Author Archives: pockethifi
รีวิว nikon fm2n
nikon fm2n เป็นกล้องถ่ายภาพฟิล์มที่มีความทนทานเหลือเชื่อ และเหมาะกับการฝึกฝนเพื่อพัฒนาฝีมือในหลายๆด้าน แม้ว่าระบบดิจิทัลจะทำให้เราไม่ต้องเสียค่าฟิล์ม แต่หากเราอยากกลับไปถ่ายฟิล์ม กล้องที่ตอบสนองต่อความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายภาพก็ควรจะมีสเป็คระดับ nikon fm2n ตัวนี้
การใช้กล้องแมน่วลแบบนี้เราจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง ลองมาไล่กัน อย่างแรก เราจะได้เรียนรู้การวัดแสง การวัดแสงที่เราจะต้องกำหนดค่า isoตามฟิล์มที่เราใช้ กำหนดรูรับแสงที่ต้องการใช้ และเราจะต้องหาค่าสปีดชัตเตอร์ที่ทำให้ได้แสงพอดี การได้บิด ได้หมุนทุกอย่างจะทำให้ตัวเลขต่างๆผ่านสายตา และเราจะรู้ความสัมพันธ์ของค่ามาก ค่าน้อยต่างๆ
ยกตัวอย่าง เมื่อเราใส่ฟิล์ม iso200 เรากำลังจะถ่ายภาพวิวต้นไม้ที่อยู่ในสวนสาธารณะ แดดออกตอนเช้ากำลังสวย เราอยากจะใช้รูรับแสง f8 เพื่อให้ได้ภาพชัดทั้งภาพ สปีดชัตเตอร์ที่ได้แสงพอดีอาจจะ 1/250 วินาที พอเราถ่ายภาพเสร็จ เปลี่ยนมุม แสงแดดแรงขึ้นอีกเล็กน้อย ภาพที่สอง เราถ่ายด้วยค่าเดิม แสงจะมากเกินไป ค่าแสงที่วัดได้ในกล้องจะแจ้งว่าเป็น + หรือโอเวอร์ เราจะต้องปรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ค่าแสงในกล้องลดลงมาที่พอดี เราอาจจะปรับรูรับแสงเป็น f11 แล้วได้ค่าแสงพอดี หรือถ้าเราจะใช้รูรับแสงเดิม f8 เราก็ต้องปรับสปีดชัตเตอร์เป็น 1/500 วินาที เพื่อให้ค่าแสงพอดีก็ได้เช่นกัน ความสัมพันธ์ระหว่างรูรับแสงและสปีดชัตเตอร์นี้เป็นความรู้ความเข้าใจในการวัดแสง เราได้เรียนรู้แน่ๆจากการใช้กล้องที่เราต้องปรับทุกอย่างเอง
สมมุติว่า เราใช้ฟิล์ม iso 100 และเราปรับสปีดกล้องไว้ที่ 1/125 วินาที การใช้กล้องแมน่วลจะทำให้เราได้เห็นค่ารูรับแสงที่เปลี่ยนไปเมื่อเราถ่ายในแต่ละเหตุการณ์
หากเราถ่ายในที่แสงแดดจัดจนแสบตา เราต้องปรับรูรับแสงประมาณ f16
หากเราถ่ายภาพที่มีแสงแดดปกติ เราต้องปรับค่า f11
หากเราไปถ่ายที่สภาพแสงแดดอ่อนๆ รูรับแสงที่พอดีจะเป็น f8
ค่าแสง f16 f11 f8 ที่เปลี่ยนไปนี้ จะตรงกับกฏ sunny16 ที่เป็นความรู้คู่กับช่างภาพมายาวนาน กฏนี้ถูกกำหนดขึ้นจากสถานการณ์แสงแดดที่มีค่าต่างๆ
นี่คือเรื่องราวที่เราจะผ่านการเรียนรู้จากการใช้กล้องแมน่วล
ผมทำคลิปแนะนำการใช้งานกล้อง nikon fm2 เอาไว้ให้ดูเป็นพื้นฐานสำหรับคนที่สนใจกล้องแมน่วลตัวนี้
ภาพตัวอย่างที่ถ่ายด้วยกล้อง nikon fm2n
ขอบฟ้าอ่านหนังสือ
เที่ยวแก่งกระจาน กางเต๊นท์นอนที่แค้มป์บ้านกร่าง
ผมกับภรรยาพาลูกเที่ยวรอบนี้ เราพาลูกไปนอนเต๊นท์กันที่แค้มป์บ้านกร่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
แก่งกระจานผมรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยเด็กที่เคยได้มาเที่ยวก็แวะมาเที่ยวเขื่อนแก่งกระจานหลังจากที่เที่ยวทะเลชะอำเสร็จแล้ว ส่วนสมัยเรียนหนังสือชั้นมัธยมโรงเรียนก็มีพาไปค่ายนอนพักริมทะเลชะอำแล้วขากลับแวะมาเที่ยวเขื่อนแก่งกระจาน ตอนทำงานเองแล้วนัดกับเพื่อนมาหัดถ่ายรูปทะเลหัวหิน ขากลับก็แวะเที่ยวเขื่อนแก่งกระจาน ตลอดชีวิตที่มีเวลาเหลือเฟือตอนนั้นรู้จักแค่เพียงว่า แก่งกระจานคือเขื่อน รู้แค่นั้นเอง
เพื่อนในกลุ่มถ่ายรูปอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นนักเดินทาง ชอบเที่ยวป่าก็เคยเล่าให้ฟังว่า ที่แก่งกระจานไม่ได้มีแค่เขื่อน มีผีเสื้อให้ดูเป็นล้านตัวแบบที่ไม่มีที่ไหนในประเทศ มีพะเนินทุ่งที่ต้องใช้รถโฟวิลเข้าไปเท่านั้น มีทะเลหมอกด้วย ข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้เลย หลังจากที่ได้ข้อมูลใหม่ก็เลยตั้งใจว่าถ้าลูกโตพอจะพาลูกไปบ้าง และจะไปกางเต๊นท์นอนด้วย เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆทั้งพ่อแม่ลูกเลย
เราเริ่มต้นตอนเช้าที่ย่านบางขุนนนท์ ใช้เส้นทางบรมราชชนนีไปทางพุทธมณฑลสาย4 แล้วไปออกมหาชัย ไปต่อที่ถนนพระราม2 และไปเรื่อยๆตามทาง ไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม ขับไปถึงจังหวัดเพชรบุรี เลี้ยวขวาเพื่อเลี้ยวเข้า อำเภอท่ายาง แล้วขับตามป้ายแก่งกระจาน สุดท้ายเรามาถึงเขื่อนแก่งกระจาน บริเวณที่ทำการอุทยาน หาข้าวมื้อกลางวันกินแถวนี้ แล้วก็ขับรถต่อไปยัง แค้มป์บ้านกร่างซึ่งเป็นจุดที่เราจะกางเต๊นท์ รอบนี้ผมยังไม่ไปพะเนินทุ่ง เพราะไม่มีรถโฟวิล ผมขับรถฮอนด้าฟรีด ไม่เหมาะจะลุยไปตามทางป่าหรือทาง offroad
เราถึงแค้มป์บ้านกร่างประมาณบ่ายสองโมง ที่ทางเข้าเราจ่ายค่าธรรมเนียมค่าบริการต่างๆ แล้วเจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์มใบหนึ่งสำหรับคนที่จะมากางเต๊นท์ แบบฟอร์มนี้ระบุชื่อและจำนวนคน จากนั้นเมื่อเราเข้าไปถึงที่ทำการหน้าแค้มป์เราก็ไปยื่นแบบฟอร์มให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่คงเก็บแบบฟอร์มเอาไว้เพื่อคอยเช็คจำนวนคนว่ามาสามแล้วกลับสาม ออกไปครบคนไหม น่าจะเป็นจุดประสงค์เรื่องความปลอดภัย เพราะอุทยานแห่งชาติก็คือป่านั่นเอง ระหว่างทางที่ขับไปก็ผ่านถนนสวยๆ ผ่านอุโมงค์ต้นไม้ เราแวะถ่ายรูปกันอยู่สองจุด มีป้ายบอกตลอดทางให้ระวังสัตว์และระวังเรื่องทางชัน การขับรถขึ้นเขาต้องใช้เกียร์รถยนต์ให้เป็น ต้องรู้จักใช้เกียร์ต่ำในการขับขึ้นทางชัน รถเก๋งสามารถผ่านไปได้ไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจการเปลี่ยนเกียร์เล็กน้อย
ขั้นตอนการกางเต๊นท์เองก็เป็นเรื่องมึนงงสำหรับคนไม่เคยทำ ผมเคยกางเต๊นท์เองเมื่อปีก่อน เป็นเต๊นท์ที่ยืมมาจากเพื่อน รอบนี้ก็ยืมเพื่อนเหมือนเดิม เพราะในอดีตไม่เคยเที่ยวแบบกางเต๊นท์ ส่วนใหญ่ผมจะเที่ยวแบบนอนสบายมากกว่า พ่อแม่ลูกกางเต๊นท์กันช้ามาก จนกลุ่มที่กางเต๊นท์อยู่ข้างๆมาช่วย ทำให้เสร็จเร็วขึ้น และเต๊นท์ของเราก็กางสำเร็จ จัดของวางของพร้อมที่จะทำอาหารเย็นแล้ว
ในแค้มป์บ้านกร่างเป็นจุดกางเต๊นท์ที่มีลานจอดรถไม่ห่างจากลานกางเต๊นท์ และมีลำธารอยู่ข้างที่กางเต๊นท์เลย ทางไปลำธารจะมีโป่งดินที่มีผีเสื้อมาเกาะเยอะมาก ในเวลาฤดูร้อนจะมีผีเสื้อมหาศาล สวนหน้าหนาวอากาศเย็นผีเสื้อแทบไม่มีเลย ที่เห็นด้วยตาน่าจะไม่ถึง 100 ตัว และผีเสื้อตัวใหญ่ๆสีสวยๆก็ไม่มีให้เห็นเลย
แม่กับลูกเดินเล่นน้ำในลำธาร อากาศเย็นมากสำหรับช่วงเวลาที่เราเลือกมาเที่ยวที่แค้มป์แห่งนี้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมากรุงเทพก็อากาศเย็นมาก เย็นจนเหมือนไปเดินเที่ยวญี่ปุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพ 7 วันที่ผ่านมา กลางวัน 25องศา ตอนเช้ามืด 17องศา ส่วนที่แค้มป์บ้านกร่าง ก็เย็นกว่ากรุงเทพ ตอนกลางคืนน่าจะประมาณ 15 องศา
เรารีบอาบน้ำกันก่อนจะค่ำ เพื่อไม่ให้อากาศเย็นเกินไป เพราะแค่นี้ก็เย็นมากแล้ว ลูกผมใจแข็งมากสามารถอาบน้ำได้ตลอดรอดฝั่ง ตอนผมอาบเองเพิ่งจะรู้ว่าน้ำเย็นแค่ไหน ตอนยังไม่โดนน้ำเราก็หนาวกันอยู่แล้ว ยิ่งโดนน้ำยิ่งหนาว ทีแรกนึกว่าจะเหมือนกรุงเทพเหมือนตอนอยู่บ้านที่ว่าเวลาอาบน้ำเย็น ถ้าเราโดนน้ำต่อเนื่องสักพักร่างกายเราจะทนความเย็นได้และจะอาบน้ำได้ไม่รู้สึกหนาว แต่ที่แค้มป์นี้ตรงกันข้าม น้ำเย็นมาก โดนเมื่อไหร่ก็หนาวเมื่อนั้น พอหยุดอาบก็จะหนาวน้อยลง ไม่มีคำว่าร่างกายชิน สรุปว่าอาบให้จบเร็วแล้วรีบเช็ดตัวรีบใส่เสื้อผ้าจะได้ไม่หนาวมาก
อาหารเย็นวันนี้เราเตรียมเตาแก๊สปิ๊กนิกเอาไว้ มีของสดและมาม่าติดมาทำกินกัน สอนลูกต้มน้ำ ต้มมาม่า ใส่ลูกชิ้น ใส่ปูอัด ใส่สิ่งที่อยากกิน มีลูกชิ้นปิ้งด้วย ทุกอย่างอร่อยและสนุก อาจจะเป็นเพราะหิวด้วย อาจจะเป็นเพราะทำเองด้วย พวกเรานั่งกินนั่งคุยนั่งเล่นกันถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก มันเป็นเวลาคุณภาพจริงๆ
เด็กที่ซนมากอย่างขอบฟ้า ชอบเล่น ชอบออกกำลัง หยิบจับสิ่งของรวดเร็วและไม่ระวัง แต่ก็มีเวลานั่งนิ่งๆดูวิวต้นไม้ อากาศเย็นสบาย ใส่เสื้อผ้าอบอุ่น กินไปจนหมดชาม เป็นชั่วโมงที่พ่อกับแม่ดีใจมากที่ประสบการณ์นี้เป็นประสบการณ์ที่ลูกชอบ จากการสอบถาม ขอบฟ้าชอบลำธาร ชอบป่า ชอบอากาศเย็น จบจากมื้อเย็นเราเก็บล้างและเข้าเต๊นท์เล่นเกมส์เศรษฐีกันอีกเป็นชั่วโมง จนค่ำๆอากาศเย็นลงเรื่อยๆ เราเตรียมถุงนอนมาคนละใบ ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้นอนขดในถุงนอนได้ตลอดคืน
ภาพเต๊นท์ตอนใกล้ๆค่ำ สภาพจริงๆคือแสงกำลังจะหมด มองด้วยตาทุกอย่างกำลังจะสีดำ มีเพียงแสงจากเต๊นท์และตะเกียงจากเต๊นท์อื่นๆ ผมตั้งกล้องบนก้อนหิน ปรับจุดโฟกัสไว้ที่เต๊นท์ ตั้งให้กล้องวัดแสงอันเดอร์ 1 สต๊อปเพื่อให้โทนภาพสีเข้ม แต่ยังไม่มืดดำจนไม่เห็นรายละเอียด ถ่ายภาพกลางคืนต้องพยายามทำให้รายละเอียดฉากหลังยังมีอยู่ หากดำเกินไปภาพจะดูขาดบรรยากาศ ตอนกลางดึกผมปลุกลูกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ กลางดึกนี้หนาวสุดๆ ถ้าให้เดาน่าะสัก 15องศา
เช้าวันใหม่กับอากาศเย็น 18องศา เราออกไปเดินเล่นที่ลำธารอีกครั้ง ลำธารใกล้ๆตอนเช้าไม่มีคนเลย ขอบฟ้าอยากไปดูน้ำ เราก็ไปนั่งเล่นถ่ายรูปเล่นกัน มีนกตัวใหญ่ๆเกาะอยู่ให้มอง แสงแดดเริ่มส่อง ต้นไม้ใบไม้เริ่มแสดงสีสันของตัวเองบรรยากาศตอนเช้าดีสุดๆ
ตอนเช้าในลานกางเต๊นท์มีแต่กาแฟและควันจากเตาไฟจางๆ ควันลอยขึ้นไปโดนแสงแดดที่ส่องทะลุใบไม้ลงมาเกิดเป็นภาพแสงยามเช้าที่ดูเหือนภาพวาดในนิทาน ช่างภาพที่มีกล้องอยู่ในมือก็เก็บภาพมาตามสัญชาตญาณ แสงแบบนี้นี่เองที่ต้องมีอยู่ในภาพยามเช้า
แสงเช้าที่ส่องผ่านใบไม้ มองไปทางไหนก็มีมุมน่าสนใจให้ถ่ายภาพ การถ่ายภาพธรรมชาติเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่าเราจะเห็นอะไรสวยบ้าง คนที่ถ่ายภาพชีวิตลูกมายาวนานหลายปี ไม่ค่อยมีเวลามองธรรมชาติอย่างผมก็รู้สึกดีกับสิ่งที่เห็นในอุทยาน ฟ้าใส แดดสวย ต้นไม้มีชีวิตชีวา ป่าเราสมบูรณ์และน่าหวงแหนมาก
หลังจากกินมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้วเราก็ทะยอยเก็บเต๊นท์ ขอบฟ้าช่วยเก็บเต๊นท์อย่างตั้งใจ ความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วม ตั้งแต่การยกของ จัดเต๊นท์ ทำอาหาร จนถึงเก็บทุกอย่างเป็นนิสัยการเดินทางท่องเที่ยวที่ดี มีนกกระยางแวะมารอกินอาหารเหลือๆจากเต๊นท์ต่างๆ ขอบฟ้าวิ่งไล่จับอยู่นานเลย
ขอบฟ้าขอกล้องไปถ่ายเล่น ขอบฟ้าอยากได้ภาพนกมาก แต่ก็ไม่สามารถถ่ายได้อย่างถูกใจ ผมอธิบายให้ลูกฟังว่าการถ่ายภาพนกเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนที่ไม่เคยถ่าย และแม้ว่าจะเคยหัดถ่ายแล้วก็ต้องใจเย็นด้วย ยิ่งเราใจร้อนวิ่งตามนกเราจะไม่ได้ภาพเลย ขอบฟ้ายังไม่เข้าใจ ผมเลยเล่าให้ฟังว่าผมเคยถ่ายมาแล้ว เดี๋ยวจะพาไปถ่ายภาพนกที่บางปู ที่นั่นมีนกเยอะและมีให้ขอบฟ้าหัดถ่ายอย่างเหลือเฟือ
เราออกเดินทางจากแค้มป์บ้านกร่างประมาณ 11 โมง และขับรถกลับไปที่เขื่อนเพื่อไปเที่ยวที่สันเขื่อน บนเขื่อนแก่งกระจานจะมีสันเขื่อนให้ขับรถขึ้นไปได้ และเราสามารถชมวิวและถ่ายรูปได้ตามใจ เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และใช้ผลิตไฟฟ้าด้วย เราถ่ายรูปกันสักพักก็ลงมากินมื้อเที่ยง แล้วเดินทางกลับกรุงเทพ
บันทึกการเดินทางด้วยรถยนต์ด้วย ผมเติมน้ำมันที่ปั๊มแถวบ้าน แล้วตั้งระยะทางเป็น 0 เมื่อมาถึงจุดจอดรถที่แค้มป์บ้านกร่าง หลักกิโลในหน้าจอแสดงผลไว้ที่ 228.3 กิโลเมตร และเมื่อขับรถกลับมากรุงเทพจอดรถในบ้าน หลักกิโลเมตรแสดงตัวเลข 452.9 กิโลเมตร ระยะทางขาไป กับขากลับ เกือบจะเท่ากันเลย รถฮอนด้าฟรีด เติมน้ำมัน e20 อัตราสิ้นเปลืองหน้าจอแจ้งไว้ 13.6 กิโลเมตรต่อลิตร
ปั๊มน้ำ grundfos ทนไหม
ตอนเลือกปั๊มน้ำเพื่อใช้ในบ้าน มีข้อมูลมากมายให้พิจารณา ส่วนมากในเน็ตหรือเซลส์จะแนะนำปั๊มน้ำแรงดันซึ่งเขาว่ากันว่าจะให้แรงดันคงที่ ทำให้น้ำแรง ทำให้มันดีสารพัด ซึ่งผมไม่เข้าใจสิ่งที่เขาบอกกันเลย
แต่มีเพื่อนคนหนึ่งที่ทำอาชีพติดตั้งระบบประปาและระบบท่อในอาคาร เขาบอกว่า บ้านเขาใช้ปั๊มน้ำยี่ห้อ grundfos โดยตัวนี้จะมีจุดเด่นที่มีระบบถังลม ถังลมจะทำหน้าที่ดันน้ำออกจากปั๊ม ในกรณีที่ไฟดับจะมีแรงดันในปั๊มอยู่อีกเล็กน้อย พอจะดันน้ำออกจากปั๊มทำให้สามารถกดชักโครกได้อีก 1 ครั้ง หรือ ใช้น้ำได้อีกหลายลิตร ซึ่งดูแล้วก็เป็นระบบที่ฉลาดดี และในตลาดก็มีเทคนิคแบบนี้เท่าที่เห็นเพียงยี่ห้อเดียว
ส่วนเพื่อนอีกคนที่รู้ว่าผมกำลังเลือกปั๊มน้ำอยู่ ก็แนะนำว่า ในโบสถ์ที่เขาไปใช้อยู่ทุกสัปดาห์ มีปั๊มน้ำยี่ห้อ grundfos อยู่ เป็นปั๊มที่แรงมาก แรงหายห่วง เขาบอกว่า ถ้าท่อน้ำในบ้านเก่าให้ระวัง grundfos จะแรงจนท่อแตกเลย ผมก็งงๆเล็กน้อย มันจะแตกได้ไง แต่ก็เชื่อว่าแรงจริง
ก็เลยเลือกใช้ grundfos เพราะว่า เพื่อนสองคนมีประสบการณ์ตรงกับยี่ห้อนี้ และจากในเน็ตก็มีหลายความเห็นว่าเป็นปั๊มน้ำเทพ รวมถึง ไปฟังกับหูตัวเองว่าปั๊มน้ำตัวนี้ตอนทำงานแล้วมีเสียงดังระดับไหน สิ่งที่กังวลก็คือ ถ้าปั๊มน้ำทั่วไปที่เคยใช้อยู่ตั้งแต่เด็กๆ เวลาปั๊มทำงานจะมีเสียงดังรบกวนจนคุยไม่รู้เรื่อง ใครอยู่ใกล้ปั๊ม หรือ ปั๊มอยู่ใกล้ห้องใคร คนนั้นจะไม่ได้นอนเลย พอฟัง grundfos แล้วพบว่า เสียงมันไม่ดังเท่าตัวอื่นๆที่เคยพบมา เรียกได้ว่า เสียงปั๊มทำงานอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และสามารถยืนคุยกันหน้าปั๊มน้ำได้ ถือว่าสอบผ่านในแง่เสียงที่ไม่ดังเกินไป จริงๆต้องบอกว่าเงียบกว่ายี่ห้ออื่นเยอะมากจะถูกต้องมากกว่า
ผมติดตั้งปั๊มน้ำปี คศ 2015 และใช้งานได้ดีมาตลอด มีบางวันช่วงสงกรานต์ ลูกและเด็กๆในบ้านมาเล่นน้ำกันจนน้ำหมดแท้งค์ ปั๊มน้ำต้องทำงานแบบไม่มีน้ำเข้าปั๊มจนร้อนจัดและหยุดทำงานไป แต่ก็ไม่พัง ต้องรอมันหายร้อนและรอน้ำในแท้งค์สะสมขึ้นมาใหม่ ปั๊มก็จะกลับมาทำงานได้ปกติ บางครั้งน้ำไม่มีอยู่ในท่อด้านน้ำเข้าจนทำให้ปั๊มร้อนจัดเช่นเคย และเมื่อปั๊มเย็นและลองเปิดใหม่ก็ไม่มีน้ำไหล ผมต้องทำการ “ล่อน้ำ” เพื่อให้มีน้ำอยู่ในระบบ วิธีการล่อน้ำก็อยู่ในอินเทอเน็ต เปิดดูก็พอทำได้
และเมื่อไม่นานมานี้ปั๊มน้ำมีอาการเสียงดังมากผิดปกติ เสียงดังจนคนในบ้านต้องถอดปลั๊กไฟของปั๊มน้ำออก ผมฟังแล้วก็ผิดปกติจริงๆ แต่น้ำยังไหลได้ปกติ โทรคุยกับศูนย์ ศุนย์แนะนำให้คุยกับผู้รับเหมาหรือดีลเลอร์ที่มีหน้าที่ดูแลลูกค้าในพื้นที่ ผมได้คุยกับช่างและช่างก็วิเคราะห์ว่า มอเตอร์น่าจะมีปัญหา และได้ทำการนัดเข้าตราวจสอบเบื้องต้น พบว่ามอเตอร์มีปัญหาจริงๆ และช่างจะกลับไปรายงานบริษัท และทำใบเสนอราคามาให้ว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมเท่าไหร่
พอเห็นบิลประเมินราคาว่าถ้าซ่อมมอเตอร์จะต้องเสียค่ามอเตอร์ 5000 บาท ยังไม่รวมอุปกรณ์ข้างเคียงอื่นๆที่อาจจะมีเพิ่มเติมเมื่อเริ่มทำงาน รวมๆแล้วก็น่าจะประมาณ 6-7พันบาท ผมเห็นแล้วก็อึ้งไปพักใหญ่ เพราะปั๊มน้ำราคาสองหมื่นกว่าบาท แต่ใช้งานสี่ปีแล้วต้องซ่อม 7 พันรู้สึกรับไม่ได้ ขณะที่ราคาปั๊มน้ำในท้องตลาดที่มีใช้กันมานานก็มีราคาห้างของใหม่เอี่ยมอยู่ที่ 5พันบาท ซ่อมปั๊มเทพ 7 พัน กับซื้อใหม่ 5 พัน ถ้าต้องตัดสินใจจริงๆผมเลือก 5 พัน เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นดีกว่า เพราะได้ของใหม่ มีประกัน ระหว่างที่รอนัดหมายกับช่าง ผมก็หาข้อมูลเรื่องการรับประกัน และก็พบว่า ปั๊มน้ำรับประกันมอเตอร์ 10 ปี โล่งอกเลย ถ้ามอเตอร์เสียก็ต้องเปลี่ยนฟรีแหละ และจ่ายแค่ค่าแรง
แต่คิดไปคิดมา ผมอยากได้ความเงียบและระบบพองลมของปั๊มตัวนี้ ก็เลยตัดสินใจยอมรับกับการซ่อมและต้องจ่ายตามราคาประเมิน เมื่อนัดวันให้ช่างเข้ามาทำงานแล้ว ช่างก็มาจัดการรื้อตามภาพ ท่อต่างๆที่ต่อเข้าปั๊มโดนตัดโดนรื้อเพื่อตรวจปั๊มละเอียดแล้วช่างก็พบสาเหตุทีทำให้มอเตอร์ดังผิดปกติ นั่นคือ มีงูตัวหนึ่งตายอยู่ในมอเตอร์ ทำให้มอเตอร์หมุนไม่สะดวก ช่างก็จัดการเอาซากงูออกมา แล้วปั๊มน้ำก็ปกติ ทำงานได้เหมือนเดิม
ช่างประกอบทุกอย่างกลับเข้าไปเหมือนเดิม ผมได้ปั๊มน้ำกลับมาทำงานได้เหมือนใหม่ และเสียงปั๊มทำงานก็เบาๆ เหมือนวันแรกที่ติดตั้ง เสียงที่ดังมานานหลายสัปดาห์มาจากงูตัวนี้นี่เอง ผมไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมมอเตอร์ จ่ายเพียงค่าบริการของช่าง
สรุป Grundfos เป็นปั๊มน้ำคุณภาพดี เสียงเงียบ และมีความทนทานสมราคา อาการเสียงดังจากมอเตอร์ไม่ใช่มอเตอร์เสีย แต่เป็นเพราะมีงูเลื้อยเข้าไปในมอเตอร์แล้วตายจนทำให้มอเตอร์หมุนแล้วมีเสียงดัง ทุกอย่างแก้ไขได้และปั๊มน้ำก็กลับมาทำงานเต็มระบบอีกครั้ง เสียงปั๊มน้ำทำงานยังเหมือนเสียงของใหม่เพิ่งติดตั้งไม่นาน ยอมรับในความทนทานของปั๊มยี่ห้อนี้ และการดูแลลูกค้าของ grundfos ก็ทำได้น่าพอใจ
สั่งซื้อปั๊ม Grundfos ได้ที่นี่
สคส ชุด อยู่ดีกินดี 5 ภาพ
สคส ชุด อยู่ดีกินดี ใช้ภาพถ่ายต้นข้าวและผลไม้ เป็นการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย ขนาด สคส ใหญ่ A4 พร้อมซองใส่อย่างดี เว้นพื้นที่ด้านล่างเอาไว้ให้เซ็นชื่อได้ จะเขียนคำอวยพรเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ ภาพที่ใช้ใน สคส ชุดนี้เป็นภาพที่มีขายในเว็บขายภาพชื่อดัง
สั่งซื้อได้ทาง pockethifi@gmail.com หรือฝาก comment ไว้ด้านล่างนี้
เปลี่ยนยางฮอนด้าฟรีด กิโลเมตรที่ 237677
ผมขับรถมาถึง 237677 กิโลเมตรแล้ว และก็ได้พบว่า ยางรถยนต์ที่ใช้อยู่มีอาการขอบลอก หรือ รอยต่อมีการปริแยก รู้สึกว่าอันตรายก็เลยไปเปลี่ยนยางที่ร้านเดิม ร้านแถวบ้าน
อาการแก้มยางปริแบบนี้ ร้านยางบอกว่า เกิดจากลมยางอ่อนเกินไป และอายุยางก็สามปีกว่าแล้วก็เลยตัดสินใจเปลี่ยน โดยทางร้านแนะนำยางราคาถูกให้รุ่นหนึ่ง คือ hankook ดังภาพ
HANKOOK Kinergy EX H308
Size 195/65 R15
ผมชอบร้านนี้เพราะว่า เมื่อการเปลี่ยนยางครั้งที่แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ใช้งานยางสามปี เวลาที่ยางอ่อนลงหลังจากที่ลืมตรวจลืมเช็คลมยาง เมื่อไปเติม ก็พบว่าลมยางอ่อนลงไปเท่าๆกันทุกล้อ บางครั้งที่เติมลมยาง อ่านค่าลมยางที่เครื่องได้ 28 ก็จะเป็น 28 ทุกล้อ เทียบกับเมื่อก่อน ช่วงที่ยังไม่ได้มาใช้บริการร้านนี้ ผมก็เติมลมยางแค่ทีละล้อมาตลอด เพราะว่า ลมยางแต่ละล้อไม่เคยเท่ากันเลยเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ผมสงสัยเรื่องจุกเติมลมยางที่บางร้านอาจจะใช้ของคุณภาพต่ำ หรือ ไม่ได้เปลี่ยนให้ผมเมื่อเปลี่ยนยาง ทำให้ลมรั่วออกจากล้อไม่เท่ากัน(เดา)
ยางใหม่ บุคลิกนุ่ม ขับสบาย ใช้งานร่วมกับโช้คอัพที่อายุยังไม่มาก ก็ถือว่าได้ความนุ่มนวลน่าพอใจ ผมเลือกใช้ของราคาถูกเพราะว่า ผมมีนิสัยการขับรถไม่เร็ว เลยไม่ได้สนใจเรื่องสมรรถนะในความเร็วสูง จ่ายเท่าไหร่ก็ตามใจเรา เอาที่สบายใจ เพราะถ้าคิดเรื่องต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ปลอดภัยเพียงพอ เอาเงินไปซื้อข้าวดีกว่า และอีกอย่าง ถ้าจ่ายแพงแล้วจะไม่มีอุบัติเหตุ มันไม่จริง เพราะเราเห็นซุปเปอร์คาร์พังเป็นข่าวอยู่ทุกปี
การดึงหางฟิล์มออกจากกลัก
การหัดล้างฟิล์มขาวดำสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนการล้างฟิล์มคือการดึงหางฟิล์มออกจากกลัก เรามีวิธีดึงหางฟิล์มออกมาหลายวิธี ทั้งอุปกรณ์สำเร็จรูปและการดัดแปลงจากวิธีง่ายๆ แต่ละวิธีก็ทำแล้วได้ผลทั้งสิ้น วิธีในคลิปนี้จะเป็นวิธีใช้เทปกาวสองหน้า
ล้างฟิล์ม Fomapan 100 ด้วย D76 แถมสแกนฟิล์ม
ฟิล์ม Fomapan 100 ล้างด้วยน้ำยาขาวดำ d76 โดยเตรียม D76 แบบผง ชั่งน้ำหนักผง 16.5g แล้วละลายน้ำ 250cc อุณหภูมิขณะล้าง 24 องศา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
ฟิล์ม Fomapan100 ซื้อไว้นานแล้ว และถ่ายด้วยกล้อง contax t3 ถ่ายจดหมดแล้วก็เก็บนานจนลืม ช่วงที่กรุงเทพอากาศเย็นก็เลยไปหาฟิล์มที่ถ่ายไว้มาทำการล้างฟิล์มเล่น
เมื่อล้างฟิล์มเสร็จ ด้วยความอยากดูภาพเร็วๆ เลยเลือกใช้วิธี สแกนด้วยกล้องดิจิทัล เอา กล้อง canon รุ่น eos 6d ติดเลนส์ canon รุ่น macro 100f 2.8 จัดแสงไฟแฟลชแล้วถ่ายภาพจากแผ่นฟิล์มเลย
ขยับเลนส์มาโครเข้าไปใกล้ฟิล์มยิ่งขึ้น กะประมาณให้ขอบหนามเตยของฟิล์มยังอยู่ในเฟรมด้วย แล้วก็ถ่ายภาพออกมา ภาพจากกล้องดิจิทัลนำไปปรับสี กลับสีเป็นตรงกันข้าม แล้วปรับระดับสีขาวและดำของไฟล์ให้ออกมามีขาวสุดและดำสุด เพื่อความสมบูรณ์ของโทนสีของภาพ
kia grand carnival 2019
ภาพถ่ายครึ่งตัว
การถ่ายภาพคนให้ดูแปลกตา เราจำเป็นต้องมีเทคนิคการถ่ายภาพที่แตกต่างไปจากภาพทั่วไป ซึ่งรวมไปถึงการจัดแสงให้ตรงกับสิ่งที่ใจคิดด้วย
ในห้องนอนปกติ แสงสว่างในห้องรวมถึงโคมไฟ ทุกอย่างส่องสว่างทำให้เห็นรายละเอียดของห้องตามที่ตาเห็น ภาพเด็กในห้องนอนเมื่อถ่ายโดยไม่คิดถึงผลพิเศษ เพียงเราวัดแสงพอดีในภาพ เลือกรูรับแสงกว้างเพื่อให้ฉากหลังเบลอ เลือกสปีดชัตเตอร์ที่สูงพอให้มือกดถ่ายแล้วภาพไม่สั่น เลือก iso ของกล้องให้สูงเพียงพอจะทำให้สปีดในการถ่ายภาพสูง ทั้งหมดให้ภาพที่ดูชัด สว่าง และเห็นเกือบทุกอย่างในห้อง
หลังจากถ่ายภาพแรกเสร็จแล้ว ก็สังเกตุว่า ผนังห้องด้านหลังได้รับแสงน้อยกว่าตำแหน่งที่เด็กยืน ทำให้ความสว่างของตัวแบบมีค่าสูงกว่าฉากหลังหลายสต๊อป นั่นหมายถึง ถ้าเราถ่ายภาพให้แก้มเด็กรับแสงพอดี ด้านหลังจะมืดจนเกือบดำ และถ้าเราปิดไฟกลางห้องให้ห้องมืดลง ด้านหลังจะดำสนิทไปเลย เหลือแต่เพียงตัวเด็กเท่านั้นที่ปรากฏในภาพ
ก็เลยจัดการถ่ายภาพแนวนอนเอาไว้ ให้เห็นว่า ด้านหลังดำไปแล้ว ส่วนตัวเด็กได้รับแสงแค่พอเห็นแก้ม ครึ่งหน้าด้านซ้ายโดนแสงจากโคมไฟจะเห็นรายละเอียด ครึ่งหน้าด้านขวาไม่โดนแสงโคมไฟก็จะกลายเป็นเงาดำ ตัวโคมไฟและเสาโคมไฟก็ติดมาในภาพด้วย เจตนาเก็บไว้ในภาพเพื่อให้เห็นว่าแสงสว่างมาจากไหน ตำแหน่งการวางเป็นอย่างไร
และในขั้นตอนต่อไปก็คือการลบโคมไฟออกจากภาพ เพื่อให้พื้นฉากหลังเป็นสีดำทั้งภาพ กลายเป็นภาพถ่ายที่สมบูรณ์ สามารถนำไปอัดภาพ หรือ คร็อปใส่กรอบภาพได้ เป็นภาพถ่ายบุคคลแนวหนึ่ง ในวงการถ่ายภาพเรียกการจัดแสงแบบนี้ว่า โลว์คีย์ หรือ low key คือภาพที่มีความสว่างน้อย แต่ไม่ใช่ภาพอันเดอร์หรือรับแสงไม่พอ
ตอนถ่ายผมบอกลูกว่า เดี๋ยวขอให้ลูกยืนใกล้ๆโคมไฟนะครับ พ่อจะถ่ายภาพครึ่งหน้า ให้ครึ่งหน้าโดนแสง อีกครึ่งหน้าจะมืดๆ แล้วเราจะเห็นภาพครึ่งตัวของจริง และเมื่อตัดวัตถุต่างๆในภาพให้หายไปแล้ว ก็แปลงเป็นสีขาวดำซะเลย ก็จะได้ภาพแนวลึกลับเท่ห์ๆมาดู ภาพแนวนี้บางครั้งเราก็เห็นว่าถูกนำไปใช้ในโปสเตอร์หนัง หรือไม่ก็เป็นภาพขึ้นปกนิตยสาร เพราะมันเป็นอารมณ์การถ่ายภาพที่ดูมีวัตถุประสงค์ ไม่ดาดดื่น และดูมีความตั้งใจจะนำเสนอ เป็นงานศิลปะที่ใส่ความคิดก่อนลงมือทำ
ลองน้ำยาล้างฟิล์ม
ไปเจอน้ำยาล้างฟิล์มชุดนี้ที่งานโฟโต้แฟร์2019 เลยซื้อมาลองใช้สักหน่อย การล้างฟิล์มขาวดำเป็นงานทำมือที่ทำยากขึ้นทุกวัน น้ำยาล้างฟิล์มไม่หลากหลายเหมือนในอดีต แต่ก็พอมีให้ใช้ เดี๋ยวถ้าล้างเสร็จจะเอาภาพมาโพสท์ประกอบไว้ด้วย














































































