present by wtc






















การใช้รูปประกอบบทความเป็นสิ่งที่ทำให้บทความน่าอ่าน wordpress สามารถใส่ภาพได้ง่าย และเก็บภาพเหล่านั้นไว้ในระบบได้ ข้อดีคือทุกอย่างอยู่ในระบบเดียวกัน แต่ข้อเสียคือ หากเราเขียนอย่างต่อเนื่องหลายปี บทความและรูปจะเยอะมาก และทำให้พื้นที่ใน wordpress เต็มได้ง่าย เพราะ wordpress แบบฟรี จะมีพื้นที่จำกัด ส่วนแบบจ่ายเงินก็จะได้พื้นที่เก็บข้อมูลเยอะขึ้น ยิ่งจ่ายต่อปีแพงขึ้นก็ยิ่งได้พื้นที่มากขึ้น การเขียนบทความที่ยาวนาน มีเนื้อหาจำนวนมาก ภาพประกอบก็จะมากตามไปด้วยทำให้การแบ็คอัพก็จะทำยากขึ้น นานขึ้น
การหาที่เก็บภาพแบบ online แล้วนำไปใช้ใน wordpress จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราประหยัดพื้นที่ใน wordpress ได้ และเรายังคงได้ใช้ความสามารถของระบบเก็บภาพเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้อีกด้วย อย่างเช่น เราอาจจะมีเว็บไซต์หลายเว็บ และหลายเว็บใช้คลังภาพเดียวกัน การแยกคลังภาพไปเก็บไว้ต่างหากนอก wordpress ก็เป็นสิ่งที่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการใช้งานหลายวัตถุประสงค์
แนะนำการใช้คลังภาพเป็นระบบของ flickr เพราะว่าเป็นระบบการเก็บภาพที่พัฒนามายาวนานมาก มีการจัดระเบียบ หมวดหมู่ สามารถสั่งให้เรียงลำดับตามวันเวลาที่บันทึกภาพก็ได้ หรือ เรียงลำดับตามวันที่อัพโหลดเข้า flickr ก็ได้ ความยืดหยุ่นในการจัดเรียงไฟล์ภาพทำให้เราสามารถย้อนดู หรือ ย้อนหาภาพที่ต้องการได้เร็วมากหากเราจำเหตุการณ์หรือวันเวลาที่ต้องการย้อนไปดูได้ การหาภาพในคลังของ flickr เราจะใช้เวลาไม่นานเพื่อเข้าถึงภาพนั้น และ flickr ยังมีความสามารถในการนำภาพออกไปแชร์ได้หลายรูปแบบ ซึ่งดีกว่า google photo ดีกว่าเก็บไว้ใน cloud ระบบอื่นๆ เพราะ cloud ของ flickr ออกแบบให้บริหารจัดการภาพได้ดีกว่ายี่ห้ออื่น
การส่งรูปภาพเข้า flickr สามารถทำได้ทีละหลายร้อยรูป และทุกรูปมีความละเอียดสูงเท่าต้นฉบับ flickr จึงเป็นแหล่งแบ็คอัพหรือคลังเก็บภาพที่ดีมาก แถมยังสามารถจัดกลุ่มแยกเป็นอัลบั้มได้อิสระ ตั้งค่าให้แต่ละภาพเป็น private หรือ public ได้ด้วย ต่อให้เราไม่ทำเว็บไซต์ เราก็ยังสามารถใช้ flickr เป็นที่เก็บภาพบนอินเทอเน็ตได้ ถือว่าเป็นเว็บเก็บภาพที่ทรงพลังมาก ในตอนที่ผมเริ่มเขียนบทความก็ได้ทดลองใช้ระบบเก็บภาพบางแห่ง และสุดท้ายก็ต้องเลิกใช้ในที่สุดเนื่องจากระบบนั้นปิดตัวเองลง การเลือก cloud เพื่อเก็บข้อมูลก็จะมีความเสี่ยงอยู่ในเรื่องเหล่านี้ การเลือกระบบที่ชำนาญเรื่องภาพถ่ายและอยู่มายาวนานก็เป็นวิธีคิดที่ถูกต้องที่สุด
แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังคงต้องมีแบ็คอัพรูปภาพทั้งหมดเอาไว้ในบ้านด้วย เราควรเลือกใช้ external harddisk สักตัวเพื่อเก็บภาพทุกภาพเอาไว้ถือเป็นช่องทางเก็บอีกระบบหนึ่ง ความแน่นอนที่สุดที่ไฟล์ภาพจะไม่หายคือการมีภาพนั้นไว้ในฮาร์ดดิสก์และวางฮาร์ดดิสก์ก้อนนั้นไว้ในบ้านและขณะเดียวกันไฟล์นี้ก็ต้องอัพโหลดเข้าไปอยู่ใน cloud ที่ดีด้วย เพื่อให้เราได้ใช้งานในการเขียนบทความและทำเว็บไซต์ สรุปสั้นๆก็คือไฟล์ที่เราอยากเก็บควรมีไว้ทั้งในฝั่ง online และ offline
การเขียน content ให้ต่อเนื่อง 10ปี และนำไปสู่การรวมเป็นเล่มหนังสือได้ถ้าอยากทำ
การเขียนเป็นการแสดงความคิดเห็น เป็นการบันทึกความคิดของเรา บ่งบอกว่าเรามองโลกอย่างไร มีทัศนคติอย่างไรในช่วงเวลาที่เราเขียน
การเขียนบทความที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเขียนให้ต่อเนื่องยาวนาน มีความสม่ำเสมอ จนกลายเป็นคลังความรู้เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่า มี 2 ปัจจัยที่จำเป็นคือ ข้อ1 ความหลงใหลในการเขียนต้องมีมากพอ และ ข้อ2 ต้องเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการเขียน
เครื่องมือการเขียนที่เหมาะสม ที่จะช่วยให้การเขียนเป็นไปอย่างง่ายดายก็คือ เครื่องมือที่ทำให้เราเขียนได้ง่าย บันทึกได้ง่าย และถ้าสามารถแสดงผลได้สวยงามบนทุกสายตายิ่งดี นั่นก็คือเครื่องมือออนไลน์ เพราะคนอ่านจะอ่านได้จากโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเบล็ต และการเขียนเป็นดิจิทัลไฟล์ในออนไลน์ยังง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ และง่ายต่อการรวบรวมไปทำเป็นเล่มอีกด้วย
การจดบันทึกลงเล่มไดอารี่หรือสมุดในอดีตเป็นจุดเริ่มต้นของการเขียน การเขียนจากสิ่งที่สังเกตุเห็น เขียนบันทึกความคิด เขียนเพื่อตอบคำถาม ต่างเป็นจุดที่ทำให้เกิดเป็นบทความ แต่การเขียนบนกระดาษ ก็จะมีข้อจำกัดคือ แก้ไขลำบาก ลายมือไม่คงที่ และนำไปเผยแพร่ลำบาก และส่วนมากไม่สวยในเวอร์ชั่นแรกที่เริ่มเขียน
การจดเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ใช้โปรแกรมไมโครซอร์ฟเวิร์ด ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ง่ายขึ้น เรียบเรียงง่าย พิมพ์ผิดก็แก้ไขง่าย แต่ก็จะยังคงเผยแพร่ไม่สะดวก ส่งให้คนอ่านเป็นร้อยเป็นพันไม่ได้ และหน้าตาก็ยังไม่น่าอ่าน ยังไม่รวมการจัดหมวดหมู่ที่ทำได้ยากอีกด้วย
การจดบันทึกบนระบบออนไลน์เป็นคำตอบที่ดีในปัจจุบัน เพราะจะทำให้เราสามารถเขียนจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ จะใช้โทรศัพท์มือถือก็ทำได้ถ้าชำนาญ แต่ก็ต้องคิดถึงระบบหรือแพล็ตฟอร์มที่เราเลือกเขียนด้วย การเลือกเขียนลงเฟสบุ๊คแม้จะมีพื้นที่การเขียนแบบยาวได้ แต่ก็จะมีข้อเสียก็คือ บทความของเราจะมีความเสี่ยงต่อการสูญหาย ย้อนกลับไปแก้ไขบทความเก่าลำบากมาก หรือ อาจหาไม่เจอ ในบางครั้งเราอาจโดนแฮ็คหรือขโมย account การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวเก็บข้อมูล จะมีความเสี่ยงต่อการโดนปิด โดนขโมย หรืออาจจะทะเลาะกับเจ้าของแพลตฟอร์มแล้วเราถูกปิด
เราจึงควรเขียนบทความลงเว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์มีความเป็นอิสระมากกว่า แต่เมื่อเปิดใช้งานแล้วก็จะปิดยากมาก เพราะกฏระเบียบทุกอย่างของเว็บไซต์เป็นของเราเอง เราจะไม่โดนรีพอร์ต จะไม่โดยแจ้งว่าน่ารำคาญ ต่อให้เราโกหกอะไรไว้ในเว็บของเราก็ไม่มีใครมาสั่งปิดได้ ขอเพียงแค่บทความไม่ผิดกฏหมาย ไม่ละเมิดสิทธิ์ของใคร บทความนั้นก็จะคงกระพัน อยู่บนเว็บไซต์รอคนเข้ามาอ่านแทบจะตลอดไป
การเขียนในเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้ระบบของ wordpress เพราะว่าเป็นเครื่องมือการทำ content ที่เหมาะกับการทำเป็นเว็บไซต์ ดังที่เราจะเห็นว่ามีสำนักข่าวจำนวนมากใช้ระบบของ wordpress ในการสร้างช่องทางในออนไลน์
การเขียนบทความใน wordpress มีข้อดีดังนี้
1 เขียนจากคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ที่เชื่อมต่อกับอินเทอเน็ต
2 เขียนจากโทรศัพท์มือถือก็ได้ ถ้าขยันพิมพ์ยาวๆด้วยโทรศัพท์ ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือเขียนได้
3 เราสามารถเลือกวิธี ส่งอีเมลแล้วไปโผล่เป็น content ใน wordpress ได้
4 wordpress มี theme จำนวนมากให้เลือก ใช้ เลือกหน้าตา เลือกเลย์เอ๊าท์สวยระดับมืออาชีพได้เลย
5 แต่ละโพสท์ที่เขียนใน wordpresss มีตัวนับยอดวิวแยกแต่ละโพสท์เลย โพสท์ไหนนิยมมากเราจะรู้
6 สามารถจัด category ได้อิสระ ใส่ tag หรือ keyword ได้ละเอียด จัดหมวดหมู่อัตโนมัติ
7 หน้าตาสวยงาม คนอื่นเข้ามาอ่านได้จากอินเทอเน็ต ไม่จำกัดแพลตฟอร์ม เหมาะกับเว็บสำนักข่าวและใช้เป็นเว็บรวมรวมความรู้ได้
8 สามารถแบ็คอัพได้ง่ายและสามารถนำไปขึ้นระบบอื่นได้ง่ายเช่นกัน บทความเราไม่ตายแน่นอน
9 สามารถปรับปรุงบทความได้ตลอดเวลา แม้เวลาหลายเดือนผ่านไปก็ยังกลับไปอัพเดทข้อมูลในบทความเก่าได้
10 การรวมเล่มทำได้ง่าย หากเรามีบทความยาวเกิน 10 บทความ ก็พร้อมจะทำเป็นเล่มแล้ว
11 ทุกบทความเป็นตัวหนังสือ ทุกคำคือคีย์เวิร์ด บางทีเราไม่ต้องใส่tag กูเกิ้ลก็ยังหาเราเจอ
12 มีการรวบรวมสถิติการเขียนบทความ เห็นอัตราการเจริญเติบโตอย่างเข้าใจง่าย ช่วยให้พัฒนาตัวเองได้
13 มีเครื่องมือที่ทันสมัย โลก online เราฮิตความสามารถอะไร wordpress จะมีซัพพอร์ต เสมอ
14 บทความใน wordpress สามารถนำไปแชร์ในโซเชียลมีเดียอื่นๆได้ง่าย
ภาพนี้เป็นภาพสมัยที่ลูกผมอายุ 3 ขวบ และบ้านเราก็หอบหิ้วกันไปเที่ยวญี่ปุ่น ลูกตัวเล็กน่ารัก กำลังนั่งมองการ์ตูนในแท็บเบล็ตที่เราพกไว้สำหรับใช้ถ่วงเวลา เวลาที่งอแงหรือกินอะไรยากเย็น แสงสว่างตอนเช้าส่องเข้าที่หน้าต่าง แดดยังไม่แรง ความสว่างในระยะเริ่มต้นวันใหม่กำลังสวย เลนส์ efm 22f2 เป็นเลนส์ที่ใช้อยู่บนกล้อง canon eos m1 ซึ่งเป็นกล้อง mirrorless รุ่นแรกของ canon
ผมถ่ายภาพนี้ด้วย setting แบบ jpg+raw และตั้งค่าการถ่ายเป็น Av f2 ตั้งค่าให้กล้องไม่ต้องชดเชยขอบมืด เพราะเจตนาอยากได้ภาพที่ขอบมืดเล็กน้อย กลางภาพสว่างจะดูเด่นขึ้น ส่วนค่า White balance ก็ตั้งไว้ที่ Auto ซึ่งกล้องก็ทำงานได้ภาพที่ดี รูรับแสง F2 ทำให้นายแบบดูคมชัดและด้านหลังที่เป็นกำแพงก็ดูเบลอไปเล็กน้อย ชัดตื้นระดับแค่คนชัดข้างหลังเบลอเป็นลักษณะภาพที่สวยและต้องการอุปกรณ์ที่ดีระดับหนึ่ง เพราะหากเป็นเลนส์ที่รูรับแสงไม่กว้างมากก็ยากที่จะได้ภาพที่มีความเบลอด้านหลังแบบนี้
ในตอนเดินทางเราพบเหตุการณ์อะไร มีอะไรน่าสนใจ เราก็ถ่ายภาพเก็บไว้เรื่อยๆตลอดทริป และทริปนี้ก็เป็นทริปที่ผมพกกล้องและเลนส์ไปตัวเดียว ชุดเดียวถ้วน ไม่มีสำรอง ไม่มีเลนส์เปลี่ยน เนื่องจากการเดินทางข้ามประเทศพร้อมลูกเล็กและรถเข็นเด็กก็ทำให้มีข้าวของพะรุงพะรัง ทำให้ไม่อยากพกอุปกรณ์กล้องไปเยอะ ผมไม่มีแม้แต่กล้องสำรอง คิดเพียงว่าถ้ากล้องพัง กล้องเสีย หรือ กล้องหาย ก็ซื้อใหม่ที่ญี่ปุ่นไปเลย
เมื่อกลับมาเมืองไทย และเวลาผ่านไปสักพัก ผมก็เปิดดูภาพชุดนี้อยู่เรื่อยๆ และหลายปีต่อมา ก็ทดลองเอามาปรับสีเล่นเพื่อให้ดูคล้ายๆกับแนวทางของช่างภาพเมืองฝรั่งดูบ้าง เพราะภาพแนวสตรีทหรือแนวชีวิตผู้คนก็มักจะมีโทนสีหม่นๆ หรือ อมเขียว อมฟ้าอย่างบอกไม่ถูก กำแพงห้องที่เป็นสีโทนขาว ในหนังอาร์ต หรือหนังฮอลีวู้ดบางเรื่องก็ถ่ายออกมาอมเขียวรุนแรงมาก ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราปรับโทนของภาพ ให้โทนขาวเทาดำมีความเจือปนสีเขียวเล็กน้อยจะเป็นอย่างไร ก็เลยออกมาเป็นภาพเหล่านี้
ภาพโทนอมฟ้าอมเขียวเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นตามกระแสกล้องฟิล์มที่ฮิตมากอย่างน่าประหลาดใจในช่วงหลายปีก่อน ฟิล์มที่ไม่มีคนสนใจเริ่มถูกซื้อไปถ่ายเล่น กล้องเก่าเริ่มขายดี ฟิล์มถ่ายภาพจากม้วนละไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท กลายเป็นสองร้อย สามร้อย และในปีนี้ คศ 2023 ฟิล์มสีม้วนละ 550 บาทไปแล้ว การลองย้อนไปถ่ายฟิล์มเพื่อให้ได้โทนสีแบบฟิล์มก็ดูจะเป็นเรื่องสิ้นเปลืองอยู่ไม่น้อย ดังนั้น ดิจิทัลที่นอนนิ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ก็ลองเอามารับเล่นดูดีกว่า เลยเกิดเป็นภาพอมเขียว อมฟ้า เล็กน้อยแบบนี้
โพสท์แบบ compare


หลักการของการสแกนฟิล์มในยุคดิจิทัลก็คือ ทำให้แสงส่องผ่านฟิล์ม แล้วเอากล้องดิจิทัลมาถ่ายภาพแผ่นฟิล์มนั้น จากนั้นก็ไปเข้าโปรแกรมปรับแต่ง ถ้าถ่ายภาพฟิล์มเน็กกาทีฟ ก็ต้องกลับสีให้เป็นโพสิทีฟเสียก่อน ถ้าสแกนฟิล์มขาวดำ ก็ต้องใช้การปรับ อินเวิต เพื่อกลับขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว และถ้าสแกนฟิล์มสไลด์ ก็ไม่ต้องกลับสีเลย แค่ปรับความสว่างอีกเล็กน้อยก็ได้ภาพที่ดีแล้ว
1สแกนฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัล
บริษัทแพนโทนเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญเรื่องสี และธุรกิจหลักในปัจจุบันก็คือการทำสมุดตัวอย่างสีหลากหลายมาตรฐานออกมาขาย ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้สีสันต่างก็ใช้สีอ้างอิงจากแพนโทน เช่นลูกค้าอยากได้สีน้ำเงินที่ตรงกับแพนโทน 2728C โรงงานผลิตก็จะไปผสมสีแบบนั้นมาผลิตให้โดยเทียบกับสีจากสมุดของแพนโทน ทำให้ได้สีที่ตรงความต้องการของนักออกแบบ การสื่อสารเรื่องสีได้รับการจัดระเบียบให้เข้าใจตรงกัน แพนโทนจึงโด่งดัง และสมุดสีของแพนโทนก็กลายเป็นสินค้าที่ใช้อ้างอิงในการทำงานเกี่ยวกับสี
โรงพิมพ์เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้สีที่หลากหลายตามคำสั่งผลิตจากลูกค้า เวลาลูกค้าออกแบบสิ่งพิมพ์ เลือกใช้สีในงานพิมพ์ ก็จะมีค่าสีระบุกำกับมาด้วย ค่าสีของแพนโทนในระบบการออกแบบในคอมพิวเตอร์ก็จะมีสารพัดสีให้เลือกใช้ โปรแกรมออกแบบ โปรแกรมจัดหน้าสิ่งพิมพ์ แม้แต่โปรแกรมการทำสไลด์พรีเซ็นเทชั่นก็ยังเลือกสีแพนโทนได้
แพนโทนเป็นเจ้าของระบบสีหลายชนิด และได้มีการขยายธุรกิจไปสู่การทำสินค้าของที่ระลึกด้วย เราจึงมีแก้วที่คาดด้วยสีแพนโทนใช้ สีสันสวยงาม แม้มันจะเป็นแค่แก้วทั่วไป แต่การที่มันมีสีที่ตรงกับมาตรฐานของแพนโทนก็ทำให้เรารู้สึกเชื่อมั่นในการใช้งานมาตรฐานสีของแพนโทนมายิ่งขึ้น มีแก้วนี้วางอยู่บนโต๊ะประชุม อย่างน้อยลูกค้าก็เชื่อว่าเรารู้จักแพนโทน เข้าใจวิธีการออกแบบและผลิตสีให้ตรงกับความต้องการ
วันก่อน คุณภรรยาเล่าให้ฟังว่าได้ยินเสียงแกรกๆๆๆๆๆ ที่หน้ารถตอนที่ลงจากรถแล้วมาเปิดประตูเข้าบ้าน ก็เลยไปยืนฟัง สังเกตว่าได้ยินเสียกแกรกๆที่ว่านั้นเป็นจังหวะ คือมีแล้วหาย ไม่ได้มีตลอด
รถซูซูกิ สวิฟท์ปี 2012 ใช้มา10ปีนิดๆแล้ว อาการเสื่อมของชิ้นส่วนน่าจะทะยอยมาทีละอย่าง และครั้งนี้ก็มาจากส่วนที่เป็นคอมเพรสเซอร์แอร์ เปิดฝากกระโปรงหาที่มาของเสียงก็พบว่าเป็นเสียงมาจากคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่ว่าแอร์ยังเย็นอยู่นั่นก็พอจะเดาได้ว่า คอมเพลสเซอร์ยังไม่เสีย แต่ตัวสั่งการคอมเพรสเซอร์หรือคลัทคอมแอร์คงมีปัญหา
แอร์รถยนต์จะทำงานตามการตั้งค่าอุณหภูมิ หากอากาศในรถร้อน แอร์จะทำงานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และเมื่ออุณหภูมิในห้องโดยสารเย็นลงถึงจุดที่ตั้งค่าไว้ คอมเพรสเซอร์แอร์จะหยุดทำงาน ตัวสั่งการให้หยุดทำงานคือคลัทคอมแอร์ หรือบางคนเรียกหน้าคลัท เมื่ออุณหภูมิในรถสูงขึ้นอีกเล็กน้อย คอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง และจะทำงานสลับหยุดไปเรื่อยๆตลอดการเดินทาง อาการเสียงที่พบจะได้ยินตอนที่คอมเพรสเซอร์หมุนแล้วเข้าสู่การหยุด เสียงแกรกๆๆๆๆ มาทุกครั้งที่คอมเพรสเซอร์เข้าสู่การหยุดหมุนตามในคลิป
ส่งคลิปให้เพื่อนในกลุ่มเฟสบุ๊คดู เพื่อนช่วยกันวิเคราะห์ว่าคลัทคอมแอร์มีปัญหา บางคนเรียกว่ามูเล่ย์คอมแอร์มีปัญหา ก็เลยมั่นใจแล้วว่าจะต้องเปลี่ยนชิ้นนี้ และสืบราคาในศูนย์และนอกศูนย์ก็พบว่ามีหลายราคามาก คลัทคอมแอร์สวิฟท์ 2012 ราคาใน lazada และ shopee ประมาณ 800-900 บาท ส่วนในศูนย์ไม่แจ้งราคา แต่บอกแค่ว่า คลัทกับคอมแอร์มาพร้อมกันไมไ่ด้แยกขาย ดังนั้นถ้าเปลียนในศูนย์จะโดนเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ด้วย ก็เลยตัดสินใจไม่เข้าศูนย์ ประกอบกับตามอ่านในเฟสบุ๊คพบว่าเพื่อนที่ใช้สวิฟท์แล้วเข้าศูนย์ซ่อมระบบแอร์ ส่วนมากจะจ่ายประมาณ 10000-17000 บาท ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเปลี่ยนอะไรบ้าง
แวะไปอู่เจ้าประจำแถวบ้าน ขับรถไปให้อู่ดู ทีมช่างในอู่แจ้งว่า หน้าคลัทคงมีปัญหา ต้องเปลี่ยนชิ้นนี้ และการเปลี่ยนจะต้องถอดคอมแอร์ออกมาด้วย ทำให้ต้องถ่ายน้ำยาแอร์เก่าออก และต้องเติมน้ำยาแอร์กลับเข้าไปใหม่รวมถึงต้องเติมน้ำมันคอมแอร์ด้วย จะมีค่าใช้จ่ายส่วนน้ำยาแอร์และน้ำมันเพิ่มเติม รวมทั้งหมดแล้วจะมีค่าใช้จ่าย 3500 บาท สุดท้ายผมตัดสินใจทำที่นี่ และทางอู่ใช้เวลา 3 ชม.
รับรถกลับมาบ้านแล้วก็ส่องไฟดู ก็พบว่าส่วนที่เปลี่ยนอะไหล่ไปแล้วทำงานได้ปกติ สภาพใหม่เอี่ยม ไม่มีเสียงแกรกๆๆๆอีก ตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าตกลงที่เปลี่ยน ผมเปลี่ยนคลัทคอมแอร์ หรือ เปลี่ยนมูเล่คอมแอร์ แล้วสองชิ้นนี้มันเหมือนกันไหม เริ่มสับสน
หากจะถ่ายวิดีโอในยุคสมัยปัจจุบัน เรามีทางเลือกมากมายในการเลือกใช้อุปกรณ์ ตั้งแต่การใช้กล้องวิดีโอรูปแบบคลาสิคตัวใหญ่ๆ ไปจนถึงการใช้กล้องถ่ายภาพดิจิทัลที่ส่วนมากก็มีระบบถ่ายวิดีโอให้มาด้วย และยังมีทางเลือกที่ใช้โทรศัพท์มือถือมาถ่ายวิดีโอก็สามารถทำได้ ทุกทางเลือกที่กล่าวมามีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างปะปนมาด้วย
กล้องวิดีโอทรงคลาสิคบางตัวต้องแบกขึ้นไหล่ บางตัวต้องใช้มือทั้งมือในการจับถือ บางตัวต้องถือสองมือ ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ข้อเสียที่เด่นชัดคือความใหญ่โตที่ดูไม่คล่องตัวเสียเลย นักท่องเที่ยวไม่สามารถพกกล้องวิดีโอติดตัวได้ตลอดเวลา เป็นภาระการเดินทางและเป็นภาระในการประกอบกล้องออกมาใช้งาน
ส่วนการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องดิจิทัลตัวหลักก็ให้คุณภาพของภาพได้สูงมาก แต่ก็จะไปติดกับข้อเสียบางอย่างคือ ขนาดมันยังใหญ่เกินไป และการใช้กล้องดิจิทัลตัวหลักมาถ่ายวิดีโอก็จะทำให้แบตหมดเร็วมากจะทำให้เสียโอกาสการถ่ายภาพนิ่ง ต่อให้เรามีกล้องดิจิทัลตัวหลักและตัวสำรองแยกกัน เราก็ยังไม่สามารถพกกล้องใหญ่ๆสองตัวเพื่อท่องเที่ยวผสมถ่ายภาพได้
ส่วนการถ่ายคลิปด้วยโทรศัพท์มือถือก็ได้รับความนิยมมาก สะดวก คล่องตัว ขนาดเล็กพอใส่กระเป๋าได้ แต่ก็จะมีผลเสียในด้านแบตเตอรี่ และมีโอกาสที่จะมีการถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือนต่างๆที่โซเชียลมีเดียในเครื่องนั้นทำงาน บางครั้งระหว่างถ่ายวิดีโอก็ดันมีสายโทรศัพท์เข้า หรือ sms เข้า ก็ทำให้การถ่ายถูกขัดจังหวะ น่ารำคาญและทำให้เราพลาดเหตุการณ์ที่เรากำลังถ่ายไปเลย ใช้ช่วงสั้นๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่หากจะถ่ายคลิปยาวก็อาจมีปัญหาเรื่องการขัดจังหวะ
ประมาณสองปีก่อนผมตัดสินใจจะหากล้องถ่ายวิดีโอเพิ่มสักตัว โดยที่ตัดสินใจระหว่างกล้องวิดีโอเต็มระบบ กับ กล้อง action camera ซึ่งในงบหมื่นกว่าบาท เราจะได้กล้อง action camera ที่ทันสมัยที่สุด แต่จะได้กล้องวิดีโอที่กระจอกที่สุด ซึ่งข้อนี้ผมคงต้องเลือก action camera และผมก็เลือก gopro 9 เข้ามาใช้งาน และทำให้ค้นพบเรื่องน่าสนใจหลายอย่าง และเชื่อว่าคิดถูกจริงๆที่เลือก ดังนี้
1 ขนาดเล็ก สามารถใส่กระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อ ได้ บางทียังอยู่ในกระเป๋าถือของผู้หญิงได้
2 เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่าย แบตหมดก็ทำให้เปลี่ยนแบตก้อนใหม่ได้เลย
3 ลงน้ำได้โดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่กล้องตัวอื่นทำไม่ได้
4 ความละเอียดในการบันทึกวิดีโอทำได้สูงมาก สามารถถ่ายวิดีโอ 4k 60fps ได้ ซึ่งกล้องวิดีโอหรือมือถือที่จะถ่ายภาพได้สเป็คนี้ต้องจ่ายกัน 2-3หมื่นบาท แถม gopro 9 ยังถ่ายความละเอียดระดับ 5k ได้ด้วย ซึ่งกล้องวิดีโอปกติและมือถือเกือบทุกตัวทำไม่ได้ แต่ระยะหลังมือถือบางตัวก็พัฒนาเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง
5 ระบบกันสั่นดีที่สุดในสามโลก แม้จะถือกล้องวิ่งไปถ่ายไป ภาพก็ยังไม่สั่น กล้องวิดีโอปกติ กล้องดิจิทัล หรือมือถือ หากอยากได้ความนิ่งระดับเทพเทียบเท่า gopro จะต้องซื้อไม้กั้นสั่นมาทำงานด้วย ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 3พันถึง3หมื่น ยิ่งกล้องหนักก็ยิ่งต้องใช้ไม้กันสั่นตัวใหญ่ ก็ยิ่งแพง
6 gopro 9 มีระบบรักษาเส้นขอบฟ้า ทำให้ภาพไม่เอียง เราสามารถถือกล้องได้ตามใจโดยที่ยังได้ภาพไม่สั่น ภาพไม่เอียง ตัวตึก หรือ เส้นเสาไฟฟ้าแนวตั้งยังคงตั้งตรง เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในกล้องตัวไหน มันทำได้ด้วยตัวมันเองไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเลย
7 gopro 9 มีจอภาพ 2 ด้าน ถ่ายคนอื่นเราดูจอหลัง ถ่ายตัวเองเราดูจอหน้า มีภาพให้ดูตลอดเวลา
8 สามารถอัดเกรดอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆได้ด้วย เช่นการเพิ่มไมค์ เพิ่มพอร์ตเชื่อมต่อสายเพื่อทำหน้าที่พิเศษอื่นๆ และราคาอุปกรณ์เสริมก็ไม่ถือว่าแพงมาก อย่างการอัพเกรดไมค์โครโฟนให้เป็นไมค์ shotgun ก็ทำได้ง่ายแค่ซื้อตัว media mod ราคาประมาณ3000บาท ได้การอัพเกรดแบบมือโปรเลย
และเมื่อเวลาผ่านไป gopro ก็พัฒนา gopro 10 gopro11 ออกมาขาย ทำให้รุ่น 9 ตกรุ่นไป 2 ครั้งแล้ว และนั่นก็ทำให้ราคาขายของ gopro 9 ถูกลงไปอย่างมาก จากราคา 16000 บาท ลงมาเหลือประมาณ 8-9 พันบาท เป็นราคาที่น่าใช้อย่างที่สุด โลกเราไม่เคยมีกล้องวิดีโอคุณภาพเทพในราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาทเลย มันเป็นสิ่งที่น่าซื้อที่สุดสำหรับคนอยากได้กล้องวิดีโอ
1 gopro 9 10 11 ใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ทุกตัว ใช้แบตขนาดเดียวกัน ใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกันได้ทั้งหมด เราลงทุนกับแบตเตอรี่สำหรับ gopro 9 กี่ก้อน มันยังนำไปใช้กับรุ่น 10 และ 11 ได้ในอนาคต
2 ราคา gopro 9 ในปีนี้ลดลงไปแล้ว 50% จากวันเปิดตัว
3 ความสามารถของ gopro 9 ยังอยู่ในระดับเทพ ยังไม่มีมือถือตัวไหนกันสั่นดีกว่า gopro 9 ยังไม่มีกล้องดิจิทัลตัวไหนมีกันสั่นดีกว่า gopro 9 ยังไม่มีกล้องวิดีโอตัวใหญ่ตัวไหนกันสั่นดีกว่า gopro 9
4 ลงน้ำได้โดยตรง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
5 ถ่ายคลิปยาวได้ไม่ตัด จนกว่าแบตจะหมด
gopro 10 11 ที่ออกมาทีหลังเป็นการพัฒนาในด้านความละเอียดเป็นหลัก หากดูในแง่การบันทึกเหตุการณ์ บันทึกกิจกรรมในครอบครัว ถ่ายเล่นใต้น้ำ เรายังคงใช้ 9 10 11 ก็ทำงานได้เหมือนกันทุกประการ
สเป็ค
ความละเอียดภาพถ่าย 20MP
ความละเอียด Video 5K30 + 4K60, Wide FOV
สามารถเชื่อมต่อ wifi และ bluetooth ผ่าน app
มีอุปกรณ์เสริมจำนวนมาก
การที่กล้อง gopro ลงน้ำได้โดยตรงมันทำให้เราสามารถถ่ายภาพได้สนุกมาก แถมยังมีลูกเล่นการถ่ายคลิปวิดีโอความละเอียดสูง แล้วเราค่อยเลือกเอาบางเสี้ยววินาทีในคลิปวิดีโอเลือกเซพออกมาเป็นภาพนิ่งได้ด้วย ภาพถ่ายใต้น้ำจากการกระโดดสระ เราเลือกเฟรมภาพที่สมบูรณ์ ไม่หลับตา จัดท่าทางสมดุลย์ แล้วก็เลือกจังหวะที่ดีที่สุดออกมาเป็นภาพนิ่ง แถมสีสันก็สวยมาก
ความเล็กของ gopro ทำให้เราสามารถติดกล้องบน hotshoe ของกล้องถ่ายภาพนิ่งได้ ผมใช้กล้อง DSLR ตัวใหญ่ในการถ่ายภาพกิจกรรมแล้วติด Gopro 9 ไว้ ระหว่างที่ถ่ายภาพนิ่ง ผมก็บันทึกคลิปวิดีโอไปด้วย ทำแบบนี้ผมจะได้ภาพการแข่งขันฟุตบอลของลูกเต็มแม็ท และได้ภาพนิ่งในจังหวะที่ผมเลือกถ่ายได้ จัดชุดองค์ประกอบแบบนี้เป็นคู่ผสมที่ลงตัวมากสำหรับคนที่อยากได้ภาพนิ่งสวยๆจากกล้องใหญ่ และอยากได้คลิปวิดีโอจาก gopro และที่สำคัญ ภาพจาก gopro ไม่เอียง ไม่สั่นเลย เพราะว่า gopro มีระบบป้องกันภาพเอียง
การเอา gopro มาถ่ายภาพนิ่งเป็นเรื่องง่ายดายมาก ภาพนิ่งจาก gopro 9 จะมีความละเอียด 20 ล้าน และให้การวัดแสงที่แม่นยำมาก สีสันก็สวยสด มันสวยสดจนสวยข้ามหน้าข้ามตากล้องตัวใหญ่อย่าง DSLR ไปเลย
ภาพนี้ผมนั่งอยู่บนรถเมล์ในไต้หวัน หยิบกล้องออกจากกางเกง แล้วยกไปถ่ายแม่ลูกที่นั่งแถวหลัง กล้องตัวเล็ก จัดเฟรมง่ายด้วยจอภาพด้านหน้ากล้อง แล้วก็ถ่ายภาพเลย เป็นความคล่องตัวที่ไม่มีคู่เทียบ ไม่มีกล้อง DSLR และ กล้องอื่นๆใดๆที่จะคล่องตัวและทำงานได้รวมเร็วเท่านี้อีกแล้ว แถมสภาพแสงที่อยู่ในรถกับด้านนอกก็เก็บมาได้ในระดับที่พอดี มันเป็นกล้องที่ให้ภาพเหมือนตาเห็นจริงๆ ทั้งกระบวนการผมทำด้วยมือเดียว เพราะอีกมือถือของอยู่
ภาพนี้คือภาพนิ่งที่เลือกจากภาพวิดีโอ ในวัดจีนมีคนเยอะมาก การจุดธูปในตะเกียงแล้วจะถือออกไปไหว้ก็เป็นจังหวะที่เกิดขึ้นไม่นาน แทบจะไม่มีเวลาหยิบกล้องตัวใหญ่มาถ่ายได้เลย ผมเลยใช้กล้อง gopro 9 ถ่ายเป็นคลิปความละเอียด 4k แล้วเลือกภาพนิ่งจากไฟล์วิดีโอแทน จะเห็นได้ว่า ถือกล้องตรงมาก เส้นสายในภาพแนวตั้งก็ตั้งตรงกับภาพตลอดเวลา นี่คือความสามารถของ gopro
gopro เป็นกล้องวิดีโอที่ลงน้ำได้โดยตรงทำให้เราสามารถถ่ายกิจกรรมตั้งแต่บนผิวน้ำแล้วต่อเนื่องลงไปใต้น้ำ เรื่องแบบนี้หากเป็นอุปกรณ์ชนิดอื่นเราจะไม่สามารถได้ภาพเลย
ภาพมุมกว้างพิเศษของ gopro 9 ให้มุมรับภาพกว้างมาก น่าจะกว้างกว่า 17mm บนกล้อง DSLR เสียอีก เวลาถ่ายภาพงานพิธีต่างๆด้วยกล้องตัวใหญ่ๆที่เน้นภาพคน ภาพเหตุการณ์ พอถึงบทจะถ่ายภาพหมู่ กล้องใหญ่ใช้เลนส์ที่ถ่ายคนสวยจะไม่สามารถเก็บภาพกว้างได้ gopro ที่เตรียมไปก็ได้ทำหน้าที่นี้
การมีจอภาพ 2 จอ มีจอหลังปกติสำหรับคนใช้งานกล้อง และมีจอหน้าสำหรับมอนิเตอร์ได้ สามารถดูภาพตัวเองได้จากด้านหน้ากล้องทำให้การถ่ายทำคลิปแนว Vlog เป็นเรื่องง่าย คนถือกล้อง คนพูดหน้ากล้อง ก็สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว และให้เฟรมภาพที่แม่นยำ ก็เพราะจอภาพ 2 ด้าน
ลูกเล่นการถ่ายแบบ timewarp เป็นระบบที่ gopro ให้มาด้วย เร่งภาพบางจังหวะเร็วๆ และผสมกับจังหวะความเร็วปกติ ทำให้ภาพดูน่าสนใจ สิ่งนี้ทำได้ตั้งแต่ตอนถ่ายเลย ลดเวลาการตัดต่อลงได้เยอะมาก แถมโปรแกรมตัดต่อที่แถมมากับ gopro ก็มีลูกเล่นการตัดต่อแบบกึ่งอัตโนมัติ แค่เลือกคลิปเลือก themeที่ชอบ แล้วก็รอซอร์ฟแวร์เรียงภาพตัดต่อให้อัตโนม้ติ ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ก็ประหยัดเวลากว่าการนั่งทำเองทั้งหมด
การถ่ายภาพแนว Time lapse ก็ทำให้เราได้ภาพที่ดูน่าตื่นเต้น ระบบการตั้งค่าสามารถเลือกได้ว่าจะให้กล้องเก็บภาพทุกกี่วินาที และเป็นเวลาต่อเนื่องนานเท่าที่เรากดถ่ายและกดหยุดด้วยตัวเอง ภาพเมฆและคลื่นน้ำในทะเลก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการถ่ายคลิปแนว Time lapse นี้
การถ่ายคลิปปกติด้วยเฟรมเรตประมาณ 200fps แล้วนำมาเล่นกลับแบบสโลโมชั่น 8 เท่า ก็สามารถทำได้ด้วย application ที่ชื่อว่า Quik
gopro9 ถ่ายภาพนิ่งได้สภาพแสงที่สมจริงเหมือนตาเห็น เทคโนโลยีเซ็นเซอร์รับภาพในยุคใหม่สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีมาก เก็บภาพชัดๆมาก่อนแล้วมาปรับโทนสีทีหลังได้ ภาพในโรงงานก็เป็นตัวอย่างที่ดี
สิ่งที่ผมอยากให้ gopro ปรับปรุงเพิ่มก็คือ
1 เพิ่มปุ่มชัตเตอร์ภาพนิ่ง ผมอยากได้กล้องที่ตอบสนองได้ไวเหมือนกล้องถ่ายภาพนิ่ง เพราะ gopro ช้าเกินไปสำหรับการถ่ายภาพนิ่ง หลายครั้งไม่แน่ใจว่าภาพนิ่งที่ถ่ายจะได้จังหวะตรงกับเหตุการณ์ที่ต้องการไหม อาจจะเพิ่มไว้ใน media mod ก็ได้ น่าจะไม่ยาก
2 อยากให้เพิ่มความสามารถในการชาร์จไร้สาย
หากใครสนใจเลือกซื้อ gopro ก็แนะนำรุ่น 9 นี่แหละ เพราะราคาถูกลงมามากแล้ว
สั่งซื้อ Gopro9 ได้ที่ https://s.lazada.co.th/s.QQ0Cz
powerbank สำหรับ Gopro Ulanzi BG-4
อัพเดท sep2023 ในเดือนกันยายน 2566 Gopro ออกรุ่น 12 ออกมาแล้ว มันมีลูกเล่นที่เพิ่มเติมหลายอย่างจนน่าใช้มาก หากสามารถเลือกซื้อรุ่นใหม่ได้ให้เลือก Gopro12 ไปเลย ส่วนใครที่ไม่อยากจ่ายแพง หาซื้อ Gopro9 ในราคาเคลียร์แลนซ์อย่างสุดๆอาจจะหาได้ต่ำยิ่งกว่าเดิม ซึ่งตั้งแต่รุ่น 9 10 11 12 ใช้แบตเตอรี่รุ่นเดียวกัน ใช้ mediamod ร่วมกันได้
ซื้อ Gopro12 ได้ที่นี่ https://s.lazada.co.th/s.PUc9i?cc
ไฮไลท์