ถูกล็อตเตอรี่ ขึ้นเงินที่ไหนดี

IMG_20220316_161338

ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งมีครั้งนี้แหละที่ถูกล็อตเตอรี่ ปกติเวลาซื้อก็มักจะไม่ได้สนใจว่าจะถูกหรือเปล่า เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก ซึ่งมันก็ยากจริงๆนั่นแหละ แต่ครั้งนี้ หลังจากที่เดินผ่าน แล้วเห็นล็อตเตอรี่บนแผงอยู่ 1 ใบ ที่อยู่แบบโดดเดี่ยว ไม่ได้อยู่ติดกับใบไหน ดูเหมือนเป็นเลขที่ไม่มีคนสนใจ ก็เลยขอซื้อใบนี้แหละ

ล็อตเตอรี่ราคา 100 บาท เป็นการขายเกินราคาที่ไม่มีการแก้ไขจากหน่วยงานไหนเลย ผมก็ได้แต่แปลกใจที่ข้าราชการไทยทุกคนไม่คิดจะแก้ไขเรื่องนี้ แถมยังเคยมีข่าวอีกด้วยว่า ท่าน ผอ. กองฯ ได้ลองตรวจตามแผงขายล็อตเตอรี่แล้วก็ไม่พบว่ามีการขายเกินราคา ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ไม่ได้เหลือเชื่อว่าไม่มีขายเกินราคา แต่เหลือเชื่อว่ามีคนหน้าด้านทำงานในตำแหน่งระดับนี้อยู่ด้วย

messageImage_1647439142471

พอตอนเย็นเมื่อพ้นเวลาออกรางวัลไปแล้ว ก็ลองหยิบมาตรวจดู ตรวจทางอินเทอเน็ต ระบบก็แจ้งว่า ถูกรางวัล ซึ่งเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการถูกล็อตเตอรี่ครั้งแรกในชีวิต เนื่องจากไม่ค่อยได้ซื้อนั่นเอง และสิ่งที่ตามมาก็คือ เราจะไปแลกเงินได้ที่ไหน

หาข้อมูลต่อเรื่องการขึ้นรางวัล ทำไมต้องใช้คำว่าขึ้นรางวัลก็ไม่รู้เหมือนกัน มันน่าจะเป็นคำว่า รับเงินรางวัล แลกเงินรางวัล แต่ก็ช่างมันเถอะ หลังจากดูข้อมูลในเว็บหลายแห่งที่มีแต่ข้อมูลขยะมากกว่าเนื้อหา อดทนอ่านจนได้คำตอบว่า การไปรับรางวัลที่กองสลากต้องไปที่แถวสนามบินน้ำซึ่งผมไม่รู้จัก เพราะความทรงจำวัยเด็กผมคิดว่ากองสลากอยู่บบนถนนราชดำเนิน แต่ก็คงย้ายไปหลายปีแล้ว เพราะตึกเดิมที่เคยมีคนขายล็อตเตอรี่ก็โดนปรับปรุงไปเป็นอย่างอื่นแล้ว

ถูกล็อตเตอรี่ไปขึ้นรางวัลที่ไหนได้บ้าง มีทางเลือกดังนี้ (ข้อมูลจากอินเทอเน็ต ไม่อัพเดท)

1 การไปรับเงินจะรับตรงจากกองสลากก็ได้ จะเสียค่าภาษี 0.5%

2 ไปขึ้นรางวัลที่ธนาคารกรุงไทย จะโดนหักรวม 1% โดยแบ่งเป็นค่าภาษี 0.5% ค่าธรรมเนียม 0.5%

3 ไปขึ้นรางวัลที่ธนาคารออมสิน จะโดนหัก 1.5% โดยแบ่งเป็นค่าภาษี 0.5% ค่าธรรมเนียม 1%

4 ไปรับเงินจากแผงล็อตเตอรี่ก็ได้ แต่แผงเหล่านั้นจะหักเงินประมาณ 2-3% ไม่แน่นอน

5 ไปแลกเงินที่ร้านทองก็ได้ โดนหักประมาณ 2-3% เช่นกัน

สรุปคือ การรับเงินรางวัลจะไม่ได้เงินเต็มจำนวน ต้องโดนหักภาษี และอาจจะต้องโดนค่าธรรมเนียมอีกด้วย แถมตอนซื้อก็ยังไม่มีสิทธิ์จะซื้อล็อตเตอรี่ราคา 80 บาทอย่างตรงไปตรงมาได้ เจอแต่ราคา 100 บาทขั้นต่ำ ยิ่งเลขสวย เลขที่มีคนกำลังลือว่าอาจจะถูก เลขเหล่านี้บางที่ขายแพงกว่าปกติอีก


หลังจากไปขึ้นรางวัล ก็สรุปได้ดังนี้ครับ

การไปรับรางวัล ผมเลือกใช้วิธีไปขึ้นรางวัลที่ธนาคารกรุงไทย ไปกดบัตรคิวแล้วก็รอเรียก โดยก่อนจะกดบัตรคิวจะมีเจ้าหน้าที่ที่บัตรคิวถามอีกครั้งว่ามาทำอะไร ตอบว่ามาเบิกเงินรางวัลล็อตเตอรี่ เจ้าหน้าที่จะถามอีกครั้งว่างวดไหน ก็ตอบว่างวดล่าสุด เพราะธนาคารน่าจะไม่รับแลกสำหรับย้อนหลัง

ที่เค้าเตอร์พนักงาน ยื่นล็อตเตอรี่ให้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำเอกสารเหมือนเราไปเบิกเงิน และจะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงด้วย ใช้ใบขับขี่แทนได้ไหม เจ้าหน้าที่ตอบว่าไม่ได้

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำเอกสาร เราจะต้องเซ็นชื่อในกระดาษ 3 ครั้ง กับเขียนชื่อที่หลังล็อตเตอรี่อีก 1 ครั้ง รวมเป็น 4 ครั้ง

ธนาคารจะหักค่าธรรมเนียม 1.5% เงินรางวัล 4000 บาท จะเบิกได้ 3940 บาทเท่านั้น ตัวเลข 1.5% นี้มากกว่าตัวเลขที่เจอในเว็บต่างๆ ดังนั้น ค่าธรรมเนียมที่ธนาคารคิดต้องเช็คใหม่ มันไม่เท่าเดิมที่เคยอ่าน

สรุปผลประกอบการ ซื้อล็อตเตอรี่ 100 บาท ได้รางวัล 3940 บาท ถ้าถูกเลขท้ายสามตัว
สรุป2 ล็อตเตอรี่ 80 บาท ไม่มีจริง ใครบอกว่ามี มันโกหก ถูกรางวัลต้องโดนหักภาษี แต่ตอนขายเกินราคาไม่ทำงาน ไม่กวาดล้าง ไม่ทำให้ถูกต้อง ปล่อยให้มีอยู่คู่สังคมไทย

IMG_20220323_085208_1

Nec204 – พลังของ testimonial

เมื่อตอนที่ BNI เริ่มต้น  ในช่วงเวลาแรกที่มีเพียง 1 แช็ปเตอร์  ดร.ไอแวน ดำเนินการประชุมด้วยตัวเอง  องค์ประกอบของการประชุมก็จะมีขั้นตอนไม่ต่างจากการประชุมในปัจจุบัน  มีการแนะนำแขก  มีการแนะนำธุรกิจตัวเอง  มีการพรีเซ้น 5 นาทีของสมาชิก  และสุดท้ายคือมีการมอบ Referral ให้แก่กัน

dpp - Bod 23may2023 -IMG_4127

ในขั้นตอนการมอบ Referral จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของวาระการประชุมที่ทุกคนจะมีส่วนพูด  สมาชิกจะบอกว่าเรามี Referral ให้ใคร  เมื่อถึงคิวพูด คนพูดจะยืนขึ้น  แล้วบอกว่า ผมมี หรือ ฉันมี Referral ให้ คุณเอ  มี Referral คุณ บี   และถ้าบังเอิญว่าไม่มี Referral ให้เพื่อน  สมาชิกคนนั้นก็จะพูดว่า ผมไม่มี Referral หรือ พูดว่า “ผ่านครับ”  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทุกคนเข้าใจและทำกันแบบนี้เมื่อยังไม่มี Referral ให้เพื่อน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง  สมาชิกเป็นคุณหมอด้านการจัดกระดูก  เขาได้บอกกับ ดร. ก่อนเริ่มประชุมว่า เขามาเป็นสมาชิกสักพักแล้ว  และเขาไม่มี Referral เลย  เขาควรทำอย่างไรดี  เพราะการประชุมก็กินเวลาของเขา  และไม่มีผลลัพธ์อะไรเลย  ไม่มีใครชวนเขาคุยหรือถามเรื่องเกี่ยวกับอาชีพเขาเลย แล้วเพื่อนสมาชิกจะให้ Referral กับเขาได้ยังไงถ้าไม่ได้คุยเรื่องอาชีพจัดกระดูก

dpp - Bod 23may2023 -IMG_4142

ดร. ตอบว่า  ถูกต้อง ใช่เลย คุณควรจะทำให้เพื่อนได้ทดลองใช้บริการคุณ  แล้วเขาจะได้รู้ว่าอาชีพของคุณทำอะไร  มีประโยชน์อย่างไร  ซึ่งจะทำให้เพื่อนเข้าใจและสามารถให้ Referral ได้  ทำไมคุณไม่ลองแจกโปรแกรมตรวจ หรือ โปรแกรมฟรีบางอย่างให้สมาชิกล่ะ  การได้ทดลองจะทำให้เขาเข้าใจ และได้ไปเยี่ยมชมที่ทำงานคุณด้วย  
ในสัปดาห์ต่อมา คุณหมอจัดกระดูกก็ได้ทดลองทำตามคำแนะนำ  เขาแจกโปรแกรมทดลองให้กับสมาชิกบางคน  และเขาก็ได้เล่าให้ ดร.ไอแวนฟังแล้วว่า เขาได้ทำแล้ว  และจะรอดูว่าจะเป็นอย่างไร

หลังจากนั้นในอีกสัปดาห์ถัดมา  การประชุมก็ดำเนินมาถึงตอนที่จะให้ Referral เหมือนเคย  และคิวพูดก็วนมาถึงสมาชิกท่านหนึ่งซึ่งสัปดาห์นี้เขาไม่มี Referral ให้เพื่อน  ปกติ เขาก็จะยืนขึ้นแล้วบอกว่าผ่าน  แต่คราวนี้เขายืนและพูดว่า  ดร. ผมไม่มี Referral แต่ผมไม่อยากผ่าน  ….  ดร. ก็งง แล้วถามว่า ถ้างั้นคุณอยากจะทำอะไร  เขาบอกว่า ผมขอพูดอะไรสักหน่อยได้ไหม  ดร.ตอบว่าได้  เชิญเลยสมาชิกท่านนี้ก็เล่าให้ฟังว่า  เขาได้แวะไปใช้บริการของคุณหมอนักจัดกระดูกแล้ว  ได้ตรวจเอ๊กซเรย์กระดูก ได้รับการจัดกระดูกโดยคุณหมอมาแล้ว  ปกติเขาจะมีอาการปวดหลังมานานประมาณ 7 ปี  เวลายืนนานๆก็จะปวดมาก  แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เขาไม่ปวด  และพอจะยืนนานๆได้แล้ว  เขารู้สึกโชคดีมากที่ได้ทดลองจัดกระดูกกับคุณหมอ  และขอบคุณคุณหมอมากๆที่ได้แจกโปรแกรมทดลองใช้บริการให้กับเขา

dpp - Bod 23may2023 -IMG_4166

หลังจากพูดจบ  ดร. ก็เห็นว่า เพื่อนสมาชิกในห้องหลายคนก็เขียน Referral ให้คุณหมอ  ดร.ค้นพบว่า การประชุมครั้งนี้มีสิ่งที่แตกต่างไปจากปกติ  นั่นคือการพูดถึงบริการของเพื่อนๆเมื่อได้ทดลองใช้ไปแล้ว  การพูดว่า ผ่าน หรือ สัปดาห์นี้ไม่มี Referral เป็นสิ่งที่เสียโอกาส  ถ้าไม่มี Referral จริงๆก็ควรจะได้พูดแง่มุมอื่นของธุรกิจเพื่อนที่เราได้สัมผัสมา  นั่นจะทำให้คนฟังที่เหลือรู้สึกมั่นใจ หรือกล้าที่จะให้ Referral มากขึ้น  และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก การพูดถึงธุรกิจเพื่อนที่เราได้ใช้บริการ  หรือ การพูด Testimonial ก็เป็นสิ่งที่ถูกบรรจุไว้ในวาระการประชุม  เพราะประสบการณ์การใช้งานของเพื่อนคนหนึ่งจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนคนอื่นๆในที่ประชุม และคนในห้องประชุมจะจำได้  ทำให้มีโอกาสให้ Referral ได้มากขึ้นด้วย

dpp - Bod 23may2023 -IMG_4227


สรุปโดยย่ออีกครั้งถ้าคุณไม่มี Referral

นั่นก็เพราะเพื่อนไม่คุยกับคุณเกี่ยวกับอาชีพของคุณ

นั่นเป็นเพราะเพื่อนไม่เคยใช้บริการคุณ

เพื่อนไม่รู้ว่าคุณทำอะไรได้และน่าใช้หรือเปล่า

นั่นเป็นเพราะคุณไม่เคยให้เขาทดลองใช้คุณ ทั้งแบบฟรี หรือแบบราคาถูกพิเศษเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการมี testimonial

ลองหาวิธีทำให้เพื่อนรู้จักคุณนะครับ

ซูซูกิสวิฟท์ 2012 ซ่อมพัดลมแอร์

ซูซูกิสวิฟท์คือรถของคุณภรรยา เป็นรถที่ใช้งานมาประมาณเกือบสิบปีแล้ว นับว่าเป็นรถที่มีคุณภาพที่ดีและน่าใช้งาน เป็นรถที่สมรรถนะดีและประหยัดน้ำมันมาก ตอนนี้อายุรถเยอะเริ่มมีชิ้นส่วนเสียหายต้องเปลี่ยนแล้ว อยู่ๆก็เปิดแอร์ไม่ติด ตอนเช้าเปิดติด ตอนบ่ายบางทีก็ไม่ติด อาการติดบ้างไม่ติดบ้างเกิดขึ้นแบบนี้มาหลายวัน จนกระทั่งระยะหลังๆมักจะเปิดไม่ติดแล้ว

ตรวจสอบเบื้องต้น ลองสตาร์ทรถ แล้วเปิดแอร์ดู พัดลมหม้อน้ำทำงาน คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงาน เพราะว่าตอนเปิดแอร์ก็รู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์หน่วงลงตามปกติของการเปิดแอร์ รอบเครื่องตกลงเล็กน้อยซึ่งเป็นสัญญาณปกติของการเปิดแอร์ แต่ที่ผิดปกติคือไม่มีลมออกมา ก็เลยสันนิษฐานว่าพัดลมแอร์ภายในรถน่าจะมีปัญหา

เข้าไปหาข้อมูลต่อใน youtube ก็ได้ความรู้มาว่า ตัวควบคุมการหมุนของแอร์ในรถจะถูกสั่งการผ่านวงจรไฟฟ้าในแอร์ และสัญญาณไฟฟ้าจะวิ่งมาผ่านตัวรีซีสแตนท์ก่อนแล้วค่อยต่อไปยังพัดลม ไฟควบคุมพัดลมจะถูกสั่งให้หมุนแรงหรือหมุนเบา ไฟจะวิ่งผ่านตัวต้านทานรีซีสแตนท์ตัวนี้ก่อน ดังนั้น ถ้าพัดลมไม่หมุน ก็เป็นไปได้ว่า พัดลมพัง หรือ รีซีสแตนท์พัง ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนทั้งสองตัวเลยเพราะมันก็เก่าไปตามอายุรถ ราคาพัดลมแอร์ในศูนย์ 1388 บาท ราคารีซีสแตนท์ในศูนย์ก็ 1220 บาท ราคานี้ได้มาจากการเอารถเข้าศูนย์ให้ช่วยตรวจเช็คว่าแอร์ไม่ติดเพราะอะไร ซึ่งศูนย์ก็ทำงานได้ดี ตรวจเช็คระบบแอร์ และแจ้งอาการ ทำใบเสนอราคามาให้ด้วย เลยได้รู้ราคาของแต่ละชิ้น

IMG_20220301_180747

เพียงแต่ศูนย์สั่งเปลี่ยนหลายชิ้นเหลือเกิน รวมอะไหล่ รวมค่าแรง จะจบที่ราคาประมาณ 9พันกว่าบาท ซึ่งผมรู้สึกว่าราคาแรงเกินไป แต่ก็เข้าใจว่าศูนย์ต้องเปลี่ยนตัวที่เกี่ยวข้องกับอาการแอร์ไม่เย็นหลายตัว และค่าแรงการทำงานก็เป็นหลักสองพันบาท ดังนั้น ผมก็เลยไม่ทำในศูนย์ จ่ายค่าแรงตรวจเช็ค 250 บาทเอารถออกแล้วหาอะไหล่เปลี่ยนเองดีกว่า เพราะว่า ระหว่างที่ช่างเช็ค ผมก็อ่านในเว็บ ดู youtube ไปหลายคลิปเลย เลยพอจะรู้คร่าวๆแล้วว่าพอเปลี่ยนเองได้ ต้องขอบคุณศูนย์และขอโทษที่ไม่ได้อุดหนุนศูนย์ด้วย

อาการหนึ่งที่ทำให้แน่ใจว่าพัดลมมีปัญหาแค่อย่างเดียวโดยที่ตัวควบคุมความเร็วอย่างรีซีสแตนท์ไม่น่าจะเสียเพราะว่า พัดลมติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ถ้าติดก็จะทำงานได้ปกติและสามารถปรับแรงลมได้ด้วย ดังนั้น พัดลมน่าจะเสียแค่ตัวเดียว และรวมกับในคลิป youtube ก็มีแนะนำว่า ถ้าพัดลมมีฝุ่นจับทำให้มอเตอร์หมุนไม่สะดวก ถ้าเจออาการไม่หมุนให้ลองเอามือตบไปใกล้ๆพัดลมดู ซึ่งพัดลมจะอยู่ตรงกับช่องใส่ของหน้ารถด้านข้างคนขับ ให้ลองเคาะหรือตบที่ช่องใส่ของแรงๆดู แรงสั่นสะเทือนจะไปช่วยให้ใบพัดหมุนได้ ซึ่งลองทำแล้วก็เป็นจริงตามนั้น เลยมั่นใจว่าพัดลมหมุนไม่คล่องจริงๆ และน่าจะเสียแค่ตัวนี้ตัวเดียว

IMG_20220301_183218

เริ่มหาอะไหล่ พัดลมแอร์ หรือ โบรเวอร์ หน้าตาเป็นพัดลมทรงกระบอก ดูในเว็บช็อปปิ้ง ราคาอยู่ที่ประมาณ 750-1200 บาท แน่นอนว่าผมก็เลือก 750 แล้วเลือกร้านที่ได้คะแนนรีวิวสูงๆ ส่วนรีซีสแตนท์ผมไม่ได้สั่งซื้อ เพราะว่าคาดว่ายังไม่พัง จะเปลี่ยนพัดลมก่อน ซึ่งจริงๆแล้วพัดลมก็ยังไม่พังจริงๆ แค่หมุนไม่สะดวกเพราะมีฝุ่นไปจับทำให้แกนหมุนมีความฝืด ถ้าอยากประหยัดจริงๆก็สามารถถอดพัดลมออกมาทำความสะอาดได้ แต่ผมเลือกจะถอดเปลี่ยนเลย เพราะไหนๆก็รื้อออกมาแล้ว และราคาพัดลมก็ไม่ได้แพงมาก แล้วยังทำเองไม่เสียค่าแรงอีก ก็เปลี่ยนเลยดีกว่า

GX012078_1646134031628

พัดลมแอร์อยู่ด้านในใกล้ๆกับที่ใส่กรองแอร์ พัดลมจะติดกับช่องลมด้วยน็อต 3 ตัว ต้องใช้ไขควง 4 แฉกในการไข และควรเป็นไขควงที่สั้นที่สุดเท่าที่หาได้ เพราะตำแหน่งการหมุนน็อตออกนั้น อยู่ในส่วนที่แคบ อยู่ใกล้กับพื้นรถ ดังนั้นไขควงยาวๆจะแหย่เข้าไปไม่ได้ ซึ่งในที่สุดผมก็ไปหาซื้อไขควงก้านสั้นมาใช้จนได้ เลยถอดออกมาได้อย่างง่ายดาย หลายคันใน youtube ที่ถอดพัดลมออกมาแล้วจะพบกับเศษฝุ่น เศษกระดาษ เศษใบไม้อยู่ด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่จะทำให้หมุนลำบาก

พัดลมตัวใหม่ถูกแทนที่เข้าไป แล้วทดลองเปิดแอร์ดู แอร์ทำงานได้ปกติตั้งแต่การสั่งเปิดครั้งแรก นั่นแสดงว่าพัดลมตัวเก่ามีปัญหาจริงๆที่อยู่ดีๆก็ไม่หมุน ผลการเปลี่ยนพัดลมแอร์ด้วยตัวเองประสบความสำเร็จ ประหยัดเงินไปได้เกือบหมื่นบาท

IMG_20220305_124142

ภาพนี้คือพัดลมตัวเก่าที่เรื้อใบพัดออกมาดู ภายในมีแต่ฝุ่นจับ ซึ่งจริงๆแล้วใบพัดควรจะเป็นสีขาว ฝุ่นดำพวกนี้คือผงถ่านที่หลุดออกมาจากมอเตอร์ แสดงให้เห็นถึงการใช้งานที่ยาวนาน นานๆไปชิ้นส่วนแปรงถ่านในมอเตอร์ก็จะสึกและหลุดกระจายออกมาจนในที่สุดมอเตอร์ก็จะไม่หมุน ดังนั้น รถอายุเยอะระดับเกือบสิบปี ถ้าเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยนเลย ไม่ต้องรอให้เสียกระทันหัน

ผมหาลิงค์เดิมที่สั่งซื้อไม่เจอแล้ว
หาให้ใหม่ที่นี่ https://shope.ee/504aQ4mdOL

เปลี่ยนกรองแอร์ฮอนด้าฟรีด เปลี่ยนเองง่ายๆ

ใช้รถยนต์มานานหลายปีแล้ว และระยะหลังก็เปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่อู่นอก เลิกเข้าศูนย์ไปหลายปี สิ่งที่มักจะลืมเปลี่ยนก็คือกรองแอร์ที่ไม่มีใครบอกก็อาจจะลืม เพราะตราบใดที่แอร์เย็น เราก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนอะไร ซึ่งในความเป็นจริง แอร์ในรถจะมีไส้กรองอากาศที่กรองสิ่งสกปรกในอากาศตลอดเวลาที่เปิดแอร์ และไส้กรองตัวนี้จะดำเร็วมาก

ผมเปลี่ยนกรองแอร์มาหลายครั้งแล้ว และมีความตั้งใจจะเปลี่ยนทุกหกเดือน แต่บางครั้งก็ลืม รอบนี้ก็เช่นกัน จากความตั้งใจจะเปลี่ยนตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ก็เพิ่งจะมานึกได้ในเดือนมีนาคมนี้ เกินไปสองเดือน ตอนถอดไส้กรองออกมาก็วางเทียบกับของใหม่ถ่ายรูปไว้ เพื่อดูเปรียบเทียบว่าระหว่างของใช้งานมาแล้วเกือบปี กับของใหม่ สีต่างกันมาก

IMG_20220305_122421

สีดำที่เกาะอยู่กับไส้กรองก็คือฝุ่นนั่นเอง ไส้กรองแอร์ของรถยนต์มีคุณสมบัติสามารถกรองฝุ่นระดับ PM2.5 ได้ ดังนั้น ในรถยนต์ ระบบแอร์ที่ไม่เสีย จะสามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้อยู่แล้ว ทำให้เราไม่มีความจำเป็นต้องติดเครื่องกรองอากาศอื่นๆเพิ่มเติม ใครกำลังคิดจะซื้อเครื่องกรองฝุ่นติดรถ ลองอ่านสเป็คของไส้กรองแอร์ดูสักหน่อย หลายยี่ห้อจะบอกไว้ว่าสามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้ เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องกรองให้ซ้ำซ้อน เพราะระบบในรถคือระบบกรองอากาศชั้นดีอยู่แล้ว

พอเปลี่ยนเสร็จก็เข้าเว็บช็อปปิ้ง หากรองแอร์สำหรับฮอนด้าฟรีด หรือแจ๊ส หรือ ซิตี้ ก็ได้ ใช้ตัวเดียวกัน สั่งซื้อเก็บไว้ สำหรับรอบหน้า เพิ่งเห็นราคาในเว็บว่าปัจจุบันหรือชิ้นละ 80-100 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อสักปี 2014 ผมซื้อชิ้นละ 140 บาท ราคาแข่งกันแรงมากสำหรับการขายของออนไลน์ ประโยชน์เลยตกเป็นของลูกค้า คิดๆดูแล้ว เริ่มอยากขายของออนไลน์บ้างเหมือนกันนะเนี่ย พอซื้อของเสร็จ ก็ตั้งปฏิทิน อีก 6 เดือนให้เตือนเพื่อเปลี่ยนชิ้นใหม่ด้วย

พิมพ์การ์ดแต่งงานสวยๆอีกใบ

ก่อนจะเริ่มอ่าน เปิดเพลงแรกนี้ไว้เลย แล้วค่อยๆอ่าน เพื่ออรรถรสครับ


วันหนึ่ง

มีข้อความมาทางโปรแกรม line ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามเรื่องการพิมพ์การ์ดแต่งงานด้วยระบบ letterpress ซึ่งผมก็รับข้อมูลแล้วคำนวณราคาแจ้งกลับไป การ์ดของเจ้าสาวท่านนี้จำนวนน้อย แต่เราก็รับทำ เพราะว่าเราชอบทำการ์ดแต่งงาน การได้เห็นการ์ดที่ออกแบบสวย และได้ทำมันออกมาอย่างตั้งใจเป็นสิ่งที่ช่วยให้โรงพิมพ์ของเราพัฒนา

IMG_20220224_173644

การ์ดคุณไหมเป็นการ์ดที่เลือกพิมพ์ด้วยส่วนที่เป็นหมึกพิมพ์ 1 สี และฟอยล์สีทองอีก 1 สี โดยหมึกพิมพ์ทางเจ้าภาพเลือกสีจากสมุดสีแพนโทน และเลือกฟอยล์สีทองเข้มจากตัวอย่างที่เรามีในโรงพิมพ์ ส่วนกระดาษก็จะเป็นกระดาษชานอ้อยสีขาว ซึ่งเราก็ใช้งานบ่อยกับหลายๆงาน เมื่อเลือกทุกอย่างลงตัว เราก็พิมพ์ตัวอย่างด้วยระบบดิจิทัลออกมาเป็นตัวอย่างที่เป็นขนาดเท่าจริงแล้วให้คุณไหมได้ลองจับถือดู ดูขนาดเมื่อถือขนาดจริง ดูขนาดตัวหนังสือที่พิมพ์ออกมาแล้วใหญ่หรือเล็กแค่ไหน เมื่อเห็นภาพจริงทั้งหมดแล้วก็ตกลงเริ่มพิมพ์

20220224164122_IMG_0009

เราใช้เวลาเตรียมแม่พิมพ์ทั้งสองชิ้นประมาณ 7 วัน เพราะขั้นตอนการทำแม่พิมพ์จะใช้เวลานานเกือบจะที่สุดของการพิมพ์ letterpress เมื่อได้แม่พิมพ์มาแล้วเราก็ทะยอยพิมพ์หมึกด้วยสีเทาอมเขียวตามค่าสีแพนโทนที่เลือกเสียก่อน ซึ่งการผสมสีตามสีแพนโทนค่อนข้างจะต้องใช้เวลาพอสมควร สีเขียวขี้ม้าเข้มๆแนวนี้ผสมยากกว่าที่คิด เราผสมครั้งแรกได้สีที่ไม่ใกล้เคียงเลย ช่างพิมพ์ต้องล้างสีทิ้งแล้วผสมใหม่อีกรอบ โดยรอบสองนี้ทำได้ใกล้เคียงมาก เพื่อตรวจด้วยสายตาแล้วแทบจะตรงเป๊ะกับในเล่มแพนโทน ขั้นตอนนี้พิมพ์การ์ดไม่กี่ใบ เราใช้เวลากับเครื่องพิมพ์และขั้นตอนการผสมสีรวมๆกันเกือบ 6 ชั่วโมง จะเรียกว่าเกือบเต็มวันก็ได้

20220224163830_IMG_0003

เมื่อทำสีแรกจบแล้วเราก็วางการ์ดตากไว้อย่างนั้น 1 วันเต็มๆเพื่อให้หมึกแห้งตัวสนิท เพราะขั้นตอนต่อไปคือการพิมพ์ด้วยฟอยล์สีทอง การพิมพ์ด้วยเทคนิคของฟอยล์จะเป็นเครื่องพิมพ์ที่ต้องใช้มือจับการ์ด ดังนั้นการ์ดต้องแห้งสนิทเพื่อไม่ให้เกิดการเปื้อนนั่นเอง เมื่อทำจบครบทุกชั้นตอนแล้วเราก็จะได้การ์ดตรงกับที่ออกแบบไว้ ซึ่งการ์ดตัวนี้ออกแบบมาแบบเรียบง่ายแต่ดูสวย ตัวหนังสือไม่มากเกินไป ทำให้การ์ดสวยงามมาก

เราถ่ายคลิปวิดีโอตอนพิมพ์การ์ดเอาไว้ด้วยซึ่งแต่ละขั้นตอนก็ไม่ได้ซับซ้อน การที่มีเครื่องพิมพ์ทุกตัวอยู่ในโรงงานทำให้เราควบคุมคุณภาพและเวลาได้ตามที่ต้องการ ปัญหาอะไรที่อาจจะเจอเราก็จะได้เจอและแก้ปัญหาได้ทันที หลังจากที่ส่งมอบการ์ดให้กับเจ้าภาพเรียบร้อยแล้วทางโรงพิมพ์ก็ขออนุญาตถ่ายรูปชิ้นงานเพื่อนำมาเขียนลงในเว็บด้วย และทางเจ้าภาพก็ยินดี ขอบคุณคุณไหมที่มาใช้บริการของเราครับ

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่3

เช้าวันใหม่ วันที่สามของทริปเป็นวันเดินทางกลับ เราไปหามื้อเช้ากินในตัวเมือง เป็นร้านกาแฟโบราณที่มีชื่อเสียง มีคนแวะกินค่อนข้างเยอะ นักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นมักแวะมากินมื้อเช้าที่นี่ ร้านโกกุ๊ก มีกาแฟใส่น้ำส้มด้วย จริงๆถ้าดูภาพแล้วน่าจะเรียกว่าเป็นน้ำส้มใส่กาแฟมากกว่า อาหารอื่นๆก็อร่อยได้มาตรฐาน เป็นมื้อเช้าราคาไม่แพงและอิ่มมาก

IMG_5251
IMG_5252

จากเมื่อวานที่เห็นมีคนพายเรือซับบอร์ดเล่นในแม่น้ำแคว มันดูไม่อันตราย น้ำไหลเอื่อยๆ ไม่มีเรือหางยาวซิ่ง ไม่มีเรือใหญ่ที่สร้างคลื่นน้ำรุนแรงแบบเจ้าพระยาในกรุงเทพ ก็เลยลองเล่นกันดูบ้าง ขอบฟ้าชอบกิจกรรมออกแรงทุกอย่าง ยิ่งได้พายซับบอร์ดในแม่น้ำใหญ่ขนาดนี้ยิ่งตื่นเต้น

IMG_5287
IMG_5276
IMG_5285

จบจากพายเรือ เราก็แวะเที่ยวตลาดย่านสะพานข้ามแม่น้ำ ซึ่งมันก็อยู่ในระแวกเดียวกันหมด เราเดินเล่น ถ่ายภาพกันสักพักก็กลับกรุงเทพ โดยรวมแล้วเที่ยวกาญจนบุรีรอบนี้ได้ประสบการณ์การเที่ยวที่เกินคาดหมายจริงๆ ตั้งแต่ได้ใกล้ชิดสัตว์มากๆในสวนสัตว์ ได้ดูพิพิธภัณฑ์คุณภาพ ได้เล่นไต่เชือกในป่า ได้พายเรือในแม่น้ำ และได้รู้ว่ากาญจนบุรีมีศักยภาพในการท่องเที่ยวมากจริงๆ

IMG_0533
IMG_0522

ขอปิดจบด้วยภาพที่ชอบ คือภาพพ่อแม่ที่ขอบฟ้าช่วยถ่ายให้ และแม่ก็อุตส่าห์ช่วยถ่ายภาพช่างภาพตัวน้อยให้ด้วย เป็นจังหวะที่ชอบที่สุดในทริปนี้

IMG_20220119_205724

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่1

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่2

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่2

IMG_0371

ตอนที่สอง เช้าวันใหม่เรายังคงเก็บภาพบางส่วนจากที่พักอีกนิด แสงเช้าเป็นแสงที่มีลักษณะสีสวย แสงไม่แรงเกินไป ถ่ายภาพแสงเช้าค่อนข้างได้สีสันสดใส หลายอย่างในชีวิตประจำวันจะดูดีขึ้นเมื่อถ่ายภาพตอนเช้าแดดไม่แรง และที่ไปของวันนี้คือ ถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟเลียบแนวภูเขา ซึ่งเป็นจุดที่สร้างยากมาก ทำให้คนงานที่ส่วนใหญ่เป็นเชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่2ต้องล้มหายตายจากไปจำนวนมาก และถ้ำกระแซก็ยังมีจุดชมวิวมองเห็นทางรถไฟสวยงาม มองเห็นแนวแม่น้ำไหลอยู่ข้างล่างดูสงบเย็น ส่วนในถ้ำก็มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่องค์หนึ่ง

GOPR1983

IMG_5245

IMG_0380
IMG_0388

GOPR1969

ออกจากเส้นทางรถไฟสายมรณะ เราก็เดินทางไปยังจุดที่มีรางรถไฟอีกจุดหนึ่งที่อยู่ในภูเขา เป็นการตัดช่องเขาเพื่อสร้างราง เจตนาคือการสร้างเพื่อหลบสายตาศัตรู เป็นเส้นทางที่ทหารญี่ปุ่นสร้าง ทหารฝรั่งที่บินทิ้งระเบิดก็หาไม่เจอ เพราะปกคลุมด้วยป่าหนาแน่น แรงงานที่ถูกเกณฑ์มาสร้างก็คือคนไทยและฝรั่งที่ถูกจับเป็นเชลย ทางรถไฟในช่องเขานี้สร้างและใช้งานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเชลยศึกชาวออสเตรเลียที่หลบหนีไปได้ก็มีความพยายามกลับมาสร้างอนุสาวรีย์เมื่อสงครามจบ มีการค้นหาตำแหน่งการก่อสร้างอยู่นาน และเมื่อพบแล้วก็มีการขอจัดตั้งอนุสาวรีย์ให้กับพื้นที่แห่งนี้ และทางจังหวัดกาญจนบุรีก็เรียกสถานที่แห่งนี้ว่า เขาช่องขาด เพราะลักษณะของพื้นที่มีการตัดเจาะภูเขาเป็นช่องเพื่อทำให้รถไฟวิ่งผ่านได้นั่นเอง

IMG_0451
IMG_0469
IMG_0464
IMG_0427

ออกจากเขาช่องขาดเราก็ไปเล่นกิจกรรมกลางแจ้งที่ Treetop เป็นการเล่นไต่เชือกไปตามเส้นทางในป่า มีจุดต้องปล่อยไหลยาวๆข้ามบ่อน้ำใหญ่สนุกมาก พ่อแม่ลูกเล่นพร้อมกันได้ ได้อยู่ในป่าอากาศสดชื่น การไต่เชือกเป็นการฝึกใช้สมาธิที่ดีเลย

มื้อเย็นเรากลับมากินแถวสะพานข้ามแม่น้ำแคว มีร้านอาหารจำนวนมากที่อยู่ในบริเวณนี้ เราเลือกกินร้านที่อยู่ริมน้ำ มีโต๊ะให้นั่งบนแพ มีอาการโคลงเครงนิดหน่อยแต่ก็พอทนได้ ราคาอาหารแถวนี้ก็ราคาระดับกรุงเทพ วิวแม่น้ำก็มีกิจกรรมทางน้ำให้ดู มีคนนั่งเรือเล่น พายเรือเล่น เป็นแม่น้ำที่ไหลไม่แรงดูน่าจะทำกิจกรรมต่างๆได้ไม่อันตราย

GOPR2023
IMG_0483

กลับที่พักอย่างหมดแรง วันนี้ได้เล่นสนุกมากโดยเฉพาะกิจกรรมไต่เชือกในป่า จบกาญจนบุรีวันที่2

ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1

เล่าเรื่องระบบสุริยะจักรวาล

เป็นคลิปที่ทำไว้นานแล้ว ก่อนจะมีโควิด เราพูดคุยกันเพื่อนบันทึกความรู้รอบตัวเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลเพื่อให้ลูกหลานของเราเองได้แวะมาฟัง

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่1

2022-01-21_11-38-20

ในความทรงจำเมื่อพูดถึงกาญจนบุรีก็จะนึกถึง แพลอยน้ำ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายมรณะ เขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกไทรโยค สังขละบุรี ซึ่งเป็นทริปกาญจนบุรีเมื่อสักยี่สิบปีก่อนที่ผมไปกาญฯเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเป็นการไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มถ่ายภาพ และผมก็นึกไม่ออกว่ากาญจนบุรีจะมีอะไรมากกว่านี้อีก

ในปี คศ 2022 ผมกับครอบครัวได้ไปเที่ยวที่กาญจนบุรีกัน รอบนี้เป็นการเลือกสถานที่เที่ยวโดยคุณภรรยา แต่ละที่ก็จะเน้นความสวยและเน้นให้ลูกได้เปิดหูเปิดตา เราออกจากกรุงเทพอย่างไม่รีบร้อน เพราะตั้งใจจะไปแบบค่อยๆเที่ยว จุดแรกเลือกไปสวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค  โดยจุดเด่นของที่นี่ก็คือมีการป้อนอาหารยีราฟจากในรถด้วย แค่นี้ก็เป็นประสบการณ์สุดยอดมากแล้วสำหรับทริปครอบครัว

GOPR1905

สวนสัตว์แห่งนี้เป็นแบบขับรถดู และมีส่วนเดินดูด้วย แต่การขับรถดูคือไฮไลท์ที่ต้องทำ เพราะเราจะได้ใกล้ชิดสัตว์และะได้ป้อนอาหารยีราฟ กวาง ม้าลาย และนกกระจอกเทศด้วย แต่เสือไม่ได้นะ มีให้ดูอย่างเดียวห้ามป้อนอาหาร โดยเราจะต้องซื้ออาหารที่ทางสวนสัตว์เตรียมไว้ให้เท่านั้น เข้าใจว่าเป็นการป้องกันอาหารปนเปื้อน หรือ สารเคมีตกค้างในแครอท เพราะทางสวนสัตว์ไม่รู้ว่าอาหารที่นักท่องเที่ยวซื้อเข้ามาเองจะมีที่มาจากไหน อันตรายหรือไม่ก็ไม่สามารถรู้ได้

GOPR1908

ใครจะไม่ขับรถตัวเองเข้าไป ก็จะมีรถบัสบริการ แต่รถบัสไม่มีแอร์ ต้องทนร้อนหน่อยนึง ข้อดี่ของรถบัสคือ หน้าต่างกว้าง ยีราฟจะมุดยื่นคอเข้าไปในรถได้เยอะ และกินอาหารจากมือเลย ประสบการณ์นี้หาไม่ได้ในกรุงเทพ พวกเราเลือกจะขับรถตัวเองเข้าไป รถฮอนด้าฟรีด กระจกก็ใหญ่กว่ารถเก๋งนิดหน่อย เราก็ไม่คิดว่าจะได้ดูยีราฟยื่นคอเข้ามาใกล้ๆระดับนี้ และในคลิปด้านล่างนี้คือที่สุดของการให้อาหาร

IMG_0074

นอกจากขับรถดูแล้ว เราก็ได้ดูโชว์ช้าง และ ได้เข้าไปให้อาหารในกรงนกด้วย สวนสัตว์ที่นี่ไม่ได้ใหญ่โต แต่กิจกรรมโดนใจเด็กมากๆ

IMG_0126
IMG_0010
IMG_0144

https://goo.gl/maps/SpbqEyzu2Yr3MbZW9

รอบบ่ายเราออกไปหาข้าวกิน เลือกร้านที่อยู่ใกล้ๆตัวเมือง เพราะเราจองที่พักไว้ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแควมากๆ ร้านอาหารคีรีมันตราสวยอลังการมากๆ เป็นร้านอาหารที่ตกแต่งสถานที่ได้ดูหรูหราใหญ่โต มีวิวภูเขาเป็นของตัวเอง มุมแสงแดดและการเลือกจัดผังของสวนทำได้สวยมาก แม้แต่ช่างภาพก็ตื่นเต้นที่ได้เห็น เชื่อว่าทุกคนที่แวะกินข้าวที่นี่จะต้องเดินถ่ายรูปต่อจากกินข้าวแน่นอน

IMG_0250
IMG_0244
IMG_0230
IMG_0181

ตอนเย็นเราก็เข้าที่พัก ชื่อโรงแรมคือ อินจันทรี เป็นโรงแรมริมน้ำ วิวโค้งน้ำของแม่น้ำแควทำให้อยากนั่งกินอะไรก็ได้ในร้านอาหารของโรงแรม ตั้งแต่แสงแดดยามเย็นที่ส่องแสงสีทอง ชวนให้อยากนั่งดูนานๆ บางมุมก็ยิ่งสวยเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว

IMG_0333
IMG_0337

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่2

รีวิว หูฟัง Hifiman Re400a

หูฟัง Hifiman Re400a เป็นหูฟังที่ออกมาภายหลังจากที่ Re400 ทำตลาดมาระยะหนึ่ง เนื่องจาก Re400 เป็นหูฟังที่เน้นการฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลงโดยเฉพาะ ส่วน Re400a เป็นหูฟังที่มีส่วนของไมโครโฟนด้วย คงตั้งใจทำออกมาให้ใช้กับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ android เป็นหลัก โดยใช้ขั้วต่อแจ๊คชนิด Trrs ซึ่งเป็นแจ๊ค 3.5 มม. ที่มีขีดดำ 3 ขีด หรือ มีขั้วเชื่อมต่อทางไฟฟ้า 4 ขั้วนั่นเอง ส่วนฝั่ง iphone ก็จะมีรุ่น Re400i ออกมาด้วยเช่นกัน

ระบบการฟังเพลงในยุคปี 2022 กระแสหลักคือการฟังผ่านสมาร์ทโฟน หูฟังไร้สาย และหูฟังที่ต้องเสียบกับโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการฟังเพลงไปแล้ว และแหล่งโปรแกรมก็จะเป็นบริการ streaming จากหลายๆยี่ห้อ หูฟังที่ถูกทำขายในตลาดใหญ่ๆจะต้องรองรับการใช้งานกับโทรศัพท์เต็มรูปแบบ

20220111174222_IMG_0773

Hifiman Re400a เป็นหูฟังชนิด inear ในกล่องจะมีอุปกรณ์แถมมาจำนวนมาก นั่นคือมี จุกยางสำหรับเปลี่ยนขนาดให้พอดีกับหูของผู้ใช้ ในกล่องมีจุกยางจำนวน 7 คู่ รวมกับที่ติดมากับหูฟังด้วยอีก 1 รวมเป็น 8 คู่ ซึ่งจุกยางที่ติดมาจากโรงงานจะเป็นจุกยางสีดำ นอกจากนี้ยังแถมซองใส่หูฟังหรือกระเป๋าใส่หูฟัง ที่เป็นเหมือนกระเป๋าขนาดเล็กๆ รูปร่างกลม ขึ้นรูปเป็นทรงค่อนข้างแข็ง

20220111174249_IMG_0774

พอสินค้าตัวนี้มาถึงผม ก็ทดลองฟังทันที โดยหยิบหูฟังแกะออกจากกล่อง แล้วลองฟังเลย คุณภาพเสียงที่ได้ยินก็ตรงกับที่คาดไว้เหมือนเมื่อครั้งที่ทดลองฟังกับ Re400 รุ่นที่ยังไม่มีไมโครโฟน นั่นคือ เสียงไม่ได้เรื่องเมื่อฟังผ่านจุกยางสีดำที่ติดมาจากโรงงาน ผมก็ไม่รอช้า ลองเปลี่ยนทันที โดยเลือกเอาจากจุกยางอีก 7 คู่ที่มีให้ ผมรู้สึกว่าถ้าใช้จุกยางเล็กเกินไปเสียงเบสจะบาง ถ้าใช้จุกยางใหญ่เกินไปเบสจะหนาและทำให้กลางแหลมทึบ ส่วนจุกยางที่มีความยาวจะทำให้ตัวส่งเสียงถูกวางตัวห่างจากรูหูมากกว่าปกติก็จะทำให้เบสบางและเสียงกลางแหลมหดหาย ดังนั้นการเลือกจุกยากที่เหมาะกับรูปร่างของหูเราเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ลองทดลองเปลี่่ยนให้ครบทั้ง7 คู่เพื่อหาเสียงที่ชอบที่สุด

20220216110128_IMG_0649

ผมเลือกเปลื่ยนจากจุกยางสีดำที่ติดมาจากโรงงานเป็นจุกสีขาวที่ขนาดเล็กที่สุดในกลุ่ม ผลการทดลองฟังได้บาลานซ์เสียงที่พอใจแล้ว ก็เลยเลือกจุกขาวคู่นี้เป็นหลักและใช้งานตั้งแต่วันที่ได้มา ระยะเวลาใช้บ้างไม่ใช้บ้างประมาณสองสัปดาห์ ผมก็เริ่มฟังอย่างจริงจัง

20220216110401_IMG_0654

Specification

Frequency Response : 15Hz-22KHz
Sensitivity : 102dB
Impedance : 32 Ohms+/- 3.2
Weight : 13.5g ( 0.47Oz )
Plug : 3.5mm
Maximum Input : 30mW

คุณภาพเสียง

re400a เป็นหูฟังอินเอียร์ ที่ให้ความสมดุลย์ของเสียงที่ดี ใช้เป็นตัวมอนิเตอร์ในการบันทึกเสียงพูดคุยต่างๆได้ดีเยี่ยม การถ่ายทอดเสียงในการฟังเพลงทำได้น่าฟัง เสียงกลางชัดมาก แต่ไม่ขึ้นขอบแหลมๆเสียดหู เสียงสูง เสียงเครื่องเคาะต่างๆทำได้เป็นธรรมชาติน่าฟัง ประกายแหลมที่ดังขึ้นแล้วค่อยๆจางไปทำได้ดีไม่รำคาญหู เสียงเบสก็มีให้ได้ยินเพียงพอ เสียงโซโล่เบส ก็ชัดเจนและมีความคม แน่น ไม่ยาน ไม่ล้น การเลือกจุกยางจะมีผลกับเสียงเบสชัดเจน เมื่อเลือกได้จุกที่ชอบแล้ว ก็ทำให้เราฟังเพลงต่างๆได้เพลิดเพลินมาก เสียงกลางที่ชัดเหมือนลำโพงบ้านทำให้เราถูกใจ เพราะมันเป็นแนวทางของเครื่องเสียงบ้านคุณภาพดี ส่วนการนำไปใช้คุยโทรศัพท์ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา คู่สนทนาน่าจะได้ยินเสียงที่เราพูดลงไปได้ชัดเจน เพราะใช้คุยไปกับหลายคน ทุกคนก็ไม่มีใครบ่นว่าเสียงเบาหรือเสียงบี้แบน แสดงว่าไมค์รับเสียงทำงานได้ปกติ

20220111174608_IMG_0779

จุดด้อยที่พบคือ หูฟังมีขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถส่งเสียงย่านต่ำพิเศษได้ เสียงกลองตัวใหญ่ๆความถี่ต่ำมากๆในบางเพลงเราจะไม่ได้ยินเลย ผมรู้สึกได้ชัดกับเพลงของ Rachael Yamagata อัลบั้ม Acoustic Happenstance – 2016 ในเพลง Paper doll ให้ลองฟังนาทีที่ 2.20 เป็นต้นไป ดนตรีจะมีเสียงกลองที่ต่ำลึกมากๆ หูฟังเล็ก หูฟังยัดหูทุกตัวที่ผมมีแทบจะไม่ได้ยินเลย แต่จังหวะกลองมันมีอยู่ เพราะผมฟังผ่านหูฟังครอบหูไดรเวอร์ใหญ่ๆจะได้ยินชัดเจน หูฟังที่ได้ยินชัดก็อย่างเช่น Akg K701 หรือหูฟังออนเอียร์อย่าง Audio Technica Ath-250M ที่ใช้ไดรเวอร์ขนาด 40มม. ก็ได้ยินแต่น้อยลงกว่า K701 เล็กน้อย หรืออย่างหูฟังอย่าง Koss Ksc35 ก็ได้ยินเสียงต่ำลึกแผ่วๆ ซึ่งการที่เราฟังผ่านหูฟังอินเอียตัวเล็กๆไดรเวอร์เท่าเม็ดถั่วแบบนี้ การไม่ได้ยินเสียงความถี่ต่ำลึกก็คงเป็นข้อจำกัดทางกายภาพของหูฟังที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สรุป

หูฟัง Hifiman Re400a เป็นหูฟังที่ออกมาเพื่อทำงานเหมือน Re400 แต่เพิ่มความสามารถเรื่องไมโครโฟนเข้ามาเพื่อให้ใช้กับโทรศัพท์มือถือ สามารถใช้สื่อสารพูดคุยได้ คุณภาพเสียงเหมือน Re400 มาก ใครเคยใช้งาน Re400 แล้วอยากให้มันมีไมค์เพื่อใช้คุยโทรศัพท์ไปด้วยเลยก็จะสมหวังกับ Re400a ตัวนี้แล้ว น้ำเสียงแนวเดียวกับลำโพงบ้านชั้นดี เป็นหูฟังให้เสียงดีที่สามารถใช้ฟังเพลงใช้ติดตัวไปกับโทรศัพท์ได้ทุกวัน ราคาพันต้นๆนับว่าเป็นราคาที่ชักชวนให้เสียเงินจริงๆ

หากสนใจซื้อ คลิกลิงค์นี้ครับ https://shope.ee/A9qoN3hNwg

ภาพที่ขายได้

Screen Shot 2565-02-11 at 08.57.18

ภาพนี้เป็นภาพลูกของผมตอนที่ไปเที่ยวเมือง nikko ประเทศญี่ปุ่น ตอนนั้นผมพกกล้องไปตัวเดียวคือ eos m รุ่น1 ติดเลนส์ตัวเดียวตลอดทริปคือเลนส์ 22f2 การเดินทางที่ญี่ปุ่นกับลูกเล็กวัย 3 ขวบ เป็นการเดินทางที่ต้องเตรียมรถเข็น เตรียมอุปกรณ์ของเด็กพอสมควร พ่อกับแม่ต้องช่วยกันยก ช่วยกันอุ้มในหลายสถานการณ์เพราะการเดินทางหลักๆของทริปคือรถไฟ

เลนส์ 22f2 ผมใช้ค่ารูรับแสงที่ f2 ตลอดทริปเลย เพราะต้องการความชัดตื้นที่ละลายหลังให้เบลอดูสวยงาม และต้องการให้มันรองรับสถานการณ์แสงได้ดีหลากหลายสถานที่ และส่วนมากเราก็จะถ่ายภาพในอาคาร ในที่ร่ม การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมาก

กล้อง eos m เป็นกล้องที่มีหน้าจอด้านหลังระบบสัมผัส สามารถใช้มือแตะเพื่อให้กล้องทำการโฟกัสและลั่นชัตเตอร์ได้ด้วย มันทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานบางโอกาส เช่นโอกาสเด็กกำลังสนใจกับภาพในจอ มีแสงตอนเช้าเข้ามาทางหน้าต่าง แสงหน้าต่างมักจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกับภาพถ่ายเสมอ ผมเห็นองค์ประกอบนี้ก็รีบหยิบกล้องมากดเปิดกล้องแล้วแตะโฟกัสเพื่อถ่ายเลย แล้วเราก็เก็บวินาทีสวยๆได้ตามที่ตาเห็น ทั้งทริปผมแทบจะไม่ได้ปิดฝาหน้าเลนส์เลย เพราะอยากให้กล้องพร้อมใช้ตลอดเวลา แม้ว่าเลนส์อาจจะเสี่ยงต่อการเสียหายหรือเป็นรอยขีดข่วนบ้าง แต่ผมก็ใช้วิธีติด Hood เหล็กไว้ที่เลนส์ ทำหน้าที่เป็นที่บังแสง และเป็นกันชนให้กับเลนสได้ระดับนึง ภาพลูกผมฝากขายในเว็บ Eyeem.com ครับ

IMG_0338