รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี: เราจะสร้าง ‘คน’ ให้เป็น ‘หุ่นยนต์’ ที่แพ้หุ่นยนต์กันไปทำไม

http://www.tcdc.or.th/creativethailand/article/TheCreative/28491

 

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่1 เริ่มต้น

ในชีวิตผมเองไม่เคยคิดว่าเรื่องน้ำหนักตัวจะสร้างปัญหา  หรือ อีกความหมายนึงคือไม่คิดว่าตัวเองจะอ้วน  ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยก็กินแหลก  สมัยทำงานก็เป็นคนที่กินสารพัด กาแฟ ขนม กินเยอะมาก กินจนหมดโต๊ะ อาหารไม่หมดผมไม่หยุดกิน  และมีแฟนแต่ละคนก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนอ้วนไปจีบสาว  เวลาไปจีบใครแต่ละคน เราก็ไปชวนเขากินตลอด  คนที่บ่นเรื่องอ้วนจะเป็นผู้หญิง และผมก็เป็นคนฟังมาตลอด

ใช้ชีวิตจนเพลิน แม้หลังๆจะเริ่มรู้สึกว่าพุงใหญ่ขึ้น  จะรู้สึกว่า เสื้อผ้าชุดเก่าๆเริ่มแคบ แต่ก็ยังไม่ตระหนักว่ามันค่อยๆล้น  กางเกงหลายตัวใส่ไม่ได้  ยิ่งแต่งงาน ยิ่งเลี้ยงลูก ยิ่งกินดึก  บางวันผมก็ออกไปนั่งกินมื้อดึก  พอกินบ่อยๆก็ติดเป็นนิสัย  กลายเป็นว่าวันหนึ่งๆกินสี่มื้อ  นอกจากนี้ยังซื้อกาแฟเย็นกินทุกวัน ร้านที่เดินผ่านจะแวะซื้อประจำ  จนกระทั่งบางวันที่ผมอยากลองเปลี่ยนเป็นเมนูแบบอื่นต้องรีบตะโกนบอกคนขายว่า อย่าเพิ่งชง  ผมจะเปลี่ยนเป็นชาดำเย็นบ้าง  เพราะคนขายจะขายผมทุกวัน แค่เห็นเงาตะคุ่มๆของผมก็ยกถ้วยชงกาแฟขึ้นมาแล้ว

IMG_0341

ภาพนี้ผมแขม่วพุงแล้วนะ  คาดว่าน้ำหนักน่าจะประมาณ 90-91 กิโลกรัม

วันที่ถึงจุดที่ตัดสินใจจะลดน้ำหนักก็คือ  วันที่ลองชั่งน้ำหนักแล้วพบกับตัวเลข 91.3 กิโลกรัม  ผมตกใจสุดขีด และเสียใจอย่างไม่รู้จะเปรียบเปรยอย่างไร  อกหักจากสาวที่จีบไม่ติดสักคนยังไม่รู้สึกเลวร้ายเท่านี้  เพราะความจำในวัยเด็กถึงวัยรุ่นก็คือ  ผมหนัก 67 ตอนเรียนมหาวิทยาลัย และตอนทำงานใหม่ๆก็หนักประมาณ 72-75 กิโลกรัม ส่วนสูง 175cm  คู่กับน้ำหนัก 75 กิโลกรัมตามมาตรฐานชายไทย ผมเคยเป็นคนแบบนั้น  แต่วันที่น้ำหนักพีคไป 91.3 กิโลกรัม เหมือนโดนตบหน้า  เหมือนตราชั่งขึ้นป้ายว่า “ไอ้อ้วน”

IMG_0015

ตอนที่พีคขึ้นไปมากจนเห็นภาพตัวเองแล้วตกใจ

ผมหาวิธีลดน้ำหนักที่ลงทุนน้อยสุด ทั้งตัวเงินและเวลา เนื่องจากเป็นคนงกและคิดว่าคนเราไม่ควรเสียเงินเพื่อออกกำลังกาย  มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่จะออกกำลังโดยไม่ต้องจ่าย  การเข้าฟิตเนสแล้วเสียเงินปีละหมื่นหรือมากกว่านั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่ยอมทำแน่นอน  และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ผมไม่มีเวลา  มันไม่มีเวลาจริงๆ  ถ้าจะต้องเข้าฟิตเนสวันละ 1 ชม. หรือ วิ่งที่ไหนสักแห่งวันละ 1 ชม. ก่อนไปวิ่งก็ต้องเตรียมตัวและเดินทาง  ตอนวิ่งเสร็จก็ต้องอาบน้ำและเดินทาง  การทำกิจกรรมวิ่ง 1 ชม.คนเราอาจต้องใช้เวลาร่วม 3 ชม. เพื่อจบทั้งกระบวนการ  ดังนั้น ผมไม่ต้องการใช้เวลาขนาดนี้  ถ้ามีเวลาวันละ 3 ชม. ผมอยากเอาไปฟังเพลง เอาไปอ่านหนังสือมากกว่า

อีกหลายเหตุผลคือ  เคยเห็นคนออกกำลังกายอย่างหน้าชื่นตาบานแล้วแชร์ภาพชีวิตดี๊ดีทางเฟสบุ๊คหรือเว็บบอร์ด  ทั้งการวิ่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ไฮเทค ร้องเท้าจัดหาเพื่อการวิ่ง นาฬิกานับก้าวหรือนับแคลอรี่ รวมถึงนับอัตราการเต้นของหัวใจ   การขี่จักรยานที่ต้องใช้จักรยานหน้าตาเหมือนลงแข่งพร้อมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมแบบเต็มยศราวกับจะไปแข่งโอลิมปิค  จะใช้จักรยานแม่บ้านก็ไม่ได้  …. สำหรับผมเรียกว่าไร้สาระ ไร้ประสิทธิภาพ และหลายคนในภาพ ไม่ผอมลง  ซึ่งมันก็ตามมาด้วยคำอธิบายว่า ไม่ได้ลดน้ำหนัก  เขาออกกำลังหัวใจ   ว้าวมาก  หัวใจก็ต้องออกกำลังนะครับ  ผมยังเข้าไม่ถึง  ผมแค่จะลดพุงและลดน้ำหนักตัวให้กลับไปเป็นคนหุ่นปกติ ไม่ใช่คุณลุงพุงยื่น และมองไม่เห็นปลายเท้าตัวเอง  แต่ผมไม่ปฏิเสธว่าการวิ่งทำให้น้ำหนักลดได้  แต่ผมไม่อยากวิ่ง มันเหนื่อย และไม่ได้การันตีว่าจะผอมลง

การออกกำลังกายหัวใจ โซน 1 2 3 คืออะไร เป็นความรู้ใหม่ และผมตัดสินใจยังไม่รับในตอนนี้  แม้จะทำความเข้าใจไปแล้ว  แต่ก็เลือกไม่รับ รอให้พ้นภารกิจแรกไปก่อน  เพราะว่า ผมยังไม่ให้ความสำคัญในลำดับแรก แม้อนาคตผมจะหัวใจวายจากอะไรสักอย่าง แต่ผมเชื่อว่ามันไม่เกี่ยวกับการออกกำลังกายในวันนี้ วันที่ผมอายุ 40+  เพราะผมปล่อยให้ร่างกายต่อสู่ลำพังมา 40 ปีกว่าปีโดยไม่มีความรู้เรื่องหัวใจแล้ว ดังนั้น ผมปล่อยผ่านไปก่อน  แต่เดี๋ยวการลดน้ำหนักในภารกิจนี้ทั้งหมดจะทำให้เราปรับอาหารการกินเราจะไม่เอาของทำลายหัวใจเข้าร่างกายเช่นกัน เรื่องหัวใจไม่ต้องห่วงเลย

IMG_0109.JPG

ภาพหมู่ พ่อแม่ลูก อ้วนจนรู้สึกอึดอัด

ผมไม่อยากเป็นลุงพุงพรุ้ย  เป็นไอ้อ้วนหน้าตาหน้ากลัว  ลูกผมน่ารัก  แฟนผมน่ารัก ทำไมเขาต้องถ่ายรูปกับไอ้อ้วน  ขอภาพครอบครัวที่สวยงามแบบพระเอกนางเอกเลยได้ไหม  การมีหน้าตาสดใส มั่นใจในตัวเอง และดูแข็งแรงสุขภาพดี มันดีต่อทุกคนในภาพ

เครื่องรับวิทยุ sony

เครื่องรับวิทยุราคาหลักร้อยบาทซื้อในห้าง  เป็นเครื่องรับวิทยุ fm am แบบหมุนหาคลื่น  ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน พกพาไปไหนต่อไหนได้  คุณภาพเสียงจะเน้นกลางแหลมเป็นหลัก ทำให้ฟังเพลงไม่ได้เพราะมากเท่าเครื่องเสียงชั้นดี  แต่เสียงพูด เสียงพิธีกรจะชัดมาก  เพราะกลางแหลมที่ชัดและโดนปรับให้แทงหูนิดๆ  ฟังนานๆก็รู้สึกล้าหูได้  แต่มันก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดข่าวได้อย่างสมบูรณ์  ถ้ามีเหตุการณ์ภัยพิบัติ และต้องติดอยู่ในที่ซึ่งห่างไกลความช่วยเหลือ  การรอฟังข่าวจากทางการทางวิทยุจะเป็นทางเดียวที่มีโอกาสรับสารได้สูงที่สุด  ในญี่ปุ่นประเทศซึ่งมีภัยพิบัติหลายชนิด  วิทยุเป็นสิ่งจำเป็นที่จะอยู่ในถุงยังชีพ

 

IMG_20180109_175823

 

IMG_20180109_175840

 

IMG_20180109_175911

 

IMG_20180109_175855

กิจกรรมที่โรงเรียนเพลินพัฒนาพยายามจัด

คือการtrainingพ่อแม่ให้เป็นผู้สร้างเด็กดีได้ เพราะเด็กดีเริ่มจากที่บ้าน ไม่ใช่ที่โรงเรียน

“…ตอนนั้นสามีและตัวอาจารย์เองอยากให้ลูกได้ฝึกวินัย ฝึกความอดทนและช่วยเหลือตัวเอง นอกจากเราจะไม่จ้างแม่บ้าน ลูกๆ เริ่มซักเสื้อผ้าและรีดผ้าเองตั้งแต่อนุบาล 3 พอลูกโตขึ้น เราย้ายไปอยู่คอนโดและตัดสินใจขายรถทิ้ง อาจารย์ก็เดิน ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าไปทำงาน ลูกๆ เองก็เช่นกัน…”

บางส่วนจากท่านวิทยากรในวันนี้ “ศาสตราจารย์ พญ. อุมาพร ตรังคสมบัติ” จิตแพทย์ดีเด่น เจ้าของเพจ” ปั้นใหม่ โดยอาจารย์หมออุมาพร”😄

เนื้อหาฉบับยาวกว่านี้ อดใจรอกันสักนิดนะคะ😅 #แอดมินB3 #PlearnPlus #บันทึกเพลินๆ #เพลินบ้างไม่เพลินบ้าง #จับมือเรียนรู้กันต่อไป

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1657008691092469&id=769325596527454

ร้านขนมปังและกาแฟ Khagee

ผมเห็นภาพร้านกาแฟที่ชื่อ Khagee ครั้งแรกทางทวิตเตอร์  เป็นภาพที่ใครสักคนแชร์มา  ภาพร้านที่มีกำแพงขาว มีแสงสว่างส่องจากนอกร้าน ตู้ขนมเค้ก โต๊ะไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งร้านที่มีแต่พองาม ชวนให้ร้านดูดี  ดูน่าแวะได้ไม่ยากเลย

เข้าไปหาข้อมูลในเน็ตก็พบข้อมูลเพิ่มเติมอยู่บ้าง  มีรีวิวในเว็บพันทิป  มีคนอื่นๆเคยถ่ายรูปเอาไว้บ้าง  บางภาพก็ถ่ายธรรมดาดูเป็นร้านทั่วไป  ซึ่งภาพส่วนใหญ่ไม่ได้สวยเท่ากับที่เห็นในทวิตเตอร์  แต่ตอนนี้ผมจะย้อนกลับไปดูภาพในทวิตเตอร์ภาพนั้นก็หาไม่เจอแล้ว

พอมีโอกาสไปเชียงใหม่ก็เลยตั้งใจแวะไปดู  ก็เพิ่งได้เห็นกับตามว่าเป็นร้านเล็กๆ  ตั้งอยู่ริมถนน ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเชียงใหม่  ร้านเล็กมาก มีโต๊ะนั่งในร้านประมาณ 4-5 โต๊ะเท่านั้น ตู้ขนมก็ตู้เล็กๆ  แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าร้านนี้ไม่ธรรมดาก็คือ หน้าตาขนมดูดีน่ากิน  และพอได้ลองกินแล้วก็ต้องทึ่งว่า ขนมอร่อย…

อีกเรื่องก็คือ ในร้านมีพนักงานให้เห็น 6 คน ไม่รวมกับด้านหลังร้านที่ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ คาดว่าจะมี 7-8 คนในร้าน  ร้านกาแฟมี 5 โต๊ะ แต่มีพนักงาน 6 คนอยู่ในร้านคอยบริการลูกค้า มันไม่ธรรมดาเลย  เพราะร้านทั่วไปที่เคยเห็น โต๊ะจะเยอะกว่าพนักงานมาก  บางร้านมี 6 โต๊ะกับพนักงาน 2 คนเท่านั้น  แต่ Khagee ไม่ใช่

กินเสร็จในร้าน ซื้อกลับโรงแรมด้วย 2 ชิ้น  ได้ถุงมา 2 ถุง  ร้านใช้ตัวหนังสือเรียบง่ายทำป้ายร้าน  และพิมพ์ชื่อร้านบนถุง รูปแบบการพิมพ์เดาว่าเป็นระบบตรายางหรือเป็น letterpress ถุงขนมอาจเป็นถุงสำเร็จ การพิมพ์ชื่อร้านบนถุงเป็นระบบทำมือ  สังเกตุจากรอยเปื้อนที่ไม่เหมือนกันของสองถุง  รอยเส้นตัวหนังสือไม่คมกริบ มีอาการบิดเบี้ยวเล็กๆ น้ำหนักกดกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ  เป็นเสน่ห์ของงานทำมือ  ร้านนี้ควรได้ลองแวะชิมเพราะเป็นตัวอย่างความเรียบง่าย น้อยนิด แต่สร้างผลมหาศาล

เสียงเพลงในร้านมาจากลำโพงสองตัวที่วางไว้ด้านหลังตู้ขนม ดูผ่านๆเป็นลำโพง bose 301  แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น series  ไหน  น้ำเสียงเด่นๆของมันคือ มีเสียงเบสที่มากและชัด ทำให้น้ำหนักเสียงเพลงสมบูรณ์  เสียงในร้านไม่ดังจนรบกวนการพูดคุย แต่ยังคงมีคุณภาพเสียงที่ดีสามารถนั่งฟังปล่อยอารมณ์ไปตามเพลงได้ในขณะที่โต๊ะอื่นยังคงพูดคุยกันได้

ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่สะพายกล้องมากันคนละตัว คิดว่าช่างภาพหลายคนคงเคยแวะมาที่นี่ และร้านนี้ก็คงดังขึ้นเพราะช่างภาพนั่นเอง

chiangmai-set1- (53)
chiangmai-set1- (26)
chiangmai-set1- (42)
chiangmai-set1- (43)
chiangmai-set1- (29)
chiangmai-set1- (54)
chiangmai-set1- (36)
chiangmai-set1- (44)
chiangmai-set1- (37)

ปล  ร้าน  Khagee มีอยู่ใน google maps

ลดน้ำหนักจาก 91.3 ไป 75.9 กก

 

IMG_1434

IMG_20170112_113150_1

ก่อนจะลดน้ำหนัก สภาพเป็นแบบนี้ และไม่ค่อยได้มีภาพถ่ายของตัวเอง  พอเห็นภาพแบบนี้ก็ตกใจมาก

เลยตัดสินใจลดน้ำหนักแบบทันทีทันใด วันที่เริ่มลดคือ 1 มีนาคม 2560

วันที่ชั่งน้ำหนักได้ 75.9 กก  คือ วันที่ 27 พฤษภาคม 2560

IMG_20170527_063752

IMG_20170528_004432

 

ให้ดู before-after

PHOTO_COLLAGE1498116443367

ไปเรียนฟุตบอลวันอาทิตย์

IMG_9570

ขอบฟ้าลงเรียนฟุตบอลเอาไว้เย็นวันศุกร์มาได้หลายเดือนแล้ว  และก็ได้ขอให้แม่พาไปเรียนเพิ่มอีกวัน กลายเป็น 2 วันต่อสัปดาห์   เลยให้มาเรียนในวันอาทิตย์ตอนเช้าเพิ่มอีก 1 วัน  โดยสถานที่เรียนของวันอาทิตย์ก็คือสนามบอลแถวๆปิ่นเกล้า  เป็นสาขาของสนามแรกที่เคยเรียน

IMG_9887

ที่นี่กลุ่มเรียนเป็นเด็กอายุประมาณ 6-12 ปี (เดา)  ดูจากรูปร่างของเด็กในกลุ่มแล้ว ขอบฟ้าจะเป็นเด็กเล็กที่สุดและตัวเล็กที่สุด  เพราะนับถึงวันที่เริ่มเรียนที่ใหม่นี้ขอบฟ้าก็อายุ 5 ขวบ 11 เดือน 2สัปดาห์  เกือบ 6 ขวบนั่นเอง

IMG_9878

 

การเรียนฟุตบอลจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดย 20 นาทีสุดท้ายจะเป็นการแบ่งทีมเตะกันสนุกๆ  ส่วนเวลาก่อนหน้านี้ก็จะเป็นการฝึกพื้นฐานต่างๆ   ถามเพื่อนที่เป็นโค้ชฟุตบอล เป็นอดีนนักบอลโรงเรียนก็ให้ความเห็นว่า การฝึกพื้นฐานที่ดี จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ  พื้นฐานที่ดีจะเป็นตัวแบ่ง  นักเตะต่างชาติเน้นพื้นฐานแน่นเป็นหลัก  แนวทางนี้ฝรั่งเน้นมาตลอด  ส่วนนักเตะไทย โค้ชไทย ผู้ปกครองไทย จะชอบให้แข่งทีม แข่งบ่อย  แข่งให้มีผลแพ้ชนะ ซึ่งเป็นเรื่องสนุก แต่พื้นฐานจะละเลย  นั่นทำให้บอลไทยไปไม่ไกลเหมือนประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องฟุตบอล

 

ขอบฟ้ากับเพลินเพลิน ตอน รถเมล์ขับช้า

IMG_9606

 

ขอบฟ้ากับเพลินเพลิน ตอน รถเมล์ขับช้า
วันหนึ่งที่นั่งรถไปโรงเรียน ถนนเล็กแถวบ้าน รถพ่อขับตามรถเมล์คันหนึ่ง  เนื่องจากถนนเล็กเราเลยต้องวิ่งตามรถใหญ่ไป  รถเมล์ขับช้ามาก  ขอบฟ้าสงสัยว่าทำไมไม่ขับเร็วๆ  พ่อก็อธิบายว่า ถ้าขับเร็ว รถก็คนขึ้นน้อย รายได้ก็น้อย  เขาอยากให้คนเยอะ  เลยขับรอช้าๆ เพื่อให้คนมารอขึ้นรถเยอะๆ
ขอบฟ้า คนขึ้นเยอะแล้วดียังไง
พ่อ คนเยอะก็เก็บเงินได้เยอะ คนขึ้นรถเมล์ต้องจ่ายเงิน
ขอบฟ้า บนรถจ่ายเงินยังไงครับ เอาเงินไปให้คนขับเหรอ?
พ่อ บนรถจะมีคนขับ1คน มีคนเก็บเงิน 1 คน  คนเก็บเงินจะเดินไปเก็บคนที่นั่งบนรถ  แล้วก็เอาเงินมาแบ่งกัน  ขับรถช้าแบบนี้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ  เพราะเราแซงไม่ได้ ถนนเล็กเลยต้องรอเขาขับช้า
ขอบฟ้า  แบบนี้ก็ไม่ดีน่ะสิ
พ่อ  ใช่ แบบนี้คือเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว  ไม่เห็นใจคนอื่น
ขอบฟ้าทำท่าคิด
ขอบฟ้า  แต่มันก็มีข้อดีนะ  คนที่ออกมาจากบ้านช้าจะขึ้นรถ จะได้มีรถเมล์ให้ขึ้น จะได้ไปทำงานได้
พ่อ  ใช่ นั่นก็เป็นข้อดีของคนขึ้นรถเมล์
ขอบฟ้า  แต่มันก็มีข้อไม่ดีนะ  ได้ขึ้นรถ แต่ก็ไปทำงานไม่ทันเพราะรถขับช้า
พ่อ  ใช่อาจไปทำงานไม่ทัน
พ่อรู้สึกปลาบปลื้มมากที่ขอบฟ้ามีดุลพินิจ มีการหาเหตุผล มองหาข้อดีและข้อเสียของเหตุการณ์ที่พบเห็น