Author Archives: pockethifi
เตรียมงาน NEC
ผมและเพื่อนในภาพเป็นสมาชิกในกลุ่มนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่จะพบปะกันเป็นประจำ และการทำกิจกรรมในที่ประชุมจะมีการพูดในหลายหัวข้อ หัวข้อหนึ่งที่ผมรับผิดชอบเป็นหน้าที่หลักคือการให้ความรู้กับสมาชิก เนื้อหาที่นำมาถ่ายทอดก็จะเป็นองค์ความรู้ที่สะสมมาของกลุ่ม ซึ่งก็คือความรู้เกี่ยวกับการตลาดแบบบอกต่อ หรือ referral marketing
ความรู้ที่นำเสนอจะผลัดเปลี่ยนแต่ละคนไปนำเสนอ เรื่องราวต่างๆที่บอกเล่า ปีละประมาณ 50 ครั้ง 50 เรื่อง เนื้อหาที่เยอะขนาดนี้เราเลยต้องเตรียมงานกันอย่างจริงจังหน่อย และเนื้อหากส่วนมากที่เราเตรียมก็จะพบได้ในหนังสือเล่มนี้ มันคือหนังสือของ bni ที่พิมพ์ขายทั่วโลก
ความสำเร็จที่หนังสือเล่มนี้จะมีให้เราไม่ใช่ความร่ำรวย ไม่ใช่การเป็นเศรษฐีหรืออิสรภาพทางการเงิน แต่เป็นการได้พบกับว่าที่ลูกค้า ซึ่งยังไม่เป็นลูกค้า แรงบันดาลใจที่ได้จากหนังสือเล่มนี้คือ อ่านจบแล้วเราอยากออกไปทำงาน อยากออกไปพูดคุยกับผู้คน ส่วนจะได้งานหรือเปล่า ได้เงินหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของว่าที่ลูกค้า และสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนตัวเราไปตลอดการก็คือ เมื่อก่อนเราจะไปหาคนไม่รู้จักแล้วถามเขาว่าอยากซื้อของเราไหม แต่เมื่อผ่านหนังสือและได้รับแนวคิดในการทำตลาดแบบบอกต่อ เราจะเปลี่ยนประโยคคำถามไปเป็น “ธุรกิจคุณต้องการลูกค้าแบบไหน ผมมีลูกค้าแบบนี้ใช้ได้หรือเปล่า?” แนวคิดนี้มันประหลาดแต่ไม่ผิดปกติ และมันเกิดผลลัพธ์ด้วย
การช่วยเหลือคนอื่นทำธุรกิจ เป็นเรื่องของการให้ ถ้าสังคมเราตั้งท่าจะรับ เราก็จะพบว่าไม่มีใครให้และสุดท้ายจะไม่มีใครได้รับ
แต่ถ้าเราตั้งท่าจะให้ เราจะพบว่ามีคนได้รับแน่นอน
รีวิว eyewear แว่นตาติดลำโพง
เมื่อสักหลายปีก่อนผมพบว่ามีแว่นตาติดลำโพงวางขายแล้ว นั่นคือยี่ห้อ Bose และมีเพื่อนได้ซื้อไว้ใช้ ผมได้มีโอกาสลองไม่กี่นาทีเพราะเกรงใจเพื่อน ซึ่งในวันนั้นรู้สึกว่าราคาสูงเกินไป และคุณภาพเสียงไม่ได้ดีแบบที่คาดหวัง เนื่องจาก Bose ทำลำโพงเสียงดีไว้เยอะมาก และหูฟัง Bose ก็เสียงดีเช่นกัน พอลำโพงถูกติดตั้งไว้ในแว่นตา ก็แอบคิดว่าเสียงจะดี แต่ลองแล้วก็ไม่อยากซื้อ
ผ่านมาถึงปีนี้ แว่นตาติดลำโพงอยู่ในเว็บขายของ ราคาระดับ 800บาท ซึ่งถูกกว่า Bose ถึง 10 เท่า ผมลืมไปแล้วว่าเสียง Bose เป็นยังไง แต่พอเห็นว่าราคาไม่ถึงพันก็เลยตัดสินใจซื้อมาใช้ โดยคาดหวังว่าเสียงจะดีขึ้นกว่ารุ่นแรกๆเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเหมือนเสียงจากหูฟังแท้ๆ
ลักษณะทั่วไป
แว่นตาสีดำ ติดกระจกพลาสติกเกรดต่ำ ตัวกรอบแว่นทำจากพลาสติก จุดที่ใช้ชาร์จไฟเป็นขั้วไฟฟ้าแบบมีแม่เหล็กดูด สายชาร์จจะถูกดูดติดกับแว่นเมื่อเสียบชาร์จไฟ สายชาร์จที่แถมมาด้านหนึ่งเป็นแม่เหล็ก ส่วนอีกด้านเป็น usb เพื่อเสียบกับอแด๊ปเตอร์ กำลังไฟสำหรับชาร์จระบุไว้ที่ 100ma เท่านั้น หลังจากได้ลองชาร์จก็พบว่า หากเราชาร์จแว่นด้วยเพาเวอร์แบงค์ เมื่อเริ่มชาร์จได้สักพักไม่กี่นาที เพาเวอร์แบงค์ก็จะตัดการทำงาน เพราะว่ากระแสไฟไหลน้อยเกินไป น้อยจนเพาเวอร์แบงค์ตัดสินใจหยุดจ่ายไฟ ดังนั้นหากเราจะชาร์จเราควรชาร์จผ่านอแด๊ปเตอร์จ่ายไฟจริงๆ
น้ำเสียงของแว่นตาพร้อมลำโพงจะให้น้ำเสียงไม่ดีมาก อาการเสียงเหมือนเปิด speaker phone แล้วเอาโทรศัพท์มาวางไว้ใกล้ๆหู ฟังเสียงกลางรู้เรื่อง เสียงสูงมีให้ได้ยิน แต่เสียงต่ำแทบไม่มีเลย ซึ่งมันคงเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งของลำโพงเล็กๆบางๆที่ซ่อนอยู่ในขาแว่น
ไมโครโฟนรับเสียงก็อยู่บนขาแว่น จากการสอบถามคู่สนทนาก็ได้ความว่า เสียงพูดของเราปลายทางได้ยินปกติ ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงเบาหรือดังเกินไป เสียงที่ได้ยินเหมือนเกิดขึ้นอยู่กลางศรีษะ นั่นก็พอจะคาดเดาได้ว่า เสียงข้างซ้ายและขวาออกมาใกล้เคียงกันมาก ทำให้มิติเสียงอยู่ตรงกลางในหัวเราเป๊ะๆ หากเราใช้ฟังเสียงเพลงสเตอริโอทั่วไป เราก็จะได้ยินมิติเสียง รับรู้ตำแหน่งซ้าย กลาง ขวา ได้แม่นยำตามเจตนาของเพลง ระบบสเตอริโออิมเมจของหูฟังทำได้ดีมาก มันติดแค่เสียงเบสไม่มีเหมือนหูฟังทั่วไปเท่านั้น
การใช้งานหูฟังบนแว่นตาจะไม่มีอะไรไปอุดหูเลย ดังนั้น เสียงดังจากภายนอก เสียงบรรยากาศต่างๆจะยังคงวิ่งเข้าหูเรา เรายังได้ยินเสียงแวดล้อมเป็นปกติ ถ้าเราไปยืนอยู่ใกล้เครื่องจักร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังส่งเสียงดังน่ารำคาญ ก็จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากหูฟังเลย ดังนั้นการใช้งานหูฟังตัวนี้จะต้องเลือกสถานที่คุยด้วย การได้ยินเสียงภายนอกเล็ดลอดเข้าไป และสามารถรบกวนการพูดคุยกับปลายทางด้วยนั้น ทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากการใส่หูฟัง ถ้ามีคนเรียกเราก็หันไปหาได้ มีรถวิ่งผ่านก็ได้ยิน เราใช้ชีวิตปกติได้แม้จะฟังเสียงข่าวอยู่ในหูฟัง
เมื่อใช้ประชุมออนไลน์ก็ทำงานได้ปกติ ประสิทธิภาพการสื่อสารทำได้เต็มร้อย ใช้ทำงานได้เลย ใครคิดจะนำกรอบไปใส่เลนส์สายตาสำหรับตัวเองจริงๆก็ทำได้ มันเป็นอุปกรณ์ของใช้ที่ใช้งานได้ตามหน้าที่หลักของมัน
โคมไฟจากโหลแก้ว
ภาพคู่รัก
วันนี้ได้มีโอกาสถ่ายภาพของคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกัน ท่ามกลางวิกฤตโควิด รัฐบาลมีคำสั่งล็อคดาวน์ ห้ามการเดินทาง ห้ามการจัดงาน ห้ามการรวมตัว ตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2021 เดี๋ยวเปิด เดี๋ยวปิด ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวสูญสลาย งานสัมมนาและงานบันเทิงต่างๆเลือนหาย คู่แต่งงานบางคู่ก็ไม่ได้จัดงาน ซึ่งน้องคนนี้ เป็นอีกคู่หนึ่งที่วางแผนแต่งงานกัน
เมื่อหลายเดือนก่อนผมเคยทำการ์ดแต่งงานของคู่แต่งงานคู่หนึ่ง หลังจากส่งมอบการ์ดเรียบร้อยแล้ว และเหลือเวลาอีกประมาณ 30 วันที่จะจัดงาน ก็เกิดการระบาดครั้งใหญ่และรัฐบาลสั่งล็อคดาวน์ ผลเป็นอย่างไรผมก็ไม่กล้าถามลูกค้า แต่ว่า ส่งข้อความไปบอกลูกค้าว่า ถ้าต้องเลื่อนจัดงาน และหากต้องพิมพ์การ์ดใหม่ ผมจะพิมพ์ให้ในราคาต้นทุนเลย ไม่คิดราคาเต็ม หรือจะให้แถมการ์ดระบบดิจิทัลพิมพ์แบบราคาย่อมเยาเร่งด่วนให้ก็ได้ แต่ลูกค้าก็ไม่ได้ตอบอะไร
น้องคนในภาพเป็นน้องที่กำลังจะแต่งงานกัน น้องและเจ้าบ่าวสั่งพิมพ์การ์ดแต่งงานกับทางโรงพิมพ์ และเข้ามาดูใบทดสอบว่าโทนสีเป็นอย่างไร เลือกกระดาษที่ถูกใจ แล้วก็ดำเนินการเลย จากการสอบถามก็ทราบว่า กำหนดการแต่งงานถูกเลือกอย่างกระชั้นมาก เพราะช่วงนี้เป็นจังหวะที่รัฐบาลผ่อนคลาย อนุญาตให้เดินทางและจัดงานได้แต่ต้องจำกัดจำนวนคน เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เลยต้องเตรียมตัวกันอย่างเร่งด่วน เวลาที่ไม่นาน กับสิ่งที่ต้องทำต้องเตรียมอีกมาก
เมื่อมาถึงโรงพิมพ์ก็ขอถ่ายภาพคู่เอาไว้เป็นที่ระลึก ผมอยากถ่ายภาพคู่รัก อยากมีภาพที่ดูมีความน่ารักน่ามองเก็บไว้ และก็ได้เลือกภาพนี้มาอัดเป็นภาพเล็กๆให้กับเจ้าภาพเพื่อเป็นของที่ระลึก หวังว่าการเตรียมงานของทั้งสองคนจะลุล่วงและสนุกกับการจัดงาน
ข้อมูลการถ่ายภาพ
กล้อง canon eos 6d เลนส์ ef 100 macro เลือกใช้รูรับแสง f2.8 เพื่อให้ภาพมีระยะชัดตื้นน้อยๆ เน้นให้ฉากหลังเบลอ บอกเจ้าสาวกับเจ้าบ่ายให้โพสท์แบบเอาหัวชนกัน แล้วก็ถ่ายไว้ 2 ภาพ ผมเลือก 1 ภาพมาปรับแต่งด้วย app ชื่อ snapseed ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ เลือกปรับโทนสีของภาพให้ดูเก่าๆและสีเพี้ยนไปทางสีอมเขียวเล็กน้อย ภาพออกมาก็ถูกใจคนถ่าย และได้อัดภาพนี้เป็นกระดาษโดยเลือกกระดาษพิเศษเป็นกระดาษชานอ้อยสีขาว ซึ่งเป็นกระดาษที่นิยมใช้ทำงานการ์ด letterpress
และเมื่อใกล้วันจัดงาน เจ้าภาพอยากมีภาพแสดงที่งานแต่งงานด้วย โดยจะพิมพ์ภาพไปใส่กรอบวางหน้างาน โรงพิมพ์ก็แถมภาพถ่ายขนาดใหญ่ให้อีก 1 ใบ
ช่วงเวลาเริ่มต้น มันก็ยังไม่เห็นอะไรแต่ในที่สุดมันจะเป็นอย่างที่อยากได้
ช่วงเวลาเริ่มต้น มันก็ยังไม่เห็นอะไรแต่ในที่สุดมันจะเป็นอย่างที่อยากได้
ให้กำลังใจตัวเอง พื้นที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน หัดเขียน บันทึกสิ่งที่อยากทำ เขียนสิ่งที่คิด บรรยายสิ่งที่อยู่ในใจ ทำซ้ำจนคุ้นเคย ทำต่อเนื่อง เขียนไปเรื่อยๆ ผ่านไปสิบสองปี กับบทความพันสองร้อยโพสท์ สั้นบ้าง ยาวบ้าง สาระบ้าง บ่นบ้าง ทุกอย่างคือเหตุที่จะพาเราไปหาผล การพยายามไม่หยุดมันให้ผลลัพธ์จริงๆ
พิมพ์หนังสือสำหรับวางขายในร้านหนังสือ
เมื่อประมาณสองเดือนที่แล้วผมได้รับการติดต่อให้จัดพิมพ์หนังสือเพื่อใช้วางขายในร้านหนังสือ และบางส่วนแบ่งไว้แจกในงานสัมมนา นักธุรกิจท่านนี้เป็นคนที่มีความสามารถทางด้านการพูดและการสื่อสาร มีผลงานความสำเร็จในอาชีพของตัวเองระดับสูงสุดในสายงาน และผมก็ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการผลิตและจัดส่งไปวางขายในร้านหนังสือชั้นนำ
หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค พิมพ์ 4 สี เนื้อหาประมาณเกือบสองร้อยหน้า เมื่อได้ต้นฉบับมาแล้วทางโรงพิมพ์ก็จะทำเล่มตัวอย่างด้วยระบบดิจิทัลออกมาเพื่อตรวจสอบว่าหนังสือทั้งหมดเมื่อพิมพ์บนกระดาษจริงจะหนาสักเท่าใด เพื่อจะได้ปรับขนาดของปกเผื่อความหนาของสันปกให้พอดีกัน และเมื่อตรวจเล่มตัวอย่างดิจิทัลแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิมพ์จริง
การพิมพ์หนังสือ 4 สีทั้งเล่มระบบอ๊อพเซ็ท จะใช้เวลาค่อนข้างมากสำหรับเครื่องพิมพ์ขนาดที่เรามี ดังนั้นต้องจัดคิวงานของลูกค้าท่านอื่นๆให้ดี รีบโยกคิวงานสั้นทั้งหลายมาอัดให้จบเร็วที่สุด เพื่อเคลียร์คิวเครื่องพิมพ์ให้พร้อมทำงานหนังสือต่อเนื่องหลายๆวัน งานที่พิมพ์เสร็จเราก็ทะยอยจัดส่งบางส่วนให้ลูกค้า เพราะจะใช้แจกในงานสัมมนาต่างๆ ส่วนหนังสือกองใหญ่ที่เหลือก็จะเป็นส่วนที่จะจัดส่งให้กับสายส่งร้านหนังสือ ซึ่งเราเลือกใช้บริการจัดจำหน่ายของบริษัทอัมรินทร์ปริ๊นติ้ง ซึ่งจะวางขายตามร้านหนังสือหลายยี่ห้อ และ ร้านหนังสือนายอินทร์
หลังจากจัดส่งไปสักหลายสัปดาห์ ประเทศไทยก็มีประกาศล็อคดาวน์ ห้างปิด ร้านอาหารปิด กว่าจะได้เห็นว่าหนังสือถูกจัดวางบนชั้นวางในร้านหนังสือก็ผ่านไปเกือบสองเดือน พอรู้ว่าหนังสือมีการขายแล้ว มียอดขายติดอันดับแล้วในร้านหนังสือบางแห่งบางยี่ห้อ ก็ทำให้เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำหนังสือเล่มนี้ สำหรับโรงพิมพ์อื่นอาจจะเคยชิน ทำประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับโรงพิมพ์ของผมเองนับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ท้าทายมาก และผลของการทำงานจนเสร็จสิ้นก็ทำให้เรารู้สึกภูมิใจ
สิ่งที่ควรอยู่ในถุงยังชีพ
เดือนตุลาคม 2564 ประเทศไทยกำลังพบกับปัญหาน้ำท่วมหลายจังหวัด และมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเหมือนเมื่อปี 2554 ซึ่งในปีนั้น น้ำท่วมหนักมาก และหลายบ้านก็จมน้ำ ซึ่งเราทุกคนก็หวังว่าปีนี้จะไม่หนักเท่าเดิม ย้อนกลับไปหาข้อมูลว่าเมื่อสิบปีที่แล้วเราได้ความรู้อะไรบ้าง ในระดับประเทศ ระดับรัฐบาล ไม่มีการเตรียมความพร้อมอะไรเลย ระดับชาวบ้านก็ไม่ได้พร้อมเช่นกัน สิบปีที่แล้วที่โรงพิมพ์มีการสร้างกำแพงกันน้ำไม่ให้เครื่องจักรโดนน้ำท่วม แต่ปีนั้นโชคดีที่น้ำมาไม่ถึงโรงพิมพ์ แต่ที่อื่นได้ข่าวว่าท่วมหนักมาก บางโรงพิมพ์น้ำท่วมสูงเป็นเมตร พบกับโน้ตชิ้นหนึ่งที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านก็คือ วิธีเตรียมถุงยังชีพ ก็บันทึกเอาไว้ในนี้ก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องทำจริงไหม
สิ่งที่ควรอยู่ในถุงยังชีพ
1 อาหารแห้ง 3 วัน มาม่า หมูหยอง ไข่เค็ม
2 อาหารกระป๋องแบบดึงเปิดกินได้เลย เช่น ข้าวสวย ปลากระป๋อง ผักกาด
3 ข้าวสาร 5 กิโลกรัม
4 น้ำดื่ม เครื่องดื่มแพ็คกล่อง
5 แปรงสีฟัน ยาสีฟัน
6 ไฟฉาย เทียนไข
7 ไฟแช็ค
8 ยากันยุง
9 ยาสามัญประจำบ้าน
10 ผ้าห่ม
11 มีดพก
12 เชือกไนล่อน 15-20 เมตร
13 นกหวีด กระจกใช้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
14 กระดาษทิชชู่
diy โคมไฟตกแต่ง
ในการจัดโต๊ะคอมพิวเตอร์ให้มีสภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน ก็จะมีความนิยมหาไฟประดับมาตกแต่ง บางคนก็ใช้วิธีติดไฟที่ด้านบนจอภาพเพื่อส่องลงมายังพื้นที่โต๊ะทำงาน บางคนก็หาโคมไฟมาตั้งบนโต๊ะ เพื่อใช้ส่องประดับให้ดูสวยงามและใช้ประโยชน์ในการให้ความสว่างกับการทำงานเอกสารบนโต๊ะ
ไฟประดับที่สวยงามก็แพงอยู่ หลักหลายร้อย โคมไฟตั้งโต๊ะบางชนิดก็เป็นพัน เป็นหมื่น สวยแต่ก็ไม่อยากซื้อ เลยหาของที่พอจะใช้งานตกแต่งมาจัดวางรวมกัน นึกถึงไฟเส้นๆสวยงามที่ใช้ประดับสถานที่ ประดับกำแพง เอามากองๆรวมกันแล้วใส่ไว้ในขวดแก้ว ก็น่าจะสวย รวมถึงวางสิ่งของไว้ในโหลแก้วด้วยเลยก็ได้ ว่าแล้วก็ยองจัดดู ได้เป็นโหลแก้วที่มีไฟแพรวพราวสวยกว่าที่คาดไว้
จะวางบนโต๊ะเพื่อใช้เป็นไฟส่องสว่างประดับโต๊ะให้ดูสวยงามก็ได้ หรือ จะเอาไปวางที่มุมอื่นๆเพื่อใช้ตกแต่งสถานที่ก็สวยพอใช้ได้ มองหลอดไฟเป็นขยุ้มกองกันเป็นกลมๆก็ดูแล้วชวนให้นึกถึงดวงดาว มันสวยจนอยากทำขายเลย
นอกจากวางโต๊ะแล้วก็ใช้เป็นองค์ประกอบในการถ่ายภาพได้ด้วย หลานาวกำลังเล่นเกมส์อยู่ก็จัดการเอาไปวางไว้ แล้วลองถ่ายภาพออกมา มันก็ดูแปลกตาและดูสวยดี โคมไฟ diy จากอุปกรณ์เหลือๆในบ้าน ทำออกมาแล้วก็รู้สึกดี อยากทำเยอะๆเลย
nec – referral source คืออะไร หาได้จากไหน
คุณอาจจะคิดว่า ผู้ที่น่าจะให้ referral แก่เราบ่อยๆได้ก็คือลูกค้าเก่าของเรา เราคิดอย่างนั้น และมันเป็นเช่นนั้นหรือไม่ เชื่อว่าหลายคนก็คิดแบบนี้ และเราก็มักจะพูดติดปากว่า ลูกค้าเราใช้บริการเราแล้วพอใจ แล้วก็บอกต่อ แล้วก็แนะนำลูกค้าคนต่อไปมาให้ มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบ้าง แต่ลองคิดดูให้ดีว่า มันสามารถเกิดขึ้นบ่อยๆหรือเปล่า แล้วถ้าเราเชื่ออย่างนั้น เราก็อาจจะถลำตัวไปกับการใช้เวลากับลูกค้าของเรา จนวันนึงเราพบว่า เราคิดผิด
ลูกค้าเก่าช่วยบอกต่อทำให้เกิดงานก็จริง แต่ในระยะยาวย่อมไม่ใช่ และจะทำให้เราเกิดผลเสียในภายหลังถ้าเรามัวแต่ใช้เวลากับลูกค้าเก่าของเราอย่างผิดวัตถุประสงค์ ผู้ที่จะให้ธุรกิจกับเราในระบบ referral marketing คือคนที่เราแนะนำงานให้เขานั่นเอง คนที่เราส่งงานให้ คนที่เขาได้รับการเทรนนิ่งมาแนวเดียวกับเราและมีกลุ่มลูกค้าคล้ายๆเรา เรามาลงรายละเอียดกัน
คนที่ได้รับการฝึกฝนให้มองหางานให้เพื่อน หรือ เพื่อนใน powerteam ของเราที่มีความเข้าใจและสามารถใช้เวลาในการสร้าง network ที่มีคุณภาพต่างหากที่จะเป็นแหล่ง referral ให้กับเรามากกว่าลูกค้าเก่าทั้งหลายที่ผ่านเราไป เพราะว่า เพื่อน powerteam ของเราผ่านการเรียนรู้ ผ่านการฝึกฝนมาเหมือนกับเรา อ่านตำราเดียวกับเรา และเห็นคุณค่าของการใช้เวลากับ powerteam เหมือนๆกับเรา เพื่อนเราจะพูดหางานให้เราแทนตัวเราได้ เพราะเพื่อนเราฟังเราพูดทุกสัปดาห์ และผ่านการศึกษาซึ่งกันและกัน หรือ ทำ 1-2-1ด้วยกันแล้ว และเราทำแบบนี้กับลูกค้าของเราไม่ได้นั่นเอง
หากเราไปหาลูกค้าของเราเองและไปบอกไปสอนลูกค้าเราว่าเราอยากได้อะไร ขอให้ลูกค้าช่วยหา referral ให้หน่อย ลองคิดดูว่ามันจะออกมาน่าเกลียดแค่ไหน ลูกค้าของคุณหวงแหนเวลาอันมีค่า เขาอาจจะคิดว่า ทำไมคุณไม่เอาเวลาพูดคุยเหล่านี้ไปทำงานของลูกค้าให้เรียบร้อย เอาเวลาไปทำในสิ่งที่ลูกค้าจ้างคุณทำ ทำไมต้องมาคุยนานๆ ทำไมไม่กลับไปทำงานที่มีอยู่ให้เรียบร้อยดูดี ถ้าลูกค้าเราใจดีช่างคุยก็อาจจะได้คุยกันนาน แต่ถ้าลูกค้าแสนดีของเราเกิดยุ่งและไม่ชอบสิ่งที่เรากำลังทำ ไม่ชอบการไปสั่งสอนว่าให้หางานให้คุณ ลูกค้าก็อาจจะค่อยๆหายไปจากคุณก็ได้ คุ้มไหมกับการเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นแหล่งสร้าง referral
สิ่งที่เราควรจะโฟกัสให้ชัดก็คือ หา referral source จากกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งให้เจอ เขาเป็นคนที่มีลูกค้าคนเดียวกับเรา เขาเข้าใจการทำงานเป็นทีม เขาเข้าใจการทำตลาดแบบบอกต่ออย่างแท้จริง เขาให้ความสำคัญกับกลุ่มเน็ตเวิร์คกิ้งอย่างเพียงพอ เขามีเวลามาพูดคุยกับเราว่าเขาต้องการลูกค้าแบบไหน เราต้องการลูกค้าแบบไหน เขาพร้อมจะทำธุรกิจไปพร้อมๆกับเรา และเขามีเวลาให้เรา
ต่อให้เรามีลูกค้าคนเดียวกัน แต่ถ้าคุยไม่รู้เรื่อง ไม่มีเวลาให้เรา ก็ให้ท่องไว้ว่า หาคนใหม่เข้าทีมเรา.
ดาวพฤหัสกับดวงจันทร์ทั้ง4
ดาวพฤหัสหรือ jupiter เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 5 ในระบบสุริยะ ส่วนโลกของเราอยู่ลำดับที่ 3 วันนี้ที่กรุงเทพ เวลา 23.10 น. เห็นดาวพฤหัสส่องสว่างมาก และอยู่สูงมากจากเส้นขอบฟ้า ถ้าจะแหงนหน้าดูดาวก็คงเมื่อยคอน่าดู
หลายวันมานี้มีเมฆฝนปกคลุมท้องฟ้าแทบตลอดเวลา จริงๆนานนับเดือนแล้วที่เมฆเยอะ ประเทศไทยมีพายุเข้า ทำให้มีน้ำท่วมที่ต่างจังหวัดหลายแห่ง ท้องฟ้าวันนี้อยู่ๆก็กลับโล่งจนเห็นดาวสว่างทั้งๆที่ตอนหัวค่ำยังมีเมฆทึบอยู่เลย
หยิบกล้องดูดาวตัวเก่งตัวเดียวที่ซื้อเอาไว้ให้ลูกในวันเกิดของเขามาดูเล่น กล้องดูดาวชนิดนิวโทเนี่ยนยี่ห้อ celestron รุ่น first scope ติดเลนส์ใกล้ตาที่ 4มม. ได้อัตราขยาย 75 เท่า ส่องท้องฟ้า นั่งอยู่ในบ้าน ดูดาวผ่านผนังกระจก ดาวเคราะห์อย่างดาวพฤหัสและดาวเสาร์ เป็นดาวที่สามารถมองเห็นได้ง่าย ในกรุงเทพก็ดูได้ทันทีถ้าไม่มีเมฆ และเราอาจจะดูจากในบ้านได้เลยถ้าผนังด้านตะวันออกและทิศใต้ไม่บังดาว
ผมไม่สามารถถ่ายภาพดาวได้เพราะอุปกรณ์ไม่พอ การบันทึกข้อมูลก็อาจจะต้องใช้วิธีวาดภาพประกอบ ซึ่ง 400 ปีที่แล้วตอนที่กาลิเลโอดูดาวก็ใช้วิธีวาดภาพประกอบเช่นกัน การจดบันทึกไม่ว่าจะใช้วิธีใดล้วนมีประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังทั้งนั้น วันนี้ก็ขอวาดภาพบันทึกไว้ด้วย และขณะเดียวกันก็เข้าเว็บ ค้นหาด้วยคำว่า jupiter today เพื่อดูว่าจะมีเว็บไหนที่ระบุตำแหน่งดาว ณ เวลาปัจจุบันให้เราบ้าง เพื่อที่จะใช้อ้างอิงเทียบกับสิ่งที่เห็นว่ามันสอดคล้องกัน ก็ได้เว็บหนึ่งมา และแค็ปเจอร์ภาพเก็บไว้ ได้ภาพนี้
ดวงใหญ่ตรงกลางคือดาวพฤหัส C คือ callisto E คือ Europa I คือ IO และ G คือ Ganymede ลักษณะการเรียงก็คล้ายๆกับภาพที่เห็นในกล้อง แต่กลับด้านกัน และเอียงคนละทิศทาง แต่มีลำดับเหมือนกัน ก็เชื่อว่าคงเป็นการกลับหัวของกล้องดูดาว และอาจกลับซ้ายขวาด้วย
ลิงค์สำหรับเช็คตำแหน่งของดาวพฤหัสและดวงจันทร์กาลิเลโอ https://skyandtelescope.org/wp-content/plugins/observing-tools/jupiter_moons/jupiter.html
ทดลองวางภาพจากใน one drive ลง wordpress
วิธีวางรูปภาพจากใน one drive ในบล็อกของ wordpress จะใช้วิธีการดังนี้
1 เปิดภาพนั้นในหน้าเว็บของ one drive
2 ที่เมนูบาร์ของ browser จะมีคำว่า </>Embed ให้กดเข้าไป
3 จะมีเมนูด้านขวาโผล่ขึ้นมา แล้วให้เลือกติ๊กอ๊อพชั่น include HTML tags
4 เราจะได้ตัวหนังสือกลุ่มหนึ่ง ให้ก็อปปี้ตัวหนังสือในกรอบสี่เหลี่ยมเอาไว้ แล้วไป paste ใน editor ของ wordpress

เมื่อวางข้อความในหน้า Editor แล้ว ก็จะมีภาพขึ้นทันที เราสามารถกดดูใน preview เพื่อดูภาพจริงบนเว็บได้เลย
































