5mar2018
ดาวที่เห็นก็คือ ดาวพฤหัส ดาวอังคาร ดาวเสาร์ ช่วงเวลา 05.30-6.00 น ที่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มุมเงยประมาณ 45 องศา
เจ้า imac ตัวเขียว เป็นแม็คความเร็วประมาณ 333 Mhz มันล้าสมัยไปแล้วในช่วงปีคศ 2003-2004 ผมเห็นในร้านมือสอง ก็เลยลองซื้อมาใช้ดู พบว่า os ของ apple เป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับคนใช้วินโดส์มาตลอด เครื่องมือหลักของผมในเวลานั้นคือ ibm r40 มีไวเลส ใช้วินโดส์และ illustrator เป็นหลัก ได้ mac มาก็งงๆนิดหน่อย
imac สีส้ม ไปซื้อมาเพิ่มอีก ลืมไปแล้วว่าจากร้านไหน ตัวนี้ซื้อด้วยอารมณ์ล้วนๆ อยากได้สีสวยๆเก็บไว้ในบ้าน มันเปิดไม่ติดแล้ว แต่ก็อยากได้ เอามาวางสวยๆ แต่สุดท้ายมีคนขอซื้อก็เลยขายออกไป เพราะในบางเวลาผมก็ไม่อยากเก็บของที่ใช้ไม่ได้ อีกอย่าง ไม่ได้รวยมาก ไม่ได้มีที่มาก จะเก็บแต่ละอย่างก็เปลืองที่ แล้วก็เริ่มมีหลายเครื่อง เลยปล่อยตัวที่เปิดไม่ติดออกไป
imac dv สี แกรไฟต์ เป็น imac ที่เกือบจะเป็นรุ่นสุดท้ายในอนุกรมจอตู้ หลังจากรุ่นนี้ imac เปลี่ยนหน้าตาเป็นจอแบน มีฐานกลมๆ มีนิกเนมในไทยว่าซาลาเปา ส่วน imac จอตู้รุ่นนี้ มีจุดเด่นคือ ใช้ซีดีเป็นแบบ slot load เป็น cd-rw ใช้เบิร์นแผ่นได้ ผมซื้อเอาไว้ใช้ทำงานและฟังเพลง มันเปิดติด จอสวย แต่นานๆไปก็เริ่มเปิดไม่ติด ตอนนี้นอนนิ่งฝุ่นจับอยู่
imac drumatian เป็น imac ที่มีสีสวยที่สุดในอนุกรมจอตู้ ชุดนี้จะมีอีกสีนึงคือ flower ซึ่งผมไม่เคยเห็นตัวจริงเลย มันสวยไม่แพ้กัน นักสะสมจะสะสมทุกลาย ผมได้ตัวนี้มาจากประกาศขายมือสองแล้วต้องขับรถร้อยกิโลไปรับถึงที่ ผมตัดสินใจเร็วมาก เพราะรู้ว่ามันขายเร็ว ผมไปถึงตามนัด มีอีกคนมาช้ากว่าผม 15 นาที เขาบอก มารับเผื่อผมเปลี่ยนใจไม่เอา ผมก็ขนกลับ มันเปิดติด มันใช้งานได้ แต่ก็สภาพไม่ดีมาก มันอยู่กับผม หลายปี และเมื่ออาการเริ่มเปิดยากขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ตัดสินใจขายออกไป เพราะไม่อยากซ่อม
imac dv สีแดง ตัวนี้อยู่กับผมนานที่สุด เป็นตัวแรกๆที่ได้มา มีความสามารถค่อนข้างสูง แม้จะมีความเร็วแค่ 450Mhz ซึ่งเร็วน้อยกว่าดรัมเมเชี่ยนและแกรไฟต์ แต่ตัวนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ โปรแกรมในเครื่องพร้อมทำงาน ผมเปลี่ยนฮาร์ดดิส์ให้มันด้วย เพิ่มแรมให้มันด้วย ตอนที่ได้มาวันแรก ผมใช้มันทำงาน แล้วจบงาน ได้เงินเกินค่าตัวตั้งแต่งานแรก เป็นการเริ่มต้นซึ่งกันและกันที่สวยงาม ความสามารถตัวนี้คือเป็ฯไดร์ฟ dvd แบบ slot load ผมใช้มันดูหนังแผ่น dvd หลายเรื่อง ใช้มันทำงาน ใช้มันรับแฟกซ์ แม้ว่าจะกินไฟโหดร้ายระดับ หลายร้อยวัตต์ แต่มันก็ทำงานได้ราบรื่นดี ในภาพจะเห็นว่าผมเปิดเฟสบุ๊คจากมันด้วย อายุแม้จะเยอะ เปิดโปรแกรมช้า จนในช่วงท้ายๆประมาณช่วงปี 2012 มันก็เปิด youtube ไม่ได้แล้ว เปิดเว็บทั้วๆไปก็รอนานเหลือเกิน สุดท้ายผมใช้มันฟังเพลง แต่ก็รู้สึกว่าทรมานและเปลืองไฟ ล่าสุดเริ่มเปิดไม่ติดแล้ว แต่ก็ตัดสินใจเก็บตัวนี้ไว้ให้นานที่สุด เพราะสีแดงมันดูสวยสะดุดตา
การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลในสภาพแสงบางสถานการณ์ก็จะให้ภาพที่สีเพี้ยน แม้ว่ากล้องจะมีระบบ auto white balance ก็ยังให้สีสันที่ไม่ใกล้เคียงความจริง ภาพตัวอย่างด้านล่างนี้เป็นภาพที่ได้จากการตั้งค่าเป็น auto white balance
เมื่อเห็นว่าการตั้ง auto wb ยังคงให้สีอมเหลือง หากเราลองปรับค่าสีจากโปรแกรมแก้สีต่างๆ เพื่อปรับโทนสี สิ่งที่ได้ก็คือภาพที่ปรับสีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ดูเป็นธรรมชาติและให้สีสันเหมือนจริงได้ นั่นเป็นข้อจำกัดของการแก้สีด้วยซอร์ฟแวร์ ซึ่งบางครั้งอาจแก้ไขได้เรียบร้อย และบางครั้งก็แก้ไม่ได้ดังภาพถัดไปด้านล่างนี้ จะเห็นว่าภาพลดสีเหลืองไปจนดูไม่เหมือนเดิม แต่ภาพใหม่ก็ยังดูอมสีเขียวอยู่
สิ่งที่ควรทำในสถานการณ์ที่สภาพแสงที่มีอุณหภูมิสีไม่มาตรฐานคือการใช้คำสั่ง custom white balance ซึ่งเป็นการตั้งค่าอุณหภูมิสีที่จะให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันทั้งหมด และใกล้เคียงความจริงด้วย
เริ่มโดยการเราหาวัตถุสีขาวล้วนที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย จะเป็นผ้าห่ม ผ้าขนหนู หรือกำแพงสีขาวก็ได้ ในที่นี้ผมใช้กระดาษ A4 สีขาว นำแผ่นสีขาวที่หาได้มาวางไว้ในพื้นที่ที่เราอยากถ่ายภาพ วางภายใต้สภาพแสงแบบเดียวกับวัตถุที่เรากำลังจะถ่าย ถ้าถ่ายในห้อง ก็คือเอากระดาษขาววางในห้องด้วยเช่นกัน แล้วถ่ายภาพกระดาษขาวทั้งแผ่นให้เต็มเฟรมภาพ ภาพที่ได้จะเป็นตัวแทนให้ซอร์ฟแวร์ custom wb ในกล้องทำการแก้ไขภาพให้กลายเป็นค่าสีขาวที่ถูกต้องนั่นเอง เมื่อถ่ายภาพกระดาษเสร็จแล้ว ให้เราเข้าเมนูของกล้อง แล้วเลือกตั้ง white balance ให้เป็น custom โดยเมนู custom จะมีขึ้นมาถามว่า ให้เราเลือกภาพที่ถ่ายไว้แล้ว ก็ให้เลือกภาพกระดาษ A4 สีขาวที่เพิ่งถ่ายไป เมื่อเลือกแล้วก็เสร็จ ภาพต่อไปให้เราตั้งค่า white balance เป็น custom พอถ่ายใหม่อีกครั้ง ก็จะได้ภาพที่สีสันดูปกติ ตามภาพด้านล่างนี้
การเลือกใช้ค่า white balance เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นสีสันที่ถูกต้องถือเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ เพราะมันช่วยแก้ปัญหาได้ดี ทำให้ประหยัดเวลามากกว่าการไปแก้สีทุกภาพในขั้นตอนหลังถ่าย
ขอบฟ้ากับแม่ ร่ำลากันก่อนไปโรงเรียน
ขอบฟ้าบอกว่า ปิดเทอม อยากไปเล่นที่คิดเวนเจอร์
แม่บอกว่า เดี๋ยวซื้อตั๋วเล่นทั้งเดือนให้เลย
พอลับตาแม่ ขอบฟ้าก็ทำท่าคิด แล้วถามพ่อ
ขอบฟ้า : ตั๋วเล่นทั้งเดือนคืออะไร
พ่อ : มันคือตั๋วซื้อครั้งเดียวเล่นกี่ครั้งก็ได้ เข้าออกตามใจเลย ภายใน1เดือน
ขอบฟ้า : ซื้อครั้งเดียวใช่มั้ย
พ่อ : ใช่
ขอบฟ้า : เล่นได้ทุกวันจนหมดเดือนเลยเหรอ
พ่อ : ใช่
ขอบฟ้ายิ้มแก้มปริ……แล้วบอกว่าเดี๋ยวซื้อเดือนที่มี 31 วันนะ
ผมกำลังนั่งฟังเพลง jazz มีแซ็กโซโฟน เปียโน เบส กลอง เล่นกันนุ่มๆ ล่องลอย ถ้าแทนด้วยภาพผู้หญิงสักคน ก็คงเป็นผู้หญิงที่กำลังเต้นบัลเล่ย์ช้าๆ เสียงโอบล้อมผ่านออกมาจากลำโพง 1 คู่ ลำโพงฟูลเร้นจ์คู่นี้จัดวางบนโต๊ะทำงาน ดอกลำโพงแค่ 3 นิ้ว กับตู้ไม้ที่ใหญ่พอๆกับกล่องใส่กระดาษทิชชู่ และนี่คือลำโพงในชุดเครื่องเสียงยี่ห้อ Tivoli รุ่น model 2
Model 2 เป็นเครื่องเสียงพร้อมวิทยุ fm am ที่เป็นชุดใหญ่กว่า Model 1 โดยจะมีลำโพงมาให้ 2 ตัว เพื่อเปิดเป็นเสียงสเตอริโอ เสียงดนตรีเต็มวง เต็มย่านความถี่ ถูกขับออกมาจากลำโพงวางหิ้งหรือวางบนโต๊ะแม้ลำโพงจะขนาดเล็ก แต่น้ำเสียงและสมดุลย์เสียงทัดเทียมกับลำโพงตัวใหญ่ แนวเสียงเหมือนหูฟังชั้นดี การจัดวางบนโต๊ะทำงานแล้วไปนั่งฟังระหว่างทำงาน ทำให้เราได้รับคุณภาพเสียงระดับยอดเยี่ยม เพราะเรากำลังฟังระยะใกล้ ระยะห่างระหว่างลำโพงสองตัว กับระยะห่างของหูจากลำโพงทั้งคู่เกือบจะเท่ากัน มันแทบจะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าเลย ซึ่งเป็นวิธีจัดวางที่ใกล้เคียงอุดมคติของการฟังเพลงของนักฟังระดับหูทอง
Model 2 ให้ความใกล้เคียงอุดมคติหลายอย่าง อย่างแรกคือ ระยะจัดวางบนโต๊ะที่เพิ่งกล่าวไป มันเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการฟังเพลงผ่านลำโพงระบบสเตอริโอ อุดมคติที่ 2 คือ ดอกลำโพงฟูลเรนจ์ที่ให้เสียงย่านต่ำไล่ไปเสียงสูงที่ราบลื่นต่อเนื่อง ไม่ต้องมีวงจรแบ่งความถี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องทวิตเตอร์กับวูฟเฟอร์ว่าจะต้องทำงานร่วมกันหรือทับซ้อนกันอย่างไร และอุดมคติที่ 3 คือ ลำโพงและภาคขยายเสียงหรือ amp เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาคู่กัน ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัวที่สุด มันต่างชดเชยช่วยเหลือกันเองจนมันได้เสียงที่ลงตัว มันเหมือนเป็นชุดเครื่องเสียงสำเร็จรูปหรือมินิคอมโปคุณภาพสูง เป็นคุณภาพสูงสุดเท่าที่การออกแบบทางวิศวกรรมจะให้ได้บนงบประมาณและขนาดตัวที่จำกัด
Model 2 เป้นดอกลำโพงฟูลเร้นจ์ที่ให้เสียงครบทุกย่านความถี่ ตั้งแต่ทุ้มต่ำสุด ไปจนเสียงสูงย่านแหลมสูงๆ ความต่อเนื่องคือจุดเด่น แต่จุดด้อยที่ตามมาก็คือ มันไม่ใสเท่าลำโพงแยกทวิตเตอร์ ทั้งแบบ 2 ทาง 3 ทาง หรือกี่ทางก็ตาม อีกจุดด้อยหนึ่งก็คือ เบสลึก ปริมาณเบสมหาศาลแบบวูฟเฟอร์ใหญ่ๆมันไม่มีให้ Model 2 มีเพียงเบสที่ห่อหุ้มรองเป็นฐานให้กับโน้ตต่างๆ นั่นทำให้สมดุลย์เสียงของลำโพงออกไปทางกลมกล่อม พอเพียงและฟังได้เรื่อยๆ
Model 2 มีความน่าฟัง เสียงย่านทุ้ม กลาง แหลม ผสมกันออกมาลงตัว มันพอดีจนเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร ผมไม่คิดจะขอให้ Tivoli ทำลำโพง 2 ทางออกมาแทนฟูลเร้นจ์แบบนี้ เพราะสิ่งที่มีอยู่เราได้ยินกับหูแล้วว่าคุณภาพเท่านี้ ในราคาเท่านี้ มันน่าพอใจมากๆ
เสียงกลางโดดเด่น การฟังรายการข่าว รายการทอล์ค หรือ เสียงคนในเนื้อหาต่างๆเป็นเสียงพูดที่ฟังง่าย ได้ยินชัดเจน เพลงร้องก็มีความไพเพราะมากขึ้นจากเสียงกลางที่ชัด การส่งเสียงคนออกมาจากลำโพงคู่นี้ทำได้อย่างน่าฟัง ผมแอบนึกถึงแนวเสียงของลำโพง Roger LS 3/5 ที่ให้โทนเสียงกลางคล้ายกันมาก แต่ความใสจะสู้ไม่ได้ เพราะ roger เป็นลำโพง 2 ทางนั่นเอง
ค่าตัว Model 2 ประมาณ 9000 บาท ถ้าหาส่วนลด รอราคาเคลียร์แลนซ์ ก็อาจจะทำให้ราคาจ่ายจริงเหลือแค่ 50% ก็ยิ่งทำให้น่าสนใจ ในราคาเท่านี้เราจะได้ลำโพง + แอมป์คุณภาพดี ได้วิทยุที่รับคลื่นได้ชัดเจนมาก ซึ่งในตลาดเครื่องเสียงไม่น่ามีเครื่องรับวิทยุเครื่องไหนที่รับสัญญาณ fm ได้ดีเท่านี้อีกแล้ว ยกเว้นเครื่องของ Tivoli เอง
ช่องเชื่อมต่อด้านหลังหลากหลาย เปิดโอกาสให้ Model 2 ถูกนำไปใช้ได้สนุกสนาน มันมี sub out เอาไว้ต่อซับวูฟเฟอร์ มี Aux เพื่อรับสัญญาณเพลงจากเครื่องเล่น หรือรับเสียงจากคอมพิวเตอร์ มีช่องหูฟังเพื่อฟังแบบไม่รบกวนใคร มี balance เพื่อปรับเสียงซ้ายขวาให้สมดุลย์ มีช่องต่อเสาอากาศภายนอกเพื่อเพิ่มคุณภาพการรับสัญญาณ มีช่องรับไฟเลี้ยงแบบ 12v dc สามารถใช้กับอแด๊ปเตอร์ได้ และช่องรับแบบ 220V ac หรือไฟบ้าน
คุณภาพการรับสัญญาณ fm อยู่ในเกณฑ์ดี ลูกบิทปรับคลื่นเป็นลักษณะการหมุนแบบทดรอบมีอัตราส่วนการหมุนอยู่ที่ 5:1 นี่ทำให้การเลือกคลื่นทำได้สะดวกแม่นยำมาก การเลือกสถานีที่จะฟังจะมีระยะหมุนที่กว้าง ทำให้การแยกแยะแต่ละสถานีค่อนข้างเด็ดขาด ความชัดเจนในการฟัง fm เทียบได้กับการฟังในรถยนต์ แต่ได้น้ำเสียงที่ไพเราะชวนฟังระดับเครื่องเสียงไฮเอนด์
ผมใช้ model 2 บนโต๊ะทำงาน ใช้เปิดเพลงเป็นหลัก ผมเชื่อว่าการเลือกใช้งานกับคอมพิวเตอร์ก็น่าจะดี เราจะได้ฟังเพลงผ่านคอมฯได้เพราะๆ ส่วนคนทำดนตรีหรือ งานตัดต่อวิดีโอก็เหมาะ หรือแม้แต่จะวางหน้า TV ใช้แทน sound bar ก็น่าสนใจ มันสามารถเปิดเพลงเสียงดังได้ ฟังเสียงคนจากลำโพงคู่นี้ถือเป็นงานเหมาะที่สุด มันเหมาะมากสำหรับคนชอบฟังข่าวและรายการสัมภาษณ์ต่างๆ
ภาพเปรียบเทียบระหว่างการถ่ายด้วยฟิล์ม และดิจิทัล ในภาพคล้ายๆกัน แต่คนละอุปกรณ์ แม้จะไม่ใช่การทำ AB test ที่ดี แต่ก็บันทึกไว้เป็นแนวทาง
ภาพแรก เป็นภาพเด็กนอนบนเตียง ถ่ายด้วยกล้อง contax t3 ฟิล์ม lucky จำความไวแสงไม่ได้ ล้างฟิล์มด้วย d76 ของโกดัก สแกนด้วยวิธีไหนก็ลืมไปแล้วครับ ภาพขาวดำที่ได้ ก่อนจะเอามาเทียบในโพสท์นี้ก็เอาไปผ่าน app ชื่อ vsco โหมดขาวดำอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนภาพที่2 เป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง canon eos 5d mk1 พร้อมเลนส์ 85f1.8 ถ่ายเป็น jpg โหมดสี แล้วก็เอาไปผ่าน app vsco โหมดขาวดำอีกครั้งหนึ่ง
ผมไม่สรุปว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะมันก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือถ่ายดิจิทัลแทบไม่มีต้นทุนเพิ่มเติมเลย ได้ภาพเร็วกว่า เปลี่ยนสีได้สนุกกว่า แล้วเรายังจะใช้ฟิล์มด้วยเหตุผลอะไร เหตุผลแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมยังเลือกใช้ฟิล์มในบางโอกาสอยู่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
ดาวพฤหัสเป็นดาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาลของเรา เป็นดาวที่มีความหนาแน่นต่ำกว่าน้ำ เพราะตัวดาวเป็นก๊าซขนาดยักษ์ สามารถมองเห็นจากโลกด้วยตาเปล่า ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งดาวพฤหัสจะสว่างมาก สว่างจนแทบจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นดาวฤกษ์
ดาวพฤหัสมีดวงจันทร์บริวารหลายดวง แต่ดวงที่โดดเด่นและถูกบันทึกไว้แทบจะในหนังสือทุกเล่มคือมี 4 ดวงที่เด่นๆ ได้แก่ คาลิสโต ไอโอ แกนี่มีด ยูโรป้า ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ. 2561 ในกรุงเทพสามารถมองเห็นดาวพฤหัสได้ตั้งแต่ตี 03-06.00 น. หรือ ตีสามถึงหกโมงเช้า ในด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปเล้กน้อย มุมเงยตอนตีสามประมาณ 20-30 องศา ตอนใกล้หกโมงเช้าจะเกือบ80องศา ผมบันทึกสิ่งที่เห็นด้วยความรู้สึก ไม่ได้ใช้เครื่องมือวัด
และดาวพฤหัสที่เห็นในกล้องดูดาวก็เห็นเป็นดวงใหญ่ ไมไ่ด้เห็นเป็นจุด และสังเกตุเห็นว่ามีจุดสว่าง 4 จุดอยู่ใกล้ๆดวงใหญ่ เมื่อเทียบกับแผนที่ดาวในโทรศัพท์มือถือแล้วก็มั่นใจว่านี่คือดาวพฤหัส และ ดวงจันทร์บริวารอีก 4 ดวง ภาพด้านล่างนี้เป็นภาพกราฟิคที่ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบสิ่งที่ผมเห็นในกล้อง ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง เพราะการถ่ายภาพดาวให้คมชัดนั้นใช้เงินเยอะ อุปกรณ์ถ่ายภาพดาวราคาแพงมาก การวาดหรือจดบันทึกด้วยมือจะประหยัดกว่าครับ
หากอยากรู้จักดาวพฤหัสมากขึ้นให้ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
https://th.wikipedia.org/wiki/ดาวพฤหัสบดี
อีกหลายวันต่อมา เห็นสภาพท้องฟ้าโปร่ง และดาวพฤหัสสว่างมาก เลยลองหยิบกล้องออกมาถ่ายเล่น
ใช้กล้องดิจิทัล canon eos m รุ่น 1 ต่อกับเลนส์ canon 70-200f2.8 ตั้งค่าในกล้องไว้ประมาณ iso3200 f11 สปีดชัตเตอร์ 1/30 วินาที ซูมไว้ที่ 200mm
ฮอนด้าฟรีดในปีที่7 ก็ได้เปลี่ยนกรองแอร์อีกครั้ง ครั้งนี้ของเก่าในรถถอดออกมาก็ดำปี๋ชนิดที่น่าสยดสยอง อากาศในรถและท้องถนนมันมีฝุ่นเยอะขนาดนี้เลย ของที่ถอดออกมาใช้งานมานานแค่ไหนผมก็ลืมไปแล้ว แต่ก็ตั้งใจจะเปลี่ยนให้ได้ทุก 6 เดือน รอบนี้ก็เลยสั่งกรองแอร์มาหลายชิ้น ตั้งใจจะใช้ไปอีกหลายครั้ง
ตัวไส้กรองทำจากกระดาษสีขาวจั๊วะ แต่พอใช้งานไปเกินหกเดือนก็จะดำแบบนี้
ให้ดูของใช้งาน 6 เดือน เทียบกับของใหม่แกะกล่อง
กรองแอร์ที่ใช้ ซื้อเปลี่ยนเองอันละ 140 บาท ถ้าไปเข้าศูนย์รายการนี้จะโดนเกือบพัน ไม่รู้ว่าศูนย์ใช้ยี่ห้ออะไรแต่ยี่ห้อที่ผมเลือกใช้ก็ทำงานได้ดี ไม่ได้รู้สึกแตกต่างไปจากสมัยที่เคยใช้ของศูนย์
ขอบฟ้าขอบดาวเสาร์มาหลายเดือนแล้ว และมีการวาดภาพดาวเสาร์เล่นอยู่บ่อยครั้ง ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ขอบฟ้าและพ่อกับแม่ได้ดูดาวเสาร์ด้วยกัน เป็นการดูดาวตอนเช้ามืด ขอบฟ้าได้เห็นวงแหวนของดาวเสาร์ด้วยตาตัวเอง ดาวเสาร์มีวงแหวนจริงๆ และขอบฟ้าก็ตื่นเต้นมาก พ่อก็ตื่นเต้นยิ่งกว่า
วันอาทิตย์ขอบฟ้าได้ไปวิ่งในงาน dinorun ซึ่งเป็นการจัดงานวิ่งที่สวนสาธารณะ ขอบฟ้าวิ่งผ่านระยะ 2.5 กิโลเมตร ได้เหรียญที่ระลึก ขอบฟ้าเอาเหรียญกลับมาบ้านและอวดคุณยายคนแรกเลย
ผมเป็นคนที่หลงใหลลำโพงมานานแล้ว ขอให้เป็นลำโพงที่สามารถเปิดเพลงได้ หากมันมีจุดเด่นบางอย่างก็ทำให้ผมหลวมตัวซื้อได้ไม่ยาก สมัยก่อนการเล่นเครื่องเสียงจะมีรูปแบบที่ค่อนข้างตายตัว คือต้องมีเครื่องเล่นเพลงซึ่งมักจะเป็นเครื่องเล่นซีดีหรือแผ่นเสียง แล้วก็ต้องมีแอมป์ ซึ่งเมื่อก่อนก็จะมีอินทิเกรตแอมป์ที่รวมปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ไว้ด้วยกัน กับอีกแบบคือ ปรีแอมป์+เพาเวอร์แอมป์เป็นชุดแยกชิ้น และสุดท้ายก็ต้องต่อกับลำโพงสักคู่หนึ่ง
การจะหาเครื่องเสียงที่ให้เสียงถูกใจ เราต้องมีเครื่องเล่น เครื่องขยายเสียง และลำโพงโดยที่ 3 อย่างนี้จะต้องเลือก ต้องคัด ต้องหา กว่าจะเจอสิ่งที่ลงตัว จนกว่าจะเจอสิ่งที่ถูกใจซึ่งใช้เงินเยอะและใช้เวลามหาศาล แต่ถ้าคุณรวยมาก มันก็แป๊ปเดียวเจอ ซึ่งผมไม่ใช่ และเมื่อได้เครื่องเสียงครบทุกชิ้นผมก็ใช้งานมันอยู่หลายปี จนโลกเราเข้าสู่การฟังเพลงรูปแบบใหม่ ซีดีขายไม่ได้ เครื่องเล่นซีดีแทบไม่ได้เปิดอีกเลย ผมเปลี่ยนไปฟังเพลงจากไฟล์ และฟังเพลงจากอินเทอเน็ต นั่นทำให้ชุดเครื่องเสียงเดิมหรือแผ่นไม่ค่อยได้ใช้ และเป็นที่มาของการใช้ลำโพงบลูทูธ ซึ่งเป็นลำโพงที่สามารถรับสัญญาณเสียงไร้สายจากคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือต่างๆได้นั่นเอง
ลำโพงตัวนี้ เป็นเครื่องรับวิทยุยี่ห้อ Tivoli ที่ได้ผลิตขายมาหลายปี รุ่นที่สร้างชือให้ Tivoli ก็คือรุ่น model1 ซึ่งเป็นเครื่องรับวิทยุ fm am ระบบมือหมุน ที่ออกมาขายในยุค mp3 และ ipod iphone เกลื่อนเมือง แต่ก็ขายได้แถมยังขายดีเสียด้วย และจากความนิยมในการใช้มือถือมีมากขึ้นจนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของคนไปแล้ว การฟังเพลงจากมือถือเป็นสิ่งที่ต้องมี และของติดบ้านที่แทบทุกบ้านต้องมีก็คือ ลำโพงบลูทูธ Tivoli เลยใส่บลูทูธไว้ในเครื่องรับวิทยุของตัวเอง ทำให้มันกลายเป็นเครื่องรับวิทยุรุ่น model1 bluetooth
ก่อนหน้านี้หลายปี ผมเคยลังเลใจระหว่างการซื้อวิทยุหน้าตาโบราณ ระหว่าง TEAC R1 กับ Tivoli model1 และสุดท้ายก็ไปเลือก R1 ด้วยเหตุผลสองอย่างคือราคาถูกกว่า และมีแบตเตอรี่ในตัว และก็ใช้ TEAC R1 มานานหลายปี และก็ยังคงสงสัยว่า TEAC R1 กับ Tivoli Model1 ตัวไหนเสียงดีกว่ากัน ซึ่งก็ไม่เคยมีโอกาสได้เทียบเลย เพราะร้านที่ขาย TEAC R1 ไม่มี Tivoli วางขาย และในเวลาไม่นาน TEAC ก็หมด ไม่มีผลิตขายอีก แต่ Tivoli ยังมีขายอยู่อย่างต่อเนื่อง
เวลาเดินผ่านในห้างแล้วได้ยินเสียงที่ Tivoli ส่งเสียง มันก็ทำให้ผมหยุดมอง หยุดฟังอยู่แทบทุกครั้ง วันที่ Tivoli ใส่บลูทูธรวมไว้ในเครื่องก็ทำให้ตื่นเต้นอยู่พอสมควร แต่ก็ยังไม่กล้าซื้อ จนวันนึงได้ยินเสียงรายการวิทยุที่เจ้า model1 bluetooth มันส่งเสียงอยู่ ผมฟังแล้วรู้สึกเหมือนมันเปิดจากมือถือ ผ่านบลูทูธ โดยใช้เพลง mp3 สักเพลง แต่พอถามพนักงานขาย พนักงานบอกว่ามันกำลังเปิดวิทยุอยู่ เท่านั้นแหละ โอ้โห ทำไมเสียงมันดีเหมือนเปิดจากไฟล์ขนาดนี้ เป็นเสียงจากวิทยุที่ผมไม่เคยได้ยินคุณภาพแบบนี้มาก่อน นั่นทำให้ Tivoli model1 bluetooth อยู่ใน wish list แต่ก็งก ไม่ซื้อ เพราะ ที่บ้านมีวิทยุอยู่ประมาณ 10 เครื่อง ไม่รวมมือถือ android ที่สามารถรับสัญญาณวิทยุได้ด้วยอีกหลายเครื่อง
ความคันไม่ปราณีใคร และวันหนึ่งมันก็มาอยู่ในบ้านผมจนได้ มาดูสเป็คกันดีกว่า
ความสามารถในการรับคลื่นวิทยุของ Tivoli ทำได้ดีมาก ส่วนใหญ่ทุกคลื่นฟังได้อย่างชัดเจน และเลือกแต่ละสถานีได้ง่าย รอบหมุนของการหาคลื่นทำได้ละเอียดดีมาก จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของ Tivoli คือลำโพงติดเครื่องที่เป็นแบบฟูลเร้นจ์ หรือเป็นลำโพงที่ตอบสนองความถี่ได้กว้างมากทั้งๆที่ขนาดแค่ 3 นิ้ว น้ำเสียงกลางโดดเด่น และมีการจูนเสียงของดอกลำโพงรวมกับตู้ลำโพงที่ให้น้ำหนักเสียงที่มีเสียงเบสที่ชัดเจนและให้แนวเสียงที่อิ่มเกินตัว ฟังเพลงที่บันทึกเสียงมาดีๆแค่นาทีเดียวก็ใจละลายแล้ว เสียงโฆษก เสียงดีเจ เสียงพูดของคนทำให้ผมนึกถึงลำโพงอย่าง roger LS3/5 ที่มันฟังเพลิน เป็นเสียงพูดเสียงคนที่น่าฟังมาก
การนำ Tivoli มาฟังดนตรีต่างๆก็เป็นเรื่องปกติของลำโพง เสียงเพลงป๊อป เสียงเพลงแจ๊ส เสียงเพลงอคูสติกก็ถูกจริต ถูกงาน ถ่ายทอดออกมาได้น่าฟัง เสียงเบสที่ห่อหุ้มเป็นฐานของเสียงทั้งวงก็มีให้ฟังแบบพอดีๆ ซึ่งหากย้อนไปสักสิบปี การที่เราจะฟังเสียงทุ้มที่อิ่มเอิบขนาดนี้ต้องไปหาจากลำโพง 2.1 หรือ ซับวูฟเฟอร์ หรือไม่ก็ไปหาจากลำโพงฟังเพลงที่ใช้วูฟเฟอร์ระดับ 6-8 นิ้วขึ้นไป กับดอกฟูลเร้นจ์แบบ Tivoli 3 นิ้วนี้ ทำให้ประหลาดใจ และพอใจอย่างมาก
แล้วผมก็ได้โอกาสทดสอบ TEAC R1 กับ Tivoli model1 bluetooth ว่าใครเสียงดีกว่ากัน ผมเลือกเปิดสถานนีที่กำลังถ่ายทอดเสียงพูดคุย เพราะผมชอบฟังรายการทอล์คที่เสียงชัดๆ เปิดคลื่นเดียวกัน ปรับเสียงทดสอบให้ดังใกล้เคียงกัน แล้วก็เปิดเสียงปิดเสียงเทียบกัน ก็ได้คำตอบสำหรับผมเอง นั่นคือ Tivoli ถ่ายทอดเสียงพูดได้ดีกว่า
การจัดระบบชุดฟังเพลงให้กับ Tivoli มีความหลากหลายมาก จะวางเดี่ยวๆใช้เป็นเครื่องฟังวิทยุก็ได้ จะจัดให้มันทำงานเป็นเครื่องขยายเสียงสำหรับ ipod ก็ได้ จะจัดให้เป็นเสียง Bluetooth ของ smartphone ก็ได้ หรือแม้แต่จะใช้เป็นแอมป์หูฟัง เพราะ tivoli มีช่องต่อหูฟังด้วย ซึ่งคุณภาพเสียงของภาคขยายหูฟังก็ไม่ธรรมดา ลำพังเพียงแอมป์หูฟังที่แยกขายเพื่อให้ใช้กับหูฟังที่ขับยากๆนั้นก็ราคาหลายพันจนถึงหลายหมื่นก็มีให้เลือกซื้อ ค่าตัวของ Tivoli ตัวนี้ ซื้อแอมป์หูฟังยอดนิยมระดับกลางๆยังไม่ได้เลย
แถมคลิปทดสอบ tivoli model1 bluetooth โดยการเปิดเพลงจาก youtube ใช้ huawei p9 เชื่อมบลูทูธกับ Tivoli แล้วถ่ายวิดีโอด้วย กล้อง DSLR canon รุ่น Eos 6d ติดเลนส์ 50mmf1.4 ใช้ไมค์รับเสียงของ Zoom รุ่น H1 ต่อสายไมค์เข้ากล้องทางช่อง mic in
ทดลองฟังเพลง
ผมใช้คอมพิวเตอร์ต่อกับ usb dac ใช้ชิปถอดรหัสเสียง ESS ES9018K2Mแปลงสัญญาณเสียงเป็นอนาลอกแล้วต่อสาย rca to mini 3.5 ไปเข้ายัง Tivoli model1 ที่ช่อง Aux ก็คือใช้ Tivoli เป็นลำโพงขยายเสียงนั่นเอง เพลงของ norah jones ชุด come away with me เสียงร้องชัดๆ ฟังออกทุกถ้อยคำ เสียงเบสกลมๆเล่นคลอไปกับเปียโน ทุกเสียงได้ยินชัดเจน ตัว tivoli ไม่มีปุ่มปรับทุ้มแหลม เสียงที่ได้ยินจะคงที่สไตล์เดียว คือ ชัดและนุ่ม เสียงโซโล่เบสได้ยินทุกโน้ต อัลบั้มนี้บันทึกเสียงได้ดีน่าฟังทุกเพลง
ฟังอัลบั้มโชว์เสียงร้องผสมกีต้าร์อคูสติกก็ให้ความไพเพราะ เสียงกีต้าร์คลอๆกับเสียงร้องหวาน ใส ชัด อย่างชุด snow rose ที่เป็นเพลง cover จากเพลงฮิตมากมาย เสียงร้องมีความชัดและเรียกร้องความสนใจอยู่มาก เป็นโทนเสียงกลางที่ติดไปทางแหลมเด่นกว่าเสียงย่านต่ำ แต่ไม่ได้ใสกิ๊งราวกับแก้วใสๆ เสียงสูงยังคงด้อยกว่าลำโพงสองทางที่ใช้ทวีตเตอร์อยู่ดี แต่เสียงกลางและเบสนี่เป็นความลงตัวที่น่าใช้มาก
ฟังเพลง jazz ที่เน้นเสียงร้อง ฟังแล้วเคลิ้มทุกเพลง มันชัดถ้อยชัดคำ เหมาะกับงานที่มีเสียงอคูสติกเต็มเพลง ลองกับเพลงในอัลบั้มของ Jennifer Warnes ชุด The Hunter ก็ให้เสียงร้องที่หวานใส เสียงกีต้าร์อคูสติกเล่นเกาโน้ตชัดๆ ยิ่งเป็นเพลงแนวออดิโอไฟล์ก็ยิ่งฟังเพราะ
ลำโพงฟูลเรนจ์ให้เสียงเป็นเอกลักษณ์มาก เสียงทุ้ม กลาง แหลม มันออกมาจากลำโพงดอกเดียว น้ำหนักเสียงสมดุลย์พอดี ไม่มีเบสล้นหรือบางเกินไป การใช้งานเหมาะกับการฟังผ่านๆ หรือเปิดทิ้งไว้ทั้งวันจริงๆ เป็นลำโพงที่อยากเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา
สรุป
Tivoli model1 bluetooth เป็นวิทยุพร้อมลำโพง 1 ดอกที่มีหน้าตาสวยงามสามารถใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านได้ และให้คุณภาพเสียงการฟังเพลงที่ดีมาก รับวิทยุได้ชัดเจน รับสัญญาณเสียงจากช่อง bluetooth ได้โดยที่มีคุณภาพเสียงที่ดีน่าฟังสูสีกับการใช้สาย และหากใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อแหล่งโปรแกรมอื่นๆทางช่องทาง Aux มันก็จะเป็นเครื่องเสียงที่ให้เสียงเป็นกลาง มีสมดุลย์เสียงที่พอดีในทุกย่านเสียง เบส กลาง แหลมมาครบ ความใสของเสียงสูงยังไม่เท่ากับลำโพงสองทางมีทวิตเตอร์ และภาพรวมก็เป็นเสียงร้องเสียงดนตรีที่น่าฟังและสามารถฟังได้นานๆ
ผมทำรีวิวแบบเสียงเอาไว้ให้ฟังด้วย เนื้อหาแตกต่างจากในโพสท์นะครับ
การดูดาวเป็นกิจกรรมไม่เคยได้ทำเลยในสมัยเด็ก เพราะบ้านผมไม่ได้มีอุปกรณ์หรือของเล่นราคาแพง พ่อกับแม่ก็ทำงานกันตัวเป็นเกลียว แค่จะส่งเรียนหนังสือก็ต้องประหยัดเงินเต็มที่แล้ว ความรู้เรื่องดาราศาสตร์และดวงดาวจึงไม่เคยเข้ามาอยู่ในหัวคิดเลยตั้งแต่เด็กจนเรียนจบ
ภาพดาวเสาร์วาดโดยขอบฟ้าตอน 5 ขวบ
กว่าผมจะได้เข้าท้องฟ้าจำลองก็ต้องรอจนผมมีลูกและลูกโตสัก 5 ขวบ ความรู้เรื่องดวงดาวเป็นเรื่องไกลตัว อย่างมากก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทั่วไป ไม่ได้เน้นไปที่เรื่องดวงดาว การดูดาวเลยเป็นสิ่งที่ลืมนึกถึงไป สักช่วงปี 2001-2003 ผมจำปีไม่ได้ ประเทศไทยตื่นตัวกับการดูดาวครั้งแรกคือ การดูฝนดาวตก ซึ่งมีการประกาศข่าวว่าจะมีฝนดาวตกจำนวนมากเข้าสู่ท้องฟ้า และสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็เลยได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนที่เรียน ปริญญาโท และ เพื่อนกลุ่มถ่ายภาพ ไปนอนดูดาวกันริมทะเล นั่นเป็นกิจกรรมครั้งแรกที่ผมได้ดูดาวอย่างตั้งใจ
กล้องดูดาวราคาพันห้าร้อยบาทซื้อเมื่อปี พศ2545
หลังจากนั้นอีกสักปี ผมก็ซื้อกล้องดูดาวราคาถูก เห็นลดราคาในห้างก็เลยซื้อเอาไว้ และก็ได้ทดลองดูดวงจันทร์ ดูพระจันทร์เต็มดวง ทำให้พบกว่า ดวงจันทร์ขรุขระจริงๆ และก็ได้ภาพติดตาที่ประทับใจ กล้องดูดาวตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ กว่าจะประกอบขึ้นมาให้พร้อมใช้งานใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าจะตั้งให้เห็นภาพดวงจันทร์ได้ก็เหนื่อยมาก เห็นภาพแล้วก็เพิ่งจะค้นพบว่าดวงจันทร์เคลื่อนที่ได้ จริงๆแล้วมันเป็นการหมุนของโลก ภาพดวงจันทร์เลยดูเหมือนเคลื่อนที่ออกจากช่องมองภาพตลอดเวลา
ส่องดวงจันทร์จากในบ้าน บังเอิญบ้านมีช่องกระจกที่มองทะลุไปได้
แล้วผมก็เก็บกล้องดูดาวจนลืมไปเลย รู้ตัวอีกที ก็แต่งงาน แถมยังแต่งงานตอนแก่ และเริ่มมีลูก และลูกอายุห้าขวบ เพิ่งจะได้หยิบออกมาเล่นอีกครั้ง ฝุ่นจับชนิดที่ต้องใส่หน้ากากกันฝุ่นก่อนหยิบ โชคดีที่เก็บของไว้ครบทุกชิ้น และคู่มือก็ยังอยู่ เลยได้ประกอบกล้องขึ้นมาอีกครั้ง และลูกก็ได้ลองเล่นด้วย ลูกดูตื่นเต้นไม่แพ้ตัวผมเอง
ขอบฟ้ากำลังจับที่เลนส์ตา
พวกเราพ่อแม่ลูกได้ส่องดวงจันทร์อีกครั้ง ดวงจันทร์ในช่วงเดือนมกราคมปลายเดือน ปี 2561 เป็นช่วงที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง และเป็นจังหวะที่ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกมากที่สุด ภาพดวงจันทร์จะใหญ่ เราเรียกว่า supermoon กล้องดูดาวก็ได้ทำหน้าที่อีกครั้ง เป็นความตื่นเต้น สนุกสนาน และดูได้แรงบันดาลใจดี กล้องดูดาวตัวเดิมตัวนี้มีความสามารถดูดวงจันทร์ได้เต็มดวง มีเลนส์ตาเปลี่ยนได้ 3 ชิ้น ชิ้นแรกให้ภาพเล็กที่สุด ชิ้นต่อมาขยายเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว และชิ้นสุดท้ายขยายเพิ่มขึ้นมากจนดวงจันทร์ล้นเฟรม แต่ก็แลกมากับการปรับตั้งที่ยากมาก
ภาพ supermoon ตอนเกิด จันทรุปราคา วันที่ 31มกราคม2561 กล้อง eos-m เลนส์ 70-200f2.8
หลังจากที่ดูแต่ดวงจันทร์มาตลอด ผมก็เลยลองเอาไปดูดาวดวงอื่นบ้าง หาข้อมูลในเน็ตพบกว่าผู้คนทั่วโลกจะดูดาวอีก 2 ดวง คือ ดาวพฤหัสและดาวเสาร์ ซึ่งเหตุผลคงเป็นเพราะว่าเป็นดาวดวงใหญ่ที่อยู่ใกล้โลกทำให้สามารถมองเห็นผ่านกล้องแล้วเห็นภาพที่ใหญ่พอจะเห็นรายละเอียด ส่วนดาวบนท้องฟ้าที่เหลือ จะเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลมาก ส่องกล้องยังไงก็ยังเห็นเป็นจุดเหมือนเดิม ไม่ได้ใหญ่ขึ้น ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ลองดูดาวเสาร์ เพราะดาวเสาร์มีเสน่ห์อย่างหนึงคือ มีวงแหวน และลูกผมก็ชอบดาวเสาร์มาก วงแหวนที่เห็นจากภาพตามเน็ตจะเป็นวงแหวนสวยๆราวกับเป็นภาพกราฟิคคอมพิวเตอร์ นั่นทำให้ผมสงสัยว่าวงแหวนจริงๆจะสวยแบบนี้ไหม
ก็เลยเริ่มหาวิธีดูดาวเสาร์ ข้อมูลในเน็ตอธิบายว่าดาวเสาร์เป็นดาวที่มีวงแหวนขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้จากโลก นอกจากดาวเสาร์แล้ว ดาวยูเรนัส ดาวพฤหัส ดาวเน็บจูน ก็มีวงแหวนเช่นกัน แต่จะเป็นวงแหวนบางๆที่มองไม่เห็นจากโลก และวงแหวนดาวเสาร์ก็ต้องอาศัยมุมเอียงที่เหมาะสมถึงจะเห็นวงแหวนใหญ่ บางช่วงปีเราอาจจะมองเห็นวงแหวนในภาพตัดข้าง เห็นวงแหวนเป็นเพียงเส้นบางๆเท่านั้น และอาจไม่เห็นเลยถ้าบางมากและท้องฟ้าไม่โปร่ง
สมัยกาลิเลโอที่ค้นพบดาวเสาร์ กล้องที่กาลิเลโอใช้เป็นกล้องที่สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก เรียกว่ากล้องกาลิเลโอ กล้องนี้ทำให้เขาค้นพบดวงดาวที่มีวงแหวน แต่ในยุคสมัยนั้นกล้องยังไม่มีคุณภาพมาก สิ่งที่กาลิเลโอมองเห็นและจดบันทึกไว้ก็เพียงแค่ ดาวมีหู บางครั้งก็เป็นดาววงรี และดาวมีหูนี้ เมื่อมองในอีกหลายปีต่อมา พบว่าหูหายไป ซึ่งเป็นความสงสัยของกาลิเลโอในสี่ร้อยปีที่แล้ว
ดาวเสาร์จะเอียงทำมุมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปีที่มุมเอียงมากจนเห็นวงแหวนชัดเจนที่สุดก็จะเกิดขึ้นทุก 14 ปี หากเป็นปีที่วงแหวนทำมุมราบเรียบจนเรามองเป็นเส้น เราก็อาจจะเห็นดาวเสาร์โล้นๆ เหมือนไม่มีวงแหวน นั่นเป็นภาพที่กาลิเลโอเคยเห็นและบันทึกไว้เป็นคำถามไว้ว่าทำไมดาวเสาร์ไม่มีวงแหวนเหมือนเมื่อก่อน
ปีนี้ปี 2561 ดาวเสาร์ทำมุมเอียงค่อนข้างมาก ทำให้มองจากโลกเห็นดาวเสาร์ที่สมบูรณ์ แต่จะมองได้ชัดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพกล้องและความโปร่งใสของท้องฟ้า และเดือนนี้ ไม่กี่วันมานี้ ผมก็ได้ลองส่องดูและก็ได้พบกับดาวเสาร์ด้วยตาตัวเอง เป็นจริงอย่างที่ตำราบอกไว้ ดาวเสาร์มีวงแหวนจริงๆ แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพที่เห็นได้ เพราะอุปกรณ์ไม่ดีพอ และ ผมไม่มีกล้องถ่ายภาพที่จะต่อกับกล้องดูดาว ก็เลยขอใช้ภาพจากอินเทอเน็ตของท่านอื่นมาลงไว้แทน ผมเลือกภาพที่มีความเอียงและรายละเอียดของวงแหวนใกล้เคียงกับที่ผมมองเห็นเมื่อวันที่ 14กุมภาพันธ์2561
ภาพดาวเสาร์ ผมปรับมุมเอียงให้ดูคล้ายกับภาพที่ผมเห็นในกล้องดูดาว
ดาวเสาร์เคลื่อนที่เร็วมากเมื่อมองจากในกล้องดูดาว แค่การเอามือจับที่ตัวกล้องก็ทำให้กล้องสั่นจนภาพดาวเสาร์หายไปจากช่องมองภาพแล้ว และการหมุนของโลกก็ทำให้ดูเหมือนดาวเสาร์เคลื่อนที่หนีจากช่องมองภาพไปเรื่อยๆ นั่นทำให้กล้องดูดาวราคาถูกๆตัวนี้ สามารถมองดาวเสาร์ได้แค่ 15 วินาที แล้วดาวเสาร์ก็จะคลื่อนหายไปจากช่องมอง ผมใช้วิธี หมุนขาตั้งกล้องแทน โดยการจับที่ปลายขาตั้งแล้วหมุนตามทีละครั้ง ปรับครั้งหนึ่งก็ดูได้ 15 วินาที แล้วก็หมุนขาตั้งใหม่ แล้วก็เรียกให้ลูกดู ลูกดูเสร็จก็หมุนขาตั้งกันอีกครั้ง การหมุนขาตั้งนี้เป็นเหตุผลให้กล้องดูดาวมีอุปกรณ์เสริมมาขายนั่นคือมอเตอร์ตามดาว แค่ชื่อก็บอกแล้วว่ามันทำหน้าที่อะไร ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่แพงกว่ากล้องของผมอีกหลายเท่าตัว ดังนั้น ไม่ซื้อครับ อดทนหมุนขาตั้งต่อไป
แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าดวงไหนคือดาวเสาร์ ดาวเสาร์จะโผล่มาให้เราดูกี่โมง และอยู่ทิศไหน นี่คือความยากของคนในสมัยก่อน เพราะไม่มีตัวช่วยเลย ต้องคำนวณต้องวัดกันเหนื่อย แต่กับสมัยนี้ ยุคอินเทอเน็ต เรามี application ในโทรศัพท์มือถือที่ช่วยหาตำแหน่งดาวให้ แค่เปิดโปรแกรมแล้วเอามือถือยกส่องท้องฟ้า จะเห็นดาวบนฟ้าพร้อมชื่อกำกับ ส่องดินจะเห็นดาวที่อยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง เราก็แค่หาดูว่า ดาวเสาร์จะอยู่ฝั่งซีกโลกเดียวกับเรา ตอนกี่โมง application ตัวนี้ชื่อ star chart
และในเช้ามืดวันหนึ่งผมก็เปิดโปรแกรมส่องเล่นๆ ก็พบว่า ดาวเสาร์ขึ้นมาอยู่ตรงกับหน้าบ้าน สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นจุดสว่างเลย ดวงจันทร์อยู่ด้านล่าง จุดสว่างที่อยู่เหนือตึกขาวด้านขวาบนก็คือดาวเสาร์ ก็เลยรีบวิ่งไปหยิบกล้องดูดาวที่ประกอบไว้แล้วมาตั้ง ใช้เวลาตั้งให้เห็นภาพชัดอยู่สิบนาที จนแน่ใจแล้วว่า นี่คือดาวเสาร์ ก็รีบไปปลุกลูกมาดู ขอบฟ้าก็เลยได้ดูดาวเสาร์วันเดียวกับพ่อเลย ซึ่งผมเห็นดาวเสาร์ด้วยตาตัวเองเห็นวงแหวนของมันครั้งแรกในชีวิตก็วันนี้แหละ
การติดตามข่าวสารทางดาราศาสตร์สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บสมาคมดาราศาสตร์ ซึ่งข่าวสารและเหตุการณ์ของดวงดาวในเดือนกุมภาพันธ์2561 นี้จะมีภาพดาวเกิดขึ้นตามนี้
การดูดาวเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูกได้สนุกสนาน ไม่ใช่เพียงแค่การวางกล้องแล้วมอง แต่ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่จะพูดคุยเรื่องดวงดาว ความรู้เกี่ยวกับดาว ทั้งภาพนิ่งและหนังสือรวมถึงวิดิโอจาก youtube สารคดีต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการใช้เวลาร่วมกัน รวมไปถึงการเดินทางไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และ ท้องฟ้าจำลอง นอกจากการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าแล้ว ลูกยังได้ความอดทน การรอเวลา การแก้ปัญหายุงกัด ความรู้ในการดูแผนที่ ทิศเหนือ ทิศใต้คืออะไร สิ่งเหล่านี้ค่อยๆซึมเข้ามา ทั้งหมดใช้เงินไม่ถึงสองพันบาท
ภาพนี้คือภาพที่ผมถ่ายเอง ใช้กล้องดิจิทัล canon eos m รุ่น 1 ต่อกับเลนส์ canon 70-200f2.8 ตั้งค่าในกล้องไว้ประมาณ iso3200 f11 สปีดชัตเตอร์ 1/30 วินาที ซูมไว้ที่ 200mm ซึ่งเมื่อรวมกับตัวคูณของกล้องก็จะเหมือนได้ระยะทางยาวโฟกัส 320mm ตั้งโฟกัสไว้ที่ infinity แต่ใช้มือหมุนช่วยนิดหน่อยปรับโฟกัสให้ภาพจุดดาวดูเล็กที่สุดในหน้าจอ การตั้งค่าเหล่านี้ไม่มีค่าตายตัว อาจจะเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของสภาพท้องฟ้า ภาพที่ได้ทั้งภาพจะเหมือนเป็นจุดขาวๆ ต้องใช้การซูมดู actual pixel ถึงจะพอเห็นรูปร่างว่ามันเป็นภาพดาวเสาร์ มีวงแหวน ดูไม่กลมแบบดาวทั่วไป
ผมขับรถฮอนด้าฟรีดมา เกือบ 200000 กิโลเมตรแล้ว การเช็คระยะครั้งนี้ก็เลยเช็คแบบ 2แสน การเข้าศูนย์ครั้งที่แล้วทำที่ระยะ 160000 กิโลเมตร ส่วนระยะ 170000 และ 180000 ผมทำแค่เพียงเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองที่นอกศูนย์ เพราะไปซื้อน้ำมันเครื่องแถมลำโพงมา
ระยะ 200000 กิโลเมตร ฮอนด้าฟรีดยังคงใช้งานได้ดี แต่ก็มีอาการของเสียอยู่ตามอายุ หลังจากเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ ล้างเกียร์ครั้งใหญ่ ช่างก็เช็คอาการรถที่ควรเปลี่ยนหลายอย่าง คือ ดุมล้อหลังเริ่มแตก จะมีเสียงดังตอนวิ่ง ผ้าเบรกหน้าแตก ส่วนโช้คอัพที่ผมสงสัยว่าจะเสื่อแล้วช่างตรวจสอบแล้วแจ้งว่า โช้คกระด้าง บอกแค่นี้ก็เท่ากับว่า ยังไม่เสีย แค่กระด้าง…. แล้วกระด้างแปลว่าอะไรกัน
ค่าใช้จ่ายเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนหลอดไฟ หัวเทียน …. อุปกรณ์ข้างเคียง โดนไป 6000 บาท ล้างเกียร์อีก 3500 บาท จบแค่ส่วนเช็คระยะ ส่วนงานซ่อมอื่นๆที่ช่างตรวจให้ก็มีใบแจ้งราคามาให้ตามภาพ ถ้าทำทั้งหมดคงต้องใช้เงินอีก 3หมื่นกว่าบาท