ภาพนี้ขายได้ทั้งใน shutterstock และใน gettyimages ซึ่งใน getty นี่ก็ขายไปสองครั้งแล้ว ครั้งแรกได้สองเหรียญ ครั้งนี้ได้ 22 ปลาบปลื้มมาก

ภาพนี้ขายได้ทั้งใน shutterstock และใน gettyimages ซึ่งใน getty นี่ก็ขายไปสองครั้งแล้ว ครั้งแรกได้สองเหรียญ ครั้งนี้ได้ 22 ปลาบปลื้มมาก

การมีอินเทอเน็ตทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโลกเราอย่างมหาศาล ทุกมุมโลก ทุกซอกหลืบแทบจะเข้าถึง เชื่อมโยงและค้าขายกันได้โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำ ทำให้ธุรกิจหลายชนิดเกิดการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลัน อย่างธุรกิจโทรทัศน์ที่เมื่อก่อนประมูลราคากันบ้าเลือด ลงเงินกันเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาท ก็โดนการสตรีมสัญญาณภาพและเสียงจากอินเทอเน็ตเบียดซะจนแทบไม่มีคนดูในระบบเก่า แม้แต่ธุรกิจโรงแรม ก็โดนระบบของ airbnb แย่งลูกค้าห้องพักไป ธุรกิจแท็กซี่ก็โดน uber และ grab แย่งลูกค้าไป สิ่งเหล่านี้วงการนักวิเคราะห์และนักการตลาดเรียกว่า digital disruption หรือการสูญหายหรือเสื่อมสลายอย่างฉับพลันจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะสิ่งที่มาทางอินเทอเน็ต ผู้ประกอบการดั้งเดิมไม่สามารถรับมือกับผู้ประกอบหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สูงกว่า สะดวกกว่า และรองรับความต้องการของมวลชนได้ดีกว่า
ร้านอาหารก็จะมีระบบการสั่งสินค้าที่สะดวก รวดเร็ว มีภาพประกอบสวยงาม มีการจัดส่งสินค้าที่เข้าถึงหน้าบ้านมาแย่งลูกค้าไป ห้างสรรพสินค้าก็โดนแม่ค้าออนไลน์แย่งยอดขายไปทั้งๆที่คนทำร้านในห้างต้องจ่ายค่าเช่า ต้องสต๊อคสินค้า แต่แม่ค้าออนไลน์ให้ดูสินค้าในห้างแล้วสั่งซื้อกับแม่ค้าโดยตรง แม้แต่วงการหนังสือพิมพ์ก็ปรับตัวไม่ทัน หนังสือพิมพ์ไม่มียอดโฆษณาจนต้องปิดตัวลง เพราะผู้คนไปใช้บริการการอ่านข่าวทางโซเชียลเน็ตเวิร์คสารพัดแพลตฟอร์ม เรียกได้ว่า ผู้คนเข้าไปเสพสื่อและซื้อสินค้าในอินเทอเน็ตกันแทบทุกคน
ผมเองก็ได้รับผลกระทบจากการทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ งานใบปลิวน้อยลง ซึ่งก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะผู้ประกอบธุรกิจหันไปโฆษณาทางเฟสบุ๊คและกูเกิ้ลกันเป็นหลัก เมื่อก่อนเวลาจะโฆษณา เราก็จะมีวิธีคิดว่า จะใช้เงินทำใบปลิวเท่าไหร่ดี จะใช้เงินโฆษณาในวิทยุเท่าไหร่ ออกทีวีใช้เงินเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า จะทำยังไงให้ใช้เงินน้อยลง และจะใช้เงินในช่องทางไหนดีระหว่างเฟสบุ๊ค ไอจี หรือ กูเกิ้ล หรือทั้งสามตัวเลย นี่คือความคิดตั้งต้นของคนทำการค้ายุคใหม่ ไม่มีใครถามถึงวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อีกเลย
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปใช้บริการตัวหนึ่งโดยบังเอิญ และมาลองพิจารณาดูแล้วก็พบว่า มันยังเป็นวิถีทางเดิมๆ ยังไม่คู่แข่งจากอินเทอเน็ตมาแย่งลูกค้า ไม่มีการตัดราคาจากคู่แข่งที่ห่างไกล นั่นก็คือร้านตัดผม พอได้นั่งดู นั่งในร้านนานๆ ตั้งแต่ตอนที่เข้าไป จนถึงคิวที่ได้ตัดเอง และตอนตัดเสร็จได้เห็นว่ามีคนอื่นรอคิวอยู่ ก็แอบคิดวิเคราะห์ไปว่า คนผมยาวทุกวัน ยังไงก็ต้องแวะร้านตัดผม คนเราเลิกซื้อหนังสือพิมพ์ได้ แต่ทนผมยาวไม่ได้ คนเราเลิกใช้ใบปลิวไปสู่การโฆษณาในเฟสและกูเกิ้ลได้ แต่ก็ปล่อยให้ผมเผ้ารุงรังไม่ได้ สมัยเด็กๆโรงเรียนยังคงตรวจผมสั้นทุกสองเดือน ใครผมยาวจะโดนสั่งตัด ดีมานเหล่านี้ยังคงอยู่ และไม่เคยลดลง
ในขณะที่จำนวนประชากรเยอะมากขึ้น ปริมาณคนต้องการตัดผมก็เยอะขึ้น ร้านตัดผมก็ควรเจริญรุ่งเรือง หรือ มีสาขามากขึ้นให้ทันจำนวนประชากร ซึ่งภาพที่ผ่านตาผมในช่วงยี่สิบปีนี้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ มีร้านตัดผมเกิดใหม่มากขึ้น มีการแข่งขันกันในถนนเส้นเดียวกันมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจคือ ไม่มีร้านจากที่ห่างไกลมาแย่งลูกค้าหน้าบ้านเรา นี่เป็นข้อดีที่ค้นพบ ว่า digital disruption ยังไม่ทำลายร้านตัดผม
แม้เราจะเห็นร้านตัดผมราคาแพงในห้าง ร้านตัดผมที่รับจองทางออนไลน์ถ้าอยากตัดกับช่างในร้าน แต่ร้านพวกนี้ก็ราคาแพงจนไม่ใช่คู่แข่งของร้านตัดผมชุมชน ผมก็เคยตัดผมในห้าง แต่ถ้าเลือกได้ ก็อยากเดินไปตัดที่ร้านแถวบ้าน จ่ายเงินเพียง 60 บาท สำหรับร้านหน้าตาโบราณ หรือ 120 บาทกับร้านติดแอร์อุปกรณ์ดูทันสมัย หรือบางร้านอย่างมากก็ 150 บาท แต่ในห้าง ผมเคยโดนไปถึง 600 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่คิดจะไปรอบสองแน่นอน
ร้านตัดผมร้านนี้อยู่ย่านบางขุนนนท์ ผมพาลูกชายมาใช้บริการ ตอนเดินเข้าไปในร้านก็ดูคนน้อยๆ คล้ายๆกับภาพที่ผมจินตนาการไว้ว่าธุรกิจโบราณก็ดูซบเซาหน่อย แต่พอตัดเสร็จและเวลาเย็นสักหน่อย ก็มีคนเข้าร้านมากขึ้น จนกระทั้งทุกที่นั่งในร้านเต็ม คนที่มาตัดผมต้องรอคิว และช่างตัดผมจำนวน 3 คนในร้านก็ทำงานตลอดเวลา
นี่อาจเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอินเทอเน็ต เพราะคนในพื้นที่ก็ต้องเดินมาตัดผมที่ร้านอยู่ดี คงหายากมากๆที่จะมีคนสั่งช่างตัดผมให้เดินทาง delivery ไปตัดถึงบ้าน แม้จะมีบางคนที่ทำอย่างนั้น แต่ผมก็เชื่อว่ามีน้อยจนตัดทิ้งได้ ผู้คนส่วนมากยังคงต้องตัดผมจากร้านค้าใกล้บ้าน และเชื่อว่าไม่มีร้านตัดผมคู่แข่งจากฝั่งธนไปแย่งลูกค้าที่รังสิต
ด้วยความหลงไหลในเนื้อกระดาษ ชอบผิวสัมผัสของกระดาษ และชื่นชอบการพิมพ์งานด้วยเทคนิค letterpress ทำให้ผมคิดถึงการใช้กระดาษเนื้อสวยๆมาทำงานกระดาษรองแก้ว กระดาษรองจาน รวมไปถึงการทำกระดาษจดหมายบริษัทอีกด้วย
ผมได้มีโอกาสไปคุยกับเพื่อนที่เปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง เพื่อนเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ที่ร้านค้ามีคู่แข่งมาเปิดขายของคล้ายๆกัน มีร้านอาหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่โครงการ มีร้านเครื่องดื่มขายน้ำผลไม้ปั่นมาเปิดอยู่ข้างๆ ซึ่งเพื่อนขายน้ำผึ้งและกาแฟอยู่แล้ว ทำให้ต้องคิดหาวิธีกระตุ้นยอดขาย วิธีฉีกออกจากคู่แข่ง รวมไปถึงวิธีเรียกร้องความสนใจให้ลูกค้าเดินเข้าร้านของตนมากขึ้น ผมก็เลยเสนอไอเดียกระดาษรองจานพิมพ์ด้วยระบบ letterpress
ทีแรกก็เพื่อนไม่ค่อยมั่นใจว่าจะสวย แต่ผมก็เชื่อว่ามันสวยจริงๆ แม้จะพูดคุยกันเกี่ยวกับ letterpress มาหลายครั้ง แต่ก็อยู่ในมิติอื่น อยู่ในรูปแบบอื่น การนำ letterpress มาใช้กับกระดาษรองจานดูเป็นเรื่องใหม่ เพราะหลายคนรวมทั้งเพื่อนผมมักจะคิดว่าแพง แต่ในทางปฏิบัติ เราสามารถเลือกผลิตให้ราคาย่อมเยาลงได้
ผมเอาโลโก้บริษัทของผมมาพิมพ์กระดาษเนื้อสีครีมให้ดูเป็นตัวอย่าง หมึกสีดำกดทับบนกระดาษบางๆเป็นสิ่งที่ดูสวยดี และผมเชื่อว่าถ้ามันถูกวางใต้จาน หรือ ถ้วย มันจะสวย ก็เลยไปที่ร้านเพื่อนแล้ววางให้ดูจริงๆ
แล้วมันก็ออกมาเป็นดังภาพที่สองนี้ ถ้วยกาแฟ ที่ใช้ทั้งใส่กาแฟ หรือใส่น้ำผึ้ง วางบนกระดาษรอง มีลวดลาย letterpress ให้ดูสะดุดตา วางบนโต๊ะไม้ แสงสว่างจากด้านนอกตึกช่วยส่องให้บรรยากาศบนโต๊ะดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังไอเดีย ทันทีที่เพื่อนผมเห็นภาพนี้ ก็คิดต่อว่า จะเสิร์พเครื่องดื่มบนกระดาษใบนี้ และจะมีดินสอให้เขียนเล่นด้วย
lettepress เป็นเทคนิคการพิมพ์มีเสน่ห์ ใครเห็นใครก็รักจริงๆนะครับ
แถมภาพนี้ให้ดูเล่นครับ
ผมใช้โทรศัพท์มือถือ Huawei รุ่น P9 ซึ่งใช้มาได้เกือบปีแล้ว เป็นโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้สวยมาก ความสวยนี้มาจากการใช้เลนส์ไลก้า และซอร์ฟแวร์การจัดการภาพของไลก้า ซึ่งสองสิ่งนี้ทำให้โทรศัพท์มือถือของ Huawei ก้าวขึ้นมาเป็นมือถือน่าใช้และมียอดขายดีแบบเทน้ำเทท่า
ภาพถ่ายจากโทรศัพท์ที่ใช้เลนส์ไลก้าให้คุณภาพที่ดี ใช้ทดแทนกล้องดิจิทัลระดับเริ่มต้นไปถึงกลางได้เป็นอย่างดี และผมก็ใช้ถ่ายภาพทุกสิ่งอย่างในชีวิตมาตลอดหลายเดือน ซึ่งพอมีโอกาสได้ใช้กล้องฟิล์มของไลก้ารุ่นมินิลักซ์ ก็เลยมีโอกาสถ่ายเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกัน หรือ บางเหตุการณ์ก็ถ่ายในเวลาที่ต่อกัน ห่างกันไม่ถึงหนึ่งนาที บางภาพก็เป็นจังหวะคล้ายๆกัน ก็เลยรวบรวมเอาไว้ดูเพื่อให้คนที่ค้นหาคำตอบว่า กล้องฟิล์มไลก้าดีไหม มือถือใช้เลนส์ไลก้าดีไหม ลองดูข้อมูลภาพเหล่านี้ดูอาจจะเกิดคำตอบขึ้นในใจได้
ภาพเด็กชายขอบฟ้า สะพายกระติกน้ำ ยืนถ่ายภาพในช่วงเวลาเช้าก่อนจะเดินเข้าโรงเรียน ผมไปส่งลูกและเมื่อจอดรถเรียบร้อยก็เห็นว่าสภาพแสงกำลังสวย อยากจะถ่ายภาพเล่น เลยหยิบเอากล้องฟิล์มไลก้ามินิลักซ์มาถ่ายไว้สักภาพ ฟิล์มที่ใช้คือฟูจิ200 เมื่อถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มเสร็จ ก็จัดการถ่ายด้วยโทรศํพท์มือถืออีกภาพ โดยใช้ huawei p9 โหมดถ่ายภาพของมือถือจะเป็นการตั้งค่าให้ทำด้านหลังเบลอด้วย ซึ่งผลงานก็ออกมาตามที่เห็น ภาพบนคือภาพจากโทรศัพท์มือ ภาพล่างคือภาพจากกล้องฟิล์ม
คุณภาพของภาพจากโทรศัพท์มือถือดูด้วยตาแล้ว ก็รู้สึกว่าสวยและคมชัด และดูคมกว่าภาพจากกล้องฟิล์มด้วย แถมกล้องยังช่วยทำหลังเบลอให้ดูตัวแบบลอยเด่นอีกต่างหาก แต่หากเราตั้งค่าความเบลอให้เป็นแบบปกติคือมีฉากหลังที่คมชัดใกล้เคียงกล้องฟิล์ม และปรับค่าแสงให้ภาพดูใกล้เคียงกัน เราก็จะได้ภาพต่อไปนี้
สำหรับผมแล้ว ภาพจากฟิล์มจะให้ความรู้สึกที่สว่างมากกว่า ส่วนที่เป็นเงา หรือโทนสีดำจะมีรายละเอียดที่มากกว่า เงาดำไม่เข้มเท่าโทรศัพท์มือถือ แสงเงาที่เกิดจากแดดบนเสื้อสีขาว ส่วนสว่างและส่วนไม่โดนแดดของภาพจากฟิล์มจะดูขาวไม่ต่างกันมาก แต่บนภาพจากโทรศํพท์มือถือให้ความต่างกันมาก ซึ่งไม่รู้ว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน แต่ผมชอบการไล่น้ำหนักของฟิล์มมากกว่า

https://www.shutterstock.com/image-photo/battery-charger-2-450501607
ครั้งหนึ่ง apple ก็ขายถ่านชาร์จนะครับ ถ่านชาร์จรุ่นคายประจุช้า ชาร์จเต็มแล้วสามารถเก็บไฟได้นานเป็นปี เป็นนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมที่เราได้เห็นจากยี่ห้อ sanyo eneloop ที่ฮิตกันทั้งโลก และเมื่อ apple ต้องหาถ่านมาใช้กับเม้าส์ คีย์บอร์ดของตัวเอง ก็เลยต้องใช้ถ่านคุณภาพดีที่สุดมาแปะตราและใส่แพ็คเกจสไตล์ apple ซึ่งก็ทำให้สเป็คถ่านของ apple เหมือน eneloop อย่างกับแฝดท้องเดียวกัน หลายสำนักก็เดาว่า คงสั่ง oem จาก sanyo มาเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผม เติมความขาวให้ที่ชาร์จใหม่ คนอื่นขายหกก้อนหกร้อยบาท apple ขาย หกก้อนพร้อมที่ชาร์จ 1090 บาท ซื้อไว้เมื่อปี 2010 วันนี้ได้ขายได้หลายครั้ง ได้เงินทอนมาหลายสิบบาท ตอนนี้ เม้าส์และคีย์บอร์ดของ apple ออกแบบให้มีแบตเตอรี่ในตัว ไม่ต้องใช้ถ่านกลมๆแบบนี้อีกต่อไป และถ่านพร้อมที่ชาร์จตามภาพนี้คงหมดไปจากตลาดนานแล้วด้วย ที่ชาร์จถ่านที่สวยที่สุดในโลก ใครมีก็เก็บไว้ให้ดีนะครับ ไม่มีใครทำสวยกว่านี้อีกแล้ว
ผมสอนลูกว่า จะทำอะไร ถ้าทำบ่อยๆ หัดทำซ้ำๆ จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆกิจกรรมที่ขอบฟ้าชอบทำ ผมพยายามสอนเรื่องความพยายาม ผลลัพธ์แม้ไม่ดี แต่มันทำให้เราก้าวเข้าใกล้จุดที่ดี ในวันที่ขอบฟ้าชอบรถซุปเปอร์คาร์และเริ่มอยากวาดรูปซุปเปอร์คาร์ให้สวย ผมก็สอนว่า ถ้าขอบฟ้าวาดครบ 100 ครั้ง จะวาดได้สวยมาก ขอบฟ้าถามว่า แล้วถ้า 99 ครั้งล่ะ จะเป็นยังไง ผมตอบว่า ก็เกือบสวย ขอบฟ้าถามใหม่ว่า แล้วถ้า 50 ครั้งล่ะ ผมก็ตอบว่า ก็ไปครึ่งทางแล้ว ยังไงก็ต้องสวยกว่าการวาดรอบแรกแน่นอน
ขอบฟ้าอยากวาดรูปสวย และวันนี้ ขอบฟ้าพยายามวาดไปห้าครั้ง ผมก็เลยให้ขอบฟ้าเขียนเลขกำกับไว้ที่ภาพด้วยว่า เป็นการวาดครั้งที่เท่าไหร่ ผมแอบลุ้นในใจว่า ขอให้ขอบฟ้าพยายามให้ครบ 100 ครั้งให้ได้ จะได้เป็นบทพิสูจน์ว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
ครบ10ครั้งแล้ว
ความชอบในเรื่องรถซุปเปอร์คาร์มีผลทำให้แม้แต่การวาดรูปในชั่วโมงเรียนขอบฟ้าก็ยังวาดโชว์รูมรถยนต์ และผลงานที่ทำเองที่โรงเรียนก็มีรายละเอียดที่ครบถ้วน แม้ว่าสัดส่วนภาพจะเพี้ยนไปบ้าง แต่รายละเอียดที่ควรจะมีเพื่อชี้บ่งว่าภาพนี้คือรถรุ่นอะไร ขอบฟ้าก็จดจำและพยายามวาดออกมาให้ได้มากที่สุด
ที่เซเว่น มุมของเล่นเด็ก ขอบฟ้ากำลังหยิบกระสอบทรายและนวมต่อยมวย
ขอบฟ้า : โพลี่ ซื้อให้หน่อยครับ
พ่อ : ขอบฟ้าอยากได้เหรอครับ
ขอบฟ้า : ใช่ รอยอยากได้
พ่อ : แต่ตอนนี้ขอบฟ้าชอบเล่นฟุตบอลนะ แล้วเมสซี่ก็ไม่ต่อยมวยหรอก (พ่อไม่อยากให้ซื้อเพราะรู้ว่าจะเห่อเล่นแค่ 15 นาทีแล้วก็วางยาว)
ขอบฟ้า : (ทำท่าคิด)
พ่อ : ขอบฟ้าเคยเห็นเมสซี่ต่อยมวยเหรอ (ยิงคำถามชี้นำเลยกะให้เห็นด้วยแล้ววางและเลิกสนใจ)
ขอบฟ้า : แต่รอยเคยเห็นชลาตันต่อยมวยนะ
พ่อ : (ขำ ขำ ฮามาก แต่เก็บอาการ) อ๋อ…… พ่อว่าเราไปซื้อเยลลี่ดีกว่า เปลี่ยนเรื่องคุยซะเลย
การถ่ายภาพสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะรูปลูกที่เราถ่ายภาพกันแทบจะทุกโอกาส หากมีโอกาสได้ถ่ายในสถานที่แห่งเดิม เราก็น่าจะเล่นสนุกกันด้วยการถ่ายภาพย้อนร้อย ตามคอนเส็บ “ที่เก่าเวลาเปลี่ยน” เพื่อให้เห็นพัฒนาการการเติบโต ซึ่งภาพแนวนี้จะน่าดูอย่างมาก เพราะได้เห็นความน่ารักของเด็กและเห็นการเติบโตจริงๆ และวัยเด็กเป็นวัยที่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายรวดเร็วมาก เวลาเพียง1 ปี จะมีความแตกต่างของร่างกายชัดเจน ไม่เหมือนผู้ใหญ่ที่ยังคงดูเหมือนเดิมแม้จะเวลาผ่านไปหลายปี
ภาพแรกนี้ถ่ายที่อารีย์การ์เด้น เป็นพื้นที่กลางเมืองแห่งหนึ่งที่นานๆจะแวะไปสักที การแวะไปก็พกกล้องถ่ายรูปไปเดินเล่นด้วย ภาพทางซ้ายมือถ่ายเมื่อตอนขอบฟ้าอายุ 1 ขวบ ถ่ายด้วยกล้อง canon eos 6d เลนส์ 24-105f4 ช่วงซูมประมาณ 50mm ถ่ายด้วย f4 ภาพขวามือก็ถ่ายด้วยกล้องและเลนส์ตัวเดิม อาศัยว่าพอจำได้ว่าใช้อุปกรณ์ตัวไหนก็หยิบตัวเดิมออกมาถ่าย ปรับรูรับแสงเป็นค่าเดิม แล้วถ่ายภาพในมุมเดิม แต่ให้ยืนขยับไปทางขวาอีกเล็กน้อย เพื่อให้เอาภาพใหม่ไปต่อกับภาพเก่าเหมือนเป็นภาพเดียวกัน ภาพขวาถ่ายตอนขอบฟ้าอายุ 5ปี 1 เดือน
ภาพหัวจ่ายน้ำดับเพลิง ขอบฟ้าทางซ้ายถ่ายไว้เมื่อประมาณอายุ 1ปี 5 เดือน ส่วนภาพทางขวาประมาณ 2 ปี 9 เดือน ภาพขาวดำจำได้ว่าเป็นการลองถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำ ใช้กล้อง nikon fm2n ใช้เลนส์ 50มม ปรับรูรับแสงกว้างสุดที่ f1.8 ในภาพจะใส่เสื้อกันหนาวด้วยทำให้จำได้ว่าเป็นช่วงอากาศเย็นเป็นช่วงเดือนธันวาคม ส่วนภาพขวา ถ่ายตอนเดือนเมษายน2558 ที่รู้วันเวลาก็เพราะภาพดิจิทัลมีข้อมูลการถ่ายเก็บไว้ ผมใช้กล้อง canon eos 6d เลนส์ 24-105f4 เลือกปรับซูมไปที่ประมาณ 50มม.เพื่อให้เท่าภาพซ้าย แล้วเลือกระยะยืนให้วัตถุในภาพมีขนาดใกล้เคียงกัน แล้วบอกให้ขอบฟ้าไปยืนอีกด้านของหัวจ่ายน้ำ เมื่อได้ภาพมาแล้วก็มาต่อกันโดยปรับให้หัวจ่ายน้ำมีขนาดใกล้เคียงกันและวางต่อกันเหมือนเป็นภาพเดียวกัน ก็เลยได้ภาพเปรียบเทียบน่าจดจำแบบนี้
ภาพเมื่อเดือน 11 ปี 2013 เทียบกับ เดือน 11 ปี 2014
ภาพเมื่อเดือน 11 ปี 2013 เทียบกับ เดือน 11 ปี 2014
สิ่งที่ช่วยให้การถ่ายภาพ ที่เก่าเวลาเปลี่ยน ทำได้สะดวกคือการเก็บภาพไว้อย่างเป็นระเบียบ มีการจัดการภาพที่แม่นยำ สามารถเรียกหาภาพตามช่วงเวลาที่ต้องการออกมาได้ การจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบแบบนี้เป็นสิ่งที่ช่างภาพควรทำ จะทำเองด้วยฮาร์ดดิสก์ในบ้านและตั้งชื่อโฟลเดอร์ให้หาง่าย หรือ ใช้ซอร์ฟแวร์การจัดการภาพช่วยเหลือก็แล้วแต่ความถนัด ส่วนผมเลือกใช้วิธีเก็บภาพในระบบ cloud ของเว็บ flickr.com ซึ่งเป็นเว็บการเก็บภาพที่ดีที่สุดในโลก ผมสามารถหาภาพในช่วงเวลาที่ต้องการได้รวดเร็วมาก ลูกเล่นและความสะดวกเหล่านี้ควรหัดใช้ให้เป็นครับ โดยเฉพาะคนที่มีภาพจำนวนมาก
กล้องฟิล์มเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีคนใช้ทำงานแล้ว คงเหลือแต่การใช้เพื่อความบันเทิง เพื่อความสุข เพื่อความมันส์ของช่างภาพยุคเก่าและช่างภาพรุ่นใหม่ที่อยากลองของเก่า ผมก็นับว่าเป็นช่างภาพยุคเก่า ยุคที่หัดถ่ายรูปในช่วงที่ฟิล์มได้รับความนิยมสูงสุด ยุคที่การถ่ายรูปรับปริญญาและงานแต่งงานคุยกันว่าถ่ายกันกี่ม้วน ยุคที่มีร้านล้างอัดฟิล์ม 24 ชั่วโมง ยุคที่ฟิล์มตลาดราคาสามม้วนสองร้อยบาท
พอพ้นจากช่วงเวลายุคทองของฟิล์มไปแล้ว ทุกคนก็หันหน้าเข้าสู่ดิจิทัล การทำงาน การรับจ้างถ่ายภาพเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด จากงานรับปริญญาที่ถ่ายกัน 4-5 ม้วน ได้ภาพเป็นเล่ม รวมกันไม่ถึงสองร้อยภาพ กลายเป็นงานรับปริญญามีภาพให้ดูพันภาพจากกล้องดิจิทัล งานแต่งงานมีภาพให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูกันสามพันภาพ ซึ่งไม่มีทางดูกันได้ครบถ้วน ฟิล์มที่เคยตุนเอาไว้เพื่อรับงานก็ยังคงนอนนิ่งอยู่ในบ้านไม่ถูกจับต้องอีกเลย ผ่านไปเกือบสิบปี ฟิล์มเหล่านั้นก็หมดอายุ และระหว่างที่เพลินกับการใช้กล้องดิจิทัล ผมก็ลืมฟิล์มไปแล้ว และคิดไปว่า ไม่มีฟิล์มสีดีๆขายอีกแล้ว เพราะมีแต่ข่าวการเลิกผลิต ปิดโรงงาน รวมไปถึงข่าวการล้มละลายของโกดัก
แต่ในความเป็นจริง ฟิล์มยังมีลมหายใจอยู่ แต่อยู่ในกลุ่มเล็กๆ ร้านถ่ายรูปย่านลาดพร้าวก็ปรับตัว หลายร้านปิดตัวลง บางร้านที่เคยเปิด 24ชม. ก็เปลี่ยนมาเป็นเปิดปิดเป็นเวลา ผมถ่ายรูปด้วยฟิล์มขาวดำอยู่บ้าง ซื้อน้ำยาไว้ล้างเอง ซ์้อฟิล์มขาวดำตุนไว้ถ่ายเล่น โดยที่ในใจก็คิดว่าไม่มีฟิล์มสีขายแล้ว เพราะถึงมีก็คงคุณภาพต่ำ อาจเป็นของเก่าเก็บ หรือเป็นงานผลิตใหม่แต่ไม่ได้มีคุณภาพเหมือนเดิม
ผมเพิ่งรู้จากเพื่อนว่าฟิล์มเน็กกาทีฟสีรุั่นใหม่ๆยังคงออกสู่ตลาด และมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น เมื่อเทียบจากช่วงซบเซาสุดขีด ผู้คนหันมาซื้อกล้องฟิล์มมือสอง ทำให้ต้องหาฟิล์มมาถ่ายเล่นด้วย ฟิล์มสีเกรดตลาดราคาร้อยกว่าบาท ค่าล้างฟิล์มราคาขึ้นไปเกินสองเท่าตัว และมีการส่งฟิล์มไปด้วยไปรษณีย์เพื่อให้ล้างและสแกนภาพแล้วส่งเป็นแผ่นซีดีกลับมา ซึ่งผมก็ลองใช้บริการดูแล้วก็ปลาบปลื้ม เลยเป็นที่มาของการเขียนโพสท์นี้
ฟิล์มฟูจิ c200 เป็นฟิล์มเน็กกาทีฟ น่าจะเป็นฟิล์มเกรดกลางๆ และกล้องที่ใช้ถ่ายก็เป็น leica minilux ตัวที่นอนพังอยู่หลายปี เพิ่งจะหาอะไหล่มาซ่อมได้ เมื่อซ่อมเสร็จก็เริ่มเดินเท้าอีกครั้งเพื่อตระเวณถ่าย แต่คำว่าตระเวณในวันเวลาของผม ก็คือการถ่ายรูปลูกเล่นจนหมดม้วน พกกล้องติดตัว พกไว้ในเป้สะพายตลอดเวลา เมื่อมีโอกาสถ่ายก็ถ่ายรูปลูก เผลอแป๊ปเดียวหมดม้วน ถ่ายเล่นราวกับปืนกล ในสมัยที่ฟิล์มถูกๆผมยังไม่ถ่ายเร็วเท่านี้ ดูเหมือนการถ่ายภาพด้วยฟิล์มของผมในช่วงเวลานี้เหมือนคนลงแดง รีบถ่าย รีบล้าง อยากดูภาพแล้ว อารมณ์เหมือนวัยรุ่นใจร้อนเลย
การถ่ายภาพเด็กที่ง่ายที่สุดคือถ่ายตอนเขาหลับนั่นเอง ลิงน้อยของผมที่มีความไวมากกว่าระบบออโต้โฟกัสของกล้องทุกตัว กล้องคอมแพ็คระดับโปร วัดแสงแม่นมาก และโฟกัสก็แม่นมากเช่นกัน ถ้าให้หมุนโฟกัสเองด้วยกล้องแมน่วล เลนส์แมน่วล ผมคิดว่าภาพจะไม่ชัดเท่านี้
ตึกรามบ้านช่อง ข้าวของเครื่องใช้ และมุมภาพบางมุมในบ้านก็ถ่ายเล่นๆ เหมือนถ่ายเพื่อให้หมดม้วนเร็วขึ้นเลย ความใจร้อนของผมมาจากอยากเห็นภาพสีจากกล้อง leica minilux ที่เพิ่งซ่อมเสร็จตัวนี้
วัยเด็กที่กำลังเรียนอนุบาลก็เป็นภาพที่ควรถ่ายเก็บไว้ เพราะการเปลี่ยนแปลงของเด็กวัยนี้จะรวดเร็วมาก หากพลาดหรือลืมถ่ายไว้ในช่วงวัยเด็กเล็กนี้จะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปถ่ายได้ใหม่อีกแล้ว เด็กโตแล้วโตเลย ย้อนกลับไม่ได้ กลับไปถ่ายซ่อมก็ไม่ได้
ภาพที่เราอยากดูมักจะเป็นภาพของสิ่งของหรือคนอันเป็นที่รักของเรา จะของใช้ ของเล่น หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัวต่างก็ควรจะมีภาพเดี่ยวของตัวเองเก็บไว้ ภาพที่น่าดูไม่จำเป็นต้องมีเทคนิกอะไรที่ล้ำหลุดโลก หรือองค์ประกอบภาพต้องเป๊ะ ขอแค่ภาพชัด ไม่มืดไม่สว่างเกินไปก็นับว่าเป็นภาพที่ดีแล้ว ภาพบันทึกชีวิตไม่ใช่ภาพประกวด

present jomthongprint 29aug2017
ผมชื่อวุฒิชัย เจริญบุรี ทำธุรกิจโรงพิมพ์จอมทองมาประมาณ 10ปี
ก่อนหน้านี้ผมทำอะไร

ผมเรียนจบ ป.ตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา ระบบควบคุมและเครื่องมือวัด งานหลักและงานรองของคนคณะนี้คือออกแบบระบบอัตโนมัติทุกอย่างที่ต้องการ ระบบหุ่นยนต์ทำอะไรได้บ้าง ต้องให้คนคณะนี้ออกแบบและเขียนโปรแกรมควบคุม ระบบ home automation เปิดปิดไฟ ระบบเข้าออกอาคาร ระบบตรวจจับวัตถุ ตรวจจับความเคลื่อนไหวเป็นของเล่นแก้เบื่อของเด็กคณะนี้ ส่วนผมชอบฟังเพลง ไปเรียนคณะนี้เพราะอยากออกแบบเครื่องเสียงใช้เอง

หลังจากเรียนจบผมไปสมัครเป็นโปรแกรมเมอร์ ไปเขียนโปรแกรมทำระบบ call center ระบบฝากข้อความทางโทรศัพท์ และเล่นอยู่กับระบบเหล่านี้จน เขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ใช้โทรศัพท์บ้านโทรเข้ามือถือมาปลุกผมในวันที่ผมนอนเกือบเช้าและต้องตื่นเพื่อทำงานต่อ งานระบบโทรศัพท์ทำให้ผมรู้จักกับ database

ระหว่างที่เป็นโปรแกรมเมอร์อาชีพ ผมชอบอ่านหนังสือหลากหลาย โดยเฉพาะหนังสือด้านสารคดีและหนังสือเกี่ยวกับอิเล็คทรอนิกส์ และเริ่มหัดถ่ายรูป ไปๆมาๆ ก็ไปขอเขียนหนังสือ ในที่สุดผมก็เริ่มอาชีพนักเขียน เขียนงานส่งสำนักพิมพ์ เริ่มแปล และวิจารณ์เครื่องเสียง

พอหมดสนุกกับการเป็นโปรแกรมเมอร์ ผมก็ลาออกมาหัดถ่ายรูปอย่างจริงจัง ประกอบกับเป็นนักเขียนเต็มตัว และไปสมัครเรียน ป.โท ที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีทางภาพ ที่นี่ความรู้เรื่องถ่ายภาพ และงานพิมพ์ในแบบวิทยาศาสตร์ เราเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตภาพและงานพิมพ์ให้ได้มาตรฐาน และการผลิตซ้ำได้คุณภาพเดิม ที่คณะนี้ไม่ได้สอนเรื่องภาพสวยเลย คนเรียนจบคณะนี้กว่าครึ่งประกอบอาชีพช่างภาพไม่ได้

ผมเริ่มทำงานโรงพิมพ์จริงจังตอนเรียนที่จุฬา ปรับโรงพิมพ์โบราณให้มีความทันสมัย และเริ่มใช้ระบบดิจิทัลในงานพิมพ์เพื่อความหลากหลายในงานพิมพ์ และเริ่มมีลูกค้าจ้างถ่ายภาพมากขึ้น และลูกค้าถ่ายภาพก็สั่งพิมพ์งาน สั่งทำสิ่งพิมพ์ต่างๆ ลูกค้าในปัจจุบันมาจากลูกค้าถ่ายภาพเกือบ90%

สิ่งพิมพ์ที่โรงพิมพ์จอมทองทำได้มีหลากหลาย ทั้งสิ่งพิมพ์พื้นฐานที่โรงพิมพ์ทั่วไปทำได้และสิ่งพิมพ์ที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษ รวมถึงเทคนิคทางฐานข้อมูลซึ่งเราทำได้ดี งานลูกค้าหลักที่เราภูมิใจคือ ไบเทค นกแอร์ a&w ซึ่งทุกแห่งนี้ให้งานกับเราด้วยการแก้ปัญหาบางอย่างในเวลานั้น และเราแก้ได้

โรงพิมพ์จอมทอง พิมพ์สิ่งพิมพ์ได้เกือบทุกชนิดตามมาตรฐานโรงพิมพ์ทั่วไป ใบปลิว หนังสือ แค็ตตาล๊อค กระดาษโน้ต หัวจดหมาย ซองจดหมาย แบบฟอร์มทางธุรกิจ และด้วยยุคนี้เป็นยุคการค้าขายทางอินเทอเน็ต เราก็มีงานลูกค้าหลักเป็นงานกล่องใส่เครื่องสำอางค์สารพัดรูปแบบ งานกล่องหรือแพ็คเกจจิ้งมีปริมาณสูงขึ้นทุกใบ เรามีเครื่องจักรที่หลากหลายในการทำงานกล่อง
จากการที่ผมเคยรับจ้างถ่ายภาพ การถ่ายภาพแต่งงานก็ทำอยู่หลายปี และในงานแต่งงานเราก็ค้นพบว่าการ์ดเชิญงานแต่งงานเป็นสิ่งที่ไม่สวยเลย เราก็เลยริเริ่มทำงานการ์ดแต่งงานที่ดูดีกว่าเดิม และเป็นที่มาของงานการ์ด letterpress ที่เราทำด้วยเครื่องจักรโบราณหลายๆชนิด เพื่อให้งานมีบุคลิกที่เฉพาะตัวและเป็นสิ่งที่เครื่องพิมพ์ทันสมัยทำไม่ได้ การ์ดเชิญดูดีมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเป็นสิ่งที่นำพาลูกค้างานแต่งงานเข้ามามากมาย หนึ่งในนั้นก็ได้พบกับนักออกแบบการ์ดแต่งงานที่เก่งมากและเราก็เป็นโรงพิมพ์ที่ทำงานทุกโจทย์ของนักออกแบบการ์ด จนเรามั่นใจว่างาน letterpress เราดีที่สุดในประเทศ และงาน letterpress ที่ซํบซ้อนก็พาลูกค้ารายใหญ่เข้ามา พางานการ์ดพระราชทานเพลิงศพของอดีตนายกรัฐมนตรีมาให้เราด้วย โจทย์คือเรียบหรูและดูไม่รู้ว่าทำที่ไหน โรงพิมพ์อื่นๆต้องดูแล้วไม่กล้าแย่งงาน จบงานเหล่านี้เราก็ได้งานหลักแสนจากลูกค้าท่านนี้เป็นประจำ
ปีหน้า เราจะโฟกัสที่งานสำนักพิมพ์ ผมจะเปิดสำนักพิมพ์รับผลิตหนังสือ และทำหนังสือของตัวเองขาย

สิ่งที่เรามองหาในวันนี้ จะมีสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ และสายการบินแอร์เอเชีย
เรามองหาจัดซื้อโรงแรมในกรุงเทพ โรงแรมฮิลตัน โรงแรมในเครือสุโกศลครับ
เรามองหานักเล่านิทาน นักแต่งนิทาน เพื่อทำหนังสือนิทานเด็กดี
เรามองหา ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในทุกอุตสาหกรรม ที่ควรจะมีหนังสือเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่มีคนช่วยทำให้ นักธุรกิจที่ต้องการมีหนังสือของตัวเองวางขายในร้านหนังสือ