รีวิว Fiio BTR3 Dac/Amp Bluetooth คุณภาพสูง

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ยี่ห้อ Fiio ผมจะรู้จักจุดเริ่มต้นในด้านของแอมป์หูฟัง และก็มีพัฒนาการออกมาเป็นเครื่องเล่นเพลงที่หลากหลาย มีตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกให้ใช้ และในตอนนี้ก็มีอุปกรณ์บลูทูธออกมาให้ใช้งานร่วมกับหูฟังตัวโปรดของเรากับเครื่องเล่นเพลง

IMG_0529

อุปกรณ์ประเภทตัวรับสัญญาณบลูทูธแล้วมีช่องเสียบหูฟังมีมานานหลายปี คนที่ต้องการความสะดวกสบายในการฟังเพลงก็จะหาอุปกรณ์แนวนี้มาใช้งานร่วมกับหูฟังตัวโปรด บางคนใช้ตัวรับบลูทูธไปต่อกับเครื่องเสียงบ้านเพื่อทำให้ฟังเพลงจากมือถือผ่านเครื่องเสียงบ้านได้สะดวก ตลาดส่วนนี้มีอุปกรณ์ถูกๆและคุณภาพธรรมดาให้ใช้อยู่ แต่ก็ไม่เคยมีใครทำของดีออกมาขาย

IMG_0454

Fiio ฺทำ BTR 1 ออกมาก่อน เป็นอุปกรณ์รับสัญญาณบลูทูธที่ต่อหูฟังได้ มีไมโครโฟนเพื่อใช้พูดคุยด้วย ทำให้นักฟังเพลงสามารถใช้หูฟังที่ชอบมามาฟังเพลงแบบไร้สายกับโทรศัพท์ และสามารถพูดคุยรับสายได้ด้วยในตัว เป็นความสะดวกที่มาพร้อมคุณภาพเสียงที่ดี เพราะมีการใช้ชิพเสียงและวงจรขยายสัญญาณหรือแอมป์หูฟังที่มีคุณภาพ และในรุ่นใหม่อย่าง BTR3 ก็ออกมาตามรอยรุ่นพี่ อย่าง BTR1 แต่เพิ่มคุณภาพเข้าไปอีกหลายอย่างทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจมากขึ้น และที่สำคัญ ราคาไม่แพง

ระบบการส่งสัญญาณเสียงด้วยบลูทูธจะมีประเด็นที่เป็นตัวควบคุมคุณภาพเสียงอยู่ นั่นก็คือ ตัว codec ที่ใช้อยู่ในอุปกรณ์ codec ย่อมาจากคำว่า coder และ decoder คือการเข้ารหัสและถอดรหัสนั่นเอง ตัวส่งสัญญาณบลูทูธจะนำเสียงดิจิทัลมาเข้ารหัส แล้วส่งผ่านอากาศออกไป ตัวรับสัญญาณบลูทูธจะรับสัญญาณทางอากาศแล้วถอดรหัสออกมาเป็นเสียงดิจิทัล แล้วก็ส่งไปผ่านชิปแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกอีกครั้ง เมื่อได้สัญญาณอนาลอกก็อาจจะส่งไปผ่านวงจรขยายอีกทอดหนึ่งเพื่อส่งสัญญาณไปออกหูฟัง

codec พื้นฐานของการฟังเพลงผ่านบลูทูธคือ SBC ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสุดของการใช้งาน เพลงที่ฟังผ่าน codec ตัวนี้จะมีคุณภาพกลางๆ คุณภาพเสียงของระบบนี้จะนำสัญญาณระดับ 16bit 44.1k มาย่อ แล้วส่งผ่านแบนด์วิธประมาณ 328kbps ปลายทางรับสัญญาณก็จะถอดรหัสคืนค่ากลับมา เรียกว่าพอใช้ได้ แต่ไม่ดีมาก ผู้ผลิตหลายรายก็จะมีความพยายามในการพัฒนา codec ให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เพิ่มแบนด์วิธขึ้น เราก็จะได้ codec ใหม่ๆออกมาอีกหลายตัว และล่าสุด เราได้ LDAC ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาของค่าย sony โดยสามารถนำสัญญาณต้นทางระดับ 24bit/96k มาเข้ารหัสเพื่อส่งสัญญาณผ่านแบนด์วิธ 990 kbps และคืนค่าหรือถอดรหัสที่จุดรับออกมาเป็นเพลงระดับ 24bit/96k นั่นเอง โดยระบบ LDAC จะเป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับการฟังเพลงระดับ Hi-res เป็นหลัก

ขั้นตอนการทำ codec จะเป็นการย่อขนาดและขยายกลับคืนแบบ lossy compression คือมีการสูญเสียรายละเอียดบางส่วนไประหว่างทาง เพื่อให้แบนด์วิธ์ไม่สูงเกินไป หมายความว่าระบบการส่งเสียงผ่านบลูทูธทุกมาตรฐานจะมีการสูญเสียเสมอ การบีบอัดข้อมูลลักษณะนี้จะคล้ายกับภาพถ่ายชนิด Jpeg ที่ถูกลดทอนรายละเอียดลง และไม่สามารถกู้ข้อมูลกลับมาได้ การย่อขนาดเพื่อส่งผ่านช่องทางแบนด์วิธต่ำ ก็ต้องทิ้งข้อมูลไปเยอะมากกว่าการย่อแล้วส่งในช่องทางแบนด์วิธสูง การใช้แบนด์วิธที่มากขึ้นจะได้คุณภาพสัญญาณที่มากขึ้นนั่นเอง

ด้วยความสามารถของ codec ที่ทันสมัย รวมกับการเลือกใช้ชิปแปลงสัญญาณเสียงที่มีชื่อเสียงด้านการฟังเพลงอย่าง DAC รุ่น AK4376A ซึ่งมีผลทำให้อัตราส่วนสัญญาณเสียงต่อสัญญาณรบกวนสูงระดับ120db พร้อมด้วยการทำงานร่วมกับภาคขยายหรือ amp กำลังขับ 25 มิลลิวัตต์ที่ 32 โอห์ม ก็ทำให้ Fiio BTR3 เป็นตัวรับบลูทูธที่เสียงดีและมีกำลังขับที่ดีสำหรับหูฟังทั่วไป

Specification

  • Model : FiiO BTR3
  • Audio Input : Bluetooth V4.2
  • Supported Codec’s : AAC, SBC, aptX, aptX Low Latency, aptX HD, LDAC and LHDC
  • Bluetooth chip : Qualcomm CR8675
  • DAC : AK4376A
  • AMP : onboard AMP Included in AK4376A
  • Frequency Response : 20~20kHz(aptX connection), 20~40kHz(LDAC connection)
  • THD+N : 0.003%(LHDC 1kHz)
  • SNR : 120dB (A-weighted)
  • Output : 3.5mm Single Ended
  • Output Power : 33mW@16 Ohm & 25mW@32 Ohm
  • Output Impedance : 0.3 Ω(32Ω loaded)
  • Crosstalk : ≥ 75 dB(32Ω loaded)
  • Drivability : 16~100 Ω (recommended)
  • Battery : 300mAH
  • Battery Life : about 11hours
  • Charging Time : ≤1.5 h (DC 5V 500mA)
  • USB Port : USB Type C
  • Size : 58×25×10.4mm (exclusive of back clip)
  • Weight : 26 g (incl. battery)
IMG_0449

ลักษณะภายนอกของ BTR3 จะมีขนาดใหญ่ประมาณแท่ง usb-drive ทั่วไป มีคลิปหนีบสำหรับติดเสื้อ มีปุ่มอยู่ที่ด้านข้าง ประกอบไปด้วยปุ่มเปิดปิด มีรูเล็กๆเจาะไว้เป็นช่องรับเสียงของไมโครโฟน ต่อมาเป็นปุ่มกดเพื่อรับสายสามารถใช้สั่งเพื่อเล่นเพลงและหยุดเพลง ปุ่มถัดมาจะเป็นปุ่มมีเครื่องหมาย + และ ปุ่มเครื่องหมาย – เอาไว้ปรับความดัง ด้านล่างจะเป็นช่องเสียบสาย 2 ช่อง ก็คือช่อง usb-c กับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5มม.

IMG_0452

ช่อง usb-c ที่ให้มาสามารถใช้เสียบสาย usb-c เข้ากับเครืองคอมพิวเตอร์ BTR3 จะทำงานกลายเป็น usb dac สามารถใช้กับโน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์เป็นเหมือนชุดตั้งโต๊ะ โดยคุณภาพเสียงของการฟังผ่าน usb-c จะได้คุณภาพสูงมากและไม่ผ่านการบีบอัดข้อมูล คุณภาพเพลงที่เล่นผ่านระบบ usb-dac แบบนี้จะได้คุณภาพเต็มที่ตามไฟล์ที่นำมาเปิด เป็นฟังค์ชั่นสุดยอดคุ้มค่าที่หาไม่ได้จากตัวรับบลูทูธยี่ห้ออื่น

IMG_0448

ทดลองฟัง

BTR3 จะใช้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ Redmi note7pro ซึ่งทั้งคู่รองรับ codec แบบ LDAC และเมื่อเชื่อมต่อกันแล้วก็มีตัว status ในมือถือระบุเป็นคำว่า LDAC ด้วย มือถือเครื่องนี้จะเป็นต้นทางของการเล่นไฟล์เพลง โดยไฟล์เพลงที่ใช้เปิดจะเป็นไฟล์เพลงป๊อป ร็อค เพลงไทยทั่วไป รวมถึงไฟล์เพลงแนวออดิโอไฟล์บางเพลงด้วย ไฟล์ที่เน้นคุณภาพเสียงจะเป็นไฟล์ wav ความละเอียด 16bit 44.1k ซึ่งส่วนใหญ่ rip ออกจากแผ่นต้นฉบับ และในบางโอกาสก็นำ BTR3 ไปเสียบสายต่อกับเครื่องเสียงบ้านด้วย เพื่อใช้งานในห้องฟังเพลงปกติ

2020-02-08_02-19-23

คุณภาพเสียงเมื่อฟังด้วยการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ เราได้เสียงนุ่มนวล สว่าง ใส เสียงกลางชัดและมีย่านเสียงสูงที่ชัดตามกัน ระดับความดังเพื่อฟังผ่านหูฟังที่ไม่โหดมากก็ได้เสียงดังลั่น ฟังเพลงป๊อปทั่วไปก็ทำหน้าที่ได้ดี เราฟังแล้วก็อยากจะร้องเพลงตาม ฟังกับแนวออดิโอไฟล์ก็ทำงานได้ดี น้ำเสียงแนวผู้ดี เบสลงได้ลึก แต่ไม่บวมไม่เบลอ หูฟังที่ใช้ฟังส่วนใหญ่จะเป็น Koss KSC35 ส่วนหูฟังขนาดใหญ่อย่าง AKG k701 ให้เสียงได้แต่ไม่ค่อยมีแรง กำลังของ BTR3 น้อยเกินไปสำหรับหูฟังขับยากความต้านทานสูงแบบนี้ แม้จะได้ยิน ฟังเพลงได้ แต่ไม่สนุก ใช้งานกับหูฟังเล็กจะได้เสียงที่สดกว่า น่าฟังกว่า

IMG_0440

ฟังเพลงร็อคของ metalica ก็ให้น้ำหนักเสียงกลองที่หนักหน่วง เสียงกลองขนาดใหญ่ที่ฟังได้อารมณ์มาก ฟังเสียงร้องของนักร้องเสียงหวานอย่าง susan wong ก็ให้ตำแหน่งโฟกัสนักร้องที่แม่นยำ วางตรงกลางไม่วูบวาบเลย เสียงอคูสติกกีต้าร์มีน้ำหนักเสียงรับรู้ได้ค่อนข้างชัด ฟังเพลง creep ของวง radiohead ก็ให้น้ำหนักเสียงกลองเบสที่นุ่มฟังเพลิน เสียงกีต้าร์ใส่ดีสทอร์ชั่นในตอนกลางเพลงก็แตกซ่านแต่ไม่แสบหู โดยรวมแล้วฟังผ่านบลูทูธจะไม่จัดจ้าน ไม่สดเท่าการฟังผ่านสายและแอมป์หูฟัง แต่ก็ไม่ใช่จืดชืดเนือยๆแบบของคุณภาพต่ำ

IMG_20200205_082912

เอา BTR3 ไปใช้งานร่วมกับเครื่องเสียงบ้าน โดยเทียบกับชุดหลักที่เปิดด้วย ipod mini วางบน Dock และใช้เพลง wav เป็นหลัก เปิดเพลงเดียวกันเทียบระหว่างชุดเดิมที่เป็น ipod กับ เปิดเสียงด้วยมือถือผ่านบลูทูธไปยัง BTR3 พบว่า เสียงที่ผ่านชุดเครื่องเสียงบ้านฟังใกล้เคียงกันมาก เปิดฟังเทียบอยู่หลายเพลงก็ให้น้ำเสียงที่ดีสูสีกัน มิติของเวทีเสียงก็เรียงตัวคล้ายๆกัน จะชี้ว่าใครดีกว่าหรือแย่กว่าทำได้ยาก เพราะมันคล้ายกันจริงๆ

ด้วยความสามารถทั้งรับบลูทูธและเป็น usb-dac ได้ เมื่อเราเชื่อมการใช้งานทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน เราสามารถเปิดเพลงจากคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา และเมื่อเราเปิดเสียงเพลงจากมือถือเข้าไป เสียงที่ได้ยินจะเป็นเสียงจากช่องทางบลูทูธทันที โดย BTR3 จะส่งเสียงที่มาทางบลูทูธออกมาให้เราได้ยินเลย และเมื่อเรากดหยุดที่มือถือ เสียงจะกลับไปเป็นเสียงของคอมฯตั้งโต๊ะที่มาทางสาย usb-c ทั้งหมดทำงานโดยอัตโนมัติไม่มีจังหวะสัญญาณหลุดหรือต้องตั้งค่าใหม่เลย ว่าไปแล้วฟังค์ชั่นแบบนี้ก็เหมาะที่จะซื้อ BTR3 ติดหน้าคอมฯ เพื่อใช้เปิดเพลงคุณภาพดีๆ ผ่านการทำงานแบบ usb-dac และเมื่อเราอยากจะฟังเสียงจากโทรศัพท์ ก็สามารถทำได้เลยเพราะเชื่อมทางบลูทูธเอาไว้แล้ว

ข้อดี

เสียงดี รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธทันสมัย ใช้ codec ชนิด LDAC สามารถใช้ฟังเพลง hi-res แบบไร้สาย เสียงดีมากเมื่อเอาไปต่อกับเครื่องเสียงบ้าน

ข้อเสีย

ตัวเครื่องด้านหน้าเป็นหน้าจอกระจก ดูเหมือนจะต้องดูแลป้องกันพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นรอยขีดข่วน และด้วยความเล็กและมีผิวภายนอกเป็นผิวมันก็กลัวจะทำหลุดมือตอนหยิบใช้งาน

สรุป

Fiio BTR3 เป็นอุปกรณ์รับสัญญาณบลูทูธที่มีความอเนกประสงค์พร้อมด้วยคุณภาพเสียงที่ดี ซื้อตัวเดียวได้ใช้ 2 ฟังค์ชั่นการใช้งานเลยคือเป็น usb-dac และ เป็นตัวบลูทูธสำหรับเสียบหูฟังเพื่อฟังเพลง คุณภาพเมื่อใช้กับชุดเครื่องเสียงบ้านให้คุณภาพสูงมากใกล้เคียงกับชุดเครื่องเสียงตั้งโต๊ะ ส่วนคุณภาพการใช้งานเป็นบลูทูธ ก็ให้น้ำเสียงฟังง่าย ฟังสบาย ไม่มีเบสบวมหรือแหลมสากเสี้ยน และการได้ใช้ codec แบบ LDAC ก็นับเป็นข้อดีที่เราจะใช้มันกับการฟังเพลง hi-res ได้ในอนาคต

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ

รีวิว หูฟังไร้สาย Happy Plugs Air1

หูฟังสำหรับการฟังเพลงได้รับการพัฒนามาตลอดหลายปี ตั้งแต่เริ่มต้นเป็นหูฟังชนิด ear bud ที่แถมมากับเครื่องเล่นเพลง และพัฒนาต่อมาให้เป็นหูฟังที่ใช้งานกับโทรศัพท์มือถือ การใช้งานหูฟังกับโทรศัพท์ก็จะมีหลายวัตถุประสงค์ ตั้งแต่ใช้ฟังเพลง กับ ใช้พูดคุยซึ่งจะต้องทำหน้าที่กดรับสายหรือวางสายได้ด้วย หูฟังที่ใช้กับโทรศัพท์จะถูกเรียกว่าสมอลทอล์คและคำว่าสมอลทอล์คก็กลายเป็นคำศัพท์ทั่วไป เป็นตัวแทนของสายหูฟังไปในที่สุด

ในยุคแรกหูฟังสมอลทอล์คจะเป็นหูฟังคุณภาพต่ำพร้อมไมโครโฟนบนตัวสาย ใช้เสียบกับโทรศัพท์เพื่อการพูดคุยกัน ไม่ได้ออกแบบเอาไว้ฟังเพลง และพอโทรศัพท์เริ่มพัฒนาคุณภาพเสียงให้พอฟังเพลงได้ เราก็มีหูฟังสมอลทอล์คสำหรับคุยและฟังเพลงได้ แต่ยังเป็นแบบมีสายอยู่ และหูฟังสมอลทอล์คที่มีคุณภาพดีระดับพอใช้ได้ก็คือหูฟังที่แถมมากับโทรศัพท์ราคาสูงอย่าง iphone นับได้ว่าบริษัท apple ได้วางรากฐานอุปกรณ์ด้านนี้เอาไว้หลายอย่าง

IMG_0465

ส่วนหูฟังที่เน้นการพูดคุยแต่เพียงอย่างเดียวก็ถูกพัฒนาออกมาเป็นหูฟังบลูทูธ เป็นหูฟังข้างเดียวที่ใช้คุยเป็นหลัก โลกเราใช้หูฟังบลูทูธข้างเดียวอยู่เกือบ 20 ปี จนมีคนเริ่มทำหูฟังสำหรับฟังเพลงแบบไร้สายให้คุยโทรศัพท์ได้ พวกเราเลยมีหูฟังสำหรับฟังเพลงและพูดคุยในชิ้นเดียวกัน และสามารถทำเป็นระบบสเตอริโอสำหรับใช้งานสองหูได้ด้วย

จากการพัฒนาการไม่หยุดยั้งของโทรศัพท์มือถือ ก็ผลักดันให้หูฟังกลายเป็นระบบไร้สาย และ apple ก็ออกแบบหูฟังไร้สายออกมาขาย หน้าตาเป็น earbud แบบเดิมที่เคยมีขาย แต่กลายเป็นไร้สาย หรือ ไม่มีสายแล้ว เอา earbud มาถอดสายออกหน้าตาจะดูตลก แต่ใช้งานได้ดีมาก คุณภาพเสียงดีเหมือนเดิม แถมได้มีการออกแบบวิธีการใช้เสียใหม่ ลดความยุ่งยากที่เคยพบกับการเปิดปิด ลดปัญหาการการเชื่อมต่อลงไปหมดสิ้น แม้แต่การชาร์จไฟก็ออกแบบวิธีใหม่ให้ด้วย

เราเรียกหูฟังไร้สายที่ใช้สำหรับฟังเพลงและคุยโทรศัพท์ว่าเป็นหูฟังชนิด true wireless และจากการใช้งานแสนยุ่งยากของหูฟังบลูทูธในอดีต apple ก็ปรับปรุงวิธีการใช้ วิธีการพก วิธีการชาร์จไฟเสียใหม่ กลายมาเป็นหูฟ้งไร้สายที่มีกล่องใส่ มีแบตเตอรี่ในตัวหูฟังและมีแบตเตอรี่ในตัวกล่องใส่ กล่องนี้ทำงานเหมือนเพาเวอร์แบ๊งค์คอยจ่ายไฟชาร์จตัวหูฟัง เมื่อใช้งานหูฟังจนแบตลดต่ำลงเกือบหมด เราก็แค่เอาไปวางเก็บไว้ในกล่อง กล่องก็จะชาร์จไฟให้กับตัวหูฟัง และเมื่อใดที่เราหยิบหูฟังออกจากกล่อง หูฟังก็จะไปเชื่อมตัวเองเข้ากับโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ และกล่องใส่หูฟังที่มีไฟในตัวก็เป็นกล่องที่ต้องอาศัยการเสียบสายชาร์จด้วย วิธีการออกแบบแนวนี้ทำให้หูฟังชนิดนี้น่าใช้งานมาก และลดปัญหาการลืมชาร์จไฟให้กับหูฟังได้อย่างยอดเยี่ยมเลย

apple ออกแบบหูฟังไร้สายใหม่ แล้วก็ขายได้ถล่มทลาย ทุกคนที่เปลี่ยนจากหูฟังแบบสายมาเป็นไร้สายก็จะชอบทุกคน เพราะสะดวกและไม่ต้องปวดหัวกับการต่อสาย ทำให้มีผู้ผลิตรายอื่นเข้ามาร่วมออกแบบ ร่วมผลิตเพื่อแบ่งยอดขายกันเป็นจำนวนมาก และยี่ห้อ Happy plugs ก็ทำหูฟัง true wireless หน้าตาเหมือนของ apple ออกมาขายเช่นกัน โดยใช้ชื่อรุ่นหูฟังนี้ว่า Air1

ลักษณะทั่วไป

หูฟัง Air1 เป็นหูฟังชนิด earbud มีแบตเตอรี่ในตัว เชื่อมต่อกับโทรศัพท์หรือเครื่องเล่นเพลงด้วยระบบ Bluetooth ในเว็บผู้ผลิตมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลายสีหลายลาย ส่วนในการทดสอบครั้งนี้เราได้สีดำมาลอง การหยิบออกจากกล่องจะเป็นการเปิดการทำงาน และเมื่อวางกลับลงไปในกล่องก็จะเป็นการปิดสวิตซ์ และเข้าสู่การชาร์จไฟอัตโนมัติ ในการควบคุมสั่งการหูฟังรุ่นนี้ ต้องใช้วิธีแตะที่ก้านหูฟัง เป็นการสั่งงานด้วยระบบสัมผัส โดยมีวิธีแตะอยู่หลายรูปแบบ แต่ละแบบก็จะไปทำงานแตกต่างกัน บนตัวกล่องจะมีช่องเสียบสาย micro usb เอาไว้ชาร์จไฟด้วย

IMG_0477

Specification

การเชื่อมจต่อ Bluetooth Version: 5.0

ระยะเวลาการใช้งานรวม 14h

ระยเวลาการใช้งานต่อการชาร์จหูฟัง 1 ครั้ง 3.5ชั่วโมง

Standby Time: 90h

ความจุแบตเตอรี่ในหูฟัง 30mAh

ความจุแบตเตอรี่ในกล่อง 400mAh

ขนาดดอกลำโพง 12mm

ควาไว 95dB ± 3dB

การตอบสนองความถี่ 20-20kHz

ความต้านทาน 16Ω

ขนาดกล่อง 51x63x20mm

น้ำหนักหูฟัง 3.75g

น้ำหนักกล่อง 35g

IMG_0467

ทดลองฟัง

โทรศัพท์ที่ใช้ทดสอบเป็นรุ่น Redmi note7pro และ โน้ตบุ๊ค asus Asus ใช้ซีพียูรุ่น Ryzen5

การสวมใส่กับหูทำได้ดีมาก สบายมาก เพราะพื้นฐานของรูปทรงของ Air1 เป็นหูฟัง earbud ดังนั้นใครคุ้นเคยกับการใช้ earbud ก็จะใช้ Air1 ได้สบายๆ ใส่นานเป็นชั่วโมงก็ไม่รู้สึกหูร้อนหรืออึดอัด ส่วนคุณภาพเสียงก็อยู่ในระดับที่เรียกว่าเสียงดี ลักษณะเสียงจะโปร่งฟังสบาย โทนเสียงย่านเบสมีให้ได้ยินพอดีๆ การตอบสนองของทุกย่านเสียงมีความดังพอๆกัน เสียงกลางเป็นเสียงที่ฟังได้ง่าย เสียงกลางจาก Air1 เป็นเสียงกลางที่ชัด ใส ราบรื่น ส่วนเสียงย่านแหลมก็มีประกาย และไม่เสียดหู

คุณภาพเสียงที่ได้ยินจะคล้ายกับหูฟัง earpod ที่แถมมากับ iphone แต่เพิ่มเบสและความกระฉับกระเฉงขึ้นไปอีกนิด ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบเสียงของหูฟัง earpod อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฟังเสียงจากคลิป youtube ก็ให้น้ำเสียงพูดของคนเป็นธรรมชาติ ฟังเพลงก็ได้ความโปร่งและชัด น้ำหนักเสียงเบสจะเหมาะกับการฟังเพลงป๊อป และอคูสติก

IMG_0471

ฟังเพลงร็อคหรือเพลงที่โชว์เสียงย่านต่ำเราจะได้เสียงต่ำที่กระชับ ไม่ล้น ไม่บวม Air1 เป็นหูฟังที่ให้เนื้อเบสไม่ใหญ่ แต่มีความรวดเร็วและไว เสียงกีต้าร์อคูสติกมีความใสและแรงประทะที่ชัด น้ำเสียงของนักร้องผู้หญิงหวานและไม่มีความรู้สึกบีบหรือเสียงอยู่ในกล่อง สามารถติดตามฟังเสียงลม เสียงเอื้อน เสียงลูกคอและเทคนิคการร้องต่างๆได้ชัดเจน มิติเสียงร้องทำได้ดีมาก

ใช้งานหูฟังตัวนี้จะฟังคลิปต่างๆได้เพลินมาก เผลอแป๊ปเดียวหมดเวลาไปเป็นชั่วโมง การสั่งการจะใช้วิธีการสัมผัส วิธีการสัมผัสมีหลายวิธี และหูด้านซ้ายและขวาต่างก็แยกกันรับคำสั่ง จะให้ดีอ่านคู่มือการใช้งานจากผู้ผลิตให้เข้าใจเสียก่อนจะดีที่สุด

การพูดคุยก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา ระหว่างที่ฟังเพลง หากมีสัญญาณโทรเข้า เราสามารถแตะที่หูขวา 1 ครั้งเพื่อรับสายได้ และการพูดคุยก็ทำได้รู้เรื่อง ไมโครโฟนที่ติดกับหูฟังรับเสียงคนพูดได้ชัดเจน

touch control air1

มีข้อสังเกตุเรื่องคุณภาพสัญญาณบลูทูธ ตลอดเวลาที่ได้ทดสอบหูฟังตัวนี้ในบ้าน ในรถ ก็พบว่าเป็นหูฟังที่ใช้งานได้ง่าย สะดวก และสัญญาณค่อนข้างดี อาการสายหลุดหรือเสียงหายจะมีน้อย แทบจะไม่ผิดพลาดเลย แต่พอนำหูฟังตัวนี้ติดไปเดินห้าง โดยเสียบหูฟังเพื่อฟังเพลง แล้วเครื่องเล่นหรือโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋ากางเกง เสียงจากหูฟังจะติดๆดับๆ มีอาการเหมือนสัญญาณหาย แนะนำว่า หูฟังตัวนี้ไม่เหมาะกับห้าง และไม่เหมาะที่จะใช้ในบริเวณที่มีคนจำนวนมาก ยิ่งหากเราใช้งานในบริเวณที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ ขายสมาร์ททีวีเยอะๆ อาการสะดุดจะยิ่งชัด หากเจอสถานการณ์เสียงสะดุดจะต้องใช้วิธีถือโทรศัพท์แทนการใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เพื่อให้โทรศัพท์กับหูฟังไม่มีสิ่งใดกั้นไว้ จะช่วยให้รับสัญญาณในที่คนเยอะมากๆได้

ส่วนการนั่งกินอาหารในห้าง เราวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ก็ทำงานได้ปกติดี อาการเสียงสะดุดหรือสัญญาณหาย จะเกิดกับบริเวณที่มีคนเยอะมากๆ เข้าใจว่าเป็นเพราะโทรศัพท์ของคนอื่นๆมีการส่งสัญญาณคลื่นความถี่ที่รบกวนหูฟังที่เราใช้งานอยู่ ผมลองโทรถามเพื่อนที่ใช้งานหูฟังบลูทูธเป็นประจำว่าเวลาเดินห้างมีปัญหาแบบนี้ไหม เพื่อนบอกของเขาก็มีอาการเดียวกัน เปลี่ยนมาหลายยี่ห้อก็ยังไม่หาย เชื่อว่าการรบกวนในห้างเป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยากมากสำหรับหูฟัง true wireless

ทดลองให้ภรรยาไปใช้ลองดูซีรีส์จากมือถือ iphone 6s ภรรยาแจ้งว่า เสียงดี และเสียงไม่ดีเลย์ ส่วนการฟังเพลงมีความเห็นว่า เสียงไม่แบน ปกติหูฟังสายที่ใช้ดูหนังฟังเพลงจะให้เสียงแบน ฟังเอาข้อความไม่ได้ฟังเอาความไพเราะ (ผมให้เขาใช้ oker ds300 เส้นละ 120บาท ไม่ใส่ฟองน้ำ) แต่กับ Air1 เขาได้ยินเสียงร้อง แยกจากเสียงดนตรี ตำแหน่งดนตรีมีซ้าย กลาง ขวา มีตัวตน ไม่แบน พอรู้ราคาว่าประมาณสามพันบาท เขาบอก “ไม่แพง ซื้อได้”

ข้อดี

เสียงดี โปร่ง ฟังสบาย ฟังได้นานไม่อึดอัด ใช้ดูหนังได้ไม่ดีเลย์ แบตใช้ได้นาน คุยโทรศัพท์รู้เรื่องดี

ข้อด้อย

สัญญาณสะดุดในที่ชุมชนคนเยอะ ต้องแก้ปัญหาด้วยการถือโทรศัพท์ด้วยมือ แทนที่การใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง

สรุป

หูฟัง Air1 เป็นหูฟัง earbud ระบบไร้สาย หรือ true wireless ที่สวมใส่ได้สบายมาก คุณภาพน้ำเสียงตอบสนองได้ราบลื่น น้ำเสียงน่าฟัง เสียงร้องหวานใส เสียงเบสกระชับ สามารถฟังได้นานโดยไม่ล้าหู สามารถสั่งการได้ด้วยระบบสัมผัส คุณภาพเสียงดีสำหรับการฟังดนตรี ใช้พูดคุยได้รู้เรื่อง มันยอดเยี่ยมมากสำหรับการใช้งานระหว่างขับรถและระหว่างการทำงาน ส่วนการใช้งานในที่มีคนเยอะหรือมีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์เยอะอย่างในห้างก็จะมีอาการเสียงสะดุด แต่ก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการถือโทรศัพท์ไว้ในมือได้ เมื่อเดินผ่านจุดที่สร้างปัญหาเราจะกลับมาได้ยินเสียงที่ปกติ

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ

รีวิว เครื่องเล่นเพลง Sony NW-A105

เครื่องเล่นเพลงพกพาเรามีมานานประมาณ 40 ปี ซึ่งในปัจจุบันเราผ่านการใช้งานเครื่องเล่นเพลงเหล่านี้มาหลายรูปแบบ ตั้งแต่เทปคาสเซ็ท แผ่นซีดี แผ่นมินิดิสก์ และปรับเปลี่ยนมาเป็นเครื่องเล่นไฟล์ที่ใช้สื่อบันทึกเป็นหน่วยความจำ ทั้งแบบแผ่นเมมโมรี่และหน่วยความจำภายใน เครื่องเล่นเพลงที่ฮิตที่สุดในโลกก็คือ ipod ของ apple แต่ในปัจจุบัน ipod แทบจะหยุดพัฒนาแล้ว ส่วน Sony มีออกเครื่องเล่นมาแล้วทุกรูปแบบ และในปัจจุบันก็เป็นเครื่องเล่นเพลงของ Sony ก็มีทั้งแบบที่ใช้ระบบปฏิบัติการเฉพาะกิจและใช้ระบบปฏิบัติการ android ของ Smartphone ด้วย

IMG_0370

Sony NW-A105 เป็นเครื่องเล่นตัวล่าสุดของปี คศ 2020 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 9 โดยเป็นเครื่องเล่นที่มีความสามารถเล่นเพลงระดับ Hi-res ได้เกือบทุกชนิดเท่าที่โลกเราเคยมี วงการเพลงอยู่กับระบบเสียงดิจิทัลชนิด 16bit 44.1k มาหลายสิบปี และเริ่มมีมาตรฐานการเล่นที่ใช้ไฟล์ละเอียดขึ้นในช่วงสิบปีนี้ ความละเอียดเพิ่มจาก 16bit ไปเป็น 24 บิท อัตราแซมปลิ้งเพิ่มเป็น 96k จนไปถึง 192k และในที่สุด มาตรฐานไฟล์เสียงชนิดความละเอียดสูงตัวล่าสุดอย่าง DSD ก็ปล่อยออกมาให้นักเล่นได้ลองใช้งานกันแล้ว เครื่องเล่นเพลงยุคใหม่จะต้องเล่นเพลงได้ทุกระดับความละเอียด และ A105 ก็ทำได้ครบถ้วน

A105 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่มีความสามารถเหมือนโทรศัพท์ Smartphone เครื่องหนึ่งที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android แต่ตัดช่องใส่ ซิมการ์ด และกล้องถ่ายภาพออกไป และใส่ความสามารถในการเล่นไฟล์ความละเอียดสูงเข้ามาเพิ่มเติม ใส่ชิพเสียงแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นอนาลอกที่ทันสมัยที่สุด ทำให้มันมีความสามารถเรื่องเพลงที่เหนือกว่าโทรศัพท์อย่างชัดเจน

ลักษณะทั่วไป

IMG_0371

A105 มีขนาดหน้าจอประมาณ 3.6 นิ้ว ความละเอียด 1280x720pixel ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องเล่นที่เล็กมากเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ในยุคนี้ แต่หน้าจอเล็กและความละเอียดต่ำก็ไม่ได้เป็นปัญหาใดๆในการใช้งานเป็นเครื่องเล่นเพลง หน้าจอเป็นระบบสัมผัสไม่มีปุ่มด้านหน้าเลย โครงสร้างหลักของตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมแข็งแรง ด้านขวาเป็นปุ่มกดที่ทำหน้าที่สำหรับการควบคุมการเล่นเพลง โดยมีสวิตซ์ Hold เอาไว้ล็อคการทำงานไม่ให้หน้าจอสัมผัสรับคำสั่ง ถัดมาจะเป็นปุ่มย้อนเพลง ปุ่มเล่น/หยุดชั่วคราว ปุ่มข้ามเพลง ตามมาด้วยปุ่มวงกลมที่ใหญ่กว่าปุ่มอื่นเป็นปุ่มลดเสียง ปุ่มเพิ่มเสียง และปุ่มสุดท้ายจะเป็นปุ่ม power กดเพื่อปิดหน้าจอ หรือ กดเพื่อเปิดเครื่องและปิดเครื่อง

IMG_0365

ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นช่องเสียบหูฟัง ขนาด 3.5มม. ตามมาด้วยช่องร้อยสายสำหรับแขวน ช่องชาร์จไฟและสื่อสารข้อมูลเป็นพอร์ตชนิด usb-c และขวาสุดจะเป็นช่องใส่แผ่นหน่วยความจำชนิด microSD โดยมีแผ่นยางปิดทับช่องนี้โดยเฉพาะ ส่วนด้านซ้ายและด้านบนของตัวเครื่องเป็นแบบผิวเรียบไม่มีช่องต่อใดๆ ตัวเครื่องที่ขายในไทยเป็นแบบที่ไม่มีหูฟังแถมมาด้วย ซึ่งคงมีเหตุผลหลายอย่างที่ไม่แถมมา คาดว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อ A105 จะเป็นนักฟังเพลงที่เน้นเรื่องคุณภาพเสียงเป็นประเด็นสำคัญ และนักเล่นกลุ่มนี้น่าจะมีหูฟังตัวโปรดอยู่แล้ว ทาง Sony เลยไม่มีการแถมหูฟังให้

สเป็คตัวเครื่อง

ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 9

กำลังขับ 35+35 มิลลิวัตต์

ตอบสนองความถี่ 20-40,000 Hz

ซีพียู ARM cortex A53 quad -core Rom16 Ram4gb (ข้อมูลจาก Gizmodo)

ใส่หน่วยความจำเพิ่มเติมได้ 1 ช่อง เป็น ชนิด : Micro SD Micro SDHC Micro SDXC

ระบบ bluetooth เวอร์ชั่น 5 มีระบบ NFC มี wifi

ขนาด ประมาณ 55.9 มม. x 98.9 มม. x 11.0 มม.

น้ำหนัก 103g

ไฟล์เสียงที่เล่นได้ MP3 (.MP3): 32 – 320kbps (สนับสนุนอัตราบิตแปรผัน (VBR)),/ 32, 44.1, 48kHz,WMA ( .WMA): 32 – 192kbps (สนับสนุนอัตราบิตแปรผัน (VBR) ) / 44.1kHz,FLAC ( .flac): 16, 24 บิต / 8-384kHz,WAV ( .WAV): 16, 24, 32 บิต (Float / Integer) / 8-384kHz,AAC ( .mp4, .m4a, .3gp): 16-320kbps / 8-48kHz,HE-AAC ( .mp4, .m4a, .3gp): 32-144kbps / 8-48kHz,Apple Lossless ( .mp4, .m4a): 16, 24 บิต / 8-384kHz,AIFF ( .aif, .aiff, .afc, .aifc): 16, 24, 32 บิต / 8-384kHz,DSD ( .dsf, .dff): 1bit / 2.8224, 5.6448, 11.2896 MHz *เอาต์พุตคือเสียงที่ถูกแปลงเป็น Linear PCM,APE ( .ape): 8, 16, 24 บิต / 8-192kHz (Fast, Normal, High) ,MQA ( .mqa.flac): สนับสนุน

ทดลองฟัง

เพลงที่ใช้ทดสอบส่วนใหญ่เป็นเพลง 16bit 44.1kHz และมีเพลงความละเอียดสูงระดับ 24bit รวมถึงไฟล์ DSD ด้วย แต่มีข้อมูลต้องแจ้งเบื้องต้นก่อนว่า ระบบปฏิบัติการ android จะมี app เล่นเพลงที่ติดมามีความสามารถในการเล่นไฟล์เสียงได้แค่ระดับ 16bit 48kHz เท่านั้น หากจะเล่นไฟล์เพลงความละเอียดสูง ต้องใช้ app เฉพาะของ Sony ที่มีมาให้พิเศษ และนั่นหมายความว่า ใครเอา A105 ไปฟัง youtube หรือ spotify หรือระบบ stream ใดๆทุกชนิด จะได้คุณภาพเสียงที่ไม่เกิน 16bit 48kHz หรือ cd quality เท่าน้ัน

A105 ให้ระบบ Noise Canceling มาด้วย แต่ไม่ได้ให้หูฟังมา และระบบนี้ต้องใช้กับหูฟังรุ่นที่ออกแบบมาเฉพาะให้ใช้กับเครื่องนี้ ซึ่ง ผมไม่มี และคงไม่มีใครมีเพราะไม่ได้มีขายมาพร้อมเครื่อง หูฟังรุ่นนี้คือ  IER-NW510N หากไม่ใช้กับรุ่นนี้ เราก็ต้องข้ามไปใช้หูฟังระบบบลูทูธบางรุ่นที่ sony ระบุว่าใช้ได้อย่าง WH-XB900N กับ MH-1000XM3 ส่วนระบบการปรับแต่งเสียงมีให้อีกหลาย 6 แบบ ซึ่งลองแล้วบางอย่างก็ฟังออก บางอย่างก็ฟังไม่ออก โดยในการทดลองฟังผมจะเลือกไปที่ direct soundเป็นหลัก คือไม่ปรับแต่งเสียงเลย การเลือกหูฟังมาฟังทดสอบผมเลือกใช้ Koss KSC35 ต่อตรงกับเครื่องเล่น ส่วนอีกชุดใช้ AKG K701 ผ่านแอมป์หูฟัง ใช้สองตัวเป็นหลัก

A105 ต่อตรงกับ KSC35 ให้น้ำเสียงที่กลมกล่อมพอใช้ได้ เสียงเบส กลาง แหลม ออกมาอย่างครบถ้วน คุณภาพเสียงจากไฟล์ 16bit 44.1k ให้น้ำเสียงที่คมชัด เสียงย่านเบสลึกจะพอมี แต่ไม่ค่อยได้ยินชัดเท่าเสียงกลาง ส่วนกลางแหลมให้น้ำหนักที่ดี เสียงร้องมีความใหญ่และโฟกัสชัด ติดตามได้ง่าย เสียงโดยรวมจะออกไปทางหนา ไม่มีอาการเสียงจัดหรือสากเสี้ยนเล็ดลอดมาให้ได้ยินเลย เพลงอคูสติก ของ ธีร์ ไชยเดช ให้ความนุ่มนวลละมุนละไม ฟังเพลินๆ หรือ เพลงโชว์เสียงร้อง over the rainbow จากอัลบั้ม audiophile voice ก็ได้เสียงร้องที่ชัดมาก เสียงลำคอเสียงลูกคอได้ยินทุกเม็ดเลย

เสียงนักร้องหญิงหวานใส เพลง fly me to the moon ที่ร้องโดย Susan Wong มีโฟกัสชัด และได้ยินเสียงหายใจระหว่างที่กำลังร้อง เสียงเปียโนที่เล่นบางๆอยู่ในหลายๆเพลงก็เป็นเสียงที่กังวาล เสียงย่านเบสคลุมเครือเล็กน้อย เข้าใจว่าเป็นผลจาก KSC35 ที่เป็นหูฟังเน้นเบสลูกใหญ่

ฟังกับเพลงป๊อปร๊อคของไทย ก็พบว่า คู่ A105 กับ KSC35 ให้น้ำหนักเสียงที่แน่นและเบสไม่ขาดแคลน ฟังได้นาน หน้าจอของเครื่องจะเปลี่ยนเป็นภาพเทปคาสเซ็ททุกครั้งที่มีการเล่นเพลง ถือว่าเป็นลูกเล่นหน้าตาดีอีกอย่างหนึ่งของเครื่องเล่นตัวนี้

IMG_0382

แบตเตอรี่หมดค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ทั่วไป แม้แต่การชาร์จเต็มแล้วถอดสาย ปล่อยไว้ทั้งคืนโดยไม่ได้ใช้งานแบตก็ลดลงไปเร็วกว่าโทรศัพท์ อาจจะเป็นเพราะตัวเครื่องให้แบตเตอรี่ความจุต่ำกว่าปกติก็เป็นไปได้ เพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าโทรศัพท์มาก สิ่งหนึ่งที่ชอบในเครื่องเล่นเพลงตัวนี้นอกจากเสียงที่ดีแล้วคือการมีปุ่มบังคับเพลงเป็นปุ่มเฉพาะทำให้ใช้งานได้สะดวก และยิ่งสะดวกมากเมื่อนำไปใช้งานบนรถยนต์ เพราะว่าเราสามารถกดข้ามเพลง ได้ง่ายโดยไม่ต้องละสายตามาดู ใช้มือคลำแล้วสัมผัสปุ่มที่เราจำได้ แล้วก็กดได้เลย การสั่งการข้ามเพลง ลดเสียง เพิ่มเสียง หรือ หยุดเล่น ทำได้แบบไม่ต้องมองทำให้การขับรถของเราปลอดภัย คนที่ใช้เครื่องเล่นเพลงแบบนี้ต่อไว้ในรถน่าจะชอบ

ผมใช้เครื่องเล่นเพลงตัวเก่าอย่าง Aune M1 มาหลายปี สิ่งที่ชอบคือคุณภาพน้ำเสียงที่ได้ เจ้า A105 ก็ให้เสียงที่ดีได้ไม่ต่างกัน การเล่นไฟล์เพลง 16bit ที่ rip ออกจากแผ่นซีดีมีคุณภาพที่ดีมากทั้งคู่ แต่สิ่งที่คิดมาตลอดก็คือ ถ้า Aune M1 เล่นไฟล์เพลงชนิดอื่นได้ก็คงสะดวกดี นั่นทำให้ A105 น่าใช้มากกว่า Aune M1 ในปัจจุบันก็มีเครื่องเล่นอีกหลายเครื่องที่เล่นได้ทั้ง mp3 wav flac แต่ระยะหลัง ผมมีการโหลดคลิปจาก youtube มาฟังด้วย การโหลดบางครั้งเป็นไฟล์ video บางครั้งก็ดูจาก youtube เลย รวมถึงการฟังเพลงผ่านระบบ stream ก็มีเพลงมากมายมหาศาลให้เราเสพ ก็คิดต่อว่า ถ้าเครื่องเล่นเพลงเราสามารถต่อเน็ตได้ ถ้าเครื่องเล่นเพลงเราเล่นได้ทุกอย่างเหมือนมือถือก็คงดี นั่นก็คือ Sony A105 ตัวนี้เลย

IMG_0416

การมีเครื่องเล่นที่เก่งเหมือนโทรศัพท์มือถือยุคปัจจุบัน และมีคุณภาพเสียงระดับสูงเพื่อการฟังเพลงจริงจัง ผลรวมความสามารถและคุณภาพที่ต้องการออกมาเป็น A105 ก็เป็นจุดที่ดีน่าใช้งาน เพลงอะไรที่มีที่เคยสะสมไว้เอาไปใส่ A105 ก็เล่นได้ทุกชนิด แบบนี้สะดวกมาก และเมื่อลองเอาไปฟังกับชุดเครื่องเสียงบ้าน ต่อสายสัญญาณ mini to RCA เข้ากับแอมป์บ้าน ฟังผ่านลำโพงคู่หลัก น้ำเสียงใสและอิ่มหวานก็ออกมาได้ง่ายๆ เสียงนักร้อง เสียงเครื่องดนตรี เรียงตัวอยู่หลังลำโพง ซาวด์สเตจทางลึกยอดเยี่ยม มีลำดับชั้นที่ชัด และแยกแต่ละเครื่องดนตรีมีช่องไฟห่างกันพอดี ติดตามฟังแต่ละชิ้นดนตรีได้ง่าย ผมสามารถถอดเมมโมรี่จากเครื่องเล่นเพลงตัวเก่ามาใส่ A105 แล้วใช้งานต่อได้เลย เพราะมันเปิดไฟล์ได้ทุกชนิด ไม่เหมือนกับการเพิ่มเพลงเข้า Aune M1 ที่เล่นได้แต่ wav

แม้ว่าการฟังเพลงจากระบบ stream จะได้คุณภาพเสียงระดับ 16bit เท่านั้้น ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายของเครื่องเล่นเพลง hi-res เพราะว่า ต้นทางก็ส่งสัญญาณมาไม่เกิน 16bit อยู่แล้ว เสียงอนาลอกที่ออกจาก A105 มีความไพเพราะ ละมุนละไมมากกว่าโทรศัพท์ธรรมดา คราวนี้เครื่องเสียงชุดใหญ่ในบ้านของเราก็สามารถเปิดฟังระบบ stream ได้คุณภาพสูงแล้วจากการใช้ผ่าน A105

A105 ต่อตรงกับหูฟัง AKG K701 ให้เสียงธรรมดา เรียกว่าไม่พอก็ได้ กำลัง 35มิลลิวัตต์น้อยเกินไปสำหรับการขับหูฟังตัวใหญ่ น้ำเสียงที่ได้มีอาการอั้นๆ เสียงกลองหนักๆจะมีน้ำเสียงไม่กระชับ บางครั้งมีเสียงเสียดหูในบางจังหวะ แต่ถ้ามีแอมป์หูฟังมาต่อใช้งานช่วยขับ K701 เราก็จะได้คุณภาพเสียงที่ดีตามปกติกลับมา เสียงย่านเบสที่เคยคลุมเครือเมื่อฟังผ่านหูฟังแบบต่อตรง พอใช้ K701 พร้อมแอมป์ก็ให้ความคมชัดแยกแยะได้ดีขึ้นมาก A105 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่ถ่ายทอดคุณภาพเสียงตรงไปตรงมา ผมได้ฟังเสียงที่ดีมากจากไฟล์เพลงคุณภาพสูง และได้ยินเสียงที่ไดนามิคแคบๆจากเพลง mp3 บิทเรทต่ำ

ข้อดี

เล่นไฟล์เพลงได้หลากหลาย

เสียงดี ใช้กับเครื่องเสียงบ้านชุดใหญ่ก็ดี

มีปุ่มกดข้ามเพลง เพิ่มลดเสียง ทำให้ปลอดภัยต่อการใช้งานตอนขับรถ

ข้อเสีย

แบตหมดเร็ว

สายชาร์จต้องเลือกคุณภาพดี สายบางเส้นชาร์จไม่เข้า

IMG_0425

สรุป

Sony A105 เป็นเครื่องเล่นเพลงคุณภาพสูง สามารถเล่นไฟล์เพลงได้หลากหลายมาก นอกจากไฟล์เพลงคุณภาพสูงแล้ว มันยังเล่นเพลงจากระบบ stream เพลงได้อีกด้วย เป็นข้อดีที่เพิ่มขึ้นจากเครื่องเล่นไฟล์เพลงทั่วไป ขนาดที่เล็กทำให้เหมาะสมในการพกพา แม้ว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็วไปหน่อย แต่ก็ยังน่าใช้เพราะมันเสียงดีจริง ปุ่มกดด้านข้างตัวเครื่องมีประโยชน์มากสำหรับการสั่งงานแบบไม่มองหน้าจอ ถูกใจคนฟังเพลงตอนขับรถมาก

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ

รีวิว Dac-Amp หูฟัง iBasso DC02

IMG_0319

โลกเรามีหูฟังเพื่อใช้งานกับเครื่องเสียงต่างๆ แจ๊คเสียบหูฟังส่วนใหญ่เป็นแบบขากลม 3.5มม. ซึ่งเป็นแบบนี้แต่ไหนแต่ไร เป็นมานานสี่สิบปีแล้ว ส่วนโทรศัพท์มือถือในยุคแรกๆที่สามารถฟังเพลงได้ก็มีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม. มาให้ เราสามารถใช้หูฟังตัวเดิมที่เคยมีอยู่นำมาเสียบกับโทรศัพท์ได้เลย หรือแม้แต่การซื้อหูฟังอัพเกรดเป็นรุ่นที่แพงขึ้นเพื่อคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นเราก็สามารถซื้อหูฟังที่ใช้แจ็คเสียบขากลมแบบ 3.5มม.มาใช้ได้ทันที

IMG_0329

แล้ววันดีคืนดี ผู้ผลิตโทรศัพท์ก็ดันเอาช่องเสียบ 3.5 มม. ออกจากโทรศัพท์ ด้วยเหตุผลว่ามันเปลือง มันไม่ได้ใช้ อยากจะผลักดันให้ลูกค้าไปใช้หูฟังบลูทูธแทน ซึ่งโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆก็ค่อยๆทะยอยเอาช่องเสียบแบบ 3.5มม.ออกไป ผลก็คือ เราใช้หูฟังทั่วไปกับโทรศัพท์รุ่นใหม่ไม่ได้แล้ว ยิ่งเป็นโทรศัพท์รุ่นท๊อปถึงรุ่นกลางๆก็ไม่มีช่องเสียบ 3.5 มม.แล้วด้วย นี่เป็นปัญหาสำหรับนักฟังเพลงที่มีหูฟังตัวโปรดอยู่แล้วไม่สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์รุ่นใหม่ได้

IMG_0361

iBasso เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงพกพามาหลายปี ผมรู้จัก iBasso จากเครื่องขยายเสียงสำหรับหูฟัง หรือที่เราเรียกกันว่า แอมป์หูฟัง ในเวลาเริ่มต้น iBasso พบปัญหาว่า เครื่องเล่นเพลงที่มีอยู่ไม่สามารถทำงานกับหูฟังเกรดสูงๆหรือสเป็คโหดๆได้ ทำให้จำเป็นต้องมีแอมป์หูฟัง iBasso ก็เลยออกผลิตภัณฑ์แอมป์หูฟังออกมาสู่ตลาด และก็ได้รับความนิยมมากในกลุ่มนักฟังเพลง

ต่อมา iBasso ก็เริ่มมีเครื่องเล่นเพลงและหูฟังของตัวเองด้วย นักเล่นสามารถเลือกเครื่องเล่นเพลงคุณภาพสูงของยี่ห้อนี้ได้ สามารถใช้หูฟังของเขาเองได้ แต่ iBasso ก็ยังไม่ทิ้งแอมป์หูฟังที่เคยทำ ได้มีการปรับปรุงแอมป์หูฟังใหม่ให้สามารถใช้งานกับโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ไม่มีช่องสัญญาณขาออกแบบ 3.5มม. นั่นคือโทรศัพท์รุ่นใหม่ใช้พอร์ต usb-c เป็นช่องเชื่อมต่อหลัก iBasso เลยออกแอมป์หูฟังที่สามารถเสียบกับช่อง usb-c แล้วเปลี่ยนสัญญาณเสียงดิจิทัลจากเครื่องโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณขาออกแบบ 3.5มม. เพื่อให้ใช้งานกับหูฟังระบบเก่าได้ พร้อมทั้งยังมีการใส่วงจรแปลสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาลอกหรือ DAC ให้เป็นชิพเสียงรุ่นที่ทันสมัยที่สุดอีกด้วย

IMG_0317

สเป็คของ iBasso dc02

ขนาด 12cm

น้ำหนัก 8กรัม

ตัวแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัล AK4490 PCM 32bit/384kHz และถอดรหัสสัญญาณดิจิทัล DSD 256x

แรงดันไฟขาออก 0.9V

กำลับขับ 113 mw ที่ 32 โอห์ม

ตอบสนองความถี่ 20-40000 Hz +-0.5db

ผลการทดลองฟัง

ผมใช้ DC02 เสียบเข้าไปกับโทรศัพท์ Redmi note 7 ที่ใช้ android เวอร์ชั่น9 โดยโทรศัพท์เครื่องนี้มีช่องหูฟัง 3.5มม. อยู่แล้ว การเสียบ DC02 เข้าไปก็จะทำให้เรามีช่องเสียบหูฟังเพิ่มขึ้นอีกช่อง และได้ทดลองฟังแบบต่อหูฟังเข้ากับช่องบนโทรศัพท์เทียบกับต่อเข้ากับ DC02

หูฟังที่ใช้ก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ KSC35 ที่เป็นหูฟังแปะใบหู กับ AKG K701 ที่เป็น Fullsize ความต้านทานสูง ความไวต่ำ และ หูฟัง Yuin PK1 ที่เป็นหูฟัง ear-bud ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหูฟังขับยากอีกตัวแถมยังความต้านทานสูงอีกต่างหาก

IMG_0331

น้ำเสียงของ DC02 ให้ความโปร่งใสมากกว่าช่องเสียบเดิมบนเครื่องโทรศัพท์ ความโปร่งใสทำให้เราได้ยินเสียงกลางที่ไพเราะกว่า เสียงใสกว่า เสียงหวานกว่า และมีน้ำหนักของจังหวะดนตรีต่างๆที่หนักแน่นขึ้น เสียงกลองเสียงเครื่องเคาะต่างๆได้ยินชัดและมีแรงประทะที่แรงขึ้น ส่งผลให้ดนตรีน่าฟังยิ่งขึ้นในระดับเสียงที่ดังเท่ากัน แสดงว่าภาค dac ใน DC02 มีคุณภาพสูงกว่า Dac ในโทรศัพท์เยอะ และ ภาคแอมป์ของ DC02 ก็เป็น headphoneamp ที่ดีกว่าโทรศัพท์

ฟังกับ AKG K701 น้ำเสียงของ DC02 ผ่านหูฟังขนาดใหญ่ก็ฟังได้เพลิดเพลิน เสียงเดิมก่อนใช้ก็จะฟังแค่พอใช้ได้ แต่พอเสียบหูฟังเข้ากับ DC02 ก็กลายเป็นเสียงที่มีความกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น เสียงร้องมีแอมป์เบี้ยนหรือประกายมากขึ้น เรียกว่าเสียงร้องหวานขึ้นได้เลย

ทดลองกับ Yuin PK1 ก็ให้ผลลัพธ์ไปทางเดียวกัน โทรศัพท์มือถือธรรมดากลายเป็นเครื่องเล่นเพลงคุณภาพดีขึ้นทันที เป็นการอัพเกรดโทรศัพท์ให้เสียงดีในงบประมาณแค่ไม่ถึงสองพันบาท ซึ่งผมชอบเสียงของ pk1 บน DC02 มากกว่า เสียงจาก K701 เสียอีก เหมือนกับว่าเสียงจาก DC02 จะขับ K701 ไม่สุด เพราะยังคงเหลือปลายเสียงจัดจ้านปะปนมาบ้าง แต่กับ PK1 จะให้ความนุ่มนวลมาก สากเสี้ยนเสียงรอดไรฟันจะไม่แทงหูเลยเมื่อฟังผ่าน PK1

ข้อเสียอย่างเดียวของ DC02 ก็คือ มันเสียบอยู่บนพอร์ตซึ่งใช้พลังงานจากโทรศัพท์ ขณะที่เราใช้งาน DC02 เราจะไม่สามารถชาร์จไฟให้กับโทรศัพท์ได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องยอมแลก และมันก็หมายความว่า ถ้าแบตเหลือน้อย หรือเกือบหมด เราจะอยากชาร์จไฟมากกว่าเสียบ Dac เพื่อฟังเพลง และมันมันจะทำให้เราเสียบ DC02 เอาไว้ตลอดเวลาไม่ได้ ต้องมีเวลาเอาพอร์ตนี้ไปเสียบชาร์จไฟด้วย

IMG_0325

ผมทดลองเอา DC02 ไปเสียบกับโน้ตบุ๊ค Asus รุ่นใหม่ที่มีพอร์ต usb-c มาให้ใช้ด้วย โดยระบบปฏิบัติการเป็นวินโดส์10 ผลการทำงานก็ทำงานได้ราบลื่น เสียบแล้วฟังเพลงได้เลย ไม่ต้องลงไดรเวอร์ใดๆ วินโดส์จัดการเพิ่มไดรเวอร์และติดตั้งให้ในเวลาไม่นาน คุณภาพของ DC02 บนโน้ตบุ๊ควินโดส์ก็มีคุณภาพที่ดีขึ้นชัดเจน เสียบแล้วก็ไม่อยากเอาออก ทดลองฟังด้วยโปรแกรมเล่นเพลงอย่าง spotify ก็ให้น้ำเสียงที่น่าฟัง เสียงแนวอคูสติกหรือแนวออดิโอไฟล์ก็ได้พลังเสียงที่กระฉับกระเฉงขึ้น น่าฟังขึ้น เช่นกัน การใช้งานกับคอมพิวเตอร์น่าจะเป็นข้อดี ไม่มีข้อเสีย เพราะคอมพิวเตอร์ใช้พลังงานจาก อแด๊ปเตอร์โดยตรง เราใช้พอร์ต usb-c กับ DC02 ได้ยาวๆเลย

ผมลองกับโทรศัพท์ Huawei P9 ซึ่งเป็นโทรศัพท์รุ่นเก่าที่ซื้อเมื่อปี คศ2016 ก็ปรากฏว่าใช้งานไม่ได้ ไม่มีเสียงออก ดังนั้นก่อนที่จะซื้อ DC02 ต้องลองเอาโทรศัพท์ที่จะใช้งานมาลองเสียบดูเสียก่อน ถ้ามีเสียงก็ค่อยซื้อ

IMG_0313

สรุป

ibasso DC02 เป็น DAC-AMP ที่มีคุณภาพแตกต่างจากฮาร์ดแวร์ที่ติดเครื่องโทรศัพท์มา ใช้สำหรับอัพเกรดระบบเสียงของโทรศัพท์ให้ดีขึ้น และใช้กับโทรศัพท์บางรุ่นที่ตัดช่องเสียบหูฟังชนิดกลม 3.5มม.ออกไป ทำให้เราสามารถใช้หูฟังขากลมกับโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ไม่มีช่อง 3.5มม.ได้ คุณภาพเสียงของ DC02 มีความคมชัด โปร่ง ใส และ ฉ่ำหวานมากกว่าเสียงที่ได้จากโทรศัพท์โดยตรง ภาค DAC เลือกใช้ชิพแปลงสัญญาณที่มีคุณภาพสูง มีความสามารถสูง สามารถแปลงสัญญาณดิจิทัลได้ที่ระดับ PCM 32bit/384kHz และถอดรหัสสัญญาณดิจิทัล DSD 256x ได้ คนที่ชอบฟังเพลงจาก youtube และ เพลงจากระบบ stream ของค่ายไหนก็ตาม ก็จะได้รับคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และดูเหมือนกับว่า DC02 จะเข้ากันได้กับ pk1 เป็นพิเศษ

ขอขอบคุณร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ

รีวิว หูฟัง Yuin PK1 หูฟังผ้าขี้ริ้วห่อทอง

หูฟังที่ได้รับความนิยมในการแถมมากับเครื่องเล่นเพลงตั้งแต่ยุคสมัยของเครื่องเล่นเทปวอล์คแมน จนมาถึงยุคของเครื่องเล่นซีดีพกพาก็จะเป็นหูฟังชนิด earbud ซึ่งรูปทรงของหูฟังแนวนี้จะมีหน้าตาคล้ายๆกัน ตัวส่งเสียงขนาดเล็กจะมีขนาดใกล้เคียงกับเหรียญบาท มีก้านยาวๆยื่นออกมาสัก 1 นิ้ว เวลาใช้งานก็จับยัดใส่ช่องหู แล้วก็ฟังเพลง

IMG_0312

เครื่องเล่นเพลงที่เป็นชนิดไฟล์ดิจิทัลยุคแรกก็แถมหูชนิด earbud นับได้ว่าหูฟังทรงนี้เป็นหูฟังรูปแบบแรกๆของเครื่องเสียงพกพา แม้ในระยะหลังภายใน 10 ปีล่าสุดนี้หูฟังชนิดยัดจมเข้าไปในหูอย่าง in-ear จะเป็นของที่ได้พบเจอมากขึ้น แต่หูฟัง earbud ก็ยังได้รับความชื่นชมในกลุ่มนักฟังเพลงอยู่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง

Yuin เป็นบริษัทจากจีนที่ทำหูฟัง earbud พิมพ์นิยมออกมาขาย มีชื่อรุ่นว่า pk1 pk2 pk3 แต่ละรุ่นก็เป็น earbud ที่มีความสามารถและบุคลิกเสียงต่างกัน โดย pk3 จะเป็นรุ่นล่างสุด pk2 เป็นรุ่นกลาง และ pk1 เป็นรุ่นสูงสุด และแพงที่สุดด้วย

IMG_0309

ในไทยมีความนิยม earbud มายาวนานแล้ว แต่มานิยมมากๆในยุคที่เครื่องเล่น ipod รุ่งเรืองสุดขีด เพราะมีนักเล่นหลายคนที่อัพเกรดหูฟังให้ดีกว่าของแถมก็ต้องหาซื้อหูฟังตัวใหม่มาใช้ และในตลาดก็มีหูฟังยี่ห้อฝรั่งอย่าง sennheiser และ ยี่ห้อญี่ปุ่นอย่าง sony ที่มี earbud หลายรุ่นให้เลือกใช้งาน เพราะเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะในประเทศไทย ส่วนหูฟังยี่ห้อจีนจะไม่มีใครสนใจเลยยกเว้น pk1 ที่ราคาสูงเอาเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้มันดังก็คือ คุณภาพเสียงนั่นเอง

นักเล่นเครื่องเสียงที่ชอบฟังเพลงผ่านหูฟังในระดับที่จริงจังก็จะยกให้ pk1 เป็นหูฟังระดับหัวแถวของวงการ ทั้งในแง่ของการใช้งานที่ต้องเลือกเครื่องเล่นที่มีพละกำลังสูงสักหน่อย หรือต้องมีแอมป์หูฟังคุณภาพสูงมาต่อกับมัน ก็คือต้องพิถีพิถันในการเล่นหูฟังตัวนี้มากเป็นพิเศษ ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงก็ลือกันว่า เสียงดี เสียงกลางชัด เสียงเบสลึกมาก เลยเป็นที่มาของการฟังทดสอบในครั้งนี้

pk1 ขึ้นชื่อว่าเป็นหูฟังที่ขับยาก เพราะความต้านทานที่สูงมากของตัวมันทำให้เครื่องเล่นพกพาบางเครื่องที่มีกำลังขับน้อยนิดถึงกับใช้งานร่วมกันแล้วได้เสียงที่ห่วยไม่น่าฟังเลย แต่หากได้ลองใช้กับแอมป์หูฟัง หรือเครื่องเล่นไฟล์เพลงที่มีภาคขยายคุณภาพสูงแล้วล่ะก็ จะได้ผลลัพธ์เป็นเสียงที่ดีได้ไม่ยาก บางคนต้องหาแอมป์ทั้งแบบพกพาและแบบตั้งโต๊ะมาเพื่อใช้กับมัน และการฟังทดสอบครั้งนี้เราก็ลองฟังทั้งแบบต่อตรงและต่อผ่านแอมป์หูฟังด้วย

สเป็คของหูฟัง pk1

ความต้านทาน 150 โอห์ม

ตอบสนองความถี่ 20-24000 Hz

ความไว 109db

แจ็คเสียบขนาด 3.5 มม. ชนิด 3 ขั้ว (มีขีดดำ 2 ขีด)

ทดลองฟัง

IMG_0258

ผมได้รับหูฟังมาจากร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท โดยได้มาเฉพาะตัวหูฟังเป็นเส้นเลย ไม่ได้แพ็คเกจและกล่องมาด้วย เลยไม่ได้ถ่ายภาพกล่องใส่ให้ดูซึ่งเป็นกล่องดูเชยๆและดูไม่น่าจะเป็นของราคาแพงเลย แต่ราคาขายของหูฟังรุ่น pk1 ตัวนี้อยู่ในระดับ 4990 บาท (ราคาปี พ.ศ.2563) อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันทดสอบมีหลากหลาย ตั้งแต่ ipod shuffle gen1 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่ผมชอบมานานและมั่นใจว่าเป็น ipod ที่มีกำลังขับสูงที่สุดในบรรดา ipod ทุกรุ่น คุณภาพเสียงไว้ใจได้ มี ipod nano gen6 ที่เป็นตัวเล็กพกง่าย และมีความจุเพียงพอสำหรับการบรรจุเพลงให้ฟังได้นานทั้งวัน เครื่องเล่นเพลงตัวอื่นที่ใช้ก็ยังมี Aune M1 ซึ่งเป็นเครื่องเล่นไฟล์ชนิด wav เท่านั้้น เครื่องนี้จะมีคุณภาพสูงมาก และมีกำลังขับในตัวที่มากเพียงพอจะขับหูฟังที่ขึ้นชื่อว่าขับยาก

IMG_0253

ส่วนแอมป์หูฟังที่ใช้ก็จะเป็นแอมป์ Diy ทำเองสร้างเอง ซึ่งเป็นแอมป์ที่สามารถใช้ขับหูฟังขนาดใหญ่หรือหูฟังความต้านทานสูงได้เป็นอย่างดี และใช้งานเป็นแอมป์หูฟังตัวหลักอยู่ในชุดตั้งโต๊ะ กำลังขับ 1 วัตต์ สามารถใช้ขับลำโพงขนาดใหญ่ได้เลย กับบางเวลาก็ใช้ Aune B1 ซึ่งเป็นแอมป์หูฟังคุณภาพสูงอีกตัวหนึ่ง ตัวนี้ได้ขอยืมเพื่อนมาลองฟังทดสอบด้วย

มาเริ่มที่คุณภาพเสียงของ pk1 กันดีกว่า pk1 ชั่วโมงแรกที่ทดลองฟัง ผมรู้สึกอยากเขวี้ยงทิ้งเลย เพราะว่าน้ำเสียงย่านทุ้มมีความบวมและล้นจนคล้ายๆกับหูฟัง in-ear คุณภาพต่ำ ส่วนเสียงกลางกับเสียงสูงก็พอใช้ได้ ผมสงสัยว่าหูฟังตัวนี้สภาพใหม่มาก ไม่แน่ใจว่าถูกใช้งานมายาวนานแค่ไหน แต่วันแรกที่ผมใช้ ผมรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติ หูฟังที่ได้รับคำชมจากนักฟังทั่วโลกทำไมถึงมีเสียงเบสที่ล้นขนาดนี้

ด้วยความไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยินเลยยังไม่ฟังทดสอบทันที เปิดเพลงด้วยเครื่องเล่นไฟล์เพลงสารพัดที่มีอยู่ สลับหมุนเวียนกันขับหูฟังตัวนี้ทั้งวันทั้งคืนโดยหวังว่ามันจะผ่านการเบิร์นอินในระยะเวลาไม่กี่วันแล้วให้เสียงเข้าที่เข้าทาง ผ่านไปสามวันมันก็มีอาการดีขึ้น เสียงเบสหนักๆบวมๆ ลดลงเป็นเสียงอิ่มและมีความกระชับขึ้น จนกระทั้งสามารถฟังได้ทุกเพลงยาวนานเป็นชั่วโมงก็เลยเริ่มทดลองฟังจริงจัง

IMG_0327

เพลงที่ใช้ทดลองบ่อยๆก็ค่อยๆถูกเรียงเข้ามาเปิด เพลงอะคูสติกจากงานเพลงแนว cover ที่ทำออกมาเป็นเสียงนักร้องผู้หญิง เสียงร้องหวานๆ เสียงเบสใหญ่ๆแน่นๆ เสียงเคาะอุปกรณ์เพอคัสชั่นหรือกลองแต่ละใบก็มีความชัดละเอียด เสียงที่ดังขึ้นมาแล้วจางหายไป เป็นไปตามแนวของลำโพงวางหิ้งราคาสูงเลย

จุดเด่นของ pk1 คือโฟกัสเสียงแต่ละเสียงได้ชัดและตำแหน่งแม่นยำ เป๊ะมาก เสียงร้องจากหูซ้ายและขวามารวมกันตรงกลาง เกิดเป็นโฟกัสเสียงคนที่ตรงเป๊ะ อยู่ตรงกลางค่อนไปทางด้านหน้า (เหมือนโฟกัสเสียงร้องมาอยู่ที่ปลายจมูก) เสียงกลางหรือเสียงคน ทั้งชายและหญิงให้น้ำเสียงที่ฟังสบาย เสียงร้องมีขนาดใหญ่ และไม่มีอาการเหมือนร้องอยู่ในกล่องเลย เรียกได้ง่ายๆว่ามีมิติ มีซาวสเตทจ์ที่กว้าง จัดวางแต่ละเสียงในตำแหน่งที่ชัดเจนมาก อะไรอยู่ซ้าย อะไรอยู่กลาง อะไรอยู่ขวา จัดวางตำแหน่งแต่ละเสียงเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีอาการวูบวาบใดๆ

ฟังเพลง Enter sandman ของวง Metalica เป็นเพลงเฮฟวี่เมทัลที่บันทึกดี จังหวะเสียงกลอง Pk1 ก็ถ่ายทอดออกมาได้เป็นอย่างดี มีความกระชับคึกคัก เสียงฟาดสแนร์ลงไปกระทบหนังกลองที่คมชัด และมีประกายเสียงที่ค่อยๆจางลง เสียงประกายนี้ทำให้น้ำเสียงโดยรวมมีความสดใส

เสียงกีต้าร์อคูสติกของเพลง cover ให้เสียงกีต้าร์ที่สด มีประกายเสียงสูงของกีต้าร์ ความคมชัดของสายกีต้าร์ที่ถูกดีดมีหัวโน้ต มีหัวเสียงที่ฟังเสียงปิ๊กกีต้าร์กรีดผ่านสายฟังได้ชัดเจน ความฉับไวของเสียงกีต้าร์ใกล้เคียงกับการฟังเสียงจากกีต้าร์จริงๆ ส่วนโทนเสียงทุ้มที่เป็นน้ำหนักเสียงของกีต้าร์ก็หนักแน่นและไวใช้ได้เลย

IMG_0359

การตอบสนองความถี่ของ pk1 ทำได้ดีตลอดทุกย่าน เสียงทุ้ม กลาง แหลม มาพร้อมๆกันอย่างลงตัว มีเสียงย่านเบสที่ดูจะมีมากกว่าปกติเล็กน้อยทำให้เสียงมีความนุ่มนวล อบอุ่น ฟังเพลงช้าก็มีความไพเราะยิ่งขึ้น ฟังเพลงเร็วก็ได้จังหวะสนุกสนาน เสียงกลางของ pk1 คือจุดเด่น เพราะเป็นเสียงกลางที่คมชัด มีเนื้อเสียงที่ใหญ่โต น้ำเสียงของคนเป็นไปตามแนวทางลำโพงบ้านขนาดใหญ่ ส่วนเสียงย่านสูงก็ถ่ายทอดออกมาใสๆ และค่อยๆลาดลงอย่างนุ่มนวล เสียงฉาบที่ลากยาวแล้วค่อยๆจางเป็นแนวเสียงยังกับลำโพงบ้าน การฟังเสียงนักร้องด้วยหูฟังที่ให้โฟกัสเสียงได้ชัด เราจะได้ยินเทคนิคการร้องต่างๆที่นักร้องใส่มากับการร้อง เสียงลมผ่านคอ เสียงเอื้อนเล็กๆน้อยๆได้ยินทั้งหมด เสียงสั่นของลูกคอ เสียงหายใจก็รับรู้ได้ชัด

หูฟังตัวนี้ไม่ได้ป้องกันเสียงภายนอกเข้า ความสามารถในการป้องกันเสียงจะด้อยกว่าหูฟัง in-ear นั่นทำให้การฟังเพลงด้วยหูฟังตัวนี้บนรถ หรือ ในที่สาธารณะจะไม่ได้คุณภาพที่สูงเหมือนนั่งฟังในบ้านที่มีเสียงของสิ่งแวดล้อมที่เงียบกว่า และการใช้งานร่วมกับแอมป์หูฟังก็จะช่วยให้หูฟังมีเสียงที่ดีมากขึ้นด้วย ความกระชับ ความฉับไว ความกระฉับกระเฉงจะชัดเจนจะแจ้งมากขึ้น เสียงบรรยากาศรอบๆตัวโน้ตจะมากขึ้นเมื่อได้ใช้กับแอมป์หูฟังที่ดีพอ โดยส่วนตัวผมชอบ ear-bud มากกว่าแบบ in-ear เพราะเวลาที่เราใส่ in-ear เหมือนจะได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง เหมือนดำน้ำอยู่ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่อึดอัดมาก แต่กับ ear-bud จะรู้สึกสบายและใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้สบายหูกว่า

IMG_20200120_132247

สรุป

หูฟัง pk1 เป็นหูฟังคุณภาพสูงตัวหนึ่งที่ดีสมคำร่ำลือ เป็นหูฟังที่ให้ความสมดุลย์ของทุ้มกลางแหลมที่พอดี ลักษณะเสียงคล้ายลำโพงบ้านที่ใช้วูฟเฟอร์ดอกใหญ่ๆ ตลอดเวลาที่ฟังทดสอบหลายวันก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้งานกับชุดพกพาอย่างการต่อกับเครื่องเล่น ipod ตัวเล็กอย่าง shuffle gen1 ก็ยังให้คุณภาพเสียงที่ดีมากในขณะที่ไม่เป็นภาระในการพกพา ค่าตัวของ pk1 รู้สึกว่ากลายเป็นของถูกไปเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพและความเล็กของมัน เพราะว่าเราสามารถใช้งานมันได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ยิ่งการใช้งานนอกบ้านยิ่งทำให้เราได้ใช้บ่อยมาก เราสามารถพกไปฟังตอนเดินทาง ตอนนั่งรอ ตอนไหนๆก็ตามมันทำให้เราได้ใช้ สำหรับคนชอบฟังเพลง เราจะได้ใช้หูฟังตัวเล็กแบบนี้บ่อยกว่าชุดตั้งโต๊ะที่ราคาแพงกว่าด้วยซ้ำ จะเรียกว่าเป็นเครื่องเสียงคุณภาพไฮเอนด์ที่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงได้ก็ไม่ผิดเลย

IMG_0326

ขอขอบคุณร้าน ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท ที่เอื้อเฟื้อให้ยืมสินค้ามาทดสอบนะครับ

สั่งซื้อ Yuin PK1 ที่ร้านมั่นคงใน Shopee

รีวิวหูฟัง AKG k701 หูฟังขนาดใหญ่ เสียงดี ใส่สบาย

IMG_0088

AKG เป็นบริษัที่ทำผลิตภัณฑ์จำพวกไมโครโฟนและหูฟังเอาไว้เยอะมาก โดยหูฟังขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาใหญ่โต ตัวหูฟังมีรูปร่างเป็นวงกลม ตัวนี้ชื่อรุ่น k701 ซึ่งเป็นรุ่นหูฟังรุ่น referrence ระดับ ultra หรือ เป็นหูฟังระดับอ้างอิงที่เน้นเรื่องคุณภาพเสียงเป็นหลัก ฟองน้ำหรือตัวนวมที่จะรองรับการกดลงบนหัวผู้ฟังเป็นฟองน้ำหนา นุ่ม และ กดทับบนหัวแล้วไม่รู้สึกหนักเลย กลับรู้สึกว่าสบายขึ้น และยิ่งใช้งานไปยาวนาน ตัวนวมยิ่งนุ่มยิ่งย้วยยิ่งทำให้รู้สึกสบายกว่าของใหม่

IMG_0105

การทำงานบันทึกเสียงในห้องอัด สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งก็คือการมอนิเตอร์เสียง เราควรจะมีลำโพงหรือหูฟังมอนิเตอร์สักตัวหนึ่งที่ให้คุณภาพเสียงที่ไม่เน้นย่านใดย่านหนึ่งเป็นพิเศษ หรือ เรียกกันในวงการนักเล่นเครื่องเสียงว่าเป็นหูฟังที่ flat หรือ ตอบสนองราบเรียบนั่นเอง

แต่คำว่าราบเรียบหรือ flat ไม่ได้หมายความว่าเสียงจืดชืด มีหลายครั้งที่ลำโพงและหูฟังถูกวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ว่าให้เสียงจืดชืด ไม่น่าฟัง บางทีไม่ได้เป็นเพราะมันออกแบบมาผิดพลาด แต่มันต้องไปพิจารณาเรื่องแอมป์ที่ขับลำโพง หรือ ตัววงจรขยายที่ส่งสัญญาณที่ขยายเสียงแล้วให้กับลำโพงหรือหูฟังคู่นั้นว่าออกแบบแอมป์มาดีไหม

IMG_0120

AKG k701 เป็นหูฟังระดับมอนิเตอร์ที่ได้รับความนิยมใช้ในห้องบันทึกเสียงมายาวนาน ด้วยเหตุผลว่ามีความสามารถในการแจกแจงรายละเอียดได้ดี และสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดของหูฟังตัวนี้คือ ความราบเรียบในการตอบสนองต่อสัญญาณดนตรีที่ตรงไปตรงมา ไม่เน้นย่านใดย่านหนึ่งเป็นพิเศษ บุคลิกนี้เป็นสิ่งที่ผู้ควบคุมการบันทึกเสียงหรือ ซาวด์เอนจิเนียร์ต้องการเป็นลำดับแรกๆของการทำงาน

K701 ให้แท่นวางหูฟังมาด้วย มีประโยชน์ในการใช้งานประจำวันอย่างมาก เพราะเราไม่ต้องซื้อแท่นวางแยกต่างหาก และยังให้ความสวยงามของการจัดวางได้อีกด้วย นักเล่นที่พิถีพิถันและชอบจัดวางให้ดูสวยงามสบายตาน่าจะชอบกับที่วางแบบนี้

IMG_0110

สเป็คของหูฟัง AKG K701

IMG_0101

ความต้านทานหูฟัง 62 โอห์ม

การตอบสนองความถี่ 10-39,800 Hz

ความไว 105 spl/V

น้ำหนัก 293 กรัม

ทนกำลังขับ 200 mW

สายหูฟังยาว 10 ฟุต แจ๊คหูฟังขนาด 6.3mm แถมอแด๊ปเตอร์ 3.5 to 6.3mm สีทอง

2020-01-09_09-53-38-01

อุปกรณ์ทดลองฟัง

เครื่องคอมพิวเตอร์ intel i3 ระบบปฏิบัติการ windows7

โปรแกรมเล่นเพลง itune พร้อมไฟล์เพลงที่ rip จาก CD เป็นไฟล์ชนิด wav

โปรแกรมเล่นเพลง spotify เล่นไฟล์จากอินเทอเน็ต

แอมป์หูฟัง Aune B1 และ แอมป์หูฟังที่ทำเอง

Dac ใช้ชิพ  SA9023 + ES9018K2M Audio DAC

NAD Dac1

เครื่องเล่นเพลง Aune M1

ก่อนการลองฟังจริงก็เบิร์นอินหูฟังอย่างยาวนานด้วยการเปิดเพลงให้ทั้งวันทั้งคืน สลับกับการเปิดกับรายการวิทยุด้วยเครื่องรับวิทยุ tivoli model1 ใช้เวลารวมกันจนมั่นใจว่าเกิน 200 ชั่วโมงไปแล้ว

IMG_0252

ผลการทดลองฟัง

เมื่อซื้อมาใช้ใหม่ๆ ลองเปิดตั้งแต่ชั่วโมงแรกก็พบว่า เสียงต่างๆที่ได้ยินมีความชัดเจน เสียงแหลมใสก็คมชัดและไม่บาดหู เสียงกลางชัดมาก เสียงเบสก็มีให้ได้ยินชัดเจน เสียงทุ้มกลางแหลมมีความพอดีซึ่งกันและกัน แนวโน้มแบบนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าหูฟังตัวนี้ให้เสียงที่ดีสมคำล่ำลือแน่ๆ เพราะแค่ชั่วโมงแรกก็น่าฟังแล้ว

เมื่อผ่านเวลาการเบิร์นไปเกิน 200 ชั่วโมงก็ทดลองฟังจริงจัง เลือกต่อระบบเสียงจากคอมพิวเตอร์ผ่าน dac 9018 แล้วนำสัญญาณอนาลอก LR มาเข้า headphone amp รุ่น DIY แล้วต่อ K701 เข้าเสียบที่ช่องหูฟัง 6.3mm

บางครั้งก็ใช้ NAD Dac1 บางครั้งก็ใช้แอมป์หูฟัง Aune B1 ส่วนแหล่งโปรแกรมที่เป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลงดิจิทัลก็จะเป็น Aune M1 ซึ่งเป็นเครื่องเล่นที่เล่นไฟล์ wav ระดับ 16bit 44.1kHz และไฟล์ที่ใช้กับเครื่องเล่นนี้ก็มาจากการ rip จากแผ่นซีดี

ทดลองฟังเพลงแนวออดิโอไฟล์ก่อนเลย  Jennifer Warnes ชุด The Hunter เป็นอัลบั้มยอดนิยมของวงการเครื่องเสียง เพลงชุดนี้เป็นแนวอคูสติกป๊อป หวานๆ และโชว์ความสามารถทั้งการร้องและการเล่นดนตรีรวมถึงแนวทางการออกแบบดนตรีที่น่าฟัง แม้เวลาจะผ่านมากว่าสามสิบปีเพลงเหล่านี้ก็ยังคงน่าฟังอยู่ เสียงร้องที่ได้มีความใส ชัดเป็นตัวเป็นตน โฟกัสน้ำเสียงนิ่งมาก ติดตามลูกคอและเสียงริมฝีปากกระทบกันได้ชัดเจนสุดๆ ส่วนเสียงย่านเบสที่เป็นจุดเด่นของอัลบั้มนี้ก็มีออกมาเยอะมาก แต่ไม่ล้น ไม่เกิน ไม่บวม เสียงเบสปกคลุม แสดงตัวเป็นสัดเป็นส่วนกับดนตรีทั้งหมด เบสชัดแต่ไม่กระเทือนเสียงร้องเลย ยิ่งเป็นเพลงที่มีการเหยียบกระเดื่องกลองให้หนักแน่นพร้อมกับเล่นโน้ตเบสพร้อมด้วยเสียงไม้กลองเคาะขอบสแนร์ที่คมกริบ ให้น้ำหนักเสียงที่ลงลึกพร้อมกับความฉับไวของแรงกระแทก ฟังแล้วฟินมากสำหรับหูฟังตัวนี้ หูฟังให้เสียงการกระทบกันของวัสดุแข็งได้อย่างคมชัดและมีน้ำหนัก เสียงทุ้มและแหลมออกเสียงมาพร้อมกันและได้ยินทุกอย่างในระดับความดังที่พอดี

IMG_0253

ทดลองฟังกับวง Dream Theater ชุด image and words เป็นวงดนตรีแนวโปรเกรสซีพเมทัล กีต้าร์ไฟฟ้าแตกซ่านแต่เล่นได้กระชับแม่นยำ พร้อมกับเสียงกลองระดับยอดมนุษย์ เบสที่เล่นคมเป๊ะ ถือเป็นวงดนตรีระดับหัวแถวของดนตรีเฮฟวี่เมทัลของโลก เสียงกลองคมชัด กระเดื่องเป็นก้อนๆเลย สแนร์ฟาดเปรี๊ยะ ทุกอย่างชัดและบาลานซ์กันพอดี เสียงร้องก็ลอยอยู่ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ดุดัน ผมมั่นใจเลยว่าถ้าใช้ k701 แกะเพลงจะทำได้เร็วมาก เพราะหากเราอยากจะโฟกัสกับเสียงอะไรเราก็ฟังด้วยหู k701 ตัวนี้ได้อย่างครบถ้วนทุกเสียง

จริงๆแล้วผมลองฟังกับเพลงแทบทุกชนิดเลยแต่จะยกตัวอย่างด้วยอัลบั้มที่นักเล่นเครื่องเสียงนิยมเป็นหลักให้เยอะหน่อย เพราะจะได้รู้ว่าแนวเสียงเป็นอย่างไรเมื่อเน้นเพลงแบบออดิโอไฟล์

มาที่ อัลบั้ม snow rose ที่เป็นนักร้องจีน เล่นเพลง cover จนดังอีกคน เสียงร้องหวานซึ้ง มีความชัดและใส ความใสของเสียงร้องแบบนี้เป็นความใสที่เราไม่ได้ยินจากหูฟังไอโฟน ความมีน้ำมีนวลของเนื้อเสียงเป็นบุคคลิกของเครื่องเสียงไฮเอนด์ที่เรามักจะได้พบตามงานแสดงเครื่องเสียง K701 ก็ให้เสียงแนวนี้ได้อย่างง่ายดาย

IMG_0287

ถ้าพิจารณาระดับเสียงเบสย่านลึกที่ฟังชัดเจน และ เสียงสูงที่ใสและมีระดับความดังที่พอดี เราจะเรียกว่าหูฟังตัวนี้ให้คอนทราสต์เสียงได้สูงมาก เหมือนภาพถ่ายที่มีระดับของสีดำและสีขาวในภาพ ทำให้ทั้งภาพมีความสว่าง ความใสที่ยอดเยี่ยม ดนตรีที่คอนทราสต์สูง ก็ให้น้ำเสียงที่ไพเราะและกลมกล่อมในเวลาเดียวกัน

ฟังกับเพลงที่ 4 Guess you had to be there ในชุด Breaking Silent ของ Janis Ian แล้วเคลิ้มและมันส์ไปพร้อมๆกัน เสียงเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าเบาๆตอนต้นเพลงก็ชัดและมีความรู้สึกถึงเสียงปิ๊กกีต้าร์สะกิดสาย รวมถึงเสียงกลองกระเดื่องในตอนกลางเพลงที่เหยียบดังราวกับจะทุบหัว เป็นเพลงที่ฟังได้มันส์กว่าฟังผ่านลำโพงวางหิ้งพอควรเลย

ฟังเพลง The unforgiven ของ วง Metalica เสียงร้องชัด เสียงกีต้าร์อคูสติกเป็นเม็ดๆเลย ส่วนเสียงกลองก็หนักและเป็นก้อนใหญ่ๆ เสียงกีต้าร์ไฟฟ้าที่แตกพล่าก็เป็นเนื้อเสียงที่มีตัวตนมีหางเสียงจางหายไปแบบค่อยๆจาง ทุกเสียงไม่ตีกัน ได้ยินครบทุกเครื่องดนตรี เป็นอัลบั้มเฮฟวี่เมทัลที่บันทึกเสียงได้ไฮเอนด์มากๆ

ทั้งหมดเป็นเรื่องของน้ำเสียงที่ฟังผ่านหูฟัง K701 ที่ใช้ร่วมกับแอมป์หูฟังครับ ผมลองสลับแอมป์หูฟังอย่าง Aune B1 และ แอมป์ทำเอง ก็ให้น้ำเสียงไม่ต่างกัน โดย Aune B1 เป็นแอมป์หูฟังสำหรับการพกพาที่ออกแบบดีพอใช้ได้เลย คงได้รีวิวตามกันออกมาในบทความต่อไป

สรุป

หูฟัง AKG K701 เป็นหูฟังขนาด Full Size ที่สวมใส่สบาย สามารถใส่ฟังเพลงได้นานโดยเหงื่อไม่ออก ไม่รู้สึกว่าหูร้อน K701 ให้น้ำเสียงที่ราบเรียบต่อเนื่อง ให้บาลานซ์เสียงทุ้ม กลาง แหลม ที่พอดีทุกย่านความถี่ ทำให้เราฟังเพลงแล้วได้ยินทุกเสียงในระดับที่น่าฟัง ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเสียงเบสและเสียงแหลมทำได้รวดเร็ว ส่งผลให้เพลงมีความชัดเจนและนุ่มนวลไปพร้อมๆกัน เมื่อเล่นเพลงที่บันทึกมาดีจะได้ยินเสียงเพลงที่กลมกล่อมสุดๆ ฟังแล้วไม่อยากปิดเลย ส่วนเพลง mp3 ไทยๆทั้งหลายบางเพลงก็บันทึกดี บางเพลงก็บันทึกแย่ เราจะได้ยินของดีของแย่ตามไฟล์ที่ได้มา แต่เพลงไทยยุคหลังที่บันทึกทำกันในยุคสิบปีล่าสุดก็ได้คุณภาพเสียงที่ดีเป็นส่วนมาก

หากใครจะหาหูฟังระดับอ้างอิง ที่ฟังเพลงเพราะ ใส่สบาย K701 คือคำตอบที่ดีที่สุดในระดับงบไม่สูงเกินไป การนำ K701 ไปใช้กับเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาก็ให้คุณภาพพอใช้ได้ แต่หากได้ต่อกับแอมป์หูฟังที่ออกแบบมาโดยตรงก็จะให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น น้ำเสียงของ K701 ที่ผ่านแอมป์หูฟังจะให้ความมันส์ความไพเราะมากยิ่งขึ้น อะไรที่ดีพอใช้จะดีขึ้นไปอีกระดับหนึ่งจากการต่อแอมป์หูฟัง

หากสนใจสั่งซื้อได้ที่นี่ https://s.shopee.co.th/30S0hqGnj1

ซื้อฟองน้ำเปลี่ยน https://shope.ee/3L4r6Y8z2o

.

ฝากเพลงนี้เอาไว้ฟังเพลินๆ คลิปใน youtube ที่ฟังสบายๆและเหมาะกับ AKG k701 ตัวนี้

ย้อนไปฟังโมเดิร์นด๊อกอัลบั้มแรก

Screenshot_2019-09-14-09-20-29-583_com.miui.videoplayer

วันหนึ่งที่จัดของในห้อง ผมพบแผ่นซีดีจำนวนหนึ่งที่รู้สึกอยากฟัง ก็เลยหยิบติดรถมาด้วย และตั้งใจจะเปิดฟังระหว่างขับรถ เพราะชีวิตประจำวันผมไม่ค่อยมีเวลานั่งฟังอย่างจริงจัง อะไรที่อยากฟังจะต้องฟังจากในรถ เพราะจะมีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่จะฟังสิ่งที่ต้องการ

อัลบั้มเสริมสุขภาพเป็นชื่ออัมบั้มแรกของวงดนตรีชื่อโมเดิร์นด๊อก ชุดนี้เป็นชุดที่สร้างปรากฏการณ์ระดับพลุแตก ถึงกับปฏิวัติวงการเพลงเมืองไทยไปเลย แนวเพลงอัลเทอเนทีฟที่ได้รับความนิยมมาบ้างแล้วในเมืองนอก มาเมืองไทยพร้อมกับอัมบั้มนี้

IMG_20190914_125233

แผ่นซีดีแผ่นนี้ผมซื้อในปี 2537 ซึ่งเป็นปีที่ออกวางจำหน่าย และวงดนตรีก็ตระเวณเล่นคอนเสิร์ตตามมหาวิทยาลัย ผมก็เป็นคนที่ยืนรอวงนี้มาเล่น และถือปกซีดีไปให้ศิลปินเซ็นชื่อด้วย ในวัยนั้นผมซื้อเทปเอาไว้ฟังผ่านเครื่องเล่นวอล์คแมนยี่ห้อโซนี่ ฟังอยู่หลายปี จนกระทั่งเครื่องเล่นเทปไม่มีขายแล้ว เลยใช้ซีดีเป็นหลักมาตลอด และพอทำงาน มีรถใช้และได้เปลี่ยนเครื่องเล่นเทปในรถเป็นเครื่องเล่นซีดี ผมก็ฟังเพลงในรถมาตั้งแต่วันนั้นจนปัจจุบัน

พศ. 2562 ผมหยิบแผ่นโมเดิร์นด๊อกขึ้นรถมาด้วย และเปิดกับเครื่องเล่นในรถ ผมจำความรู้สึกได้ว่าเวลาที่ผมขับรถแล้วฟังเพลงไปตลอดทางเป็นความรู้สึกที่โคตรดี แม้จะเป็นการเดินทางฝ่ารถติดในกรุงเทพก็ยังทำให้ผมรู้สึกรื่นรมย์ เพราะผมชอบฟังเพลง หลังจากสตาร์ทรถและหยิบแผ่นเข้าไปในเครื่องเล่น ก็คิดไว้แล้วว่าการเดินทางจากที่ทำงานกลับบ้านผมน่าจะฟังได้สัก 2 แผ่น นอกจากโมเดิร์นด๊อกแล้วผมก็ติดแผ่นของศิลปินคนอื่นมาด้วย ซึ่งปกติในรถในยุคปัจจุบันผมไม่ได้เปิดแผ่นมานานมากแล้ว ส่วนใหญ่จะเปิดไฟล์จากมือถือ หรือ ฟังจาก youtube ไปเลย

แล้วแผ่นก็โหลดเข้าเครื่อง เสียงโน้ตแรกดังขึ้น อินโทรเพลงบุษบาสุดฮิตที่นักดนตรีทั่วประเทศน่าจะเล่นได้ทุกวง สิบวินาทีแล้วเสียงก็สะดุด กุกกัก กุกกัก แล้วก็ฟังไมไ่ด้ ผมต้องเอาแผ่นออกจากเครื่องเล่นแล้วเอามาส่องดู ลองเช็ดคราบที่ไม่ค่อยจะมีบนแผ่น แล้วก็ใส่เข้าไปใหม่ แล้วก็ฟังใหม่ แล้วก็สะดุดอีก อ้าววววววววว ไม่แผ่นเสีย ก็เครื่องเสีย จะเป็นอย่างไหนกันละเนี่ย

แล้วก็เดินทางต่อด้วย youtube กับเสียงในรถเหมือนเดิม เหมือนทุกวัน เหมือนหลายๆปีที่ผ่านมา ความพยายามที่จะเอาแผ่นมาเปิดเป็นอันต้องล้มเลิกไป คืนนั้นผมเอาแผ่นไปใส่คอมพิวเตอร์ ลองเล่นด้วยคอมพิวเตอร์ก็เล่นได้ปกติ ลองใช้โปรแกรม iTune ดูดเพลงลงไว้ในเครื่องทำเป็นไฟล์ mp3 ก็ทำได้ปกติ เสียงเพลงมาครบถ้วน ไม่มีสะดุด เลยได้ข้อสรุปว่าเครื่องเล่นในรถผมกำลังจะพัง อาการเล่นแผ่นได้บ้างไม่ได้บ้าง จะค่อยๆลามหนักขึ้นจะในที่สุดจะอ่านแผ่นไม่ได้ ผมใช้ชีวิตมายาว นานจนมีประสบการณ์ว่าเครื่องเล่นแผ่นที่กำลังจะเสียจะมีอาการเป็นอย่างไร

แผ่นซีดีประมาณ 6 แผ่น ที่ผมติดมาฟังในรถ เลยเอามาก๊อปปี้ลงเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อทำเป็นไฟล์ mp3 และตั้งใจจะก็อปปี้ใส่เครื่องเล่นเพลงเอาไปฟังในรถ ผมมีเครื่องเล่นเพลงอยู่หลายเครื่อง แต่เป็นเครื่องโบราณที่มีข้อจำกัดทั้งนั้น อย่างเช่น เครื่องเล่น ipod shuffle เป็นเครื่องเล่นเพลง mp3 ที่เสียงดีถูกใจผมที่สุด แม้แต่มือถือราคาหมื่นกว่าบาท หรือ iphone ราคาสองหมื่นกว่า ก็เล่นเพลงสู้ shuffle รุ่น 1 ไม่ได้ แต่ข้อจำกัดของมันก็คือ ความจุ 512Mb มันน้อยสุดๆเลยเมื่อเทียบกับเครื่องเล่นเพลงในยุคใหม่ เพราะมันเป็นของที่ผลิตขายเมื่อปี พศ 2548 โดยประมาณ ข้อจำกัดที่สองคือไฟล์เพลงที่จะใส่ในตัวมันต้องก็อปปี้ผ่านโปรแกรม iTune เท่านั้้น ซึ่งยุ่งยากมาก ผมนั่งแปลงไฟล์เพลงลงคอมพิวเตอร์และพยายามจะย้ายไฟล์ทั้งหมดลง ipod shuffle ตอนที่ง่วงมากและดึกมาก ปรากฏว่าผมทำไม่สำเร็จ เพราะง่วงหลับไป สรุปคือตอนเช้า ผมได้ไฟล์เพลงแค่ 1 อัลบั้มใน ipod เท่านั้น โดยปกติการก๊อปปี้ไฟล์เพลงจำนวนมากจะต้องใช้สมาธินิดหน่อย แต่ความนิดหน่อยในตอนที่ง่วงมากผมก็ทำไม่ได้ สมาธิไม่พอจะทำให้จบงาน

พอรู้ว่ายังไม่มีเพลงที่ต้องการอยู่ใน ipod ผมก็เลย ใช้วิธี กดจากมือถือ เปิด app spotify เพื่อฟังเพลงทาง online แทน และหาคำว่า moderndog ก็พบรายการเพลงของโมเดิร์นด๊อกจำนวนหนึ่ง มีเพลงใหม่ๆที่ผมยังไม่เคยซื้อแผ่นด้วย ลองฟังเพลงใหม่ๆก็เพลิดเพลินดี แต่ว่า ….. เพลงอัลบั้มแรกไม่มี ผมเพิ่งเข้าใจว่าระบบ stream ไม่มีเพลงของโมเดิร์นด๊อกในอัลบั้มแรก เป็นเรื่องที่ประหลาดใจสุดๆ

SharedScreenshot-moderndog on spotify

ผมพยายามหาในระบบของ spotify เพื่อหาอัลบั้มแรกของโมเดิร์นด๊อกแต่ก็ไม่เจอ เลยต้องตั้งสติไปก็อปปี้เพลงใน iTune ลง ipod shuffle อีกรอบ ซึ่งทำได้เรียบร้อยดีง่ายดายมากๆหากเราไม่ง่วงนอน

ผมอยู่กับเพลงหลากหลายในชุดแรกของเขา บุษบา คือเพลงเปิดตัว เปิดอัลบั้ม เปิดประวัติศาสตร์ใหม่ อินโทรเท่ห์ๆที่มือกีต้าร์ไฟฟ้าของทุกวงอาชีพต้องเล่นได้ ผมมั่นใจว่านักดนตรีอาชีพ หากได้ยินแค่ 3 โน้ตก็จะบอกชื่อเพลงได้ มันจำง่าย มันเพราะ มันน่าฟัง และมันเจ๋งมาก ผ่านเวลามายี่สิบกว่าปี เพลงบุษบายังเป็นเพลงชาติของวงการเพลงอัลเทอเนทีฟในไทยอยู่เลย

ปกติผมจะฟังเพลงจาก youtube มีคนมากมายรวมเพลงต่างๆเอาไว้เป็นวิดีโอ ผมก็เปิดวิดีโอเหล่านั้นเพื่อฟังเพลง แต่การฟังจาก youtube มีเรื่องน่ารำคาญคือ หากเราเผลอแตะที่บางส่วนที่หน้าจอมือถือ มันก็จะข้ามเพลง ข้ามคลิป ไปฟังอย่างอื่น นั่นทำให้เราต้องวางมือถือที่เล่นเพลงนั้นๆไว้เฉยๆ อย่าไปแตะ อย่าไปใช้งานอย่างอื่น ถ้ามีมือถือเครื่องเดียวก็ลำบากมากเพราะจะใช้ทำงานอย่างอื่นไม่ได้เลย บางทีเราก็อยากเปิดเพลงแล้วอ่านข่าวอื่นๆใน app อื่นๆไปด้วย การมีมือถือสองเครื่อง หรือเอาเครื่องเก่ามาเปิดเพลงจาก youtube ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

จริงๆแล้วท้ั้งหมดของการเขียนบทความนี้มายจากเครื่องเล่นซีดีในรถยนต์ของผมเริ่มรวน เริ่มไม่อ่านแผ่นแล้ว ทำให้ต้องดิ้นรนหาทางฟังเพลงจากแผ่นทีมีอยู่ให้ได้ ผมยังคงพอใจกับการครองครองแผ่นและเลือกหยิบแผ่นที่ต้องการมาเปิดฟัง ถ้าเครื่องเล่นไม่มีปัญหา ผมจะได้ฟังเพลงทันทีที่อยากฟัง ต่างไปจากการฟัง online ที่แม้จะดูสะดวก แต่มันไม่ได้ฟังสิ่งที่อยากฟัง มันพาเราหลงไปกับข้อมูลมากมาย เราเห็นเพลงใหม่ เราฟังเพลงใหม่ๆได้เยอะมาก แต่เราจะไม่ได้ฟังเพลงที่เราอยากฟังทันที เพราะบางเพลงมันไม่มีในระบบของผู้ให้บริการ

IMG_4024

อุปกรณ์การฟังเพลงยุคเก่าแม้จะดูโบราณแต่มันตอบสนองความต้องการได้ทันที ส่วนการฟังเพลงจากระบบ stream มีข้อดีในเรื่องความหลากหลาย ต่างคนก็ต่างมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน คนฟังเพลงยุคเก่าอย่างผมก็คงต้องอยู่กับสองระบบนี้ต่อไป ส่วนคนรุ่นใหม่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาไม่สามารถเดินหาซื้อแผ่นซีดีใหม่ๆได้อีกแล้ว เหลือเพียงการค้นหาประกาศขายของมือสองที่เป็นทางเลือก ซึ่งแผ่นที่ต้องการก็ใช่ว่าจะมีคนขาย

สุดท้ายของท้ายสุด

ศิลปินที่เราชอบ เขาจะทำเพลงออกมาในระบบไหนเราก็คงต้องตามไปฟังตามระบบนั้นๆ เขาออกแผ่นเราก็ซื้อแผ่น เขาทำขายเป็นไฟล์ เราก็ฟังไฟล์ ศิลปินออกแผ่นเสียง อันนี้ต้องกัดลิ้นกลืนเลือดแล้วบอกว่าตามซื้อก็ได้วะ แต่อย่าบ่อยนะมันเปลือง

เรื่องน่าคิดของการซื้อไฟล์เพลง

เรื่องน่าคิดของการซื้อไฟล์เพลง

Tape


โลกเรามีแผ่นเสียงมานานเกือบร้อยปี มีเทปคลาสเซ็ท มีแผ่นซีดี ตามมาด้วย แผ่นดีวีดี แผ่นบลูเรย์ แผ่น SACD และเมมโมรี่การ์ด จนมาถึงหน่วยความจำแบบโซลิทสเตทในเครื่องเล่นที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเพลงเอาไว้ฟัง เราเปลี่ยนรูปแบบของสื่อบันทึกจากสื่ออนาลอกมาเป็นรูปแบบของสื่อดิจิทัล ต่อมาไฟล์ดิจิทัลไม่อยู่บนสื่อแต่อยู่บนอินเทอเน็ตรอให้ดาวโหลด และล่าสุดเราไม่โหลดเป็นไฟล์เก็บไว้ในเครื่องอีกต่อไป แต่จ่ายเป็นค่าฟังแบบสตรีม หรือส่งสัญญาณมาตามอินเทอเน็ต ไฟล์เพลงอยู่บนระบบ cloud มีเป็นล้านเพลงให้ฟัง

IMG_20170131_145346


เมื่อก่อนเราซื้อแผ่นซีดีราคาประมาณ 300-500 บาท สำหรับอัลบั้มเพลงป๊อปและเพลงสากลทั่วไป  ส่วนแผ่นออดิโอไฟล์ที่ผลิตน้อยหรือทำแบบปราณีตกว่าก็จะมีราคาสูงขึ้น พอเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มมีราคาถูก พร้อมกับเทคโนโลยีการบันทึกแผ่นซีดีหรือ cd-recorder มีราคาเหลือแค่หลักพันบาท เราก็พบกับการขายแผ่นเพลง mp3 ที่มีทั้งปั๊มจากโรงงานแผ่นซีดี และ เกิดจากการเขียนแผ่น cd-r การละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการขายและแจกไฟล์ mp3 บุกวงการหนังและเพลงจนทำให้การขายแผ่นซีดีเพลงแท้ๆแทบจะหายไปจากตลาด พอแผ่นขายไม่ได้ค่ายเพลงก็หันไปขายไฟล์แทน มีทั้งไฟล์ mp3 wav และไฟล์ความละเอียดสูง หรือ hi-res ซึ่งก็ได้รับความนิยมกับนักเล่นบางกลุ่ม และดูเหมือนจะเป็นทางออกที่นักเล่นระดับจริงจังเรื่องคุณภาพเสียงจะเลือกใช้วิธีซื้อไฟล์ hi-res ก็เท่ากับว่าเรายังคงก็จ่ายค่าฟังเพลงเท่าเดิม แต่ไม่ได้แผ่นเก็บไว้ ได้เป็นไฟล์ดิจิทัลเลย

ระบบสตรีมก็กำลังคลืบคลานเข้ามา ทั้งหนังและเพลงก็ใช้ระบบสตรีม ให้จ่ายค่าสมาชิกรายเดือนแล้วฟังเท่าไหร่ก็ได้ ดูเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งหลายคนก็พอใจที่จะจ่ายเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน หากเทียบกับเมื่อยุคซีดีรุ่งเรือง นักฟังก็จ่ายเทียบเท่ากับการซื้อแผ่นเพียง 1 แผ่นเท่านั้น แต่ได้ฟังทั้งค่ายเลย มันก็ดูดีมากๆ แต่เราเคยคิดถึงอีกแง่มุมหนึ่งไหมว่าเรายังคงจ่ายเงินอยู่ แต่สิ่งที่หายไปก็คือ….. สิทธิ์การขายต่อ


เมื่อก่อนเราซื้อแผ่นซีดี แผ่นหนังดีวีดี หรือบลูเรย์ เราใช้เบื่อแล้ว เราก็เอาไปขายมือสองได้ ซื้อมา 100 บาท ขายต่ออาจจะได้เงินคืนสัก 50 บาท ก็คือเรามีโอกาสขายออกไปได้ เงินเราไม่ได้หายไปทั้งก้อน แต่มันจะเปลี่ยนกลับเป็นเงินได้บางส่วนตามกลไกตลาด ตามความนิยม บางแผ่นเคยซื้อ 150 บาท แล้วมือสองกลายเป็น 500 ก็มี นี่คือจุดดีของการซื้อแผ่นเก็บไว้ ในขณะเดียวกัน หากเราเปลี่ยนวิธีฟังเพลงมาเป็นการฟังแบบออนไลน์ เราจ่ายค่าสมาชิกไปหลายร้อยบาทต่อเดือน แล้วเราได้ฟังก็จริง แต่เราจะเอาไปขายได้ไหม คำตอบคือ ไม่ได้


ไฟล์เพลงที่เราสั่งซื้อมาในราคา 1 เหรียญ ทั้งอัลบั้มราคารวมกัน 10-20 เหรียญ เมื่อฟังจนเบื่อแล้ว เราเอาไปประกาศขายต่อก็คงจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ต่อให้ยังไม่มีใครมาจับ แต่ใครจะมาจ่ายเงินให้เราเป็นค่าไฟล์เพลง  นักเล่นคนอื่นจะจ่ายเงินให้เรา 50% ไหมถ้าเราแบ่งให้เขาโหลดต่อจากเรา มันคงไม่มีใครมาจ่ายเงินให้เราแน่นอน แต่ถ้าเรามีแผ่นแท้ นอกจากการสัมผัส การอ่านปก การดูข้อมูลที่ละเอียดแล้ว มูลค่าตอนขายต่อก็ยังมีราคาอยู่ ไม่ได้เป็นศูนย์ในแบบไฟล์ดิจิทัล แถมคนซื้อต่อก็มั่นใจว่าได้ของคุณภาพเต็มร้อย เพราะตอนเป็นไฟล์ เราก็ไม่แน่ใจว่าไฟล์เพลงที่นักเล่นคนอื่นเอามาขายต่อให้เราจะเป็นไฟล์ที่ละเอียดจริงๆหรือเปล่า


หลายครั้งที่เราเล่นระบบ bit-torrent เราก็มักจะหาโหลดของฟรีมาฟัง แต่ตอนที่ได้มาเราก็ไม่เคยแน่ใจเลยว่ามันเป็นไฟล์ความละเอียดสูงจริงๆ เพราะมันอาจจะเป็นเพียงไฟล์ความละเอียดต่ำ บิทเรทต่ำ แต่มีการอัพแซมปลิ้งให้บิทเรทสูง ซึ่งในความเป็นจริงก็คือ เราไม่สามารถมั่นใจเลยว่าไฟล์ที่โหลดจากใครก็ไม่รู้จะเป็นไฟล์คุณภาพสูง  นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้การขายไฟล์เพลงโดยนักฟังขายให้นักฟังไม่มีวันเกิดขึ้น


การฟังจากระบบสตรีมเป็นทางออกสำหรับนักฟังที่อยากประหยัดเงินระยะยาวและไม่คิดจะสะสม เพราะค่าใช้จ่ายมันถูกกว่าการซื้อแผ่นทุกๆเดือนอยู่แล้ว แต่สำหรับนักเล่นที่ฟังแผ่นฟังเพลงระดับออดิโอไฟล์ นักเล่นที่มักจะเล่นเพลงซ้ำๆ หรือฟังเพลงจากศิลปินที่เราโปรดปราน อัลบั้มคลาสิคขึ้นหิ้งต่างๆ เราสามารถซื้อแผ่นเก็บไว้ได้เลย เพราะมูลค่าไม่หาย ราคาขายต่อก็มีค่าตัว ยิ่งหากเราพอใจกับมาตรฐานของแผ่นซีดี 16bit 44.1kHz อยุ่แล้ว เราก็สามารถซื้อแผ่นเหล่านี้ได้เลย ไม่ต้องไปซื้อเป็นไฟล์  แม้ว่าเราจะไม่มีเครื่องเล่นแผ่นซีดีคุณภาพสูงให้ซื้อใช้อีกแล้ว  เราก็สามารถ rip แผ่นเหล่านี้ด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งการทำเองจะทำให้เราได้ไฟล์คุณภาพสูงที่แท้จริง  สามารถก็อปปี้ไฟล์ไปฟังในระบบเครื่องเสียงยุคใหม่ได้เหมือนเราไปซื้อไฟล์จากอินเทอเน็ตโดยเรามีแผ่นแท้อยู่กับตัวด้วย  วันที่เราอยากขายต่อ  เราขายแผ่นแท้ออกไป ราคาค่าตัวก็มีอยู่  มันขายต่อได้นั่นเอง

สำหรับงานเพลงที่ทำขึ้นในยุคปัจจุบัน มาสเตอร์ของศิลปินเป็นไฟล์ความละเอียดสูงแต่กำเนิด  การฟังไฟล์หรือการซื้อไฟล์ก็เป็นทางเลือกที่ง่าย  แต่ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ  ค่ายและศิลปินน่าจะยังคงทำแผ่นซีดีหรือแผ่นเสียงออกมาอยู่  หากเราเพิ่มเงินอีกนิดแล้วไปซื้อแผ่นเสียงของศิลปิน  เราก็จะได้แผ่นแท้มาเก็บไว้  ได้แผ่นมาเปิด  และได้แผ่นมา rip ด้วย  แม้ว่าการ rip แผ่นเสียงจะเป็นเรื่องยาก  ต้องใช้ความรู้และงบประมาณกับเครื่องมือเยอะมาก  แต่ถ้าเราเป็นนักเล่นเครื่องเสียง ระดับทุ่มเท ระดับบ้าเข้าเส้น ระดับที่จ่ายเงินค่าอุปกรณ์ทั้งชุดหลักแสนหรือหลักล้านได้  เราก็ลงทุนกับระบบแผ่นเสียงคุณภาพดีได้  เพราะในปัจจุบันระบบของแผ่นเสียงเป็นเพียงระบบเดียวที่ทำสำเนาเพลงระดับ hi-res ได้ โดยไม่ต้อง down sampling   ข้อมูลเสียงบนแผ่นเสียงจะคงคุณภาพของต้นฉบับระดับ hi-res เอาไว้ได้มากกว่าแผ่นที่ต้อง down sampling อย่าง CD และ SACD   แถมแผ่นเสียงยังใช้ฟังกับเครื่องเสียงยุคโบราณได้อีกด้วย  ไม่ต้องคิดเรื่องสเป็คเครื่องคอมพิวเตอร์และการปรับแต่งคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องคิดเรื่องการเลือกใช้ Dac ให้ปวดหัว ซึ่งว่าไปแล้วการเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อฟังเพลง Hi-res สามารถเขียนเป็นบทความตอนยาวๆได้อีกหลายตอนเสียด้วย

pic01-kind of blue hires 17.99us
pic02-kind of blue LP 14us


ลองดูตัวอย่าง อัลบั้ม Kind of Blue ของ Miles David ผู้ซึ่งเป็นตำนานเพลง Jazz ระดับหัวแถว  ไฟล์ที่มีขายในเว็บระบบ Hires ขายอยู่ที่ 17.99 ดอลล่าร์  ส่วนแผ่นเสียงของอัลบั้มเดียวกัน ขายอยู่ที่ 14ดอลล่าร์   แบบนี้คิดว่าถ้าผมจะซื้อ  ผมก็คงซื้อแผ่นเสียงครับ  

pic03-susanwong-woman in love hires 17.98us
pic04-susanwong-woman in love LP CD 16 35


อีกตัวอย่างหนึ่ง Suasan Wong นักร้องเสียงหวาน ทำเพลง cover เอาไว้เยอะมาก  อัลบั้ม wonman in love ที่ทำในปี คศ 2014 มาสเตอร์เป็น 24/96 ไฟล์นี้วางขายในเว็บขายไฟล์ 17.98 ดอลล่าร์ ส่วนแผ่นซีดีและแผ่นเสียงก็มีวางขายเช่นกัน  ราคาแผ่นเสียง 39.99 ดอลล่าร์  ส่วนราคาแผ่นซีดีเท่าที่หาเร็วๆ ก็เจอเป็นราคาไทย  580.13 บาท  

sale2013-IMG_0023


ผมไม่ได้แนะนำให้คุณเลิกซื้อไฟล์ หรือ เลิกฟังสตรีม  แต่เสนอให้ลองพิจารณาซื้อแผ่นที่เป็นอัลบั้มที่ชอบ  ทั้งอัลบั้มที่มีแผ่น CD หรือมีเป็นแผ่นเสียง   มีแผ่นจำนวนมากที่ราคามือสองแพงกว่าราคามือหนึ่ง และทุกแผ่นมีราคาขายต่อที่เปลี่ยนเป็นทุนไปซื้อแผ่นใหม่ได้  อย่ากลัวที่จะซื้อแผ่นมาฟังกับเครื่องของเรา  ยิ่งใครเล่นแผ่นเสียง  มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงอยู่แล้ว  ยิ่งมีโอกาสได้ฟังเพลงความละเอียดสูงยุคใหม่ได้ง่ายกว่านักเล่นกลุ่มไฮเทคที่ฟังไฟล์เสียด้วยซ้ำ

รีวิว xiaomi compact bluetooth speaker 2

IMG_0015




ลำโพงบลูทูธตัวใหม่ของ Xiaomi ที่ทำออกมาขนาดเล็กมาก และราคาถูกมาก รุ่นนี้ตัวถังเป็นพลาสติกเนื้อแข็ง มีเพียงปุ่มเดียวคือกดเพื่อเปิด และกดเพื่อปิด เป็นปุ่มกดอยู่ด้านล่าง ต้องยกลำโพงหงายท้องถึงจะเห็นปุ่มกด ตัวมันเองไม่สามารถต่อสัญญาณ Aux ได้ ดังนั้นมันจะถูกใช้งานด้วยการเชื่อมบลูทูธเท่านั้น

ผมเดินผ่านร้านขาย Mi ในห้าง เลยถือโอกาสมองหาว่ามีขายหรือยัง เพราะตั้งแต่ได้ข่าวว่าเปิดตัวก็ขายดีมาก ถามไปยังเพื่อนที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็ได้รับคำตอบว่าของเข้ามาก็หมดแทบตลอด วันนี้เดินผ่านเห็นว่าวางขายให้ซื้อได้ง่ายแล้วก็เลยจัดมา 1 ตัว

สอบถามคนขายว่าตัวใหม่รุ่น2 เทียบกับตัวเก่ารุ่น1 คุณภาพต่างกันไหม คนขายบอกเสียงเหมือนกัน ก็เลยซื้อรุ่นใหม่มา เพราะราคาถูกกว่ารุ่นแรก กลับมาถึงบ้านก็จัดการทดลองฟัง สิ่งที่ฟังทดสอบก็คือเพลงต่างๆในโทรศัพท์ และรายการที่ฟังทาง youtube เป็นหลัก

IMG_5985

หลังจากที่ทดลองใช้ได้ 2 วันก็ได้ข้อสรุปสำหรับตัวผมเองบันทึกไว้ให้อ่านกันดังนี้

1 Xiaomi เสียงดัง ฟังชัด แต่เบสน้อย เหมาะเอาไว้ฟังข่าว ฟังเสียงพูด ฟังเอาเนื้อหา ไม่ได้ฟังเอาอรรถรส

2 คุณภาพเสียงของ Mi ตัวนี้ยังไม่ดีกว่าลำโพงบลูทูธอย่าง JBL go ที่ให้เสียงได้ใหญ่กว่า เบสชัดกว่า ลงลึกกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะค่าตัวของ JBL go แพงกว่ากันหลายเท่าตัว

3 ลำโพง Mi ตัวนี้หน้าตาน่ารัก ดูแล้วอยากพก อยากเอามาร้อยเชือกแล้วติดเป็นพวงกุญแจ ซึ่งในกล่องที่มากับลำโพงมีสายคล้องมาให้ด้วย เจตนาน่าจะเอาไว้คล้องเพื่อติดตัวเจ้าของ

4 ใช้เป็นของขวัญ ของแจกได้ เพราะมันเป็นสินค้าที่น่ารักน่าใช้ แม้ว่าจะคุณภาพสู้ตัวราคาสูงไม่ได้ แต่มันก็ใช้งานในการฟังข่าวหรือฟังเพลงได้สมกับค่าตัว เมื่อหลายปีก่อนหากจะใช้ลำโพงบลูทูธสักตัว เราคงต้องมองหาของใหญ่ๆที่เกินกว่าจะพกพาได้ การที่ mi ทำออกมาเป็นตัวเล็กก็ต้องชื่นชมว่าพัฒนาของลำโพงเล็กทำได้น่าทึ่งมาก

IMG_20190415_194227


ลำโพงราคาเพียง 299 บาท เราคงไม่ต้องคาดหวังคุณภาพเสียงจากตัวมัน ส่วนฟังค์ชั่นที่มันทำได้ ก็คือมันเป็นลำโพงพกพาที่เล็กที่สุดในโลก

IMG_20170615_175140-01
ลำโพง jbl go เป็นลำโพงพกพาขนาดเล็กที่ผมยังเชื่อว่าดีที่สุดในตลาด



IMG_20170604_151458-01

รีวิวหูฟัง sony mdr-zx110ap ของดีราคาถูก

IMG_5807

หูฟังทรงคลาสิคยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มนักเล่นเฉพาะทาง  เพราะเป็นหูฟังที่ให้คุณภาพเสียงได้เที่ยงตรงมากถึงมากที่สุด  พื้นที่ของตัวหูฟังเป็นชิ้นใหญ่  สามารถใส่ตัวกำเนิดเสียงที่ดีได้  จะทำให้ดีในราคาย่อมเยาก็ไม่ยาก

76256

วันหนึ่งที่เดินผ่านมุมเครื่องเสียงในห้าง  เหลือบไปเห็นหูฟังราคาถูกตัวหนึ่งที่แขวนโชว์ไว้ให้ลองฟัง  พอเดินผ่านก็ลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสียบกับหูฟัง แล้วลองฟังดูก็พบว่า น้ำเสียงทำได้ดีน่าสนใจ  เสียงร้องชัด  เสียงเครื่องเคาะจังหวะหลายๆชิ้นก็ได้ยินชัดตลอดเพลง   ดูราคาแล้วไม่แพงมาก  เลยซื้อมาใช้เป็นหูติดกับคอมพิวเตอร์ หรือเอาไว้พกไปฟังนอกสถานที่ และตัดสินใจเขียนเป็นรีวิวเอาไว้

IMG_5798

ลักษณะทั่วไป

สายแจ็คเสียบกับเครื่องเล่นเป็นแบบ mini 3.5  มีขีดดำ 3 ขีด หรือจะเรียกว่าเป็นแจ๊ค 4 ชั้น(ตัวนำไฟฟ้า 4 ช่อง)  ตัวสายออกแบบเช่นนี้หมายถึงมันถูกออกแบบมาให้ใช้กับโทรศัพท์เป็นหลัก ตัวสายมีไมค์โครโฟนให้มาด้วย  มีปุ่มกดรับสาย  เราสามารถใช้หูฟังเส้นนี้คุยโทรศัพท์ได้

IMG_5829

ทดลองใช้หูฟัง mdr-zx110ap กับเครื่องเล่นเพลงอย่าง ipod shuffle gen1 ก็ทำงานได้ดีเยี่ยม ipod รุ่นต่างๆสามารถใช้งานกับหูฟัง sony รุ่นนี้ได้ปกติ  ซึ่งหูฟังบางรุ่นที่เป็นขาเสียบแบบ 4 ชั้นจะทำงานไม่ได้กับ ipod รุ่นเก่า เนื่องจากขั้วสัมผัสของ ipod ออกแบบมาให้ใช้กับแจ๊คหูฟัง 3 ชั้น  แม้แต่หูฟัง earpod ที่แถมมากับ iphone ก็ทำงานกับ ipod เก่าๆไม่ได้  แต่ sony ตัวนี้ทำงานได้ นับเป็นเรื่องโชคดีมากๆ

IMG_5834

ลองเสียบกับเครื่องเล่นเพลงตัวอื่นที่เป็นเครื่องเล่นที่ออกแบบมาให้ใช้กับหูฟังสเตอริโอขั้วสัมผัส 3 ขั้นบางเครื่องก็ทำงานได้ปกติ  บางเครื่องก็มีปัญหา  ตัวที่มีปัญหาก็อย่างเช่นการใช้กับ aune m1 ถ้าเสียบแจ๊คลงไปสุดจะได้ยินเสียงก้องๆ ต้องเสียบให้สุดแล้วดึงออกเล็กน้อย  เสียงก็จะดังเป็นสเตอริโอปกติ

IMG_5810

หูฟังชนิดนี้เป็นหูฟังประเภท on-ear คือจะแปะกับใบหูไว้  ไม่ได้ครอบหูสนิทแบบหูฟังขนาดใหญ่  ฟองน้ำนุ่มๆสีขาวสะอาดให้สัมผัสที่นุ่มจริงๆ  และอาการบีบหัวมีน้ำหนักบีบที่มากนิดหน่อยเมื่อใช้งานครั้งแรก แต่ฟองน้ำนิ่มๆก็ช่วยให้ความรู้สึกบีบไม่ค่อยแรงมาก  เมื่อฟังไปหลายวันน้ำหนักบีบหัวจะน้อยลงจนเรียกได้ว่าเบา คาดว่าพลาสติกคงจะอยู่ตัวตามสภาพหัวของผู้ฟังแล้ว

IMG_5802

Specification

น้ำหนัก 4.3 oz

ขนาดไดรเวอร์ 30 มม.

ตอบสนองความถี่ 12Hz – 22,000Hz

อิมพีแดนซ์  24 โอห์ม

ความไว 98dB/mW

รองรับกำลังขับ 1000 mW

ความยาวสาย 3.94 ฟุต

คุณภาพเสียง

น้ำเสียงของหูฟังรุ่นนี้ออกไปทางเสียงที่น่าฟัง  มีแนวเสียงคล้ายลำโพงชั้นดี  แต่การแยกแยะมิติแต่ละเสียงยังไม่เด็ดขาด  หากฟังกับดนตรีน้อยชิ้นหูฟังตัวนี้ก็แยกตำแหน่งเสียงร้องกับเสียงดนตรีได้ชัดเจน  แต่หากฟังกับเพลงที่เล่นเต็มวง มีเสียงเครื่องดนตรีหลายชนิดขึ้นมาพร้อมกันก็จะฟังเหมือนเนื้อเสียงแต่ละส่วนติดกันไปหมด  ฟังผ่านๆก็ไม่ได้เสียหายอะไร  แต่หากฟังจับผิดหรือฟังเพื่อแกะเพลง ฟังโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็จะแยกแยะได้ยากหน่อย ซึ่งนี้เป็นผลจากการฟังเพลง mp3 หรือเพลงไทยทั่วไปที่มีอยู่ตามเน็ต รวมถึงเพลงเก่าๆที่เคยสะสมไว้

แต่หากฟังจากไฟล์ที่เป็น lossless อย่างเช่นฟังผ่าน aune m1 ที่เป็น wave player  ก็ให้คุณภาพเสียงที่ดี ชัดเจน แยกแยะเสียงร้อง เสียงดนตรีแต่ละชิ้นออกจากกันได้เด็ดขาด  เพลงบันทึกมาอย่างไรก็ฟังออกและติดตามทุกเสียงได้หมด  โทนเสียงกลางแหลมอยู่ในระดับที่ดีน่าฟังเหมือนหูฟังราคาหลายพัน  โทนเสียงเบสให้ความอิ่ม อ้วน เบสเยอะเหมือนเราเปิด loundness ให้กับเครื่องเสียง  เสียงเบสจากการฟังไฟล์ lossless ผมเรียกว่าน่าฟัง เรียกว่าเป็นเบสอร่อยเหาะเลย เหมาะกับเพลงร็อค เพลงโชว์เสียงกลอง

หากฟังกับไฟล์เพลง mp3 บิทเรทต่ำ หรือดนตรีที่บันทึกมาไม่ดีเสียงย่านต่ำที่ดังขึ้นและจบลงไม่เร็วเท่าที่ควร  แต่เสียงกลางยังทำได้ชัดเจนดี  สามารถดึงดูดคนฟังให้อยู่กับเสียงร้องและเสียงพูดได้  การฟังเพลงร้อง หรือการฟังรายการวิทยุ จะได้เสียงร้องที่น่าฟัง  เสียงดีเจพูดบรรยายฟังเพลินมาก

เสียงย่านสูงก็ให้ความใสที่พอดี  ไม่ได้เป็นเสียงสูงแสบหู หรือ เสียงห้วนทึบ  เสียงโซโล่กลองทำได้ชัดเจนและน่าฟังมาก  เสียงกีต้าร์ก็ให้ความใส มีเนื้อเสียงที่อิ่มแน่น  หูฟังตัวนี้ฟังเพลงอคูสติกได้เพราะดี  เราสามารถพกหูฟังตัวนี้ตัวเดียวเพื่อใช้กับโทรศัพท์ของเราทั้งการคุยและการฟังเพลง  จะบอกว่ามันเป็นหูฟังที่ใช้สำหรับฟังเพลงจริงๆ  ไม่ใช่แค่ทำเพื่อคุยโทรศัพท์

แนวเสียงของหูฟังตัวนี้จะเหมือนเป็นน้องเล็กของ sennheiser hd650 ตัวละหมื่นปลาย  แต่เบสเยอะกว่า  น้องกลางของน้ำเสียงแนวนี้คือ creative aurvana live ตัวละสองพันกว่า  ส่วน sony mdr-zx110ap ตัวนี้ไม่ถึงพันบาท

สรุป

ถือเป็นหูฟังที่คุ้มค่าตัว  เหมาะกับการฟังเพลงกับเครื่องเล่นเพลงและคอมพิวเตอร์   ใช้พกพาออกนอกบ้านไปนั่งฟังเพลงเพลินๆ  คุณภาพเสียงที่ดีทำให้เราฟังเพลงได้นาน เสียงเบสที่เด่นจากไฟล์เพลงคุณภาพดีจะทำให้เราฟังเพลงเพราะขึ้น  ไม่ล้าหูง่ายๆ  น้ำหนักบีบหัวชั่วโมงแรกจะรู้สึกบีบแรงหากไม่คุ้นเคยกับหูฟังแนวนี้ แต่เมื่อผ่านไปหลายวัน น้ำหนักบีบจะน้อยลงจนเรียกได้ว่าเป็นหูฟังที่ไม่บีบหัวให้รำคาญ  ซื้อไว้ใช้อเนกประสงค์ก็ดี  ใช้ฟังเพลงจริงจังก็ได้  เป็นหูฟังน้ำเสียงดีที่ใช้เป็นตัวพกพาออกนอกบ้านแทนหูฟังไฮเอนด์ตัวโปรดได้  แถมยังไม่เรื่องมากไม่ต้องการแอมป์ขับเฉพาะทางก็ทำงานได้แล้ว

สั่งซื้อ Sony MDR-ZX110AP

อัพเดทปี 2025 หลังจากใช้มา 6 ปี คุณภาพเสียงยังดีเหมือนเดิม แต่ผ้าที่หุ้มสลายตัวไปตอนไหนก็จำไม่ได้ ฟองน้ำไม่ฟูเหมือนเดิมแล้ว

IMG_20250908_134213513

12nov2025 เราสามารถสั่งซื้อฟองน้ำมาเปลี่ยนได้ โดยสั่งจากร้านในเน็ต ซึ่งจะเป็นฟ้องน้ำหน้าตาเหมือนเดิมตอนที่ยังใหม่อยู่ และสามารถใช้กับหูฟังได้หลายรุ่น ผมสั่งซื้อจากลิงค์นี้ https://s.shopee.co.th/5VNRrM6KBy?share_channel_code=6

IMG_20251112_110649234