เดินเล่นวัดโพธิ์บทเรียนของช่างภาพ

ประเทศไทยมีสถานที่สวยงามหลายอย่าง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทะเล และวัดวาอาราม หนึ่งในวัดที่สวยและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและช่างภาพก็คือวัดโพธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับวัดพระแก้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติที่แวะมาประเทศไทย มาชมวัดพระแก้วก็มักจะได้พ่วงการเดินเที่ยวในวัดโพธิ์ด้วย

ในกลุ่มนักถ่ายภาพ เวลาจะหัดถ่ายภาพในกรุงเทพ ในยุคสมัยของฟิล์มเราจะมีสถานที่แนะนำบอกต่อกันมาว่าให้ไป เยาวราช วัดพระแก้ว สวนลุม สยาม วัดโพธิ์ ภาพแนวศิลปะวัฒนธรรมที่ช่างภาพต้องเคยผ่านก็คือภาพในวัด และวัดโพธิ์ก็จะมีไฮไลท์เป็นมุมมหาชนคือภาพพระนอนขนาดยักษ์ที่เราถ่ายภาพได้แค่ส่วนหัวหรือส่วนเท้า การฝึกฝนการจัดองค์ประกอบโดยใช้วัดโพธิ์จะฝึกได้หลายท่าหลายเทคนิค กล้องและเลนส์ที่ใช้ถ้าจะให้ดีควรมีเลนส์มุมกว้างติดไปด้วยเป็นอย่างน้อย ใครใช้เลนส์ซูมก็จะมีโอกาสใช้เลนส์ได้ครบช่วงเพื่อความหลากหลายของภาพ

DSC03671

วัดโพธิ์ตั้งอยู่ที่ถนนสนามไชย ใกล้กับท่าเตียน ติดกับวัดพระแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวศิลปะวัฒนธรรม ผู้มาเยือนมักจะเดินดู เดินถ่ายรูป ถ้าจะมาเที่ยวแถวนี้หาที่จอดรถยากหน่อย จอดสนามหลวงก็พอได้ เดินไกลสัก 15 นาที ถ้าจอดริมถนนต้องดูให้ดีว่ามีเวลาห้ามจอดไหม วัดโพธิ์เป็นชื่อเรียกสั้นๆมาจากคำว่าวัดโพธาราม มีมานานแล้ว และถูกบูรณะครั้งแรกโดยรัชกาลที่1 ชื่อเต็มอย่างเป็นทางการก็คือ วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม รัชกาลที่3 บูรณะต่อจน เริ่มจดบันทึกลงบนแผ่นหินเกิดเป็นจารึกวัดโพธิ์ วัดแห่งนี้จึงกลายเป็นแหล่งรวมความรู้แห่งแรกอย่างเป็นทางการ เปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

DSC03691

ตุ๊กตาหินที่เห็นยืนตระหง่านโชว์ตัวอย่างสวยงามเป็นตุ๊กตาแกะสลักที่ใช้ช่างคนจีนทำขึ้น บางคนเข้าใจผิดเรียกว่าตัวอับเฉา ซึ่งตัวอับเฉาที่บอกต่อกันมาเป็นของที่ใช้แทรกเพื่อป้องกันสินค้าที่บรรทุกใส่เรือกลับมาจากประเทศจีน ตอนส่งออกเราส่งของไปขายสินค้าเต็มลำเรือ ขากลับเรือก็บรรทุกของเบากลับมา และเพื่อป้องกันความเสียหายก็เลยต้องหาของป้องกันใส่มาด้วยเพื่อบรรทุกกลับมา ซึ่งตัวอับเฉาจะเป็นตุ๊กตาหินตัวเล็กๆที่สามารถวางแทรกไประหว่างสินค้าต่างๆได้ และเมื่อมาถึงเมืองไทย ตุ๊กตาหินตัวเล็กทั้งหลายก็ถูกนำไปจัดสวน ตกแต่งบ้าน และถูกนำไปวางประดับวัดต่างๆในยุคสมัยรัชกาลที่ 3 ดังนั้นตุ๊กตาตัวใหญ่ๆที่ยืนเท่ห์อยู่ในวัดจะไม่ใช่ตัวอับเฉา ไม่ได้มีหน้าที่ถ่วงน้ำหนักเรือ

DSC03703

การหัดถ่ายภาพในยุคก่อนกล้องดิจิทัล สถานที่สวยงามในกรุงเทพก็คือวัดโพธิ์และวัดพระแก้ว ซึ่งวัดโพธิ์จะมีรายละเอียดที่เยอะกว่า มีกิจกรรมของพระสงฆ์เป็นปกติ ดังนั้นวัดโพธิ์จะเป็นจุดนัดพบของช่างภาพมือใหม่ เราจะพบช่างภาพแบกขาตั้งกล้องไปเดินวัดโพธิ์เยอะมากชนชินตา แต่ยุคดิจิทัลและยุคมือถือที่ถ่ายภาพสวย เราไม่ได้เห็นขาตั้งกล้องอีกแล้ว และนักท่องเที่ยวก็เยอะขึ้นมาก เยอะจนไม่สามารถจะหาที่วางขาตั้งกล้องในจุดสำคัญได้เลย

DSC03706
DSC03721

พระนอนองค์ใหญ่ เราถ่ายภาพได้แค่มุมที่เห็นหน้า กับ เห็นเท้า เป็นมุมมหาชนที่นักถ่ายภาพทุกยุคสมัยก็ถ่ายกันแต่มุมนี้ เพราะสถานที่มีแค่นี้ อาจจะต่างกันในเรื่องของสีสัน การจัดแสง และความใหม่เก่าของอาคารและองค์พระเท่านั้น มุมที่ใช้วัดความเข้าใจเรื่องการใช้เลนส์ก็คือ มุมที่ถ่ายจากปลายเท้าย้อนกลับไปยังเศียรพระ ใครถ่ายภาพเท้าชัดและเศียรพระชัดได้ในภาพเดียวกันแสดงว่ามีความเข้าใจเรื่องระยะชัดลึก และมีการเลือกใช้เลนส์อย่างถูกต้อง และมันก็ต้องใช้ชาตั้งกล้องด้วย วันนี้ผมมาด้วยกล้องพกพาตัวเล็ก ไม่ได้เอาขาตั้งกล้องติดตัวมา ก็ถ่ายไปแบบด่วนๆเร็วๆ เท้าชัดและหัวเบลอ เป็นเรื่องปกติของกล้อง และเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ของเทคนิคการถ่ายภาพที่ไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เพราะเราไม่สามารถใช้รูรับแสงแคบเพื่อเพิ่มระยะชัดลึกได้นั่นเอง

DSC03731

DSC03744

DSC03753

องค์พระขนาดใหญ่เป็นจุดสนใจของทุกคน ทำให้นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดแทบจะพลาดงานจิตรกรรมฝาผนัง ผมเหลือบดูแล้วก็รู้สึกที่งที่มีภาพวาดดูสวยงาม แต่จำนวนคนที่เยอะมากที่เดินอยู่ทำให้เราไม่สามารถหยุดยืนดูนานๆได้ ทุกคนมาไหว้พระองค์ใหญ่ ทุกคนมาเพื่อสัมผัสวัดโพธิ์ มาเพื่อถ่ายภาพมุมมหาชน และลืมที่จะใช้เวลากับฝาผนังไปเลย

DSC03764

DSC03783

DSC03792

DSC03799

ภาพพระพุทธรูปเรียงแถวถอดยาวไปตามทางเดินเป็นมุมมหาชนอีกมุมหนึ่ง ภาพนี้ถ่ายไม่ยาก แต่การจะถ่ายให้สวยต้องเลือกเวลา ผมไปวัดในตอนบ่ายก็ได้ภาพประมาณนี้ แต่ภาพที่ผมเคยชอบในมุมนี้จากการดูภาพของนักถ่ายภาพท่านอื่นผมชอบภาพที่มีแสงแดดส่องเฉียงเข้าไปในภาพ นั่นก็หมายความว่าถ้าเราอยากได้แสงแดดด้วย เราต้องมารอบเช้า เพราะแสงแดดจะส่องเข้าไปที่หน้าพระนั่นเอง วันหลังจะมาใหม่ในเวลาที่เช้ามีแสงแดด

DSC03804

จบทริปเดินเล่นวัดโพธิ์ด้วยการตรวจสอบชื่อเจ้าของรถและการเป็นเจ้าของทะเบียนกับกรมตำรวจด้วยการล๊อคล้อ ค่าตรวจสอบ 500 บาท เพราะการคืนรถหรือปลดล๊อค จะต้องตรวจสอบการเป็นเจ้าของรถเสียก่อน ดังนั้นทะเบียนรถคันนี้เป็นของเราคนเดียว ไม่ได้มีชื่ออื่นมาสวมแทน

IMG_20240810_165725

รีวิว Hifiman HE400se

ในยุคที่โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่มากกว่าแค่การใช้สื่อสาร หลายคนใช้โทรศัพท์ถ่ายรูป ใช้ฟังเพลง ใช้ดูหนัง สิ่งที่แถมมากับโทรศัพท์นอกจากที่ชาร์จแล้วก็มีหูฟัง คนส่วนใหญ่ในโลกจึงมีหูฟังติดตัวอยู่แล้วอย่างน้อยคนละ 1 เส้นหรือ 1 ชุด แม้ว่าระยะหลังโทรศัพท์บางยี่ห้อจะไม่แถมที่ชาร์จและหูฟัง แต่ผู้ใช้งานก็ยังคงดิ้นรนหาซื้อหูฟังมาใช้อยู่ดี

หูฟังแถมมากับโทรศัพท์ หรือ แม้แต่การซื้อเพิ่มเติมเองส่วนมากคนจะนิยมใช้หูฟังตัวเล็ก และโดยมากก็จะเป็นหูฟังชนิด in-ear หรือยัดเข้าไปในหูได้เลย รวมไปถึงบางคนก็ใช้หูฟังไร้สายขนาดเล็ก หรือ true wireless ทำให้ปัจจุบันหูฟังตัวใหญ่ขายได้น้อย แต่ก็ยังมีบางคนที่พยายามหาหูฟังตัวใหญ่มาใช้ นั่นเป็นเพราะหูฟังตัวใหญ่เสียงดีกว่าตัวเล็ก ตามธรรมชาติของการออกแบบ

พูดถึงหูฟังตัวใหญ่ เราจะพบว่าส่วนมากเป็นหูฟังแบบครอบหู มีสายคาดบนหัว หูฟังชนิดนี้ยังได้รับความนิยมในห้องบันทึกเสียง มักจะถูกใช้งานในระดับอาชีพ และพบได้บ่อยในกลุ่มของนักเล่นเกมส์ และพบในกลุ่มนักฟังเพลงจริงจัง การเลือกใช้หูฟังเพื่อฟังเพลง เราจะเรียกหูฟังครอบหูว่า Full size ซึ่งมีหลายยี่ห้อที่ผลิตออกมาขาย โดย Hifiman ก็เป็นหนึ่งในยี่ห้อเหล่านั้นที่ทำหูฟังขนาดใหญ่ขาย และรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้บริษัทก็คือหูฟังขนาดใหญ่หรือ Full size ที่ใช้ระบบการสร้างคลื่นเสียงแบบ Plana Magnetic

DSC03527

หูฟัง Hifiman HE400se เป็นหูฟังแบบ plana magnetic ที่อาศัยตะแกรงสนามแม่เหล็กช่วยขยับไดอะแฟลมเพื่อสร้างคลื่นเสียง หูฟังชนิดนี้จะมีจุดเด่นที่ความฉับไว ตอบสนองต่อสัญญาณไฟฟ้าได้รวดเร็ว และมักเป็นเทคนิคที่อยู่ในหูฟังระดับท๊อป หรือรุ่นสูงๆเท่านั้น แต่ HE400se เป็นหูฟังระดับล่างสุดของกลุ่ม Fullsize ราคาขายนับว่าถูกมาก

DSC03531

HE400se ตอบสนองความถี่ 20-20,000Hz มีความต้านทาน 25 โอห์ม ซึ่งถือว่าไม่สูงมาก แต่มีความไวหรือ Sensitivity เพียงแค่ 91dB ซึ่งค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับหูฟังทั่วไป เพราะหูฟังแถมหรือหูฟังขนาดเล็กมักจะมีความไวเกิน 100dB ไปเยอะ นั่นก็หมายความว่า HE400se เป็นหูฟังที่ให้เสียงค่อนข้างเบา ต้องใช้เครื่องเล่นเพลงที่มีพละกำลังที่มากพอถึงจะทำงานร่วมกันได้อย่างดี หากนำไปใช้กับเครื่องเล่นเพลงยุคเก่าอย่างipod หรือ วอล์คแมนโบราณ ก็อาจจะได้เสียงที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่กับเครื่องเล่นยุคใหม่ โทรศัพท์รุ่นใหม่หลายๆรุ่นก็ทำได้พอใช้ได้ ใช้กับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คสมัยใหม่ก็ทำงานได้ดี เพราะอุปกรณ์ยุคใหม่มักจะมีสเป็คที่สูงขึ้นมากและสามารถส่งกำลังไฟฟ้าออกมาได้มากกว่านั่นเอง

DSC03530

หูฟังออกแบบให้สามารถเปลี่ยนสายได้ ทำให้เรามีช่องทางในการอัพเกรดหากต้องการ สายหูฟังที่แถมมาเป็นสายขนาด 3.5มม. แบบ TRS หากนำไปใช้กับโทรศัพท์จะไม่มีไมโครโฟน ทำให้ใช้คุยโทรศัพท์ไม่ได้ แต่คนที่ใช้หูฟังตัวนี้กับโทรศัพท์เชื่อว่าเป็นคนที่ไม่ได้ต้องการคุยงานใดๆผ่านหูฟังตัวนี้อยู่แล้ว

20240807155626_IMG_2793

คุณภาพเสียง

ทดลองฟังเพลงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิดไฟล์ wav ด้วยโปรแกรม iTune ระบบ windows และต่อ external dac เข้ากับ แอมป์หูฟัง แล้วต่อออกมายัง HE400se กับอีกระบบหนึ่งที่เป็นแบบพกพาคือเล่นผ่านเครื่องเล่นเพลง Aune M1 ที่เป็น wav player สัญญาณเสียงต่อตรงเข้า HE400se

น้ำเสียงที่ฟังในนาทีแรกก็รับรู้ได้ถึงเสียงกลางที่ชัด เสียงเบสอิ่ม โดยเฉพาะเสียงเบสที่ห่อหุ้มเพลงทั้งเพลงไว้แสดงตัวได้เด่นชัดมาก จะเรียกว่าเบสหนาก็ได้ แต่เบสไม่กลบเสียงกลางเลย ยิ่งเป็นเพลงที่โซโล่เบสยิ่งน่าฟัง เบสที่ขึ้นไว กระชับ คึกคัก เป็นจุดเด่นของหูฟังตัวนี้เลย เพลงช้าก็ฟังอบอุ่น เพลงเร็วก็สนุก

ทุ้มกลางแหลมออกมาพอดีๆ แต่ละเพลงมีสมดุลย์เสียงที่น่าฟัง กลางที่ร้องชัดๆไม่ได้เด่นไปกว่าย่านเสียงอื่น เสียงกลองสแนร์ฟาดก็ได้ยินชัดโดยไม่มีอาการคมแข็งเลย ส่วนเสียงย่านสูงก็มีให้พอดี แต่ไม่ได้เด่นมาก ไม่ได้ใสกริ๊งแบบทอดประกายยาวๆ อาจจะรู้สึกเสียงย่านสูงประกายน้อยไปหน่อย

เสียงกลางที่ชัดและเบสที่ฉับไว ย่านสูงที่ไม่กัดหู ทำให้เพลงฟังสนุก ติดตามเนื้อเพลง ติดตามเสียงร้องได้อย่างเพลิดเพลิน เสียงหายใจ เสียงลูกคอยังไม่ชัดมากเท่ากับหูฟังอย่าง AKG K701 แต่ความอิ่มหนาของเสียงเพลงทำให้ฟังสนุกกว่า เปรียบเทียบแล้วก็เหมือนเอา K701 มาเติมซับวูฟเฟอร์

สไตล์เสียงของ HE400se เป็นสไตล์ลำโพงบ้านเสียงดี เราจะไม่ได้ยินเสียงแบบนี้จากลำโพงคอมพิวเตอร์ใดๆเลย และจะไม่ได้ยินเสียงแบบนี้กับลำโพงในชุดสเตอริโอระดับตลาดราคาประหยัดแน่นอน ลำโพงบ้านที่ให้น้ำเสียงโทนแบบนี้น่าจะมีราคาแพงระดับหลายหมื่นบาทและต้องใช้งานคู่กับแอมป์ที่ดีด้วย ซึ่งทั้งหมดนั้น HE400se ทำงานภายใต้เครื่องเสียงพกพาตัวเดียวก็ได้ มันเป็นความคุ้มค่ามากๆที่ค่าตัวเพียงสองพันกว่าบาทเมื่อรอจังหวะลดราคาแรงๆ แต่กลับให้เสียงที่ดีทัดเทียมกับชุดเครื่องเสียงบ้านหลักหมื่นได้ ราคาเต็มของหูฟังตัวอยู่นี้อยู่ที่ 99 ดอลล่าร์

DSC03538

หูฟังขนาดใหญ่ มีแรงบีบหัวค่อนข้างมาก ฟองน้ำหนาช่วยทำให้ไม่รู้สีกเจ็บ แต่ก็รู้สึกว่าบีบแน่นเกินไป ส่วนฟองน้ำจะหุ้มหนังเทียมเอาไว้ทำให้ส่วนที่สัมผัสกับหัวจะรู้สึกร้อนเมื่อใส่เป็นเวลานาน ความสบายในการใส่ยังถือว่าต่ำ แต่ก็ทนใส่ได้เพราะคุณภาพเสียงที่ดี

หูฟังตัวนี้ไม่ใช่หูฟังมอนิเตอร์ มันฟังเพลงอะไรก็เพราะ ถ้าจะใช้ทำมาสเตอร์หรือมอนิเตอร์การบันทึกเสียงที่เน้นเรื่องการปรับโทนเสียงให้ไพเราะจะไม่เหมาะเลย ควรไปใช้หูฟังที่จืดกว่านี้ หรือเปิดเผยมากกว่านี้ อย่างเช่นหูฟังแบบ AKG K701 ซึ่งจะเหมาะกับงานมากกว่า

สรุป

Hifiman HE400se เป็นหูฟัง Full size ที่ให้น้ำเสียงน่าฟัง เหมาะสำหรับการฟังเพลง ไม่เหมาะกับการเป็นมอนิเตอร์ในงานบันทึกเสียง เสียงทุ้มกลางแหลมที่พอดี เสียงมีความอิ่มปนหวาน เหมาะที่จะฟังเพลงป๊อป เพลงอคูสติก จริงๆต้องบอกว่าเหมาะกับการฟังเพลงแทบทุกประเภท โดยเฉพาะเพลงที่บันทึกเสียงเบสมาดีๆยิ่งทำให้เสียงเพราะขึ้น น้ำหนักค่อนข้างมากอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายหัวหากฟังนานๆหลายชั่วโมง ถ้าต้องเลือกตัวเดียวสำหรับการฟังเพลงเป็นหลัก เพิ่มการดูหนังบ้าง ตัวนี้ก็น่าเลือกที่สุด

ความสนุกกับการใช้กล้อง mirrorless ยุคใหม่ Sony ZV-1F

จากการฝึกฝนถ่ายรูปมาเกินกว่า 20 ปี กล้องตัวแรกที่ผมใช้เรียนรู้คือกล้องฟิล์ม ซึ่งในวันนั้นเราจะต้องศึกษาเรื่องการวัดแสง ต้องเรียนรู้คำว่าชดเชยแสง ต้องหัดโฟกัสให้ชัด ต้องวัดแสงพอดี ต้องระวังเรื่องความเร็วชัตเตอร์อย่าให้ต่ำเกินไป ต้องหัดใช้งานแฟลช ต้องเรียนรู้เรื่องการชดเชยแสงแฟลชด้วย และนอกเหนือไปจากความรู้ทางเทคนิคเหล่านี้แล้ว เรื่ององค์ประกอบภาพ ความสวยงามทางศิลปะก็ต้องเรียนรู้ด้วย

1719843686273-01
IMG_20240331_220409

ผ่านจากกล้องฟิล์ม ก็เข้าสู่ยุคของกล้องดิจิทัล ช่างภาพที่ฝึกฝนการใช้งานกล้องฟิล์มชนิด SLR มาอย่างจริงจัง ช่างภาพอาชีพที่รับงาน ต่างก็เพิ่มกล้องดิจิทัลอย่าง DSLR เข้าสู่การทำงาน กล้อง DSLR มีวิธีใช้และวิธีคิดเหมือนกล้องฟิล์ม ทักษะที่จำเป็นในการใช้งานกล้องดิจิทัลที่จริงจังก็ยังคงต้องเข้าใจการวัดแสง ชดเชยแสง เรายังคงต้องระวังการถ่ายภาพวัตถุสีขาว เพราะภาพอาจจะออกมามืดเกินไปเหมือนการถ่ายด้วยฟิล์ม ระวังเรื่องการถ่ายภาพย้อนแสง เพื่อไม่ให้ภาพมืดจากการวัดแสงผิดพลาด แต่กล้องดิจิทัลก็พัฒนาเร็วมาก เราสามารถตั้งค่า iso ได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ความไวชัตเตอร์สูงเพียงพอที่จะถ่ายภาพโดยไม่ให้ภาพสั่น เป็นข้อดีที่เด่นชัดมากเมื่อเทียบกับกล้องฟิล์มที่มีค่าความไวแสงของฟิล์มคงที่ ถ้าเราใช้ฟิล์มความไวแสงต่ำเพื่อความละเอียดของเนื้อภาพ ก็ต้องถ่ายแบบระวังกล้องสั่นจากความไวชัตเตอร์ที่อาจจะน้อยเกินไปตลอดทุกภาพ กล้องดิจิทัลที่ตั้งค่า iso ได้สูงมากทำให้เราจะสามารถถ่ายภาพได้เกือบจะไม่ผิดพลาดเลยหากเราเข้าใจวิธีการตั้งค่ากล้องถ่ายภาพและมีความรู้พื้นฐานอย่างถูกต้อง กล้องดิจิทัลยุคแรกทำความไวแสงไว้ไม่มากแต่ก็สูงเท่ากับฟิล์มไวแสงที่มากที่สุดแล้ว ขณะที่กล้องในยุคปัจจุบันสามารถตั้งค่าความไวแสงได้สูงทะลุฟ้า ซึ่งแทบจะทำให้ถ่ายภาพได้ทุกความสว่างที่ตาคนเราจะมองเห็นได้

DSC01602

เทคโนโยลีการโฟกัสภาพก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด การจับโฟกัสวัตถุแม่นยำ กล้องดิจิทัลในปัจจุบันรู้จักวัตถุต่างๆ สามารถโฟกัสติดตามได้แทบจะทุกสิ่งในโลก กล้องรู้จักตัวคน หน้าคน ดวงตาของคน บางรุ่นพัฒนาไปถึงรู้จักสัตว์ ดวงตาสัตว์ รู้จักวัตถุอย่างรถยนต์ จักรยาน ทุกสิ่งที่มีโอกาสถูกถ่ายภาพกล้องดิจิทัลจะมีความสามารถในการรับรู้ว่ามันกำลังถ่ายภาพวัตถุชนิดใดอยู่

1722432860704-01

มาถึงยุค Mirrorless ที่พัฒนาต่อจาก DSLR กล้องเริ่มมีความสามารถสูงขึ้นไปอีก สามารถถ่ายภาพวิดีโอได้อย่างดี ความสามารถของฮาร์ดแวร์ที่รับค่าแสงได้ทุกระดับ การประมวลผลที่ฉลาด ช่างภาพเริ่มไม่ต้องระวังการวัดแสงแล้ว เพราะกล้องมีความสามารถในการเก็บภาพได้ในทุกสภาพแสงที่ตาเห็น และที่น่าตื่นเต้นจนต้องบันทึกไว้ในโพสท์นี้ก็คือ การถ่ายภาพวัตถุสีขาวกล้องสามารถเข้าใจสีและให้ค่าการวัดแสงที่พอดีกับสีขาว ทำให้เราไม่ต้องชดเชยแสงอีกในตอนที่เราถ่ายภาพวัตถุสีอ่อน ดูภาพตัวอย่างที่เป็นถ้วยสีขาว อาหารในถ้วยเป็นสีขาว โต๊ะสีขาว ภาพเหล่านี้ปกติจะทำให้กล้องฟิล์มและกล้อง DSLR วัดแสงผิดมานักต่อนัก แต่กล้องรุ่นใหม่ แบบ Mirrorless กลับให้ค่าการวัดแสงที่พอดี

DSC01633

นอกจากจะไม่ถูกหลอกด้วยค่าความสว่างของสีขาวแล้ว เรื่องความเร็วชัตเตอร็ที่จะทำให้ภาพไม่สั่นก็ปรับสูงขึ้นโดยมีการตั้งค่า iso ให้อัตโนมัติ ความผิดพลาดในยุคของ mirrorless แทบจะเป็นศูนย์เลย มันจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของช่างภาพวัยเก๋าที่ผ่านการเรียนรู้มายาวนาน ตื่นเต้นเพราะต่อไปนี้แทบไม่ต้องระวังสิ่งที่จะทำให้ภาพมีคุณภาพต่ำแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาทำงานและตรวจสอบหลายๆๅเรื่องอย่างการตั้งค่าแสง ความไวชัตเตอร์ และรูรับแสงของเลนส์

ไม่ใช่แค่การเป็นกล้องยุคใหม่ แต่การออกแบบของ ZV-1F ยังเน้นไปที่การออกแบบให้เล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบา เลือกใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวเพื่อให้กล้องมีขนาดเล็กแต่ยังคงมีคุณภาพของภาพที่สูงลิบอยู่ การทำให้ช่างภาพรู้สึกว่ากล้องไม่เป็นภาระในการพกพา และไม่รู้สึกยุ่งยากในการหยิบออกมาถ่าย เหตุผลเหล่านี้จะทำให้กล้องถูกใช้งานได้บ่อย และทำให้ได้ภาพ ก็จะมีโอกาสเกิดเป็นภาพที่ดี

ระบบวิดีโอที่พัฒนามาอย่างดีทำให้ ZV-1F เป็นกล้องวิดีโอที่ให้คุณภาพสูงกว่าการถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือ กล้องสามารถโฟกัสติดตามวัตถุในภาพได้แม่นยำ มีระบบการวัดแสงที่ฉลาดและแน่นอน และปรับโทนสีภาพที่เลือกใช้ได้เหมือนภาพนิ่ง ทำให้เราได้ภาพวิดีโอที่พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องปรับแต่งสีในขั้นตอนการตัดต่อ ทำให้เจ้าของกล้องลดเวลาการทำงานลงได้ ผลคือจะทำให้มีคลิปไปใช้งานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

เคยมีคนพูดไว้ว่า กล้องที่ดีคือกล้องที่อยู่ในมือ ประโยคนี้เป็นจริงสำหรับช่างภาพทุกคน และกล้องตัวเล็กกระทัดรัดความสามารถสูงอย่าง ZV-1F ก็ทำให้ประโยคพูดนี้เป็นจริงยิ่งขึ้น เราแค่พกกล้องที่ถูกใจสักตัวออกไปทำงาน ไปเที่ยว ไปกิน ไปเปิดหูเปิดตา แล้วเราก็จะได้ภาพได้คลิปที่นำกลับมาใช้งานได้ จะเขียนบทความเป็น Blog หรือจะบันทึกคลิปทำ Vlog เครื่องมืออย่าง ZV-1F ก็ตอบสนองได้จริงๆ

dpp-IMG_9999

เปลี่ยนหลอดไฟเบรค ไฟท้าย Honda freed

ฮอนด้าฟรีดมีขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี คศ 2010 และผมก็ซื้อใช้ตั้งแต่ปีแรก ใช้ยาวจนถึงปีปัจจุบันก็ 14 ปีเต็มๆแล้ว นับว่าเป็นรถที่ตอบสนองการใช้งานได้ดี และค่อนข้างทน แต่ก็มีอาการเสียประจำรุ่นที่เป็นกันถ้วนหน้า 1 ในหลายอาการประจำรุ่นคือ น้ำเข้าโคมไฟด้านท้ายซึ่งจะทำให้หลอดไฟเสียได้ ผลก็คือไฟท้ายดับและไฟเบรคก็ดับตามไปด้วยเพราะอยู่ในหลอดเดียวกัน

หลอดไฟสำหรับใช้งานไฟท้าย และไฟเบรค ในฮอนด้าฟรีด ก็คือหลอดชนิด T20 แบบ 2 ไส้ จะเลือกซื้อเปลี่ยนด้วยหลอดไส้โบราณก็ได้ หรือจะใช้เป็น LED ก็ได้ แต่หลอด LED ที่ผมเจอมันไม่ค่อยทน การดับครั้งนี้เลยเลือกจะซื้อหลอดโบราณใส่รถ และก็ได้หลอดแบบนี้มาเปลี่ยน Osram T20 12v.

ซื้อที่นี่ https://s.shopee.co.th/4VIs3mC8fp

DSC03566

แต่ก่อนจะเปลี่ยนให้เราแก้ไขปัญหาน้ำเข้าโคมไฟก่อน สาเหตุคือ ฝนตกหนักแล้วน้ำเข้า รวมกับพลาสติกที่ล้อมรอบหลอดไฟมีอาการปริ แตก แรกๆก็แตกน้อยๆ หลังๆก็แตกเยอะขึ้น ทำให้หลอดไฟโดนน้ำ ผมเคยปิดรอยแตกด้วยเทปฟอยล์อย่างหนาไปแล้ว 1 ครั้ง แต่ครั้งนี้ รอยปริแตกมันเกิดใหม่และอยู่ตำแหน่งอื่น ก็เลยทำให้น้ำรั่วเข้าไปได้ง่ายขึ้น เราต้องถอดโคมไฟออกมาเทน้ำออกแล้วอุดรอยแตกก่อน แต่จะบอกข่าวร้ายให้ อุดไปก็แตกซ้ำได้ อุดทุกครั้งที่หลอดดับก็แล้วกัน

DSC03572

การแกะโคมไฟต้องใช้เครื่องมือ ผมใช้ประแจเบอร์ 8 ชื่อฝรั่งก็น่าจะเป็นคำว่า Socket Wrench หรือ Triangle Wrench เป็นของที่มีขายในออนไลน์ และมีในร้าน DIY มีในร้าน20บาทด้วย เมื่อไขน็อตสองตัวออกมาแล้ว ตัวโคมจะต้องดึงออกโดยมีเทคนิคนิดหน่อย ดังนี้คือ ห้ามดึงถอยหลังตรงๆ หรือ ห้ามดึงไปทางซ้าย แต่ต้องดึงไปทางทิศ 8 นาฬิกา โดยเทียบกับให้ด้านหน้ารถคือ 12 นาฬิกา ทางซ้ายคือ 9 นาฬิกา ย้ำว่าเราต้องดึงโคมไฟด้านซ้ายออกไปทาง 8 นาฬิกา ส่วนโคมไฟด้านขวาก็ดึงทาง 4 นาฬิกา ในโพสท์นี้เราคุยกันเรื่องโคมไฟท้ายด้านซ้าย

DSC03563
DSC03569

เมื่อถอดโคมได้แล้ว ก็จะเห็นจุดที่เป็นเทปกาว ซึ่งเป็นเทปกาวอันเก่าที่ผมปิดรอยร้าวเอาไว้

DSC03568

เวลาที่ผ่านไป รอยร้าวเกิดใหม่ก็ค่อยๆโผล่มา เทปกาวอันเก่ายังอยู่ แต่รอยร้าวอันใหม่มันเกิดอีกแนวหนึ่ง ครั้งนี้ก็ต้องอุดเพิ่ม ทำความสะอาด เช็ดฝุ่นออกให้หมด แล้วใช้เทปกาวฟอยล์ปิดลงไปอีกชั้น ผมปิดทับเทปกาวอันเก่าไปด้วยเลย ไม่แกะออก เทปกาวซื้อร้านเครื่องมือช่างหรือร้าน DIY ก็ได้ ผมได้มากล่องละ 20 บาท ในกล่องมีเทปกาวยาวประมาณ 1 เมตร ถ้าสะดวกออนไลน์ก็ลองลิงค์นี้ได้ https://s.shopee.co.th/4VIsaJSzag

DSC03575
DSC03571

ก่อนประกอบโคมกลับอย่าลืมเทน้ำออกก่อน บางคนก็หาโคมชิ้นใหม่มาใส่เลย บางคนใช้โคมของรถรุ่น Hybrid มาใส่ โดยหาจากร้านที่ขายอะไหล่หรือของแต่งญี่ปุ่น ลองหาตามสะดวก ผมคิดว่านานๆเปลี่ยนหลอดไฟสักทีก็ไม่ได้ลำบาก คันนี้อายุรถ14 ปี ผมเปลี่ยนหลอดไฟท้ายเองประมาณ 3 ครั้ง

ฮอนด้าฟรีดเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีขนาดเล็ก ขนของได้เยอะ มีประตูสไลด์ทั้งด้านซ้ายและขวา สามารถเปิดปิดประตูสไลด์ได้จากรีโมท เครื่องยนต์ 1500ซีซี แรงม้าเท่ากับรถอีโค่คาร์ทั่วไป ต่อภาษีปีละแปดร้อยกว่าบาท ยางรถยนต์สี่เส้นยี่ห้อกลางๆราคาประมาณ 6พันบาท นับว่าเป็นรถที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลไม่มาก มีเพื่อนร่วมถนนเยอะ มีคลับที่พูดคุยกันเรื่องรถที่ช่วยกันแก้ปัญหาช่วยกันแนะนำ ย้อนกลับไปอ่านรีวิวรถคันนี้ได้ที่นี่

ปุ่มกดเข้า bios และ bootmenu

ปุ่มกดเข้าสู่ bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ละยี่ห้อจะใช้ปุ่มไม่เหมือนกัน ลองดูตามตารางว่าเครื่องไหนใช้ปุ่มอะไร การเข้า bios มีหลายวัตถุประสงค์ แต่ส่วนมากจะเป็นการเข้าไปแก้ปัญหา เพราะถ้าไม่มีปัญหาเราจะไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนี้

เข้า BIOS


ASRock: F2 or DEL

ASUS: F2 for all PCs, F2 or DEL for Motherboards

Acer: F2 or DEL

Dell: F2 or F12

ECS: DEL

Gigabyte / Aorus: F2 or DEL

HP: F10

Lenovo (Consumer Laptops): F2 or Fn + F2

Lenovo (Desktops): F1

Lenovo (ThinkPads): Enter then F1.

MSI: DEL for motherboards and PCs

Microsoft Surface Tablets: Press and hold volume up button.

Origin PC: F2

Samsung: F2

Toshiba: F2

Zotac: DEL

เข้า Boot MENU

Acer: Del or F2
Asus: F9
Dell: F12
HP: Esc or F10
Lenovo: F1 or F2
Samsung: F2

ปลั๊กไฟ TESSAN ตัวเสียบตื้น น่าใช้มาก

ปลั๊กพ่วงแบบนี้ตามหามานานแล้ว จุดเด่นคือตัวเสียบแบบบาง สามารถใช้ในที่แคบ เสียบปลั๊กที่อยู่หลังตู้ได้ ลองใช้แล้วก็แน่นหนา แข็งแรงดี ไม่ได้ดูเป็นของที่พร้อมจะพัง สามารถเสียบปลั๊กบนตัวมันได้ 8 ช่อง เหมาะสำหรับอุปกรณ์ไอทีทั้งโต๊ะเลย มีช่อง usb-A และ usb-C ให้อีก ใช้ตามสะดวกเลย

  • Voltage Compatibility: 100~250V AC 50/60Hz
  • Power Rating: 1250W, 10A Max, 125V~
  • Item Dimensions: 7.13*6.3*1.65 in
  • Product Weight: 0.81 lb
  • USB-A output: 5V/2.4A per port
  • USB-C output: 5V/3A
  • Total USB output: DC 5V, 3A/15W in Total
  • Length of Cable: 5 Ft

สั่งซื้อได้ที่นี่ https://s.shopee.co.th/7006GlirL9

สั่งซื้อได้ที่นี่ https://s.shopee.co.th/7006GlirL9

เปรียบเทียบสัดส่วนคลิปวิดีโอจาก TCL 40nxtpaper

ภาพถ่ายจากอดีตถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ยุคฟิล์มจนถึงยุคกล้องดิจิทัล สัดส่วนภาพจะอยู่ที่ขนาด 2:3 เสมอ เพราะเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ฟิล์มถ่ายภาพจะมีขนาดภาพ 24x36mm เมื่อทำกล้องดิจิทัลในยุคใหม่ก็จะต้องมีสัดส่วนภาพ 2:3 ให้เลือกใช้ และเมื่ออัดภาพเป็นกระดาษ สมัยก่อนก็มีขนาดภาพ 4×6 นิ้ว เป็นขนาดมาตรฐานของร้านถ่ายรูป ในยุคสมัยดิจิทัล กระดาษพิมพ์ภาพถ่ายก็จะมีขนาดที่วางขายเป็น 4×6นิ้ว

แต่ก็มีบางภาพที่มีเนื้อหาในแนวกว้างมากกว่าแนวสูงค่อนข้างมาก อย่างเช่นภาพวิว ภาพแนวพาโนราม่าจึงเกิดขึ้น สัดส่วนภาพจะกว้างมาก ประกอบกับจอภาพคอมพิวเตอร์ก็มักจะมีสัดส่วนที่กว้าง ส่วนจอโทรศัพท์มือถือเมื่อพลิกเป็นแนวนอนก็จะมีความกว้างมาก สัดส่วนจะยาวขึ้นเรื่อยๆ มีความเป็นพาโนราม่ามากขึ้น ภาพทิวทัศน์ ภาพสถานที่ธรรมชาติ ก็มักจะดูสวยขึ้นหากลองจัดองค์ประกอบภาพแบบจอกว้าง ทำให้การถ่ายภาพพาโนราม่าได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนักถ่ายภาพ

ภาพพาโนราม่ามีสัดส่วนความสูงต่อความยาวหลายสัดส่วน สัดส่วนที่ดูสวยงามสำหรับผมคือ 1:2.7 หรือ เท่ากับสัดส่วนของภาพจากกล้อง xpan ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มที่ออกจำนายเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ตัวกล้องมีขนาดห้องฟิล์ม 24×65 mm ซึ่งเป็นสัดส่วนภาพจอกว้างแบบหนึ่งที่ดูสบายตา และดูเหมาะสมกับภาพนิ่ง แต่ในยุคสมัยของกล้องดิจิทัลเราก็มีระบบการถ่ายภาพพาโนราม่าในหลายสัดส่วน แต่ก็ยังไม่มีระบบที่ให้ภาพ 1:2.7 เสียที ยกเว้นกล้อง Fuji Gfx ที่มีสัดส่วน 65:24 หรือ 24:65 ให้เลือกใช้ตอนถ่ายภาพนิ่ง ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นเพราะในอดีต กล้อง xpan ก็คือกล้องที่ผลิตโดย Fuji นั่นเอง การมีสัดส่วน xpan ให้ใช้ในกล้องดิจิทัลยี่ห้อ Fuji จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็ไม่ได้มีในทุกรุ่น จะมีแค่รุ่นสูงระดับท๊อปเท่านั้นที่มี

DSC01165
ภาพพาโนราม่าสัดส่วน 24×65 หรือแบบ xpan ปรับจากกล้องดิจิทัลทั่วไปที่ให้ภาพ 2:3

ส่วนการถ่ายคลิปวิดีโอจะนิยมถ่ายทำแบบจอกว้างมานานแล้ว แต่โดยมากก็จะเป็นสัดส่วน 16:9 หรือ 1:1.77 ซึ่งยังไม่กว้างมากเมื่อเทียบกับภาพนิ่งแบบพาโนราม่า แต่ก็มีสัดส่วนอื่นๆที่เริ่มเป็นที่นิยมอย่างเช่น 1:2.3 กับ 1:2.39 ที่มักจะเจอในหนังที่ฉายในโรงภาพยนต์ ส่วนมากจะเป็นการตัดส่วนบนและส่วนล่างของภาพ เพื่อให้ภาพดูมีความยาวมากขึ้น หรือใช้อุปกรณ์เสริมอย่างเลนส์ anamorphic ที่เอาไว้ยืดภาพจากต้นฉบับ 4:3 ยืดจนเป็น 2.3:1 แต่การใช้อุปกรณ์เสริมช่วยนี้ก็จะทำให้เราต้องใช้โปรแกรมตัดต่อเพื่อแปลงคลิปวิดีโอให้ได้สัดส่วนที่ต้องการ นั่นคือต้องมีการทำงานเพิ่มเติมในส่วนของการใช้ซอร์ฟแวร์ตัดต่ออีกครั้งก่อนจะได้ไฟล์ที่ต้องการ

โทรศัพท์มือถือก็เริ่มมีสัดส่วนภาพวิดีโอแบบกว้างให้ใช้ และในปี 2024 โทรศัพท์บางรุ่นก็มีความสามารถถ่ายคลิปวิดีโอจอกว้างในสัดส่วนที่ถูกใจ นั่นคือ TCL รุ่น 40nxtpaper ที่ให้ภาพคลิปวิดีโอมุมกว้างแบบพาโนราม่า พื้นที่แสดงผลภาพมีสัดส่วนใกล้เคียง 1:2.7 นั่นก็ทำให้อนุมานได้ว่า เราสามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วยสัดส่วนภาพแบบเดียวกับกล้อง xpan ได้แล้ว แม้จะเป็นการคร็อปภาพด้านบนและล่างออกไปก็ยังถือว่าทำได้ดี เพราะเราได้ไฟล์ภาพที่มีสัดส่วนที่ต้องการจากการถ่ายคลิปเลย ไม่ต้องอาศัยโปรแกรมตัดต่อใดๆอีก

ภาพคลิปวิดีโอแบบภาพยนต์ที่ 40nxtpaper บันทึกให้

ถ้าระบบล่มจะขายของไหม

การไปกินอาหารนอกบ้านในยุคปัจจุบันจะมีทางเลือกเป็นร้านอาหารหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง ฟู้ดคอร์ท หรือ ร้านบุฟเฟ่ต์ ซึ่งในร้านบุฟเฟ่ต์ก็จะมีรายการอาหารจำนวนมากให้สั่ง ในอดีตการจดออเดอร์อาหารก็จะใช้พนักงานเดินมาฟังลูกค้าสั่ง แล้วก็จดลงกระดาษ ไปสั่งห้องครัวให้เตรียมของ แล้วเมื่อของทำเสร็จหรือเตรียมเสร็จก็ยกมาเสิร์ฟ

ในร้านที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เยอะขึ้นก็จะรับออเดอร์ด้วยเครื่อง smartphone หรือ tablet จิ้มหน้าจอตามสิ่งที่ลูกค้าต้องการที่หน้าจอแล้วออเดอร์ก็จะไปโผล่ในห้องเตรียมของ เมื่อเตรียมเสร็จก็ยกไปเสิร์ฟ

ร้านบุฟเฟ่ต์จะเริ่มมีกระดาษเมนูอาหารหลายสิบบรรทัด ลูกค้าอยากสั่งรายการใดก็ใส่ตัวเลขแล้วก็ยื่นกระดาษให้พนักงาน แล้วก็รออาหารมาเสิร์ฟ ซึ่งต่อมาก็เริ่มเห็นการสั่งอาหารด้วยการใช้มือถือสแกน qrcode แล้วเข้าเมนูเพื่อเลือกสั่งเองเลยด้วยโทรศัพท์ของลูกค้าเอง

ผมเองไม่ค่อยชอบการสั่งอาหารด้วยการสแกน qrcode เพราะว่า มือถือของผมบางครั้งก็แบตอ่อนหรือแบตหมด ทำให้เราสั่งอาหารไม่ได้ ซึ่งหลายครั้งที่เลือกร้านอาหารเมื่อรู้ว่าเป็นร้านที่ต้องสั่งด้วย qrcode เราก็จะเหลือบดูแบตในมือถือก่อน ถ้าแบตเหลือน้อย เราก็จะไม่เข้าร้านนั้น เพราะเข้าไปก็สั่งอาหารไม่ได้ตลอดการนั่งกิน

วันนี้มากินร้านอาหารเป็นบุฟเฟ่ต์ร้านหนึ่ง ร้านให้ใบจดออเดอร์เป็นกระดาษถ่ายเอกสาร คุณภาพตัวหนังสือไม่คมชัดเลย ผมก็แปลกใจนิดหน่อยตอนที่เห็นกระดาษจดออเดอร์ มันเป็นกระดาษที่ถ่ายเอกสารมาจากต้นฉบับที่ไม่ชัด ซึ่งคาดว่ามันก็เป็นต้นฉบับที่ถ่ายเอกสารต่อกันมาแน่นอน ปกติใบจดออเดอร์ในร้านอาหารแนวนี้มักจะต้องสั่งผลิตจากโรงพิมพ์ คุณภาพการพิมพ์ควรจะคมชัด ตัวหนังสือเข้ม เพื่อให้อ่านได้สบายตาและถูกต้อง แต่กระดาษเลอะเลือนใบนี้บางบรรทัดอ่านยากมาก

IMG_20240604_093032

ผมสั่งอาหารผ่านกระดาษเลอะเลือนแบบนี้อยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นพนักงานก็เอาบิลประจำโต๊ะมาให้แล้วก็มี qrcode ในบิลด้วย พนักงานแจ้งว่าสามารถสแกน qrcode เพื่อเข้าไปดูเมนูแล้วก็สั่งด้วยโทรศัพท์ได้แล้วนะคะ เมื่อตอนแรกระบบล่ม แต่ตอนนี้ใช้ได้แล้ว ผมก็เลยเข้าใจเหตุการณ์ กระดาษเลอะเลือนทำหน้าที่เป็นตัวสำรอง ใช้แก้ขัดตอนระบบล่มนั่นเอง

หลายธุรกิจอยากจะลดปริมาณการใช้กระดาษเพราะเป็นเรื่องของความสิ้นเปลือง ซึ่งผมก็เห็นด้วยที่จะไปสู่ระบบ paperless โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีให้มากขึ้น การสั่งอาหารจากหน้าจอลดการใช้กระดาษ ลดขยะในโลก ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ควรลืมที่จะต้องเผื่อหนทางแก้ไขปัญหาจากระบบล่มด้วย หากระบบล่มแล้วคอมพิวเตอร์สื่อสารไม่ได้ การรับลูกค้า การจดออเดอร์ การคิดเงิน ทุกอย่างยังคงต้องทำงานได้ผ่านระบบแบบเก่า ผ่านมือพนักงาน ผ่านกระดาษจดออเดอร์ ผ่านกระดาษสักใบที่ทำหน้าที่แทนระบบคอมพิวเตอร์

IMG_20240604_093054

การมีกระดาษจดออเดอร์สำรองไว้เป็นเรื่องที่ควรทำ แม้ร้านคุณจะทันสมัยเพียงใด แต่ถ้าระบบล่มแล้วคุณจะไม่ขายของเหรอ การขายของก็ยังคงต้องทำ กระดาษจดออเดอร์ที่คมชัดควรจะมีใช้ในร้าน เพราะลูกค้ารู้สึกไม่ดีแน่ถ้าคุณใช้กระดาษเลอะเลือนมาทำงาน ลูกค้าไม่รู้หรอกเรื่องระบบล่ม ไม่รู้ว่าระบบคุณเคยทันสมัยแค่ไหน แต่กับระบบพื้นฐานที่ทำงานได้ตลอดเวลาอย่างกระดาษเป็นสิ่งที่จำเป็น และควรจะจัดเตรียมอย่างมีคุณภาพ มันสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่ากระดาษที่อ่านแทบไม่ได้

โคมไฟน่าใช้ ราคาไม่แพง

1720397348148-01

การมีโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ทำงานหรืออ่านหนังสือ เป็นของจำเป็นของนักเรียนทุกคน และที่จะขาดไม่ได้เลยคือโคมไฟ โดยเราจะมีทางเลือกทั้งแบบโคมไฟตั้งโต๊ะ หรือ ติดกำแพง ติดเพดาน ในอดีตโคมไฟจะใช้หลอดไฟแบบหลอดทรงกลม มีขาเกลียวเอาไว้หมุนเข้ากับตัวโคม ใช้ไฟบ้าน 220v แต่ปัจจุบันโคมไฟที่ใช้ LED เริ่มได้รับความนิยมากขึ้น เพราะประหยัดไฟกว่า ให้แสงสว่างได้มากกว่าและปรับโทนสีของแสงได้ด้วย

Screenshot_2024-06-29-20-09-26-543_com.lazada.android

โคมไฟตามภาพด้านบนเป็นโคมไฟ LED ที่สามารถให้แสงสว่างได้มากถึง 10วัตต์ ตัวหลอดไฟ LED ที่เรียงตัวอยู่ในโคมนั้นจะสามารถเลือกใช้ความสว่างได้หลายระดับ และเลือกโทนสีของแสงที่ออกจากโคมได้ ใช้ไฟเลี้ยงจากช่อง usb ซึ่งเราก็ควรจะเลือกใช้อแด๊ปเตอร์ usb ที่ให้กำลังไฟสัก 10วัตต์ หรือจ่ายกระแสได้ระดับ 2.4A จะได้ไฟสว่างเพียงพอ ถ้าเราใช้ตัวอแด๊ปเตอร์กำลังไฟต่ำที่จ่ายกระแสได้แค่ 0.5A. ความสว่างก็จะน้อยตาม

Screenshot_2024-06-29-20-22-26-085_crunchybytebox.lightmeter

ทดลองติดตั้งโคมไฟกับโต๊ะหนังสือ แล้วใช้โทรศัพท์ลง app ชื่อ lux meter เพื่อทำการวัดความสว่าง โดยการวางโทรศัพท์ไว้ที่พื้นโต๊ะ ตั้งโคมไฟให้หลอดไฟอยู่สูงกว่าศรีษะ ความสูงวัดจากพื้นโต๊ะไม่ได้วัดละเอียด แต่น่าจะประมาณ 70cm แล้วลองวัดค่าความสว่างดู ก็ได้ระดับความสว่างที่ 500lux ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง เพราะระดับความสว่างที่เหมาะสมกับห้องทำงานคือ 300-400lux

DSC03053

ใครกำลังมองหาโคมไฟราคาไม่แพง ให้แสงสว่างเพียงพอ และประหยัดพลังงานก็ลองใช้ตัวนี้ก็ได้ ถ้าสนใจก็คลิกตามไปซื้อได้.

https://s.shopee.co.th/607KxDzXZ2

เตะฟุตบอลอุ่นเครื่อง

โค้ชทีมฟุตบอลของขอบฟ้าแจ้งว่าทีม success จะไปเตะบอลอุ่นเครื่องกับทีมอัสสัมชัญธนบุรี วันนี้เราเลยมาเยี่ยมโรงเรียน การเดินทางไม่ยาก แต่เส้นทางที่เลี้ยวเข้าซอยโรงเรียนเป็นซอยแคบและเลี้ยวไปเลี้ยวมาเยอะมาก ไม่อยากจะคิดถึงวันธรรมดาที่ต้องมีรถมาส่งนักเรียนหลายร้อยคันต่อวัน

DSC03232

โรงเรียนมีขนาดใหญ่มาก และมีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ 1 สนาม ขนาดเล็กข้างๆสนามใหญ่อีก 2 สนาม ทางเจ้าของสถานที่เล่าให้ฟังว่าสนามใหญ่เป็นสนามใช้สำหรับการแข่งขันระดับทางการ มีการแข่งขันระดับอาชีพมาใช้ประจำ

DSC03237

สนามออกแบบมาอย่างดี มีห้องพักนักกีฬา ห้องอาบน้ำ ตู้ล๊อคเกอร์ เหมือนสโมสรฟุตบอลดีๆเลย มีห้องแถลงข่าวด้วย ทุกอย่างดูเป็นมืออาชีพมาก ความจริงจังทุ่มเทระดับนี้ไม่แปลกใจเลยที่ทีมฟุตบอลของอัสสัมชัญธนบุรีจะได้แชมป์ระดับมัธยมเยอะมาก และน่าจะเป็นทีมที่เก่งที่สุดในยุคนี้

DSC03229
DSC03236

วันนี้ทีมsuccessแข่งกับทีมอคาเดมี่ในอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งไม่ใช่นักฟุตบอลตัวจริงที่แข่งล่าแชมป์ แต่เป็นกลุ่มนักเรียนที่ฝึกเล่นฟุตบอล เป็นบอลนักเรียนเหมือนอคาเดมี่ทั่วไป ไม่ใช่ทีมแข่ง วันนี้ผลการแข่งขันทีม Success เก็บชัยชนะแต่ละรุ่นได้มากกว่า และตอนจบก่อนเลิกก็ได้ถ่ายภาพกับถ้วยรางวัลและป้ายสนามเป็นที่ระลึก

DSC03241

DSC03282

ข้อมูลการถ่ายภาพและคลิป วันนี้ใช้กล้อง sony zv-1f ด้วยเหตุผลว่าจะถ่ายภาพนิ่งบางส่วนและถ่ายวิดีโอเต็มเวลา เลยพกกล้องที่ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ดีทั้งคู่ เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนกล้องไปมา แม้ว่า Dslr พร้อมเลนส์ตัวใหญ่จะให้ภาพนิ่งที่สวย แต่การถ่ายวิดีโอก็ยังสู้กล้องคอมแพ็คยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายวิดีโอไม่ได้ zv-1f เป็นกล้องที่มีความสามารถถ่ายวิดีโอได้เหมือนเป็นกล้องวิดีโอชั้นดี และที่สำคัญ มีโหมดสีที่น่าดู มีโหมด Film Look ที่ทำให้ภาพมีสีสันเหมือนฟิล์มในอดีต และจากการใช้ถ่ายตลอดการแข่งขัน ก็สรุปได้ว่า zv-1f พร้อมแบต 1 ก้อน สามารถถ่ายคลิปวิดีโอได้ความยาวรวมกันประมาณ 50 นาที และแบตก็จะหมด แต่ถ้าอยากให้แบตทำงานได้นานกว่านี้ เราก็สามารถใช้เพาเวอร์แบงค์มาต่อสายชาร์จทิ้งไว้ได้ กล้องตัวนี้ออกแบบให้สามารถชาร์จไฟได้ทางพอร์ต usb-c ด้วย นับว่าเป็นความสะดวกที่ได้ใช้งานเต็มที่

ปล. เมื่อไหร่จะมีกล้องที่สามารถส่งวิดีโอเข้า youtube ได้โดยตรง เพราะตอนนี้ยังต้องเสียเวลาก็อปปี้ไฟล์มาลงคอมพิวเตอร์แล้วค่อยส่งเข้า youtube อีกรอบ