว่าเสียงเบสเยอะเกินไป การฟังตลอดการทดสอบนี้จะปรับเสียงไว้ที่ flat ซึ่งก็ให้น้ำเสียงที่ดีน่าฟังเพียงพอแล้ว สรุปคร่าวๆในส่วนของวิทยุได้เลยว่า เครื่องเสียงตัวนี้รับวิทยุได้ชัด ให้เสียงเพลงได้น่าฟังมาก เสียงกลางชัดมาก

IMG_9015

ผมลองเสียบหูฟังเข้ากับช่องด้านหลัง เพื่อทดลองฟังในแบบสเตอริโอ เนื่องจากมันมีลำโพงแค่ดอกเดียว ผมเคยคิดว่ามันอาจจะเป็นเครื่องเล่นแบบโมโน แต่พอลองฟังผ่านหูฟังแล้วก็พบว่า R1 เป็นสเตอริโอ มันรับคลื่นและขยายเสียงเป็นสเตอริโอ อันนี้ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจ หายสงสัย และคิดเลยต่อไปว่ามันสามารถใช้งานเป็นเครื่องรับวิทยุสำหรับห้องฟังเพลงได้เลย โดยการต่อสัญญาณจากช่องเสียบหูฟังเข้ากับอินทิเกรตแอมป์หรือชุดเครื่องเสียงชุดหลักของห้องฟัง ซึ่งมันมีราคาค่าตัวต่ำมากเมื่อเทียบกับเครื่องเสียงแยกชิ้นอื่นๆ

IMG_9022

มาลองฟังแบบต่อกับ iPod ดีกว่า ผมต่อ iPod Shuffle สลับกับ iPod Video เข้าทางช่อง Aux โดยสายที่แถมมากับเครื่อง เพลงที่อยู่ใน iPod เป็นเพลงที่ก๊อปปี้มาจากคนอื่นบ้าง ริบแผ่นแท้ต่างๆเอาไว้บ้าง เสียงเข้าไปฟังแล้วก็รู้สึกดี เสียงที่ได้ยินค่อนข้างชัดเจน เสียงเบสเยอะเพียงพอ น่าฟังมาก ความคมชัดและความกระฉับกระเฉงเป็นจุดเด่นที่มีให้รับรู้ตั้งแต่เริ่มต้น ไดนามิคเร้นจ์ที่จะแจ้ง เสียงเครื่องเคาะก็มีความแข็ง คม มาพร้อมกับเสียงเบสที่ติดตามได้ ผมลองกับเพลงที่หลากหลายเพื่อจะได้รู้แนวว่า TEAC R1 มีคุณภาพระดับใด เพลงป๊อปทั่วไปทำได้ยอดเยี่ยม ไม่มีจุดให้ติ สิ่งหนึ่งที่ผมยอมรับและไม่คิดว่ามันเป็นจุดด้อยก็คือ ถ้าเปิดเสียงดังมันจะเสียงแตก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องเสียงระดับเล็กๆ ยิ่งใช้ไฟเลี้ยงระดับต่ำและใช้ลำโพงขนาดเล็ก ยิ่งไม่ควรคาดหวังว่ามันจะเสียงแน่นแม้จะเปิดลั่นบ้าน ระดับเสียงที่ฟังทดสอบก็อยู่ในระดับนั่งฟังในห้อง ไม่ได้ไปเปิดแข่งกับใคร ฟังกับเพลงร๊อคก็ได้เสียงกลองที่ชัดมาก ผมเลือกวง dreamtheater มาใช้ทดสอบ เพราะผมชอบวงนี้เป็นการส่วนตัว ชอบเพราะแนวเพลงแปลกดี และฝีมือนักดนตรีอยู่ในระดับไม่ใช่คน แม้จะดูเหมือนพูดเกินจริง แต่ผมก็คิดว่าหาคนเล่นได้แบบนี้ยาก กลองที่เล่นได้ระห่ำสุดๆจากอัลบั้ม awake ซึ่งออกมาเกินสิบปีแล้ว เสียงกระเดื่อง เสียงทอม เสียงสแนร์ เสียงแฉ ฉาบ ทุกเสียงได้ยินครบถ้วนและติดตามได้ทุกเม็ด ความฉับไวเป็นจุดเด่นของ R1 อย่างไม่ต้องสงสัย เลยไปถึงเสียงกีต้าร์ที่เล่นได้ดุดันสะใจ เสียงเบสที่ฟังออกแทบทุกเม็ด ผมคิดว่านักดนตรีสามารถใช้ R1 เพื่อแกะเพลงได้แน่นอน จบจากร๊อคผมลองกับเพลงแจ๊สนุ่มๆของน้องนอร่าโจนส์ซึ่งมีจุดเด่นที่เพลงนุ่มนวล เสียงร้องชัด เบสอัดได้ดีมาก ผมได้ยินเสียงเบสไล่ไปทีละโน๊ต นุ่มและคม คือนุ่มแบบไม่เบลอ หัวโน้ต หางโน้ต เกิดขึ้นแล้วจบลงแบบมีระยะของตัวเองที่พอดิบพอดี แต่เพลงของนอร่าโจนส์จะสร้างปัญหาให้กับ R1 ได้ง่ายๆถ้าเปิดดัง เพราะว่าลำโพงของ R1 ถูกออกแบบให้ไวต่อเสียงเบส เพื่อชดเชยกับรายการวิทยุที่อาจจะส่งเสียงเบสมาได้ไม่ค่อยเยอะนัก พอฟังเพลงแจ๊สที่มีเบสเด่นๆ จะรู้สึกว่ามีอาการกระพือเล็กน้อย จำเป็นต้องลดระดับเสียงลงไปให้น้อยกว่าปกติที่ฟังเพลงป๊อปและร๊อคทั่วไป แต่เชื่อเถอะว่า เบส และ กลางของ R1 มันเพราะจริงๆ

IMG_9002

นอกจากนี้ผมลองฟังแจ๊สที่เน้นเสียงร้องกับกีต้าร์อะคูสติก ผมว่ามันลงตัวกับ R1 มากที่สุดเลย อัลบั้มของ Snow rose ซึ่งเธอเป็นใครผมก็ไม่รู้ แต่เพลงที่เธอเอามาร้องใหม่ ทำใหม่ โดยร้องคู่กับกีต้าร์แค่ตัวเดียวมันหวานซึ้งและน่าฟังมาก เสียงร้องที่เป็นจุดเด่นก็ทำได้ดีไม่สงสัย เสียงกีต้าร์อะคูสติกให้ความรู้สึกว่านักดนตรีเล่นเก่งดี และมั่นใจในการเล่นเสียด้วย เสียงตีคอร์ทและเล่นเป็นโน๊ตสลับกันออกมาแบบว่า เหมือนจริงมาก แม้ว่ามันจะใช้ลำโพงดอกเดียว ก็ยังรู้สึกว่าเพราะดี

แบตเตอรี่ในตัวสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องประมาณ 7 ชั่วโมง ซึ่งระยะเวลานี้ผมไม่ได้เป็นคนทดสอบเอง แต่มันเกิดจาก ผมดึงปลั๊กไฟออกจาก R1 ตอนเก้าโมงเช้า แล้วก็ปล่อยให้แม่ฟังเพลงใช้งานไปตลอดวัน จนตอนเย็นกลับมาบ้าน แม่บอกว่า วิทยุเป็นอะไร ทำไมอยู่ๆก็ดับไป ผมถามว่าดับไปตอนไหน แม่บอกประมาณสี่โมงเย็น ผมก็เลยได้คำตอบว่า แบตเตอรี่มันใช้งานได้ประมาณ 7 ชั่วโมง

IMG_9039

ผมคิดว่า TEAC R1 เป็นตัวแทนของลำโพงไฮไฟหรือลำโพงเสียงดีได้อย่างไม่ขัดเขิน เสียงที่ดีจากเครื่องเสียงคุณภาพดีเป็นยังไง ผมคิดว่ามันเป็นเสียงแบบนี้แหละครับ ปกติแม่ผมจะเป็นแม่บ้านที่ใช้เงินค่อนข้างประหยัด ไม่ค่อยกล้าซื้อของอะไรแพงๆ และวิทยุที่แม่เคยใช้มาตลอดชีวิตก็เป็นของถูกๆ คุณภาพแย่ ถึงแย่มาก วิทยุเครื่องนี้ถือว่าเป็นเครื่องที่แพงที่สุดที่แม่เคยใช้มา แต่มันน่าภูมิใจอย่างหนึ่งตรงที่ มีวันหนึ่งแม่คุยกับผมแล้วเล่าให้ฟังว่า วิทยุตัวนี้มันเสียงดีนะ ฟังเพลงอะไรก็เพราะ เพิ่งรู้ว่าแต่ละเพลงมันมีเสียงกลอง เสียงกุ๊งกิ๊ง เดี๋ยวก็มีเสียงโน้นเสียงนี้โผล่มาในเพลง ฟังได้เพลินไปเลย เมื่อก่อนเวลาเปิดฟัง จะรู้แต่ว่าสถานีเขาพูด เขาเปิดเพลง แต่ไม่เคยรู้ว่าในเพลงมันมีเสียงอะไรบ้าง เพราะมันแบนๆฟังไม่ค่อยออก ผมฟังแล้วก็อมยิ้มเลย นานๆทีแม่ของคนเล่นเครื่องเสียงจะเห็นดีเห็นงามด้วยว่าเครื่องเสียงที่เสียงดีมันเป็นยังไง แม้ว่าค่าตัวของวิทยุเครื่องนี้จะไม่มาก บางทีสายสัญญาณยี่ห้อดังยังแพงกว่าหลายเท่า แต่ค่าตัวที่ย่อมเยาก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นดนตรีมันลดน้อยลง ตรงนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าต้องการอะไร ต้องการเสพเครื่องหรือเสพดนตรี ของขวัญวันแม่ปีนี้ผมจ่ายน้อยลงกว่าปีที่แล้วเยอะ แต่ว่ามันสร้างความสุขใจได้ทั้งคนให้และคนรับ และที่สำคัญแม่ได้ใช้งานทุกวัน

กลับมาเขียนบทความเกี่ยวกับเครื่องเสียงอีกครั้ง

สิบปีที่แล้วผมเคยเดินเข้าไปสมัครงานเป็นนักเขียนของนิตยสารเครื่องเสียงฉบับหนึ่ง และทางสำนักพิมพ์ให้โอกาสเขียนงานไปส่ง เรื่องอะไรก็ได้เกี่ยวกับเครื่องเสียง อีกไม่กี่วันผมก็ส่งต้นฉบับไป และได้ลงในหน้าสุดท้ายของเล่ม ตั้งแต่วันนั้นผมก็เป็นนักเขียนกับเขาจริงๆ

หลายเดือนหลังจากนั้นผมได้รับงานเขียนประจำคือ แปลบทความ เครื่องเสียงต่างๆที่ออกมาจะถูกทดสอบโดยนิตยสารต่างประเทศทั้งจากฝั่งอเมริกาและอังกฤษ สิ่งที่นิตยสารไทยจะทำได้ก็คือ แปลสิ่งที่ฝรั่งเขียน เนื้อหาทั้งเล่มมีที่เป็นคนไทยคิดเองเขียนเองทดสอบเองแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นของฝรั่งแปลเป็นไทย ผมก็รับหน้าที่แปลอย่างขยันขันแข็ง

ผมแปลได้เร็วมาก อาศัยว่าผมเป็นคนบ้าเครื่องเสียง ศัพท์เทคนิคที่ควรรู้ผมก็รู้หมด ความรู้ทางสายวิศวกรรมไฟฟ้าช่วยให้ผมทำความเข้าใจสิ่งที่ผมแปลได้เร็วมาก งานก็เลยไหลมาเทมา ผมเคยแปลสูงสุดเดือนละ 30 หน้า A4 ซึ่งเป็นการแปลความแบบทำความเข้าใจแล้วเล่าเรื่องใหม่ก่อนเขียน

ผ่านไปหลายเดือนผมกลายเป็นคนไม่กลัวภาษาอังกฤษ หนังสือเล่มหนา ข้อมูลกองใหญ่แค่ไหนก็ก็อ่านได้เรื่อยๆ การแปลจะเจอคำซ้ำๆ เจอประโยคคล้ายๆกัน สุดท้ายพอชำนาญมากๆผมก็เริ่มมองประโยคอังกฤษเหล่านั้นเป็นภาพ คือเห็นประโยคขึ้นต้น ตรงกลาง ลงท้าย มองรวมๆสิบประโยคผมก็แต่งข้อความภาษาไทยขึ้นมาใหม่เลย นอกเสียจากเป็นเรื่องราวเฉพาะทางจริงๆถึงจะอ่านทำความเข้าใจซ้ำไปซ้ำมาหลายๆเที่ยว

ผ่านไปหลายปีผมเป็นนักเขียนประจำกองบรรณาธิการ จนถึงช่วงเวลาหนึ่งผมเริ่มทุ่มเทเวลาให้กับการถ่ายภาพ ลดเวลาการเขียนงานลง ห้าปีหลังมานี้ผมเริ่มถ่ายภาพมากขึ้น และเริ่มรับผิดชอบงานของครอบครัวมากขึ้น ความถี่ในการส่งงานเขียนค่อยๆลดลง จากเดือนละหลายตอน กลายเป็นเดือนละสองตอน และ หนึ่งตอน และ เดือนเว้นเดือน จนกระทั่งในที่สุดเดือนพฤษภาคม ปี 2550 ก็เป็นเดือนสุดท้ายที่ผมส่งงานเขียนเข้าไป และไม่เคยได้ทำอีกเลยจนถึงปัจจุบัน

ตอนต้นเดือนผมอยู่ที่ร้านขายหนังสือ หยิบหนังสือที่ผมเคยเขียนมาเปิดดูเล่นๆ และเปิดไปดูหน้าบรรณาธิการ เหลือบดูรายชื่อนักเขียนในกองบรรณาธิการ ผมเห็นชื่อผมอยู่ในหนังสือเล่มนั้น ในใจก็รู้สึกดีที่เขายังไม่ถอดชื่อผมออก ผมเลยนึกได้ว่า ผมยังสามารถเขียนได้ถ้าผมอยากเขียน ก็เลยหยิบเรื่องราวของเครื่องเสียงสักตัวที่ผมชอบขึ้นมาเขียน การเขียนครั้งนี้เป็นการเขียนจากสิ่งที่อยากเขียน ไม่ได้เป็นการแปลเหมือนแต่ก่อน แต่ผมก็ยังอยากแปลบทความอยู่ดี เพราะผมรู้สึกว่าการแปลบทความทำให้ผมได้รู้เรื่องราวภายนอก การเขียนเรื่องของตัวเองเป็นการเขียนที่ง่ายที่สุดและอาจจะมักง่ายที่สุด แต่การเขียนเรื่องของคนอื่น หรือแม้แต่การแปล ผมถือว่าเป็นการเขียนที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบระดับสูง ถ้าไม่เข้าใจ เขียนผิด แปลส่งเดช มันจะเกิดความเสียหาย และมันจะเป็นการบอกตัวตนคนทำงานด้วยว่าตั้งใจ หรือ มักง่าย

เครื่องเสียงที่ผมชอบมีไม่กี่ตัว สิ่งที่แยกแยะได้ว่าผมชอบก็คือ ความรู้สึกว่า ไม่เสียดายเงินที่ซื้อมันมาใช้ วิทยุเครื่องหนึ่งที่อยู่ในบทความที่กำลังจะส่งไปให้สำนักพิมพ์พิจารณาเป็นตัวแทนของเครื่องเสียงคุณภาพดี มีแนวคิดการออกแบบที่น่าสนใจ และเป็นครูของนักออกแบบเครื่องเสียงรุ่นใหม่ๆได้เป็นอย่างดี แต่คงมีีคนไม่กี่คนที่รับรู้เรื่องพวกนี้ ผมเคยพยายามออกแบบเครื่องเสียงเอง พยายามทำเอง แต่ผมก็ทำให้มันดีไม่ได้ อาจจะเพราะความรู้ไม่พอ หรืออาจจะเพราะทรัพยากรไม่พอ หรือ จินตนาการไม่พอ ผมเลยไม่มีเครื่องเสียงทำเองออกมาสักที ทั้งที่มันเป็นความตั้งใจครั้งหนึ่งในชีวิต ว่าอยากจะออกแบบเครื่องเสียงใช้เอง ตอนนี้ยังไม่มีเครื่องเสียงของตัวเอง ขอเขียนไปพลางๆก่อนก็ได้ อย่างน้อยก็ยังถือว่าอยู่ในวงการเครื่องเสียงเหมือนกัน

teac r1 review

วันนี้ได้คุยกับแม่เรื่องวิทยุเครื่องใหม่

IMG_1747

แม่เล่าให้ฟังว่า “วิทยุเครื่องนี้มันดีนะ มันได้ยินเสียงสารพัดอย่างในเพลงเต็มไปหมดเลย เสียงกลอง เสียงเครื่องเคาะ เสียงดนตรี เสียงร้อง ทุกเสียงได้ยินชัดดี ไม่เหมือนเครื่องเก่าที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้แต่ว่าเขาเปิดเพลง รู้แต่ว่าเขาพูด แต่ไม่ค่อยรู้ว่าในเพลงมีเสียงอะไรบ้าง”

แม่เล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าวิทยุแต่ละเครื่องมันจะต่างกัน ยี่สิบกว่าปีที่แม่มีวิทยุใช้งานหลายเครื่อง ทุกเครื่องแม่ก็คิดแค่ว่าให้มันส่งเสียงได้ก็พอ แต่มีเครื่องนี้แหละที่แม่บอกว่ามันเสียงเพราะดี ทำให้แม่ได้ยินเสียงต่างๆในเพลงทุกเสียง และแม่ก็รู้ว่าการทำเพลงมันมีมากกว่าเสียงร้อง…. มีเสียงใหญ่ๆ เล็กๆ เต็มไปหมด

ผมก็ยิ้ม มันเป็นความรู้สึกดีที่สุดครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เพราะว่าแม่ชอบเครื่องเสียง แต่รู้สึกดีเพราะแม่สัมผัสความสุขได้

วิทยุตั้งโต๊ะหน้าตาดี เสียงดี TEAC R-1

เครื่องเสียงคุณภาพดีเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยาก แต่การจะให้คุณภาพดีอยู่คู่กับรูปร่างหน้าตาที่ดี ใช้งานง่ายนั้นค่อนข้างยาก สังเกตุได้ว่านักเล่นเครื่องเสียงระดับบ้าบิ่นจะมีห้องฟังแยกต่างหาก เป็นห้องเอาไว้ปลีกวิเวก เลิกคบคน

ผมเคยหาลำโพงที่เอาไว้ฟังเพลงจาก ipod ซึ่งหาไปหามาก็ได้เป็นลำโพงตัวใหญ่ทุกที เลยได้เป็นลำโพงพร้อมเครื่องขยายเสียงแบบต้องตั้งอยู่กับที่ พกพาไม่ได้ ครั้นจะหาแบบพกพาก็ได้แบบอันเล็กๆ ยัดใส่กระเป๋าโน๊ตบุ๊คได้ แต่ก็ใช้งานยากนิดหน่อย

ช่วงนี้เป็นวันแม่ เลยจะหาของขวัญให้แม่ และรู้ว่าแม่ชอบฟังรายการวิทยุ ดังนั้นเครื่องเสียงที่ผมเคยมีอยู่ทั้งหมดนั้น “สอบตก” เพราะฟังวิทยุไม่ได้ แม่ไม่ได้ต้องการเครื่องเสียงคุณภาพสุดยอด ไม่ได้ต้องการเครื่องเสียงที่ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ได้ต้องการเครื่องเสียงเล็กๆพกพาได้ แม่ต้องการแค่วิทยุเครื่องหนึ่ง และผมก็เคยพิจารณาเครื่องเสียงอยู่ตัวหนึ่งที่จะเอามาใช้ฟังเพลงจาก ipod แต่ที่ไม่ซื้อในคราวนั้นเพราะว่ามันมีวิทยุ และผมไม่ต้องการวิทยุ

ก็ในเมื่อคนใช้งานไม่ใช่ผม ผมก็เลยคิดว่า เครื่องที่เคยเล็งไว้น่าจะเหมาะกับแม่ สุดท้ายก็ไปซื้อมาให้แม่เป็นของขวัญ และแน่นอนที่สุดก็ืคือ ผมทดลองฟัง และทดลองใช้งานด้วยตัวเองด้วย เลยมีข้อมูลมาบันทึกเอาไว้ เผื่อให้คนอื่นๆที่กำลังสนใจหาเครื่องเสียงลักษณะนี้ได้รู้ข้อมูลที่น่าสนใจของเครื่อง จะได้รู้ว่าเหมาะ หรือ ไม่เหมาะกับตัวเอง

TEAC R-1 เป็นวิทยุที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ในตัว ถอดเปลี่ยนได้ มีหม้อแปลง 12V แถมมาให้ด้วย มีสายรับ FM และสายสัญญาณต่อกับเครื่องเล่น MP3 ให้อีก 1 เส้น ตัวเครื่องเสาอากาศแบบชักในตัว ซึ่งสามารถรับคลื่นได้ชัดมากอยู่แล้ว ผมยังนึกไม่ออกว่าเสาอากาศแบบเป็นสายต่อเพ่ิมจะเอาไว้ใช้งานรับคลื่นประเภทไหนอีก แต่ให้มาก็คงดีกว่าไม่มี

การปรับคลื่นวิทยุเป็นแบบมือหมุน แต่ว่าตัวแกนหมุนมีการทดรอบให้ปรับได้ละเอียดมาก และมันก็ให้ความกว้างพอสมควร คือแต่ละสถานีที่อยู่ติดกันจะมีระยะหมุนที่มากพอที่จะแยกคลื่นแต่ละสถานีได้ขาดออกจากกันได้ ไม่เหมือนของถูกๆไม่กี่ร้อยบาทที่ทุกคลื่นอยู่เบียดกันจนบางครั้งได้ยินเสียงทีละสองคลื่น เลื่อนไปเลื่อนมาก็คลื่นหายไปหมด ใช้ฟังได้จริงแค่ไม่ถึงห้าสถานี แต่ TEAC R-1 ฟังได้ทุกคลื่นจริงๆ แถมชัดมากอีกด้วย

เห็นมีลำโพงแค่ตัวเดียวแต่จริงๆ TEAC R-1 รับสัญญาณวิทยุเป็นสเตอริโอ ถ้าเอาหูฟังมาเสียบช่องด้านหลังเครื่องเราจะได้ยินในหูฟังทันทีว่ามันเป็นเสียงแบบสเตอริโอ และหมายความว่าตัวขยายเสียงภายในทำงานแบบสเตอริโอด้วยเช่นกัน แบบนี้ถือว่าได้เครื่องที่ใช้งานได้อเนกประสงค์จริงๆ เพราะมีนักเล่นบางส่วนที่สรรหาเครื่องขยายเสียงมาใช้กับ ipod เพื่อให้มันขยายเสียงเพิ่มขึ้นสำหรับการใช้งานกับหูฟังที่ต้องการพลังที่เยอะกว่าพลังที่ได้จาก ipod (งงไหม) ซึ่งหลายคนจะเรียกการขยายแบบนี้ว่า Headphone amp หรือ เครื่องขยายเสียงสำหรับหูฟังนั่นเอง

IMG_1712

เราสามารถนำเครื่องเล่น MP3 มาต่อเข้ากับ TEAC R-1 ได้ทางช่องต่อ Aux เพียงบิดสวิตซ์บนเครื่องไปที่ Aux เราก็ฟังเพลงได้เพลินๆ คุณภาพเสียงดีกว่าลำโพงคอมพิวเตอร์ทั่วไปแน่นอน แต่อย่าเอาไปเทียบกับ BOSE ลำโพงคอมฯที่ราคาแพงเท่ากับเครื่องเสียงบ้าน เพราะ BOSE ตัวนั้นเสียงดีกว่าจริง แต่ค่าตัวมันต้องจ่ายสองหมื่นกว่า ฉะนั้น อย่าเทียบเลย

สิ่งที่ดีมากจาก TEAC R-1 คือมันเสียงดี เกิดเป็นเครื่องเสียงก็ต้องเสียงดี ถึงจะไม่เสียชาติเกิด เครื่องเล่นเครื่องนี้เสียงดีจริงๆ แม้ไม่ได้ดีมากแบบที่จะทิ้งของเก่าที่มีอยู่ทั้งบ้าน แต่มันก็เป็นตัวแทนของเครื่องเสียงคุณภาพดีได้อย่างไม่ต้องเอาปี๊ปคลุมหัว ถ้าซื้อของแพงกว่านี้แล้วเสียงยังไม่ดีเท่านี้ ก็ไม่ต้องซื้อดีกว่า

ipod and iphone dock

ลำโพงสำหรับ ipod ที่เท่ห์ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา  ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าด้วยนะเนี่ย

polk audio r150

ได้ข่าวว่ามีลำโพงราคาถูก เลยตามไปดู ไปลองฟัง ราคาขายในเมืองนอก 100 ดอลล่า บางเว็บก็ 130 ดอลล่า ในไทยขาย 3450 บาท

polk audio เป็นยี่ห้อเครื่องเสียงที่ผลิตลำโพงขายมานานหลายสิบปี เป็นเครื่องเสียงที่ได้รับความน่าเชื่อถือว่าคุณภาพดี ของยี่ห้อนี้ไม่มีคำว่าหลอกกินเงิน ถ้าเราเชื่อว่าโซนี่ทำโทรทัศน์ดี โนเกียทำโทรศัพท์ดี polk ก็ทำลำโพงดีเช่นกัน

ลำโพงคู่นี้เป็นลำโพงที่ออกแบบมาให้เป็นลำโพงสำหรับโฮมเธียเตอร์ ซึ่งในอดีตนับสิบปี สินค้าที่เป็นเกรดโฮมเธียเตอร์จะคุณภาพต่ำกว่าเกรดเครื่องเสียงสำหรับการฟังเพลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ถึงเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเป็น polk ที่อยู่ในวงการเครื่องเสียงมานาน ถ้าทำลำโพงออกมาแล้วฟังเพลงไม่เพราะ คงจะต้องโดนด่ากระฉ่อนวงการ ลำโพงของ polk รุ่นนี้เลยมีคุณภาพน่าสนใจ ในขณะที่ราคาขายค่อนข้างต่ำ

สิบปีที่แล้วลำโพงฟังเพลงแบบดีๆ แบบฟังแล้วอยากอุ้มกลับบ้านไม่เคยเจอราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่ polk r150 ตัวนี้ทำได้ และทำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ เสียงจากลำโพงคู่นี้ถ้าให้ตั้งราคาขายเอง ผมคงจะเลือกติดราคาสัก 12000 เพราะน้ำเสียงมันมีคุณภาพระดับนั้น

เครื่องเสียงที่ให้คุณภาพดีสำหรับแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผมเอง เครื่องเสียงที่ดีคือเครื่องที่เราอยากให้มันส่งเสียง นั่นคือเราไม่รำคาญ ฟังได้นาน อยากฟัง อยากเปิด ไม่เหมือนของคุณภาพต่ำหลายๆตัวที่ได้ยินตามห้าง ยิ่งเปิดยิ่งฟังยิ่งเห็นค่าของความเงียบ บางทีโลกอาจจะเปลี่ยนไปเยอะ ของคุณภาพดีมีกระจายอยู่ทั่วไป เพียงแต่ผมอาจจะไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดเหมือนเมื่อก่อน

ลำโพงตัวนี้มีความไว 89dB ซึ่งเป็นความไวระดับปานกลาง เครื่องขยายเสียงทั่วไปสามารถเปิดมันได้อย่างไม่ยากเย็น ผมเอาไปเปิดฟังกับแอมป์หลอดกำลังขับ 3 วัตต์ ก็ให้เสียงฟังได้เต็มห้องทำงาน และได้คุณภาพที่พอใจ ใครมีเครื่องเสียงแบบมินิคอมโปอยากจะอัพเกรดลำโพงก็ลองตัวนี้ได้ เพราะไม่เคยเจอมินิคอมโปตัวไหนจะให้ลำโพงเสียงดีๆแบบนี้ ทางร้านเคยตั้งราคาขายไว้ระดับเจ็ดพันกว่าบาทแต่เอามาลดราคากันเหลือแค่ครึ่งเดียว ก็เลยต้องรีบซื้อไว้ซะหน่อย

Skype – voice over ip

สิบปีที่แล้วผมเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ทำงานกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า Computer telephony ก็คือการเอาคอมพิวเตอร์มารวมกับการใช้งานโทรศัพท์ การใช้งานที่คนเราคุ้นเคยกับระบบนี้ก็คือระบบตอบรับอัตโนมัติ การบันทึกข้อความวอยซ์เมล ซึ่งตอนนั้น มีเทคโนโลยีที่เพิ่งตั้งไข่ตัวหนึ่งเรียกว่า voice over ip

Voice over ip เกิดขึ้นในยุคที่อินเทอเน็ตเริ่มเป็นสิ่งจำเป็นต่อธุรกิจ แต่ยังไม่ได้รับความนิยมจนเนื่องจากความเร็วของอินเทอเน็ตยังไม่เร็วพอจะส่งข้อมูลเสียงแบบทันทีทันใดได้ แต่ก็มีความพยายามจะลดขนาดข้อมูล ยอมฟังเสียงไม่ดีบ้างเพื่อให้สื่อสารผ่านเครือข่ายได้ สุดท้ายก็มีการใช้งาน voice over ip อย่างเป็นรูปธรรมในรูปแบบของโปรแกรมชื่อ Skype ในช่วงเกือบสิบปีที่แล้ว

หลังจากเปลี่ยนอาชีพเลิกเป็นโปรแกรมเมอร์แล้วหันไปเอาดีทางอื่น ระบบ voice over ip ก็เบ่งบานเต็มที่ มันเติบโตตามความเร็วของอินเทอร์เน็ต และมันก็เป็นธุรกิจการสื่อสารที่ครอบคลุมไปทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่กับคอมพิวเตอร์อีกต่อไป การสื่อสารแห่งประเทศไทยก็มีบริการโทรต่างประเทศราคาถูกอย่าง y-tel หรือกด 1234 ก่อนเพื่อเข้าระบบ (ผมไม่เคยใช้) กสท. เอาระบบ voice over ip มาให้บริการประชาชนอย่างลับๆ ไม่ได้โปรโมทอะไรมากมาย การโทรทางไกลต่างจังหวัดหรือต่างประเทศอาจจะถูกเปลี่ยนเป็น voice over ip มานานแล้วโดยที่เราไม่รู้ เพราะมันเป็นเทคโนโลยีต้นทุนต่ำอย่างมาก

วันก่อนก็ได้กลับมาลองเล่น Skype อีกครั้ง แต่ไม่ใช่การใช้งานพ่วงกับคอมพิวเตอร์อย่างในอดีต แต่เป็นการเล่นผ่าน iPod touch ซึ่งเป็นเครื่องเสียงแบบพกพาขนาดเล็กตัวหนึ่งที่มีความสามารถสูงไม่ด้อยกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ การพูดคุยด้วย Skype ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายในยุคปี 2552 เป็นเรื่องที่ทำได้สบายมาก สามารถคุยกันรู้เรื่อง ทันทีทันใด เสียงดีใช้ได้ แค่เราสามารถเล่นเน็ตไร้สายได้ เราก็ใช้ Skype ได้ ประหยัดมากจริงๆ

นอกจากเครื่องเล่นอย่าง iPod touch ที่สามารถใช้ voice over ip ได้แล้ว ยังมีโทรศัพท์ของ nokia อีกหลายรุ่นที่มีความสามารถแบบนี้ คือเป็นโทรศัพท์มือถือที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ wifi หรืออินเทอร์เน็ตไร้สายได้ แต่โนเกียทำได้ดีกว่าถ้าเน้นเรื่องการคุยโทรศัพท์ เพราะโทรศัพท์โนเกียสามารถใช้งานคุยต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง จุดนี้เป็นจุดที่โนเกียได้เปรียบ เพราะเกิดมาเป็นโทรศัพท์ ไม่ใช่เป็นเครื่องเล่นเพลงอเนกประสงค์อย่าง iPod

belkin tunebase second show

วันก่อนที่ได้ tunebase มาใช้กับ iPod Shuffle แล้ว เห็นว่ามันเป็นช่องเสียบสาย usb ก็เลยคิดว่ามันน่าจะชาร์จ iPod ทั่วไปได้ด้วยผ่านทางสาย usb ที่มีแถมมาให้กับทุกเครื่องอยู่แล้ว ก็เลยเอา iPod Video มาลองเสียบดู ผลก็คือชาร์จไฟเข้า iPod ได้จริงๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าสนใจก็คือ มันไม่มีเสียงรบกวนของภาคจ่ายไฟเข้ามาด้วย ก่อนหน้านี้เคยลองที่แปลงไฟที่จุดบุหรี่ในรถเป็นช่อง usb ซึ่งเป็นของไม่มียี่ห้อ น่าจะมาจากจีน คุณภาพค่อนข้างแย่ เพราะมีเสียงรบกวนหึ่งๆๆๆๆๆ ตลอดเวลาที่เสียบสายกับ iPod ทำให้ไม่สามารถเสียบสายชาร์จแล้วฟังเพลงได้เลย ต้องเสียบแล้ววางไว้เฉยๆ แต่ tunebase ไม่มีเสียงรบกวนที่ว่านี้ แถมหน้าตาก็ดูดีอีกต่างหาก ทำให้รถยนต์หน้าตาตกรุ่นกลายเป็นรถที่น่านั่งมากขึ้นอีกนิดหน่อย ของเล่นชิ้นนี้ให้ความพึงพอใจอย่างดี สรุปสั้นให้กับ tunebase ก็คือ มันคือที่ชาร์จไฟในรถที่หน้าตาดีและไม่ทำให้ iPod เสียงแย่ลง

แนะนำลำโพงพกพาเสียงดีมาก กระบอกพร้อม dock

สามวันก่อนผมเดินเล่นดูของอยู่ที่ฟอร์จูน  ดูคอมพิวเตอร์  ดูโน๊ตบุ๊ค  ของถูกน่าซื้อเต็มไปหมดเลย ระหว่างที่ลังเลอยู่  ก็เดินผ่านตู้ขายของตู้หนึ่ง เป็นเอ็มพีสามและลำโพงเล็กๆหลายยี่ห้อ  ลองเดินเข้าไปดูตามความเคยชิน  หน้าตาลำโพงสำหรับพกพาก็จะเล็กๆ  เท่าที่เคยเห็นและลองฟังมา  มีของแพงอยู่รุ่นหนึ่งของ Yamaha รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดประมาณแก้วน้ำย่อมๆ  คุณภาพเสียงก็อยู่ในระดับธรรมดา  แต่ราคาไฮโซเหลือเกิน  ไม่สามารถจะทำใจได้  ลำโพงจะแพงกว่าเครื่องเล่นเสียอีก  เลยไม่ได้ซื้อสักที  คราวนี้ที่หน้าตู้ขายของมีลำโพงที่ไม่สามารถระบุยี่ห้อได้อยู่หลายยี่ห้อ  ถามคนขายอย่างตรงไปตรงมาว่า ตัวไหนเสียงดีที่สุด  คนขายก็ชี้ไปตัวยาวๆทรงกระบอก  หน้าตาคล้ายไฟฉายขนาดกลางๆ  ดูรูปร่างแล้ว พอจะยัดลงกระเป๋าโน๊ตบุ๊คได้  ส่วนตัวอื่นๆที่ไม่ได้ถูกชี้ก็ถามให้แน่ใจว่าทำไมถึงไม่ดี  บางตัวคนขายก็บอกว่า เปิดดังๆเสียงแตกง่าย  บางตัวเสียงเบา  ตัวที่เขาแนะนำสามมารถเปิดได้ดังที่สุดโดยที่เสียงยังไม่แตก  ฟังเหตุผลแล้วก็โอเคยอมรับได้  เลยลองฟังเทียบ  พบว่าเสียงไม่แตกจริงๆ  ขณะที่ตัวอื่นๆที่ไม่ได้ถูกแนะนำจะเสียงค่อนข้างเบา  ถ้าเร่งให้ดังก็เสียงแตกไม่น่าฟัง

ลำโพงตัวที่สนใจมีอยู่สองรุ่น  รุ่นแรกมีช่องสำหรับวาง ipod ได้ด้วย  สามารถใช้ร่วมกับ ipod โดยไม่ต้องต่อสาย  แบบนี้เท่ห์มาก  ฟังค์ชั่นไฮโซแต่ราคาเท่านวดในสปาครั้งเดียว  ส่วนอีกรุ่นที่คล้ายๆกันจะถูกเหมือนนวดแผนโบราณ  ราคาถูกลงเพราะตัดขั้วสำหรับวาง ipod ออกไป  ต้องใช้ต่อผ่านสายสัญญาณเท่านั้น  ทั้งคู่ใช้ถ่านไฟฉายได้  สามารถใช้ไฟเลี้ยงจากพอร์ตยูเอสบีของคอมพิวเตอร์ได้  สามารถอะแด๊ปเตอร์แปลงไฟได้ตั้งแต่ 5-9 โวลท์  ตอนทดลองฟังก็เอา ipod มาวางทดสอบ  เสียงร้องของนอร่าโจนส์ทำให้เราต้องฟังอย่างตั้งใจ  เสียงชัดและไม่แตก  เสียงกลางเด่นมาก  เสียงย่านความถี่ต่ำที่มักจะไม่ค่อยได้ยินจากลำโพงคอมพิวเตอร์ก็ชัดเจน  เสียงดับเบิ้ลเบสในเพลงแจ๊สได้ยินชัดเจน  ฟังออกว่าเสียงดีดสายเบสเป็นอย่างไร  วิจารณ์กันไปยังกับนักฟังหูทอง  สรุปแค่ว่าลำโพงคู่นี้ให้เสียงได้ดี  เข้าข่ายลำโพงไฮไฟ  ตัวเล็ก ประสิทธิภาพสูง  สามารถใช้ฟังได้ทั้งวันไม่แสบหูแน่นอน  ก็เลยสอยกลับบ้าน…..

มาถึงบ้านก็ลองหลายอย่าง  ฟังใกล้ๆ  ฟังไกลๆ  วางบนโต๊ะ  วางพื้น  วางบนหิ้ง  คุณภาพเสียงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี  ฟังที่ร้านดีแค่ไหนกลับบ้านก็ให้เสียงได้ดีกว่า  เพราะที่บ้านเสียงรบกวนน้อย  ฟังอะไรก็ไม่ยาก  สรุปแล้วคุ้มราคาค่าตัวมากๆ  ป้าย 695 บาท  น้องคนขายลดให้ไม่ต้องต่อเหลือแค่ 650 บาท  ราคาแค่นี้แต่เสียงดีกว่าลำโพงสเตอริโอตามห้างชุดละเกือบหมื่น  ไม่ซื้อได้ไง

รักแรกพบ

ไม่ค่อยอยากจะเชื่อตัวเองสักเท่าไหร่ว่าทำไมเป็นคนใจง่ายปานนี้  อยู่ดีๆก็มีเรื่องให้เสียเงิน  แต่เป็นการเสียที่เต็มใจและดีใจอย่างมาก  หากพูดคำว่า “แผ่นเสียง” ก็คิดไว้แล้วว่าเก่า เชย  แต่มันคลาสิคมากสำหรับผมเอง  ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้คิดแบบนี้  อาจจะเป็นความเท่ห์  เท่ห์ที่เรามีของสะสมที่คนอื่นๆสวนใหญ่เขาไม่สนใจกัน  ผมซื้อแผ่นเสียงเก็บไว้บ้างเป็นบางแผ่น  ซึ่งมักจะได้มาจากร้านขายของเก่า  เป็นแผ่นที่ต้องไปคุ้ย ไปรื้อ ฝุ่นจับ มือเปื้อน  หลายแผ่นที่ได้มาก็อยู่ที่บ้านเพื่อน  เพราะได้มาแล้วไม่มีเครื่องจะเปิดเล่น  เลยฝากเพื่อนไว้  

วันนี้เดินเล่นในห้าง บังเอิญไปเจอร้้านขายแผ่นเสียงเปิดใหม่  ร้านขายแผ่นเสียงเปิดตัวขึ้นในห้างไอที  ห่างจากร้านไปยี่สิบเมตรเป็นร้านขาย mp3 ซีดีเถื่อน  มันดูเป็นปรากฏการณ์ที่น่าประหลาดใจ  ใครหนอช่างคิดช่างมั่นใจ  ผมยังไม่กล้าคิดเลยว่าธุรกิจแผ่นเสียงจะเกิดขึ้นในสถานที่แบบนี้ ณ พศ นี้  แต่มันก็มีให้เห็นจริงๆ  แล้วในร้านก็มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงขายเสียด้วย  ปกติเครื่องเล่นแผ่นเสียงจะราคาแพงมาก  แพงกว่าเครื่องเล่นดีวีดีที่ดีที่สุดในโลกเสียอีก  นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมได้แต่ฝันว่าสักวันคงใจถึง มีเงินเยอะพอจะซื้อได้  แต่วันนี้ดันมีของถูกมาวางขาย  จะลังเลให้คนอื่นตัดหน้าไปทำไม  เลยตัดสินใจอุ้มกลับบ้านแล้วก็เอามาเปิดกับแผ่นที่สะสมไว้  ตอนหยิบแผ่นออกจากซอง แล้วค่อยๆวางลงไปให้มันได้ตำแหน่ง  ยกหัวเข็มมาวางบนแผ่นที่กำลังหมุน  แค่ตั้งท่าก็รู้สึกดีแล้ว  แต่คุณภาพเสียงที่ได้ก็ผิดหวังเล็กน้อย  แต่ทำใจได้เพราะว่ามันเป็นของถูก  ข้อด้อยเลยกลายเป็นข้อจำกัด  ข้อจำกัดคือสิ่งที่เรายอมรับ  ก็ยอมรับตั้งแต่แรกเห็นไปแล้ว  รักแรกพบนะเออ……..