การพับด้วยเครื่องพับ
การตัดกระดาษ
การนับกระดาษ
การเย็บมุงหลังคา
การพับด้วยเครื่องพับ
การตัดกระดาษ
การนับกระดาษ
การเย็บมุงหลังคา
ไอเดียดี ความพยายามเป็นเลิศ คนบ้าแบบนี้ต้องตบมือให้หลายๆที
เว็บขายภาพที่ถูกเตรียมการมาตลอด 1 ปี เตรียมแบบทำบ้างไม่ทำบ้าง มาวันนี้ก็ได้เวลาคลอดเสียที ตอนนี้ทะยอยอัพโหลดรูปเข้าไปเรื่อยๆ ถ้าทำได้วันละ 100 รูป สิ้นปีนี้คงได้สัก 10000 รูปเป็นอย่างน้อย
ถ้านำสต๊อคที่ถ่ายสะสมไว้มาใส่จนครบแล้ว จะเริ่มทำการถ่ายใหม่เพื่อเพิ่มรูปแบบภาพอื่นๆที่น่าสนใจ ตอนนี้มีเนื้อหาที่อยากถ่ายเพิ่มเท่าที่นึกออกคือ ภาพแนวอ๊อฟฟิศ แนวครอบครัวพวกเด็กวิ่ง ผู้ใหญ่จูงเด็ก ภาพแม่อุ้มเด็ก และภาพสิ่งของ พวก ผลไม้ ของกินต่างๆ
ไม่รู้ว่าจะต้องอดนอนอีกแค่ไหนถึงจะอัพโหลดรูปได้ครบ 10000 ภาพ โดยทุกภาพจะมีคีย์เวิร์ดที่ต้องนั่งคิดนั่งอ่านไปทุกๆภาพ แม้จะดูเป็นงานหนักแต่มันก็เดินมาเกินครึ่งทางแล้ว ออกจากจุดเริ่มต้นมาแล้ว วิ่งต่อไม่เหนื่อยเท่ากับก้าวแรก
เครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อ OLYMPIA ผมได้มาในราคา 100 บาท เป็นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ สภาพใช้งานได้ดี สามารถสลับสีที่จะพิมพ์ได้สองสี คือสีแดงกับสีดำ เป็นลูกเล่นที่ผมเพิ่งรู้ว่ามีอยู่ในเครื่องพิมพ์ดีดด้วย เอามาก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไร แต่ลองพิมพ์ชื่อตัวเองดูแล้วก็รู้สึกว่ามันใช้งานง่ายดี แต่ห้ามพิมพ์ผิดเท่านั้นเอง
ผมสามารถพิมพ์ข้อความใส่กระดาษแผ่นนี้ได้ในเวลาแค่บรรทัดละ 10 วินาที แผ่นนี้ผมทำได้ในเวลา 40 วินาที ซึ่งผมคิดว่า มันเร็วกว่าตอนที่ผมเปิดโปรแกรม word ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้ว new file แล้วพิมพ์ 4 บรรทัด แล้วสั่ง Print แล้วเลือกเครื่องพิมพ์ แล้วก็นั่งรอ……นิดหน่อย และถ้าจะเปลี่ยนสีตัวหนังสือ ก็ต้องคลิกเลือก แล้วเลือกเมนูตัวอักษณ เลือกคั่งค่า property ของตัวหนังสือ แล้วเลือกสี
แต่เครื่องพิมพ์ดีดมันก็ถูกโละ เพราะมันไม่ยืดหยุ่นเท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถเก็บต้นฉบับไว้ในเครื่องได้ จะแก้ไขดัดแปลงข้อความก็ไม่ได้ ……. ผมก็ไม่คิดว่าผมจะพิมพ์ข้อความยาวๆด้วยเครื่องพิมพ์ดีด แค่ลองเล่นสนุกๆเท่านั้น แต่ถ้าจะเอาไว้พิมพ์เช็ค บัตรเชิญเข้างาน มันก็ดูเท่ห์ไม่น้อย เพราะมันบอกถึงความตั้งใจของคนพิมพ์ได้ชัดเจนมาก
ผมเอากระดาษลายผ้ามาลองพิมพ์ชื่อด้วยเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อใช้แทนนามบัตร เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องนี้สามารถเปลี่ยนสีหมึกได้สองสีคือแดงและดำ ข้อความสั้นๆที่เห็นสี่บรรทัดนี้ดูเหมือนจะพิมพ์ไม่ยาก แต่การพิมพ์ข้อความด้วยเครื่องพิมพ์ดีดมีข้อจำกัดที่คอขาดบาดตาย นั่นก็คือห้ามพิมพ์ผิด
เครื่องพิมพ์ดีดถูกปลดระวางไปนานแล้วจากการใช้งานในสำนักงานทั่วไป จะเหลือก็เพียงการพิมพ์ข้อความสั้นๆบนเอกสารสำคัญที่ห้ามทำซ้ำ แต่ในที่สุดมันก็ถูกปลดระวางอย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องที่เห็นในภาพผมได้มาจากบริษัทประกันภัยรายหนึ่ง
ถ้าไม่ใช้เครื่องนี้พิมพ์ข้อความบนสิ่งพิมพ์ที่ห้ามเลียนแบบ ก็ต้องหันไปใช้เทคโนโลยีอื่นๆเพื่อป้องกันการทำซ้ำ ซึ่งคงจะสามารถทำได้เยอะๆ ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาพิมพ์ทีละใบ
สตูดิโอถ่ายภาพที่อยากได้ มันต้องแบบนี้แหละที่จะเอาไว้ถ่ายสต๊อคภาพ ดูเหมือนเป็นโรงถ่ายหนังขนาดเล็ก มีห้องย่อยๆ แบ่งเป็นห้องแนวต่างๆ ห้องครัว ห้องธุรกิจ ห้องพยาบาล มุมห้องนั่งเล่น แค่นี้ก็หากินได้เยอะมาก
ลำโพงสำหรับ ipod ที่เท่ห์ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าด้วยนะเนี่ย
ธุรกิจสุขภาพ โรงพยาบาล สถานเสริมความงาม ลดความอ้วน บางที่อยากจะทำสมุดประจำตัวคนไข้(ลูกค้า) ในสมุดประจำตัวจะมีข้อมูลการตรวจ การรักษา ตารางต่างๆ พร้อมด้วยข้อมูลที่ต้องการให้ลูกค้าอ่าน อย่างเช่น โปรแกรมลดน้ำหนัก จะมีตารางอธิบายเรื่องการกิน อาหารที่แนะนำ มีรูปอาหาร มีรายละเอียดของอาหาร มีกำหนดการว่าเดือนหนึ่งๆควรกินอะไรไม่เกิดเท่าไหร่….. ข้อมูลทำเป็น guidebook เล่มหนาเท่ากับพ๊อกเก็ตบุ๊คขนาดถือด้วยมือเดียว ความหนาสัก 60 หน้า เข้าเล่มไสกาว พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม
ถ้าจะไปพิมพ์หนังสือขนาดเล็ก 4 สี 64 หน้า ขนาด A6 ทำเพลทพิมพ์ต้องใช้เพลทสัก 12000 บาท ต้องทำทีละ 500 เล่ม ยอดรวมทั้งหมดน่าจะประมาณ 31000 บาท หารต่อเล่มก็ได้เล่มละ 62 บาท ถ้าทำแค่ 200 เล่ม จะกลายเป็นเล่มละ 140 บาท และทุกเล่มหน้าตาเหมือนกัน แต่ถ้าใช้ระบบดิจิทัล ใช้เครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์เปลี่ยนข้อมูลได้ ก็จะสามารถทำข้อมูลเฉพาะเล่ม เฉพาะลูกค้าได้ สั่งทำทีละเล่ม ต้นทุนเครื่องดิจิทัลจะใช้กระดาษ 4 แผ่น A3 ซึ่งคิดเป็นค่าพิมพ์แผ่นละ 10 บาท ต้นทุน 40 บาท ทำเล่มทีละเล่มใช้เครื่องทำเล่มแยกต่างหากเป็นงานค่าแรง คิดค่าทำเล่ม 10 บาท ก็จะรวมทุน 50 บาทต่อเล่ม ขายสัก 300 บาทต่อเล่ม ถ้าเขามีลูกค้า 10 คนก็ได้ 3000 ถ้ามี 50 คนก็ได้ 15000 ซึ่งทุกคนจะมีรายละเอียดในเล่มไม่ซ้ำกันเลย
ก่อนจะไปถึงการพิมพ์เป็นเล่ม ก็จะได้ค่าจ้างในส่วนของการทำอาร์ตเวิร์ค 64 หน้า จำนวน 2 หรือ 3 แบบ เพื่อเตรียมไว้เป็นเทมเพลตใส่รายละเอียดของลูกค้า งานอาร์ตเวิร์ึคตัวนี้คิดเป็นค่าจ้างประมาณ 10000 บาทต่อชุด ลูกค้าอาจจะจ่ายครั้งเดียวทำไว้ 2-3 แบบ คิดเป็นค่าอาร์ต 30000 บาท ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่ายการเตรียมข้อมูล ไม่ว่าจะพิมพ์ด้วยระบบโบราณแบบต้องทำเพลท หรือ พิมพ์ด้วยระบบดิจิทัลไม่ต้องทำเพลท(และพิมพ์เล่มเดียวก็ได้) ลูกค้าก็ต้องจ่ายอยู่ดี
งานพิมพ์ on demand สำหรับทำพ๊อกเก็ตบุ๊ค สำนักพิมพ์สามารถสั่งพิมพ์หนังสือที่อยากลองตลาดด้วยระบบ on demand ต้นทุนต่อเล่มอาจจะราคาเท่ากับถ่ายเอกสาร ลองพิมพ์จำนวนน้อยๆเพื่อทำการทดลองขายว่าได้รับการตอบรับดีหรือไม่ อาจจะพิมพ์แค่ห้าสิบเล่ม ซึ่งต้นทุนต่อเล่มอาจจะราคา 150 บาท ลงทุน 7500 มีหนังสือมาลองขาย ตรงนี้ประหยัดกว่าค่าทำเพลท สามารถปรับเปลี่ยนต้นฉบับได้เรื่อยๆ ถ้าเนื้อหาลงตัว การตอบรับเป็นที่น่าพอใจค่อยเอาไปทำเพลทพิมพ์จำนวนเยอะๆ
สำนักพิมพ์ทั้งเล็กและใหญ่ ก็น่าจะได้ประโยชน์ หน่วยงานต่างๆที่ต้องทำหนังสือเพื่อแจกหรือใช้ในงานสัมมนาก็ได้ประโยชน์ เว็บสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ก็สามารถมีหนังสือขายได้ตามสั่ง
กลุ่มลูกค้า E-book ก็น่าสนใจ หนังสือเป็นต้นฉบับในคอมพิวเตอร์ พิมพ์ทำเป็นเล่ม ราคาเท่ากับถ่ายเอกสาร ได้หนังสือน่าเปิด เปิดอ่านที่ไหนก็ได้
เครื่องพิมพ์ดิจิทัลของ fujixerox เป็นเครื่องที่เหมาะนำมาทำงาน print on demand ต้นทุนค่าเครือง 2.65 ล้านบาท ผ่อนห้าปี คิดรวมดอกเบี้ยแล้วเกือบ 3.2 ล้านบาท
หารย่อย 3.2ล้าน/5 = 640000 บาท ต่อปี
640000/52 สัปดาห์ = 12307 บาทต่อสัปดาห์
12307 / 5 วันต่อสัปดาห์ = 2461.4 บาทต่อวัน คิดที่การทำงานห้าวันต่อสัปดาห์
การทำกำไรวันละประมาณ 2500 บาท หาได้จากอะไรบ้้าง
///////////////////////////////////////////////////////////////////////
ถ้าทำกรอบรูป ขนาด A3 ขายกรอบละ 300 บาท
ต้นทุนพิมพ์ 5 บาท ต้นทุนไม้ 30 บาท
เหลือกำไร 265 ต่อชิ้น แบบนี้ขายวันละ 10 อัน
ทำโฟโต้บุ๊ค เล่มละ 800 บาท มี 10 แผ่น 20 หน้า
ต้นทุน 5 ใบพิมพ์ (พิมพ์สองหน้า) x 9 บาท ทำปก50บาท รวมทุน 95 บาท
กำไร 705 บาท แบบนี้ต้องทำ 4 เล่มต่อวัน
อัดภาพจัมโบ้ พิมพ์หน้าเดียว ใบใหญ่ตัดได้ 8 ภาพ ขายใบละ 4 บาทขายได้ 32 บาท
ต้นทุน 5 บาท หารเป็นต่อใบ 5/8 = 0.625 บาท
กำไรใบละ 4-0.625 = 3.375 บาท ต้องทำ 2500/3.375 = 740.74
หรือต้องทำภาพจัมโบ้ 741 ใบต่อวัน
ถ้าคิดแบบนี้ เหนื่อยน่าดู กว่าจะหางานจนคืนทุน
///////////////////////////////////////////////////////////////////////
2500 บาทต่อวัน หรือ 12500 บาท ต่อสัปดาห์
ถ้าถ่ายภาพเวดดิ้ง 1 ครั้ง พร้อมทำอัลบั้มรูปให้ 1 เล่ม
สมมุตว่าต้นทุนทำเล่ม เล่มละ 200 บาท ขายแพ็ดเกจถ่ายรูป 15000 บาท
เท่ากับได้ค่าแรงถ่ายรูป 15000 – 12500ค่าผ่อนเครื่อง – 200 = 2300 ต่อสัปดาห์ต่อ 1 งาน
ถ้ามองเป็นเดือน เดือนนึงต้องผ่อนเครื่อง 12500×4 = 50000 บาท
ค่าช่างภาพ 1 คน จ้างเป็นเดือน 15000 ค่าช่างทำผมแต่งหน้า 10000
รวมแล้ว 50000+15000+10000 = 75000 บาท
ต้องรับงานถ่ายเวดดิ้ง 15000 ต่องาน เป็นจำนวน 5 ครั้ง ถึงจะเท่าทุน
รู้สึกว่าเหนื่อยกว่าเดิม
///////////////////////////////////////////////////////////////////////
คิดใหม่ว่าลงทุน 3.2 ล้าน ถ้าทำกำไรหน่วยละ 50 บาท ต้องทำกี่หน่วย
3200000 / 50 = 64000 หน่วย ขายอะไรได้ 64000 ชิ้นต่อ 5 ปี
หรือขาย 64000/5 = 12800 ชิ้น ต่อปี
นั่นสิ ขายอะไร
งานสัมมนา คนเข้างาน 100 คน ลงทะเบียน รับป้ายชื่อ …..
พิมพ์ป้ายชื่อ พร้อมสูจิบัตรแจกคนละ 1 ชุด คิดคนละ 50 บาท กำไรคนละ 40 บาท
100 คน กำไร 4000 บาท ยังได้ค่าผ่อนเครื่องไม่ถึงสองวัน…..
บัตรเข้างานเทศกาลเทียน 5000 คน จะเอาเงินจากกลุ่มนี้คนละเท่าไหร่?
ถ้าคนละ 100 บาท ได้เงิน 5 แสน ผ่อนเครื่องได้ 1 ปี
เอาเงินคนละ 100 บาท ต้องทำอะไรให้เขาบ้าง คงต้องมีระบบเว็บลงทะเบียน
ปริ๊นท์บัตรเข้างานติดชื่อ มีหน้าด้วยยิ่งดี แถมปฏิทินพกพาด้วย
……… ยังไม่จบ